ตอนที่ 22
“หานซวนล่ะ”
“ท่านแม่ทัพอยู่ในห้องทำงานเ้าค่ะ”
“เขากลับมาั้แ่เมื่อไร ทำไมพี่ฉิงอันไม่บอกกล่าวข้า”
“เอ่อ..เมื่อตอนฮูหยินนอนอยู่ ท่านแม่ทัพเข้ามาหาฮูหยินแล้วนะเ้าคะ บ่าวจึงไม่ได้บอกนึกว่าฮูหยินรู้แล้ว”
“เขาเข้ามาในห้องเหรอ? ข้าไม่เห็นรู้เื่อะไรเลย..แต่ช่างเถอะ”
“เมื่อตอนนั้นเข้ามาเช็ดตัวให้ด้วยเ้าค่ะ แถมยังป้อนข้าวป้อนน้ำ ป้อนยาอีก ฮูหยินไม่สบายหนักจนไม่รู้ตัวเลยหรือเ้าคะ คราวหน้าอย่าออกไปข้างนอกแล้วนอนให้พอตามคำสั่งของหมอเถอะเ้าค่ะ”พูดถึงเื่คราวก่อน ก่อนแต่งงาน
“ข้าไม่เป็ไร แค่่นี้ร่างกายข้าอ่อนแอ จะออกตากแดดตากลมแล้วเป็ไข้ก็เป็เื่ปกติ ข้าแข็งแรงอยู่ ไม่เป็ไรหรอก”
“แต่ว่าเมื่อครู่..พี่ฉิงอันบอกว่าเขาเข้ามาป้อนข้าว ป้อนน้ำ ป้อนยาแล้วก็..อะไรนะ?”
“เช็ดตัวเ้าค่ะ”
“เช็ดตัว!! เช็ดตัวเหรอ!!”เลี่ยงหลิ่งถึงกับตาสว่างหายไข้ขึ้นทันที นางใมากกับสิ่งที่ฉิงอันบอก
เช็ดตัวก็เท่ากับว่าเขาเห็นหมดทุกอย่างแล้วงั้นสิ!
“ทำไมพี่ฉิงอันปล่อยให้เขาเช็ดตัวให้ข้ากัน! ข้าไม่อนุญาตนะ!”
“เช็ดได้สิเ้าคะ เป็สามีภรรยากันเหตุใดจะทำไม่ได้”ฉิงอันงงกับสิ่งที่เลี่ยงหลิ่งบอก นางนึกว่าเข้าหอกันแล้วไม่รู้ว่าที่จริงแล้วมันไม่มีอะไรเกิดขึ้นในคืนเข้าหอวันนั้น
“พี่ฉิงอันออกไปเลย! ข้างอนพี่แล้ว!”นางไล่ให้ฉิงอันออกไปด้านนอก ฉิงอันไม่รู้ว่าตนทำอะไรผิดก็ได้แต่มองเ้านายก่อนจะค่อย ๆ ถอยตัวเองออกไปจากห้องหอ
เลี่ยงหลิ่งได้แต่นั่งทำใจอย่างช่วยไม่ได้ ไม่รู้ว่าจะสู้หน้าหานซวนอย่างไรดี น่าอาย..น่าอายที่สุด! “ฮือ! ข้าจะสู้หน้าเขาอย่างไรดีล่ะทีนี้!!”นางเอาหัวซุกหมอนนุ่มกระวนกระวายอยู่ตรงนั้นคนเดียว
นางเอามือจับแก้มของตนเองที่ร้อนฉ่าและรีบเดินไปที่หน้ากระจก ใจนางยังเต้นแรงไม่หยุดเหมือนจะทะลุออกมา ครั้งนี้มัน..มันมากไปจริง ๆ
“ขืนข้ายังปล่อยให้เขาเข้าใกล้อยู่เช่นนี้ ข้าไม่ไหวแน่ ๆ ไม่แน่ ๆ”
“โอ๊ย!! ได้จะทำอย่างไรเล่า! หน้าก็ต้องเห็นกันทุกวัน เครียด!!”
“ท่านแม่ทัพขอรับ คุณหนูตระกูลหยางขอเข้าเยี่ยมฮูหยินขอรับ”
“คุณหนูตระกูลหยาง? บุตรสาวเสนาบดีกรมพิธีการ?”หานซวนทวนชื่อตระกูลอีกครั้งหนึ่ง จำได้ว่าตระกูลหยางเป็ตระกูลของเสนาบดีกรมพิธีการ แต่จำไม่ได้ว่าคุณหนูตระกูลหยางคือผู้ใด ชื่อว่าอะไร “นางชื่ออะไร”
“คุณหนูหยางเยว่ซินขอรับ”พอพูดชื่อก็นึกออก จำได้ว่าเป็เพื่อนเ้าสาวในงานพิธีสมรสของเขาและเลี่ยงหลิ่ง เขาจึงอนุญาตให้เข้ามาได้และให้รอเลี่ยงหลิ่งอยู่ที่ห้องรับแขก
เวลาผ่านมานานหลายวัน ั้แ่วันที่เลี่ยงหลิ่งละเมอเขาก็จับสังเกตนางได้ว่ามีท่าทีแปลกไป ไม่มองหน้า ไม่พูดด้วย ไม่เข้าใกล้และไม่อยากรู้ตามประสานิสัยปกติของนาง แต่เขาก็ได้แต่ส่ายหัวไปมาและสลัดความคิดนี้ออกไป
“ช่างเถอะ นางคงอยากมีเวลาส่วนตัว”
“เ้าเป็อย่างไรบ้าง ั้แ่แต่งงานก็ไม่มาหาข้าอีกเลย”
“ท่านแม่ทัพขังเ้าไว้แต่ในจวนเหรอ”เยว่ซินกระซิบถาม นางเกรงว่าหานซวนจะเข้ามาได้ยินสิ่งที่นางถามกับเลี่ยงหลิ่ง เพราะถ้าเป็เช่นนั้นนางจะได้พาน้องสาวของนางหนีออกไปจากจวนแม่ทัพตระกูลฟานเสียตอนนี้เลย
“ไม่ใช่แบบนั้น เขาไม่ได้ทำอะไรข้าเลยพี่เยว่ซิน”เลี่ยงหลิ่งรีบแก้ต่างบอก
ผู้พี่ไป “ใครเขาจะไปทำแบบนั้นกัน ยิ่งเป็ถึงแม่ทัพ ยิ่งไม่ควรทำ”
“อ้าว ผู้ใดจะรู้เล่า เ้าอาจจะโดนบังคับไม่ให้พูด ไม่ให้ออกไปไหนก็ได้”
“ไม่เ้าค่ะ ที่จริงข้าก็ไม่ควรออกไปไหนเพราะแต่งงานแล้ว”
“ว่าอย่างไรนะ!”พอเยว่ซินได้ยินเช่นนั้น นางนิ่งไปครู่หนึ่งและออกอาการใ นางจับใบหน้าของเลี่ยงหลิ่งพร้อมกับเคี้ยวผลไม้ไปด้วย
“เมื่อครู่เ้าพูดว่าอย่างไรนะ!”
“อื้อ..พี่เยว่ซิน ข้าบอกว่าข้าไม่ควรออกไปไหนเพราะแต่งงานแล้ว”เลี่ยงหลิ่งทำเสียงอู้อี้ แก้มนิ่ม ๆ ของนางตอนนี้ถูกจับจนเป็ก้อนนิ่มเหมือนเด็กสี่ขวบ
“ไม่จริง เ้าเป็ใครเนี่ย! นี่ไม่ใช่เลี่ยงหลิ่ง เหลียนเลี่ยงหลิ่ง..เอ่อ ไม่สิ ฟานเลี่ยงหลิ่ง อะไรกัน!”
“พี่เยว่ซินก็เกินไป ข้ายังเป็เลี่ยงหลิ่งคนเดิม เพียงแต่คิดถึงความเหมาะสมมากขึ้น...อีกอย่างหานซวนช่วยชีวิตข้าไว้ จะให้ข้าทำผู้มีพระคุณเสียเกียรติได้อย่างไรกันล่ะ”นางชี้แจงถึงสาเหตุ ใจนางก็อย่างออกเที่ยวเล่นอยู่ แต่นางเพิ่งแต่งงานใหม่ ไม่ควรออกไปไหนถูกแล้ว คนจะได้ไม่ครหาแม่ทัพหนุ่มให้เขาเจ็บใจ
“ถึงจะเป็เช่นนั้นก็เถอะนะ เขาทำอันตรายเ้าหรือไม่ ไหนข้าดูหน่อย มีรอยขีดข่วนไหม”เยว่ซินเข้าไปนั่งใกล้ ๆ กับเลี่ยงหลิ่ง สำรวจดูว่าเลี่ยงหลิ่งมีแผลตรงไหนหรือเปล่า เพราะถ้ามี นางจะโทษเขาว่าเขาทำร้ายคนที่นางรักเหมือนน้องสาวทันที “ไม่มีเ้าค่ะ เขาไม่ได้ทำอะไรข้าจริง ๆ หานซวนเป็คนดีกว่าที่คิด ข่าวลือที่ชาวบ้านลือกันไม่ใช่เื่จริงเลยเ้าค่ะ”
“แน่นะ?”
“แน่สิ”
“ถ้าเช่นนั้นก็วางใจ แล้วนิสัยดีที่เ้าว่า เขานิสัยดีอย่างไร”
“ก็..”
“เขาก็ดูแลข้า เปิดรับความคิดเห็นของข้า ไม่ทำให้ข้ารู้สึกว่าโดนข่มจากคำว่าสามีภรรยา อืม..เขาดีทุกอย่างยกเว้นปากนั่นแหละ”
“เ้าพึงใจเขาใช่ไหม?”
“ถามอะไรเช่นนั้นกันเล่า ข้า..ข้าไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นกับเขา”
เยว่ซินมองหน้าเลี่ยงหลิ่งอย่างจับผิดแต่มุมปากของนางก็ยังกระตุกยิ้มอย่างเ้าเล่ห์เหมือนกำลังหยอกล้ออีกคนอยู่
“ข้าเชื่อก็ได้ว่าเ้าไม่ได้คิดอะไร”ถึงจะบอกอย่างนั้น แต่อย่างเยว่ซินน่ะหรือจะไม่รู้ปฏิกิริยาของเลี่ยงหลิ่งผู้เป็ทั้งสหายและน้องสาวั้แ่ยังเยาว์
นางจะไม่บังคับให้เลี่ยงหลิ่งพูด เ้าตัวคงจะรู้อยู่แก่ใจตนดีแล้วว่ารู้สึกอย่างไร..พึงใจหรือมาพึงใจ
“เชื่อก็ดีแล้ว..ข้าไม่มีทางคิดอะไรกับเขาได้นอกจาก..ผู้มีพระคุณ”นางตอบเสียงเบา เกรงว่าหานซวนจะผ่านมาได้ยิน นางไม่อยากมีปัญหาอะไรกับเขา ถึงแม้จะรู้ว่าหานซวนไม่ได้คิดอะไรก็ตามเถอะ
“อย่าเล่นกับใจตนเองเชียวล่ะ เ้าไม่มีวันชนะใจตนเองได้หรอก”
“อะไรกันล่ะ ข้าไม่มีทางแพ้ใจตัวเองได้หรอก ไม่มีทาง”
“ว่าแต่ท่าน..เป็อย่างไรบ้าง คุณชายตระกูลจางยังไป ๆ มา ๆ จวนท่านอยู่หรือไม่เล่า”เลี่ยงหลิ่งพูดหยอกให้เยว่ซินลืมเื่ของนางไป
“มาแล้วอย่างไร เขาก็ตามบิดาเขามา ข้าไม่ได้ไปยุ่งกับเขาเสียหน่อย
ยิ่งไม่ชอบหน้า เ้ายังจะมาพูด”
“ระวังน้า..เกลียดกันบางทีได้แต่งงานกันยังมี”
“เลี่ยงหลิ่ง เ้านี่นะ เด็กดื้อ!”เยว่ซินเอานิ้วดีดหน้าผากเลี่ยงหลิ่งทันที
เยว่ซินรู้สึกไม่ชอบใจทุกครั้งที่ได้ยินชื่อคนพูดนี้
คุณชายเ้าสำอางเช่นนั้นหาข้างทางยังได้ เผลอ ๆ ได้คนนิสัยดีกว่าคุณชายเหอผิงอีกกระมัง
“อะไรเล่า ข้าพูดจริง ๆ ข้าจะคอยดูเลย ข้าว่าไม่เกินปีนี้ท่านทั้งสองคนได้ตบแต่งกันแน่นอน”
“ตบน่ะใช่ แต่ไม่ใช่แต่งแน่นอน! ข้าไม่ชอบอย่างคุณชายเหอผิง ไม่เห็นมีอะไรดีเลยสักนิด”
“แล้วท่านไปเกลียดชังอะไรคุณชายจางขนาดนั้นกัน รู้จักกันมาก่อนอย่างนั้นหรือ?”เลี่ยงหลิ่งเอ่ยถาม ความในอดีตนางไม่รู้แน่ชัดถึงจะสนิทกับเยว่ซินก็ตาม แต่นางก็มารู้จักเยว่ซินเมื่อตอนที่เยว่ซินอายุสิบขวบส่วนเลี่ยงหลิ่งอายุเพียงแปดขวบ
ส่วนกับคุณชายเหอผิงมารู้จักผ่าน ๆ จากบิดามารดาเมื่อตอนสองปีก่อนหน้านี้เอง
“ก็..จะรู้จักมาก่อนก็ไม่ใช่เสียทีเดียว”เยว่ซินบอกและแน่นอนว่าเลี่ยงหลิ่งไม่เชื่อเพราะเยว่ซินหลบตานางเวลาตอบ “ท่านกำลังพูดปดอยู่หรือเปล่า..อืม ท่านไม่ต้องบอกข้าก็ว่าท่านพูดปดกับข้าอยู่นะ”
“ไม่! ข้าไม่ได้พูดปด ข้าพูดจริง!”
“แน่นะ?”
“แน่! แน่สิ!”เยว่ซินทำท่าทางเลิกลัก ใจจริงนางอยากจะบอกให้เลี่ยงหลิ่งรู้ถึงความหลังและเหตุผล แต่มันก็ยังเป็เื่ที่ขัดใจนางอยู่ดี
“เอาเป็ว่า ข้าไม่มีทางญาติดีกับคุณชายเหอผิงแล้วกัน”
เลี่ยงหลิ่งมองหน้าผู้พี่อย่างนึกสนุก โธ่เอ๊ย แม่นางผู้นี้ช่างปากแข็งเสียยิ่งกว่าใคร ใครจะไปรู้ว่าในอนาคตนางจะไม่คิดตกลงปลงใจกับคุณชายเหอผิงเข้า
ส่วนเยว่ซินถึงจะคิดเช่นนั้นแต่ก็แอบได้ยินบิดาของนางสนทนากับบิดาของคุณชายเหอผิงเมื่อครั้งนั้น ว่าจะให้มีพิธีแต่งงานของนางและคุณชายเหอผิงแน่นอน
ถ้าหากเกิดขึ้นจริง นางจะหนี! หนีแน่!
“ฮูหยินเ้าคะ มีแขกมาขอพบเ้าค่ะ”ทางด้านของตระกูลเหลียน บ่าวรับใช้ของฮูหยินใหญ่ได้เข้ามาบอกกล่าวแก่นางที่กำลังนั่งปักผ้าอยู่ “ใคร?”
“นางบอกว่านางมาหาคุณชายเลี่ยงไป๋ เหลียนเลี่ยงไป๋เ้าค่ะ”
“ผู้ใดคือเลี่ยงไป๋? ที่นี่มีบุตรสาวสองคน ไม่มีบุตรชาย”
คำบอกกล่าวของบ่าวทำให้ฮูหยินใหญ่แปลกใจและตะหงิดใจ เื่นี้จะมีใครทำไม่ได้นอกจากเลี่ยงหลิ่งบุตรสาวคนเล็กอย่างแน่นอน “เดี๋ยวข้าออกไปเอง”
ฮูหยินใหญ่เดินออกมาถึงหน้าประตูจวน เห็นสตรีนางหนึ่งหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มยืนคอยอยู่อย่างกังวลใจ หลังจากที่บ่าวรับใช้เดินออกไปแจ้งแก่นางแล้ว
เมื่อนางเห็นฮูหยินใหญ่เดินออกมา นางก็คำนับเป็การสวัสดี ฮูหยินใหญ่ก็รับคำนับนั้นไว้ตามมารยาท “เมื่อครู่แม่นางบอกว่าแม่นางมาหาผู้ใดนะ? ทวนคำให้ข้าฟังอีกครั้งได้หรือไม่”
“ข้ามีชื่อว่าเอ้อร์หนี่เหริน ข้ามาหาพี่..คุณชายเหลียน..เหลียนเลี่ยงไป๋เ้าค่ะ เขาบอกว่าหากข้า้าจะพบเขา ให้ข้ามาที่จวนตระกูลเหลียน ให้มาบอกฮูหยินใหญ่ตระกูลเหลียนว่าข้า้าพบเขา”
ฮูหยินใหญ่มองตาของแม่นางเอ้อร์หนี่ในขณะที่นางกำลังพูด
นางไม่ได้โกหก นางมาหาเลี่ยงไป๋..ไม่สิ เลี่ยงหลิ่งต่างหาก
“ให้นางเข้าไปคุยกับข้า”ฮูหยินใหญ่เอ่ยบอกและเดินกลับเข้าไป บ่าวรับใช้เชิญให้เอ้อร์หนี่เหรินเข้ามายังจวนตระกูลเหลียน
“แม่นางช่วยบอกข้าด้วยว่าแม่นางรู้จักบุตรของข้าได้อย่างไร”
“ข้าพบกับคุณชายเหลียนในขณะที่คุณชายเหลียนกำลังจะเดินทางไปยังแคว้นทางใต้เ้าค่ะ เขา้ารถวัวเพื่อจะเดินทาง ข้าจึงช่วยเขาไปพูดกับพ่อค้าที่กำลังจะไปค้าข้าวที่แคว้นทางใต้..แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ตัดสินใจกลับมาแต่งงานตามคำสั่งของบิดาและมารดาของเขา”
“ก่อนจากไปเขาได้ให้ผ้าแพรผืนนี้แก่ข้าไว้ หากวันใดที่ข้า้า
ความช่วยเหลือให้มาหาท่านที่จวนตระกูลเหลียนเ้าค่ะ”นางยื่นผ้าแพรผืนเล็กสีม่วงให้แก่ฮูหยินใหญ่เพื่อเป็การยืนยันว่าสิ่งที่นางพูดเป็เื่จริง
ฮูหยินใหญ่รับมาดูก็รู้แล้วว่านี่คือผ้าแพรของเลี่ยงหลิ่งจริง
“แม่นางมาที่นี่มีสิ่งใดให้บุตรข้าช่วย”
“เื่นี้ข้าบอกฮูหยินใหญ่ไม่ได้จริง ๆ เ้าค่ะ เื่นี้คุณชายเลี่ยงไป๋ควรจะรู้แค่ผู้เดียว ขออภัยที่ข้าบอกท่านไม่ได้เ้าค่ะ”นางก้มหัวให้เป็การขอโทษฮูหยินใหญ่พยักหน้าอย่างเข้าใจจึงได้สั่งบ่าวให้พานางไปที่จวนตระกูลฟานแทน
“ดูท่าแล้ว สตรีผู้นั้นน่าจะมีเื่ราวที่ไม่ดีไปกระทบคุณหนูนะเ้าคะ”หลังจากที่เอ้อร์หนี่ออกไปบ่าวรับใช้คนสนิทก็กระซิบบอกผู้เป็นาย
“เื่นี้ดูไม่ชอบมาพากล บ่าวว่าพานางไปทิ้งไว้ที่อื่นดีกว่าไหมเ้าคะ
ฮูหยินใหญ่”ฮูหยินใหญ่ไม่ตอบอะไร นางเดินกลับเข้าไปโดยที่ตอนท้ายก็ยังหันไปมองที่รถม้าที่มีเอ้อร์หนี่นั่งไป
“เื่นี้เลี่ยงหลิ่งต้องเป็ผู้จัดการเอง นางแต่งงานออกไปแล้ว บิดามารดาได้เพียงแต่รับรู้เท่านั้น เ้าไม่ต้องยุ่ง”