ยามเช้าที่สดใสในโรงเตี๊ยมเมฆาเคลิ้ม หลี่ิ บิดี้เีอยู่บนเตียงไม้พลางเปิดระบบลงชื่อประจำวัน หลังจากที่เขาลงชื่อสะสมมาหลายวันใน่ที่เย่ฟานฝึกวิชา 6 รูปแบบ เขาก็ได้รับไอเทมและทักษะที่น่าสนใจมาประดับคลังแสงของเขามากมาย และวันนี้คือวันที่เขาตัดสินใจจะมอบ "ของเล่นใหม่" ให้กับศิษย์ของเขา
"เย่ฟาน แม่นางหลิว มานี่หน่อยสิ" หลี่ิเรียกทั้งสองคนด้วยน้ำเสียงเนือย ๆ
เมื่อทั้งคู่เดินเข้ามา หลี่ิก็หยิบดาบเล่มหนึ่งออกมาจากความว่างเปล่า มันคือ ดาบคาตานะ ที่มีฝักดาบสีดำสนิท ลวดลายบนฝักเรียบง่ายแต่ดูทรงพลัง ตัวดาบมีความโค้งมนที่สมบูรณ์แบบ แตกต่างจากกระบี่ตรงเล่มยาวของโลกนี้อย่างสิ้นเชิง
"เย่ฟาน ดาบนี่ชื่อว่า 'นิรันดร์มืด' มันเป็ดาบที่สร้างมาเพื่อฆ่า ไม่ใช่เพื่อประดับบารมี" หลี่ิส่งดาบให้เย่ฟาน "และเพื่อให้เ้าใช้มันได้เต็มที่ ข้าจะมอบวิธีฝึกพลังที่เรียกว่า 'เกราะจิตตานุภาพ' (ฮาคิเกราะ) และ 'เนตรส่องสถิต' (ฮาคิสังเกต) ให้"
หลี่ิใช้นิ้วชี้จิ้มไปที่หน้าผากของเย่ฟานเหมือนเดิม พริบตาเดียว ข้อมูลการดึงเอาพลังแฝงในจิติญญามาเคลือบเป็เกราะสีดำและการแผ่ขยายประสาทััก็ไหลเข้าสู่สมองของเย่ฟาน เย่ฟานรับดาบมาด้วยความเลื่อมใส เขาเปลี่ยนวิธีสะพายดาบทันที จากเดิมที่เคยสะพายกระบี่ไว้กลางหลังอย่างสง่างามตามแบบฉบับศิษย์สำนักใหญ่ เขาเปลี่ยนมาสะพายคาตานะไว้ที่เอวซ้ายในองศาที่เฉียงเล็กน้อย เป็ท่วงท่าที่พร้อมจะชักดาบออกมาปลิดชีพศัตรูในเสี้ยววินาที
หลิวรั่วเฉิน เห็นดังนั้นก็ตาดุกว่าเดิม นางรีบเดินเข้าไปหาหลี่ิทันที "พี่หลี่! ท่านจะใจร้ายเกินไปแล้วนะ มอบทั้งดาบดี ๆ ทั้งวิชาใหม่ให้เย่ฟาน ข้าก็อยากได้ 'เกราะจิตตานุภาพ' อะไรนั่นเหมือนกันนะเ้าคะ!"
หลี่ิถอนหายใจ "แม่นางหลิว เ้ามีกระบี่คู่ใจที่ถนัดมืออยู่แล้ว ข้าเลยไม่ได้มอบดาบให้ แต่ถ้าเ้าอยากได้วิชาเกราะจิตตานุภาพ... ข้าจะให้ก็ได้"
หลี่ิจิ้มหน้าผากหลิวรั่วเฉินเช่นกัน ข้อมูลการใช้ฮาคิไหลเข้าสู่ร่างของนาง "วิชานี้จะช่วยเสริมพลังป้องกันและพลังโจมตีให้กระบี่ของเ้าได้มหาศาล แต่วิธีใช้น่ะต้องฝึกเอาเองนะ" หลิวรั่วเฉินยิ้มออกในที่สุด
"เอาล่ะ... ข้าตัดสินใจแล้ว" หลี่ิพูดขึ้นพลางบิดี้เี "เราจะไปเมืองหลวงกัน ข้าเบื่อเมืองจินไห่นี่แล้ว อาหารที่นี่ข้ากินครบหมดทุกร้านจนจำรสชาติได้หมดแล้ว ไปหาอะไรใหม่ ๆ กินที่เมืองหลวงดีกว่า"
"แต่ก่อนจะไป..." แววตาของหลี่ิเปลี่ยนจากความี้เีเป็ความเ็า "ข้ามีบัญชีที่ต้องสะสางกับพวกที่ทำให้ข้าเสียเวลานอนมาหลายวัน ข้าปล่อยพวกมันไว้เฉย ๆ มานานเกินไปแล้ว"
หลี่ินึกถึงเหล่าผู้นำ 3 ตระกูลใหญ่ ที่ใช้เงินอำนาจมืดตามล่าเขาอย่างไม่ลดละ แม่ทัพไป๋เหลียน ที่บ้าอำนาจ และ ผู้พิพากษา ที่คอรัปชั่นจนน่าเกลียด คนพวกนี้คือขยะที่ขวางทางพักร้อนของเขา
หลี่ิเดินออกไปกลางลานกว้าง ทันใดนั้นร่างของเขาก็ลอยขึ้นสู่สรวง์อย่างช้า ๆ ด้วยพลัง ผลแรงโน้มถ่วง ที่เขาเคยมานาน เขาแผ่ขยาย "เนตรส่องสถิต" (ฮาคิสังเกต) ระดับสูงสุดครอบคลุมไปทั่วทั้งเมือง พริบตาเดียว ตำแหน่งของเป้าหมายทุกคนก็ปรากฏชัดในโสตประสาท
"ข้าเคยแสดงพลังดึงดูดไปแล้วครั้งหนึ่งตอนจัดการพวกนักฆ่า..." หลี่ิพึมพำพลางนึกถึงเหตุการณ์ในตอนที่ 8 "แต่คราวนี้... ข้าจะให้พวกเ้าเห็นว่าแรงโน้มถ่วงที่แท้จริง มันสามารถลากสิ่งที่อยู่เหนือหัวพวกเ้าลงมาได้มากแค่ไหน"
เขาหยิบดาบไม้ขึ้นมาตั้งท่า พลังแรงโน้มถ่วงสีม่วงวนรอบตัวดาบอย่างเข้มข้น ก่อนจะตวัดขึ้นสู่ท้องฟ้าเบื้องบนเพื่อส่งแรงกระตุ้นมหาศาลไปดึงเอาวัตถุจากนอกชั้นบรรยากาศลงมาตามความปรารถนาของเขา
ท้องฟ้าที่เคยสดใสพลันมืดครึ้มลงอย่างกะทันหัน เมฆหมุนวนเป็เกลียวคลื่นขนาดมหึมา ทันใดนั้น เสียงเสียดสีของชั้นบรรยากาศก็ดังสนั่นหวั่นไหวจนหูแทบดับ แสงสีแดงฉานพุ่งทะลุหมู่เมฆลงมา มันคือ อุกกาบาตั์ นับสิบลูกที่ถูกเรียกสัญชาตญาณมาจากนอกโลก!
"นั่นมันอะไรกัน! วันสิ้นโลกรึ!" ชาวเมืองจินไห่ต่างล้มฟุบลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว บางคนร้องไห้คร่ำครวญคิดว่าเทพเ้าลงทัณฑ์
หลี่ิบังคับทิศทางอุกกาบาตเ่าั้อย่างแม่นยำ อุกกาบาตลูกแรกพุ่งเข้าถล่มจวนของตระกูลหวังจนราบเป็หน้ากลอง ลูกต่อมาถล่มใส่ศาลเมืองจินไห่จนผู้พิพากษาหน้าเืยังไม่ทันได้ร้องขอชีวิต และลูกใหญ่ที่สุดพุ่งตรงไปยังค่ายทหารที่ไป๋เหลียนอยู่
ตู้มมมมมมมมมมมม!
แรงสั่นะเืทำเอาเมืองจินไห่สั่นไหวราวกับแผ่นดินไหวระดับรุนแรง ควันไฟและฝุ่นละอองพุ่งสูงเสียดฟ้า ทว่าสิ่งที่น่ามหัศจรรย์คือ อุกกาบาตเ่าั้ทำลายเพียงเป้าหมายที่หลี่ิกำหนดไว้เท่านั้น บ้านเรือนของชาวบ้านธรรมดาที่อยู่ถัดไปเพียงไม่กี่วา กลับไม่ได้รับความเสียหายแม้แต่น้อย
หลี่ิร่อนลงสู่พื้นดินอย่างนุ่มนวลท่ามกลางฝุ่นละอองที่เริ่มจางลง เขาเก็บดาบไม้เข้าที่เดิมแล้วหันไปหาเย่ฟานและหลิวรั่วเฉินที่ยืนอ้าปากค้างอยู่
"เอาล่ะ... ล้างจาน เอ้ย ล้างบัญชีเสร็จแล้ว ไปกันเถอะ ก่อนที่ทหารที่เหลือจะตื่นจากความใ" หลี่ิเดินนำออกไปทางประตูเมืองอย่างสบายใจ
เย่ฟานมองไปยังซากปรักหักพังของศัตรูที่เคยยิ่งใหญ่ในเมืองนี้ แล้วหันมามองแผ่นหลังของอาจารย์ด้วยความยำเกรงเกินบรรยาย "นี่คือพลังของอาจารย์... พลังที่สามารถเรียก์ลงมาถล่มปฐีได้"
ส่วนหลิวรั่วเฉินนั้นได้แต่เดินตามไปพลางพึมพำ "วิดพื้น 100 ครั้งมันทำได้ขนาดนี้จริง ๆ รึเนี่ย... ข้าต้องกลับไปตั้งใจวิดพื้นบ้างแล้ว!"
ทั้งสามคนเดินลับหายไปจากประตูเมืองจินไห่ ทิ้งไว้เพียงตำนาน "มหาอุกกาบาตลงทัณฑ์" และจุดจบของเหล่าขุนนางกังฉิน มุ่งหน้าสู่เมืองหลวงเพื่อร่วมงานประลองยุทธ์ที่จะสั่นะเืไปทั้งแคว้นจ้าว