โครตพลังดวงตาเทพเจ้า

    ตอนที่ 12 ไม่มีบุญคุณและความแค้นมีแค่เหตุและผล

    ตอนที่ 12 ไม่มีบุญคุณและความแค้นมีแค่เหตุและผล 《วัชรปรัชญาปารมิตาสูตร》 แม้ว่าเซิงห่าวจะมีทักษะการสแกนและมีการประเมินของระบบศูนย์กลางค่อยช่วยเหลือ สามารถที่จะค้นพบสมบัติที่ถูกซ้อนไว้ด้วยกลไกภายในจานเคลือบได้ แต่ว่าสำหรับการประเมินวัตถุลายคลาม เขาก็สู้ฉีเจาไม่ได้อยู่ดี หลังจากที่ฉีเจาได้เห็นใบลานแผ่นนั้น เขาก็เข้าใจได้ทันทีว่าตัวอักษรภาษาสันสกฤตสีทองที่เขียนไว้บพระคัมภีร์คืออะไร “นี่คือวัชรปรัชญาปารมิตาสูตรของพระกุมารชีวะนี่! ฉันจำได้ว่าในหนังสือโบราณมีบันทึกไว้ว่าอารามเส้าหลินใต้มีพระสูตรเขียนบนใบลานหนึ่งแผ่น ต่อมาได้หายไปเพราะไฟของสงคราม จานเคลือบใบนี้เป็นผลงานช่างฝืมือเครื่องเคลือบของกั๋งฉวนอย่างแน่นอน ฉันคาดเดาว่าพระสูตรใบลานแผ่นนี้จะต้องเป็นแผ่นที่สูญหายไปจากวัดเส้าหลินตอนใต้แน่นอน!” ฉีเจาอนุมานผ่านงานฝีมือของจานเคลือบ ทำให้นึกถึงบันทึกของหนังสือโบราณ เมื่อสันนิษฐานถึงแหล่งที่มาของพระสูตรใบลานนี้แล้ว นี่ยิ่งเป็นการยืนยันถึงมูลค่าของพระสูตรใบลานนี้ แน่นอนว่านี่เป็นเพียงแค่การวินิจฉัยเบื่องต้นของเขาเท่านั้น โดยเฉพาะเรื่องที่ว่าของชิ้นนี้เป็นสิ่งที่สูญหายไปจากวัดเส้าหลินตอนใต้จริงหรือไม่นั้น ยังคงต้องได้รับการวิจัยอย่างพิถีพิถันถึงจะรู้ได้ แต่กระนั้นพระสูตรใบลานนี้จะต้องมีมูลค่าไม่ใช่แค่ 30,000 หยวนอย่างไม่ต้องสงสัยเป็นแน่ “ศิษย์น้องเก้า! เธอเก็บรูรั่วขนาดใหญ่ได้อีกแล้วสิ!” ฉีเจาพูดอย่างประหลาดใจครั้งแล้วครั้งเล่า “ฉันบอกแล้วว่าลูกศิษย์ที่สอนโดยอาจารย์ ไม่มีทางที่จะด้อยกว่าอยู่แล้วแน่นอน! กว่าผู้เชี่ยวชาญที่ขโมยชื่อเสียงเที่ยวแอบอ้างหลอกลวงคนอื่นพวกนั้นอีก  ประโยคสุดท้ายของเขานั้นเขาตั้งใจพูดให้เจียงรุ่ยฟัง แม้ว่าเจียงรุ่ยจะยืนอยู่ไม่ไกลประตูเท่าไรนัก แต่ด้วยคนจำนวนมากทำให้เขาไม่เห็นลักษณะของพระสูตรใบลานนั้น แต่เขาก็เชื่อในสายตาของฉีเจาว่าคงมองส่วนนี้ไม่ผิด แม้ว่าระหว่างพวกเขาจะขัดตากันและกัน แต่ทว่าสำหรับจรรยาบรรณวิชาชีพของอีกฝั่งก็ยังคงเชื่อซึ่งกันและกันอยู่ ความจริงแล้วเรื่องในวันนี้ เมื่อตอนที่กลไกถูกเปิดออก ก็ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงอีกแล้ว ของสะสมที่แน่นหนาขนาดนี้ มูลค่าเริ่มต้นจะแย่ไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว...... อารมณ์ของเจียงรุ่ยในตอนนี้ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถเดาได้ เพียงแต่มองไปยังใบหน้าที่ไร้อารมณ์ของเขา และการจากไปอย่างเงียบๆก็สามารถอธิบายปัญหาได้แล้ว ตำนานที่มีสีสันของเรื่องราวในวงการวัตถุลายคราม สามารถมีได้ในทุกๆวัน ใช้เวลาเพียงไม่นานก็สามารถเป็นที่รู้จักของทุกคนได้อย่างแน่นอน ยังดีหน่อยที่ฉีเจากล่าวได้ไว้ว่า ถึงอย่างไรก็ตามเซิงห่าวก็เป็นน้องเล็กที่อยู่สำนักเดียวกับเขา เรื่องแบบนี้ต้องได้รับประโยคร่วมกันอยู่แล้ว แต่เจียงรุ่ยนั้นกลับไม่เหมือนกัน! เขาคือคนที่พึ่งจะเป็นดาวรุ่งที่โด่ดเด่นหลังจากการประชุมนักประเมินวัตถุลายคราม เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนักประเมินที่มีชื่อเสียง แต่กลับถูกเด็กที่ยังอายุไม่ถึง20ปีเต็มคนหนึ่งหยิบของไปต่อหน้าต่อตาเขา เขายังคงตกตะลึงที่มองมันไม่ออก นี่ก็มีความหมายไม่ต่างอะไรไปจากการถูกตบหน้าดัง"เพี๊ยะๆ"แล้ว! เมื่อเจียงรุ่ยเดินออกจากหยกเลิศบำเหน็จในตอนนั้นเขารู้สึกได้ถึงความร้อนที่แผ่ซ่านไปทั่วแก้มทั้งสองข้างนั้น วันนี้เป็นครั้งแรกที่ทำการซื้อขาย ก็ได้พบกับรูรั่วขนาดใหญ่ เซิ่งห่าวเตรียมที่นำพระสูตรใบลานนี้กลับบ้านไปเพื่อให้อาจารย์โฮวดูอย่างเบิกบานใจ แต่เขาพึ่งเดินมาถึงทางแยก ก็ต้องหยุดเดินไปครู่หนึ่ง เบื้องหน้าของเขาปรากฎชายเตี้ยม่อต้อที่มีใบหน้าดุร้ายคนหนึ่ง คนพวกนั้นสวมเสื้อยืดสีดำคนละตัว กล้ามเนื้อที่ตึงเกินไปนั้นเหมือนกับหมั่นโถวก้อนเล็กๆก้อนหนึ่ง บนแขนทั้งสองข้างมีรอยสักมังกรฟ้าและพยัคฆ์ขาว ดูก็รู้แล้วว่าไม่ใช่คนดี นอกจากเขาแล้วก็ยังมีชายร่างสูงใหญ่ที่มีลักษณะอันธพาลอีกสองคน พวกนั้นยืนอยู่ด้านหลังของเขา และเซิงห่าวก็ยังได้ยินเสียงฝีเท้าของชายอีกสองคนที่อยู่ข้างหลัง แม้จะไม่ได้หันไปมอง แต่เขาก็มั่นใจมากเพราะจากการวินิจฉัยเสียงของฝีเท้าก็รู้แล้วว่าอีกฝ่ายนั้นไม่ได้มาดีแน่นอน ทั้งห้าคนนั้นยืนล้อมรอบเขาไว้ทั้งหน้าหลังและซ้ายขวา ส่วนเซิงห่าวก็ยืนอยู่ตรงกลางวง เขา มองอย่างเย็นชาไปที่ชายที่มีใบหน้าดุร้ายด้านหน้า เห็นได้ชัดว่าชายคนนั้นคือหัวหน้าของพวกเขา ดูเหมือนว่าก่อนที่เขาจะสั่งการ คนทั้งสี่รอบตัวเขาจะไม่ลงมือกับเซิงห่าว “แกคือเซิงห่าวใช่ไหม!” ชายหน้าดุร้ายคนนั้นมองเซิ่งห่าวอย่างชั่วร้าย เซิงห่าวพยักหน้าอย่างเยือกเย็นแล้วถามไปว่า: "แกคือใคร! มาหาฉันคิดจะทำอะไร?" "ทำอะไรเหรอ?" ชายหน้าดุร้ายคนนั้นกัดฟันแล้วพูดอย่างไม่พอใจ “ฉันชื่อตู้เหวินหู่ ตู้เถิงคือน้องชายฉัน แกตีเขาจนขาพับไปทั้งสองข้าง แกคิดว่าฉันจะอยากทำอะไรล่ะ?” พี่ชายของตู้เถิง! เมื่อตู้เหวินหู่เริ่มพูดออกมา เซิงห่าวก็เข้าใจในทันที เขาคิดจะแก้แค้นแทนตู้เถิง! ตู้เถิงมีพี่ชายที่เป็นอันธพาลอยู่คนหนึ่ง เรื่องนี้คนที่โรงเรียนมัธยมสื่ออู่ส่วนใหญ่ต่างก็รู้กันดี ที่ตู้เถิงกล้าวางอำนาจในโรงเรียนเหตุผลหลักก็เป็นเพราะว่าคนคนนี้คอยหนุนหลังให้ อันธพาลพวกนี้ แม้ว่าจะดูเหมือนต่ำต้อย แต่พวกเขาก็โหดเหี้ยม ปกติแล้วใครอยากจะตอแยด้วยกันละ! ตู้เหวินหู่จ้องมองไปที่เซิงห่าว  ภายในใจนั้นก็มีความรู้สึกที่หลากหลาย พ่อแม่ของเขานั้นเสียชีวิตก่อนวัยอันควร เพื่อที่จะเลี้ยงดูน้องชายของเขา ต้องออกจากโรงเรียนกลางคันและไปติดตามเจ้านาย เพียงเพื่อที่จะปูทางที่มีอนาคตให้กับน้องชาย ตู้เถิงนั้นเรียนไม่เก่ง แต่เขาก็มีความเชี่ยวชาญทางด้านกีฬา เดิมทีเขาได้รับโอกาสในการทดสอบเพื่อเข้ากับทีมเยาวชนที่สองของสโมสรไฮ่โจวตะวันออก  ขาทั้งสองข้างของเขาถูกตีจนพับไป ในส่วนข้อต่อที่สำคัญ หมอได้ทำการยืนยันมาแล้วว่าสามารถฟื้นฟูสมรรถภาพในการเดินของเขาได้ แต่ถ้าต้องการที่จะกลับเล่นบาสต่อนั้นมันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้  ความหวังทั้งหมดของเขา อนาคตของน้องชายก็พังพินาศไปแล้ว จะให้เขาสามารถกล้ำกลืนความโกรธนี้เข้าไปได้อย่างไรกัน เรื่องที่ตู้เถิงได้ทำไว้กับเซิงห่าวนั้น เขาเองก็รู้เรื่องนี้ แม้ว่าเขาก็จะรู้สึกว่าสิ่งที่ตู้เถิงทำนั้นมันมากเกินไปหน่อย แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่ใช่ญาติของตัวเอง ตามความคิดของเขาหากครอบครัวของเซิงห่าวมาหาถึงที่ อย่างมากที่สุดก็แค่ให้เงินชดใช้ไปสักเล็กน้อย แต่ไม่คาดคิดว่าที่เขาไม่ได้เอาเรื่องนี้มาใส่ใจ จะทำให้หลังจากที่เซิงห่าวที่ออกมาจากโรงพยาบาลแล้วกลับมาหักขาทั้งสองข้างของตู้เถิง สำหรับการคุกคามของตู้เหวินหู่ เซิงห่าวไม่เกรงกลัวเลยสักนิดเดียว เขายิ้มเยาะแล้วพูดว่า : “ตู้เถิงก็สมควรได้รับกรรมนั้น เขายังติดหนี้ฉันอีก200,000หยวน คุณอยากจะคืนเงินแทนเขาไหมล่ะ?” “คืนเงินกับแม่แกน่ะสิ! หักมือและเท้าของมันมาให้ฉัน แล้วก็ควักลูกตาคู่นั้นของมันมาด้วย.....” เสียงของตู้เหวินหู่พึ่งจะจบลง แต่เซิงห่าวกลับชิงลงมือเสียก่อนแล้ว เขาหมุ่นตัวเตะอย่างรวดเร็วไปหนึ่งที มีการเชื่อมต่อเท้าทั้งสี่ในกระบวนการหมุ่นตัวของร่างกาย คำพูดของตู้เหวินหู่ยังไม่ทันจบ อันธพาลมีฝีมือทั้งสี่คนที่เขาพามาด้วยนั้นต่างคนต่างลอยออกไปแล้ว เมื่อตู้เหวินหู่ได้เห็นฉากนี้แล้วก็อ้าปากค้างด้วยความตื่นตะลึง เขายังไม่ทันที่จะได้ตอบสนอง เซิงห่าวก็กระโดดมาอยู่ตรงหน้าของเขาแล้ว “เอ่อ.......” ร่างกายที่หนักกว่า200จิน(100กิโล)ของตู้เหวินหู่ได้ถูกเซิงห่าวยกขึ้นมาจากพื้นโดยตรง มือของเซิงห่าวข้างหนึ่งจับอยู่ที่ลำคอของเขา แล้วดันขึ้นมา ทำให้เท้าทั้งสองข้างของตู้เหวินหู่มีเพียงปลายเท้าของเขาเท่านั้นที่แตะพื้นได้ “ฉันรู้ว่าตู้เถิงมีพี่ชายที่เป็นอันธพาลอยู่คนหนึ่ง และฉันก็รู้ว่าแกมีชื่อเสียงอยู่พอสมควรที่ไฮ่โจวนี่ มีพี่น้องที่อยู่ใต้บังคับบัญชามากมาย แต่แกอย่าลืมละ ในหมู่อันธพาลก็มีกฎเช่นกัน! ไม่มีบุญคุณและความแค้นมีแค่เหตุและผล เพื่อเงินแค่2,000หยวน ตู้เถิงถึงกับทำลายตาของฉัน  ฉันต้องการขาทั้งสองข้างของเขา พูดอย่างนี้แล้วมีตรงไหนที่ทำเกินไปกัน และฉันยังมีหนังสือการเป็นลูกหนี้ที่เขาเป็นคนเขียนขึ้นอีก แกกลับไปบอกเขา เว้นเสียแต่ว่าเขาและแกตายไปแล้ว มิฉะนั้นบัญชีนี้มันจะถูกฉันเก็บไว้ที่นี่ตลอด ไป” เมื่อเห็นใบหน้าของตู้เหวินหู่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วงเนื่องจากขาดออกซิเจน เซิงห่าวก็กล่าวอย่างน่ากลัวและเย็นชา สายตาที่เย็นชาของเขา ทำให้ตู้เหวินหู่ราวกับได้เห็นความตายคืบคลานเข้ามาหาเขาสองคนพี่น้องทีละก้าว ผ่านไปครู่หนึ่ง เมื่อตู้เหวินหู่ได้ยินเสียงถอนหายใจของยมทูต อากาศบริสุทธิ์ก็พุ่งเข้าสู่ปอดของเขา จนเป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการไออย่างรุนแรง เมื่ออันธพาลไม่กี่คนที่ถูกเตะไปกำลังเตรียมที่จะปีนมาช่วยเขา ทันใดนั้นก็ได้มองไปเห็นแอ่งของเหลวสีเหลืองที่อยู่บนพื้น....