เกิดใหม่ครั้งนี้ขอเป็นสตรีไร้คุณธรรม [จบ]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 72 รถคว่ำ

            “พี่ชาย ท่านจะไปที่ใด?”

            แขนขาน้อยๆ ไฉนจะวิ่งทันเด็กหนุ่ม แม้เยี่ยนเจาเจาจะสาวเท้าเร็วแค่ไหนก็ตามหนานหมิงเหอที่ตัวสูงขายาวไม่ทันอยู่ดี

            เจียงเหยียนตามเยี่ยนเจาเจาอยู่ห่างๆราวกับตั๊กแตนตามจับจักจั่น [1] ไม่เดือดเนื้อร้อนใจ

            เมื่อเยี่ยนเจาเจามองไม่เห็นร่างของหนานหมิงเหออีกต่อไป นางจึงได้หยุดและกระทืบเท้าด้วยความโกรธ“พี่ชาย เหตุใดจึงวิ่งเร็วเช่นนี้!”

            แต่ชั่วจังหวะนี้เองที่เยี่ยนเจาเจาตระหนักได้ว่านางออกห่างจากฝูงชนแล้วเสียงดังจอแจถูกนางทิ้งไว้ข้างหลัง กลุ่มคนต่างล้อมปริศนาโคมไฟอยู่ทางโน้นรอบกายเหลือเพียงไม่กี่คนเท่านั้น

            รอบบริเวณเสมือนเป็นลานโล่งมืดมิด แยกไม่ออกว่าที่ใดเป็นที่ใดกระทั่งทางมายังหาไม่พบ

            เด็กน้อยหวั่นวิตกอย่างสมบูรณ์ นางถอดหน้ากากของตนเองออกใบหน้าราวกับกำลังจะร้องไห้ หันซ้ายหันขวา“พี่ชายท่านไปไหนแล้ว?”

            มีเพียงเสียงสะท้อนก้องตอบนางกลับมา

            เสียงสะท้อนนี้ทำให้นางรู้สึกหวาดกลัว เด็กน้อยยังคงเป็นเด็กน้อยอยู่วันยังค่ำน้ำตาพลันไหลลงมา แลดูน่าสงสาร

            “อย่าร้อง ข้ารู้ว่าพี่ชายเจ้าอยู่ที่ใดข้าพาเจ้าไปดีหรือไม่?”

            เจียงเหยียนเดินเข้ามาหานาง

            น้ำเสียงเขายังคงสุภาพอ่อนโยนราวกับแฝงความจนปัญญาเล็กน้อยระคนล่อลวง

            เยี่ยนเจาเจาพยักหน้าอย่างขอไปทีเจียงเหยียดกอดเยี่ยนเจาเจาไว้ในอ้อมแขน หลังจากอุ้มนางขึ้นมาก็เดินผ่านเข้าไปในตรอกแคบๆ อย่างคุ้นเคย

            เงาดำประปรายพาดผ่านไปมาด้านหลัง เป็นวัวเทียมเกวียนบรรทุกฟืนหลายชั้นที่ควบมาเสียงดังครืดคราดปิดเส้นทางเข้าตรอกอย่างแน่นหนา

            อาจเป็นเพราะแม่นางน้อยกำลังตื่นกลัวแขนทั้งสองจึงกำคอเสื้อเจียงเหยียนแน่น และมุดศีรษะเข้าไปบนไหล่เขาเจียงเหยียนรู้สึกได้ถึงความชื้นจางๆ ทะลุผ่านอาภรณ์ผ้าไหมแท้หลายชั้น

            เด็กน้อยช่างขี้แยเสียจริง

            ท่ามกลางความมืด มองเห็นสีหน้าเจียงเหยียนไม่ชัดทว่าเสียงลมหายใจหนักหน่วงก็เปิดโปงความรู้สึกนึกคิดของเขาแล้ว

            เขาสัมผัสได้เพียงกลิ่นหวานหอมหยาดเยิ้มที่โชยออกมาจากร่างเยี่ยนเจาเจาซึ่งเป็นกลิ่นที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน

            เจียงเหยียนอุ้มเยี่ยนเจาเจามาข้างลานเล็กๆที่แง้มประตูเรือนไว้ครึ่งหนึ่งอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะถีบประตูเปิดออก

            “ดูสิ นั่นไม่ใช่พี่ชายของเจ้าหรือ?”

            คนที่ยืนอยู่ตรงกลางลานเรือนเป็นหนานหมิงเหอจริงๆ

            เขาสวมชุดผ้าไหมสีเดียวกับของเยี่ยนเจาเจาพัดจีบสีหยกในมือที่ไม่รู้ว่ากำไว้ตั้งแต่เมื่อไร กำลังเคาะลงบนฝ่ามือตนเองเบาๆ

            “พี่ชาย!”

            เยี่ยนเจาเจาหัวเราะทั้งน้ำตา

            แต่นางกลับพบว่าตนเองดิ้นหลุดออกจากแขนของเจียงเหยียนไม่ได้

            “คุณชายเจียง?”

            เยี่ยนเจาเจาหันตัวกลับไปมองเจียงเหยียนด้วยความตกใจทั้งที่ยังสะอึกสะอื้นดวงตากลมโตสั่นเครือเปื้อนคราบน้ำตา

            “เจ้าเห็นชัดเจนแล้ว นั่นคือพี่ชายเจ้าใช่หรือไม่?”

            อาจเพราะความปรารถนากำลังจะเป็นจริงเจียงเหยียนจึงปล่อยเยี่ยนเจาเจาออกจากอ้อนแขนอย่างใจดี

            เยี่ยนเจาเจาขมวดคิ้วจ้องคนเบื้องหน้าแล้วสังเกตอย่างระมัดระวัง เป็นพี่ชายรองของตนเองตั้งแต่หัวจรดเท้าจริงๆ

            “ฮ่วนซิน วันนี้เจ้าปลอมตัวได้ไม่เลวกลับไปจะตกรางวัลให้เจ้าอย่างงาม!”

            ในที่สุดเจียงเหยียนก็กระชากหน้ากากสุภาพชนบนใบหน้าออกเขาหัวเราะไปสองคำรบ พยายามจะดึงเยี่ยนเจาเจาเข้าสู่อ้อมอกตน

            “หน้ากากผิวหนังมนุษย์ของเจ้าเหมือนจริงขึ้นทุกวันเยี่ยม เยี่ยมมาก!”

            “ใช่หรือไม่เล่า”

            หนานหมิงเหอสะบัดมือเก็บพัดหยก เสียงดัง “ฟึบ” ทันใดนั้นเจียงเหยียนก็รู้สึกว่าข้อมือที่ยื่นไปหาเยี่ยนเจาเจาเจ็บแปลบจึงหดมือกลับมาทันที

            หนานหมิงเหอก้าวเข้ามาสองก้าว แล้วดึงเยี่ยนเจาเจาไปไว้ด้านหลังของตนอย่างนุ่มนวลริมฝีปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย “คุณชายรองเจียงรบกวนท่านดูแลน้องเล็กของข้า แต่เกรงว่าท่านจะจำคนผิดแล้ว”

            น้ำเสียงเขาราบเรียบเยือกเย็น รอยเย้ยหยันแทบจะตีแสกหน้า

            “คุณชายรองเจียง อายุยี่สิบเอ็ดปีเสเพลแต่กำเนิด ชื่นชอบการลวนลามเด็กสาว ทุกครั้งที่พบของถูกใจต้องพากลับไปด้วยใช่หรือไม่?”

            ดวงตาหนานหมิงเหอไร้อารมณ์อย่างสิ้นเชิงเขาเอ่ยวาจาเหล่านี้ออกมาทีละท่อน ราวกับกำลังท่องกวียอดเยี่ยมบทหนึ่งทว่าความเหยียดหยามเย้ยหยันสอดแทรกอยู่ในทุกคำพูดจนเจียงเหยียนสั่นระริกไปทั้งตัวอย่างอดไม่ได้

            เขาคัดลอกประวัติของเจียงเหยียนมาหมดเปลือก

            เยี่ยนเจาเจากลับยิ้มตาหยี

            “พี่ชาย จบแล้วหรือ?”

            “อืม”

            “พี่ชายสุดยอดจริงๆ”

            น้ำตาในดวงตาเยี่ยนเจาเจาหยุดไหลชะงัดความระแวงไร้เดียงสาบนดวงหน้าเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความสงบนิ่งผิดปกติแทบจะในทันที

            “อย่าพูดถึงมันเลย ฮ่วนซินอะไรนั่นแต่งหน้าพอใกล้เคียงอยู่ แต่พี่ชายรองของข้าสูงส่งโดดเด่น เขาหรือจะเลียนแบบได้? วาดเสือไม่เหมือน กลับคล้ายสุนัข [2]”

            ฉับพลันรอยยิ้มของเจียงเหยียนพลันแข็งค้าง

            สองคนนี้หมายความว่าอย่างไร?

            “ฮ่วนซิน ฮ่วนซิน!”

            เจียงเหยียนรู้สึกเริ่มปวดศีรษะ เขายกมือขึ้นนวดขมับที่ปวดตุบๆของตัวเองอย่างทนไม่ไหว พลางตะโกนเสียงดัง

            “นักแสดงชำนาญเลียนแบบหน้าตาที่เจ้าตามหากลัวจนกระโดดลงบ่อน้ำไปแล้ว”

            หนานหมิงเหอเหน็บพัดหยกที่ข้างเอวกอดเยี่ยนเจาเจาด้วยแขนข้างหนึ่ง และค่อยๆใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดคราบน้ำตาที่เพิ่งไหลอาบบนใบหน้านาง

            เจียงเหยียนตกใจ ถอยหลังไปสองก้าวสายตามองหนานหมิงเหอราวกับเห็นสัตว์ประหลาด

            อาจเพราะสติพร่ามัวไม่ชัดเจน ความหุนหันพลันแล่นที่ฝังลึกอยู่ในจิตใจคนเราจึงรุนแรงขึ้นเจียงเหยียนเกือบจะฉวยไหสุราที่วางระเกะระกะในลานเรือนขว้างใส่หนานหมิงเหอโดยไม่รู้ตัว

            หนานหมิงเหอโค้งเอวลงเล็กน้อย ไม่เงยหน้าขึ้นสักนิดแต่ปลายเท้ากลับสะบัดเบาๆ เตะเศษกระเบื้องบนพื้นที่แตกกระเด็นอย่างรุนแรงกระเบื้องแผ่นนั้นกระแทกลงกลางอกเจียงเหยียน

            ไม่ว่าเจียงเหยียนจะเหิมเกริมไร้ศีลธรรมเพียงใดก็เป็นแค่คุณชายคนหนึ่งจะรับแรงของหนานหมิงเหอไหวได้อย่างไร จึงโดนเศษกระเบื้องชนจนถอยหลังยาวหลายก้าวและเสียหลักล้มคะมำทันที

            คนมารยาททรามเมื่อครู่เลือนหายไปแล้ว เจียงเหยียนในเวลานี้จนตรอกสุดๆ

            ไม่รู้เป็นเพราะโลหิตพลุ่งพล่านจากการเคลื่อนไหวหรืออะไรเจียงเหยียนถึงรู้สึกเวียนหัวตาลายยิ่งกว่าเดิม

            ลำคอแห้งผาก ช่องท้องราวกับมีเพลิงลุกไหม้

            “น้องสาวกำลังรอเจ้าอยู่ที่เรือนเจ้าอยากกลับไปหานางหรือไม่?”

            หนานหมิงเหอเช็ดใบหน้าเยี่ยนเจาเจาจนสะอาด แล้วปรายตามองคนที่ล้มขดตัวบนพื้นอย่างไร้ปรานี

            เจียงเหยียนเริ่มหูอื้อ เขาได้ยินเสียงรอบตัวไม่ชัดเจนนักได้ยินเพียงเสียงหัวใจตนเต้นรัวเร็วขึ้นเรื่อยๆ

            ถ้าเขาเดาไม่ผิด เขาน่าจะถูกวางยาแล้ว และเวลานี้เองเจียงเหยียนถึงนึกขึ้นได้ว่าตอนเยี่ยนเจาเจาซบไหล่เขาร้องไห้

            เขารู้สึกว่าสาวน้อยมีกลิ่นหอมบนตัวนาง เกรงว่าจะเป็นกลิ่นนั่น!

            แต่ความคิดของเขาหยุดชะงักลงตรงนี้จากนั้นทั้งหมดก็ถูกกลืนหายไปกับเปลวเพลิงที่ลุกลามทั่วร่างกาย

            “หากเขายืนไม่ได้ ต่อให้ต้องลากก็ต้องเอาเขาเข้าไปในห้องนั้น”

            ไม่รู้ว่าหนานหมิงเหอพึมพำออกคำสั่งกับใคร หลังจากกล่าวจบเขาก็อุ้มเยี่ยนเจาเจาเดินออกไปโดยไม่หันกลับมา

            เยี่ยนเจาเจาเกาะไหล่หนานหมิงเหออย่างเบื่อหน่ายพยายามจะชะโงกหัวกลับไปมอง แต่หนานหมิงเหอปิดตาของนางไว้ “น่าดูมาก แต่อย่ามองดีกว่า”

            ความจริงเยี่ยนเจาเจายังไม่ทันได้รู้วิธีที่หนานหมิงเหอจัดการกับเจียงเหยียนก็สงสัยว่าหนานหมิงเหอออกคำสั่งกับใครยิ่งกว่า แต่หนานหมิงเหอไม่ยอมให้นางมองนางจึงได้ยินเพียงเสียงคนเดินในลานเรือน สลับกับเสียงครางต่ำอย่างเจ็บปวดของเจียงเหยียนเลือนราง

            จากนั้นประตูก็เปิดออก มีเสียงร้องครวญครางเช่นเดียวกันอยู่ข้างในแล้วปิดดัง “ปัง” ตามหลังเสียงทั้งสองพลันเงียบหายไปหลังประตู

            “พี่ชาย ข้าขอดูหน่อย”

            เยี่ยนเจาเจาจำต้องงัดลูกอ้อนของตนเองออกมา

            “ไม่ได้”

            สุดท้ายหนานหมิงเหอไม่เพียงปิดตานาง ยังกดตัวนางแนบหน้าลงกับแผ่นอกของตนเองห่อด้วยเสื้อคลุม ไม่ให้นางได้ยินเสียงใดชัดเจนอีก

            “ฮึ”

            เยี่ยนเจาเจาส่งเสียงฮึดฮัดสองครั้งอย่างประท้วงก่อนจับหนานหมิงเหอแน่น

            เยี่ยนเจาเจาไม่เอ่ยสิ่งใด หนานหมิงเหอย่อมรู้ว่านางกำลังงอน

            แต่เขามิอาจปล่อยให้แม่นางน้อยของเขาหูตาแปดเปื้อนเจียงเหยียนที่อยู่ในห้องชอบกระทำชำเราเด็กๆ และเจียงหมิ่นผู้เป็นน้องสาวมารดาเดียวกันของเขายิ่งเป็นสตรีบ้าบิ่นรักสนุก คลั่งไคล้เรื่องบนเตียงอย่างมาก

            เจียงหมิ่นชอบเด็กหนุ่มอายุน้อยกว่านางเหมือนพี่ชายของนาง

            นางชอบนายบำเรอเด็กก็แล้วไปเถอะ นี่ดันชอบใช้ของวิตถารเช่นพวกแซ่หนัง โซ่ตรวนหรือกุญแจมือบนเตียงด้วย จนแม้แต่หอนางโลมขึ้นชื่ออย่างหอหนานเฟิงในซูโจวก็ยังไม่ยินดีต้อนรับแขกเช่นนาง

            ช่วงนางสำราญ เด็กหนุ่มน่าสงสารเหล่านั้นมักจะโดนทรมานจนฟกช้ำดำเขียวไปทั้งตัวจนขาดใจตายในวันถัดมา

            ยามที่ทั้งสองโดนเบียดจนแยกจากกันก่อนหน้านี้แล้วเยี่ยนเจาเจาปล่อยมือก่อน หนานหมิงเหอก็เข้าใจแล้วว่านางจะสื่ออะไรเขาให้คนไปสืบว่าคนจากสกุลเจียงทั้งสองมีประวัติความเป็นมาอย่างไรตั้งแต่ที่พวกเขายังอยู่บนรถม้าชั่วขณะที่โดนเยี่ยนเจาเจาทิ้งเอาไว้ เขาจึงกลับไปหาแหล่งข่าวของตนเองทันที

            เรื่องของสองคนนี้สืบได้ง่ายมาก

            เจียงเหยียนและเจียงหมิ่นเป็นบุตรสกุลเจียง คหบดีในซูโจวมารดาพวกเขาจากไปนานแล้ว ส่วนบิดาก็ยุ่งกับธุรกิจการค้าจึงไม่เคยใส่ใจดูแลบุตรตนเอง ไม่น่าแปลกใจที่สองคนนี้จะกลายเป็นคนวิกลจริต

            ไม่มีใครในเมืองซูโจวไม่รู้ว่าเจียงเหยียนชอบเด็ก

            แม้ทางซูโจวมีกฎสำหรับสตรีค่อนข้างมาก และฐานะสตรีก็ไม่ได้สูงส่งเท่าเมืองเซียงเฉิงเจียงหมิ่นกลับเป็นสตรีที่ไม่ไยดีชื่อเสียง สนใจแต่เสพความสุขของตนเอง

            สองพี่ชายน้องสาวรังแกบุรุษ ข่มเหงสตรีถูกใจใครคนเหล่านั้นก็ยากจะหนีเงื้อมมือพ้น ประกอบกับมีทั้งเงินและอำนาจ จึงหาคนฐานะต่ำต้อยมาเล่นด้วยได้ง่ายดายราวพลิกฝ่ามือดังนั้นพวกเขาทั้งสองนอกจากรูปลักษณ์อันโดดเด่นที่ได้รับมาจากบิดามารดาชื่อเสียงจึงแทบจะเรียกได้ว่าฉาวโฉ่

            หนานหมิงเหอรู้ในทันทีที่ได้รับข่าวแล้วว่า นายหญิงใหญ่น่าจะตั้งใจส่งพวกเขาให้เจียงเหยียนและเจียงหมิ่น

            จะว่าอย่างไรดี?

            นายหญิงใหญ่ประเมินพวกเขาไว้สูงทีเดียวและดูถูกพวกเขาเกินไปเหมือนกัน นางจัดการไม่ได้ในครั้งสองครั้งก็ใช้วิธีการที่ชั่วร้ายเช่นนี้แล้ว

            เป็นไปไม่ได้ที่นายหญิงใหญ่จะติดต่อเจียงเหยียนก่อนด้วยนิสัยนาง อย่างมากคงส่งคนไปแอบแจ้งข่าวบางอย่างพอตรวจสอบย่อมไม่เหลือหลักฐานให้ซัดทอด

            พี่ชายน้องสาวจากสกุลหยวนที่ยังไม่ถูกบันทึกในผังตระกูลไม่เป็นที่ชื่นชอบของบ้านใหญ่ ไร้บิดามารดา เกิดมาหน้าตางามลออเกรงว่าในสายตาเจียงเหยียนและเจียงหมิ่น พวกเขาก็คือซาลาเปานุ่มที่บิกินได้ง่ายสุดๆ

            ดึงดูดคนสกุลเจียงสองคนนี้ให้สนใจพวกเขาช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการลงมือก็คือเทศกาลโคมไฟช่วงไหว้พระจันทร์ ยามที่ผู้คนคับคั่งเช่นนี้

            หากเยี่ยนเจาเจาและหนานหมิงเหอเป็นหยวนชิงชิวและหยวนชิงจ้าวที่มามือเปล่าไร้ทางตอบโต้จริงๆเมื่อเผชิญหน้าสองพี่น้องสกุลเจียงสารพัดพิษ จุดจบจะน่าเวทนาขนาดไหนกัน?

            คนร่างกายอ่อนแอผอมแห้งอย่างหนานหมิงเหอจะรอดหรือไม่ล้วนบอกยากส่วนเด็กบริสุทธิ์บอบบางอย่างเยี่ยนเจาเจาโดนย่ำยีชั่วข้ามคืนอนาคตคงจะลำบากมากไม่ต่างกัน

            หากกระทำสำเร็จหยวนชิงชิวและหยวนชิงจ้าวก็จะถูกทำลายโดยสมบูรณ์และนางจะได้เฝ้ามองบุตรชายใช้ชีวิตอย่างไร้กังวลต่อไป แม้โอกาสล้มเหลวจะต่ำเตี้ยเรี่ยดินอย่างไรก็กระทบมาไม่ถึงนางอยู่ดี

            นี่เป็นวิธีการที่ความเสี่ยงต่ำ แต่ผลสำเร็จกลับสูงเป็นอย่างยิ่ง

            เจินเจินและอ้ายอ้ายเตือนมาก่อนแล้วหนานหมิงเหอพอรู้ล่วงหน้าว่าจะมีบางอย่างเกิดขึ้นวันนี้แน่นอนเขาจึงเตรียมคนไว้ข้างนอก

            เยี่ยนเจาเจาก็รับรู้ได้เหมือนกันในตอนที่พวกเขาถูกฝูงชนแยกออก แม้พวกเขาไม่ได้สบตากันสักนิด ทว่าก็เข้าใจว่าอีกฝ่ายคิดสิ่งใดในใจ

            เจียงเหยียนคิดว่าตนเองเป็นตั๊กแตนจับจักจั่นคิดเพียงว่าพี่ชายน้องสาว “อ่อนแอ รังแกได้” คู่นี้คือสิ่งที่อยู่ในกำมือเขาไฉนจะเอะใจว่าพวกเขาไม่ใช่จักจั่น แต่เป็นนกกระจอกเหลืองที่จับจ้องเขาเงียบๆอยู่บนกิ่งไม้ต่างหาก?

            ตัวละครเช่นนี้ ไม่มีทางก่อคลื่นลมในมือของหนานหมิงเหอและเยี่ยนเจาเจาได้หรอก

            ----------------------------------------------------------

            เชิงอรรถ

            [1] ตั๊กแตนตามจับจักจั่น หมายถึงคนโลภที่มองเห็นเพียงผลประโยชน์ตรงหน้า โดยไม่รู้ว่ามีอันตรายซ่อนอยู่ข้างหลัง

            [2] วาดเสือไม่เหมือน กลับคล้ายสุนัข หมายถึงการกระทำเลียนแบบ แต่ทำได้ไม่เหมือน สุดท้ายถูกหัวเราะเยาะเป็นแค่ตัวตลกในสายตาผู้อื่น

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ครั้งนี้ขอเป็นสตรีไร้คุณธรรม [จบ] ที่คุณอ่าน

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663