“คุณชาย ที่นี่ไม่ได้สะดวกสบายอีกทั้งยังไปมาลำบาก หากคนที่ตามหาท่าน ้าตามตัวเห็นทีจะหาไม่พบ เหมาะแก่การเร้นกายรอให้พวกที่ไล่ล่า เลิกสนใจเสียก่อนจึงดีไม่น้อย”
“าุโไม่กลัวว่าข้าเป็คนไม่ดีหรือไร”
“ดีหรือไม่ข้าเจี้ยนหยาหาสนใจไม่ทุกวันนี้เราสองคนแม่ลูกก็ไม่ยุ่งเกี่ยวกับใครโลกภายนอกวุ่นวายวกวน ผู้คนล้วนสวมหน้ากากเข้าหากัน หากว่าท่าน ในตอนนี้ แม้แต่ชื่อตัวยังจำไม่ได้ มิสู้เร้นกายให้หายดีแล้วค่อยจากไป”
“ข้า ไม่อยากรบกวนาุโกับซูเหยาการกินอยู่ที่นี่ลำบากท่านทั้งสองยังต้องคอย ทำเผื่อข้า”เจี้ยนหยายิ้ม
“ซูเหยาั้แ่เกิดก็อยู่ในเรือนแพตลอดมา แทบจะไม่เคยข้องแวะกลับใครนางจึงไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของคนข้างนอก”
“าุโ ข้าตั้งจว่าหากาแหายดีจะกลับไปบนฝั่งเพื่อไปรื้อฟื้นความจำของตัวเอง”
“ข้ากับซุเหยาคงเหงาไม่น้อย คุณชายอยู่ที่นี่เรือนแพจึงมีชีวิตชีวา”ซีซวนรู้สึกใจหายไม่น้อยแต่หากอยู่ที่นี่นานไปเกรงว่า เขาอาจเผลอทำลายซูเหยาโดยไม่รู้ตัว สาวน้อยสดใสเช่นซูเหยา มีบางอย่างที่ซีซวนแม้จะไร้ความทรงจำแต่เขากลับรู้สึกว่าเขาไม่เหมาะกับเด็กสาวผู้บริสุทธิ์คนนี้แม้แต่น้อย แต่จะเป็ด้วยอะไรซีซวนไม่อาจทราบได้รู้แต่เพียงว่าซูเหยานางผุดผ่องเกินไปสำหรับเขา
“พี่ชายข้าวต้มปลา”ซีซวน หยุดความคิดของตัวเองไว้แค่นั้นหันหน้าไปมองซูเหยาที่ แต่งกายในแบบของบุรุษ
“ไปเก็บฟืนกัน ข้าอาสาถ่อเรือให้เอง”
“เ้าร่างเล็กบอบบาง จะเอาเรี่ยวแรงจากไหน”ใบหน้าหวานยิ้มกว้าง
“ใครบอกท่านกันเห็นไหม ใครกันช่วยท่านลากท่านมาจากในป่าจนมาถึงนี่เพียงลำพังไร้คนช่วยเหลือ”
“ยกให้เ้าเลยจริงๆ ลุกขึ้นยืนดึงเรือที่ผูกไว้กับแพมาใกล้ๆ ก่อนจะหย่อนตัวลงไปนั่งหัวเรือส่งมือให้ซูเหยา
“ไม่ต้องข้าลงไปเองได้ ะโลงไปในเรือแต่กลับร่วงลงไปบนตักของซีซวน ที่คว้าเอวบางไว้แน่นซูเหยานั่งบนตักพอเหมาะพอเจาะ
“ตั้งใจยั่วยวนข้าหรือไร”
“ใครบอกท่านกัน”สะบัดตัวด้วยใบหน้าแดงระเรื่อยกไม้ไผ่สำหรับค้ำถ่อซีซวนแกะเชือกปล่อยเรือล่องลอยออกจากแพไม้ไผ่ สายน้ำไหลเอื่อยๆ ซูเหยาเพียงแค่ประคองเรือให้ไปตามทางที่้า ซีซวนมองทิวทัศน์สวยงามแปลกตาของแม่น้ำใหญ่ที่กว้างสุดลูกหูลูกตารู้สึกผ่อนคลายอย่างที่สุด สถานที่เหล่านี้แปลกตาล้วนไม่เคยพานพบ
“พี่ชายข้าวต้มปลารู้ไหมข้าว่ายน้ำเป็ั้แ่จำความได้ตกปลาเป็ั้แ่สองขวบ แล้วก็..”
“แล้วก็...พูดมากั้แ่กี่ขวบ”ซีซวนรู้สึกว่า ซูเหยาน่าแกล้ง
“ท่านพี่ข้าวต้ม ปลาชอบล้อข้าเล่น”
“ข้ากับท่านแม่ ไม่เคยมีแขกมาก่อน วันๆ พูดคุยกันเองท่านมาข้าจึง มีเื่อยากถามมากหน่อย”
“ข้าไม่เห็นว่าเ้าจะถามอะไรเพียงแต่เล่าเื่ของเ้าทั้งวัน”
“ท่านแม่บอกข้าว่าหากเรา้ารู้จักใครก็ต้องให้เขารู้จักเราก่อนเพื่อแสดงความจริงใจ ข้าอยากให้ท่านเล่าเื่ข้างนอกให้ฟังบ้าง ก็เลยเล่าเื่ของข้าให้ท่านฟังอย่างไรเล่า”
“เ้าลืมอะไรไปหรือเปล่าข้า..ความทรงจำข้าหายไปจะมีเื่อะไรที่ข้าจะเล่าให้เ้าฟังเล่า”
“ข้าได้ยินท่านพูดกับท่านแม่เมื่อเช้าเื่ที่ท่านจะจากไป ท่านพี่ข้าวต้มปลาหากจะไปจากเรือนแพขอซูเหยาไปกับท่านด้วยจะได้ไหม”ซีซวนส่ายหน้าในทันที
“เ้าไม่เหมาะกับข้างนอกนั่น”ซูเหยาทำหน้าเง้า
“ท่านแม่เคยสัญญากับข้าว่าหากมีใครสักคนที่ไว้ใจได้ท่านแม่ยินยอมให้ข้า ออกไปข้างนอกกับเขา”
“เ้าไว้ใจข้าหรือคิดว่าไว้ใจข้าได้หรือ”กลืนน้ำลายลงคอยากเย็น ซูเหยายิ้มกว้างเปิดเผย
“ได้สิพี่ข้าวต้มปลาเป็คนที่ใจดีที่สุดเท่าทีข้าเคยพบมาทีเดียวคนข้างนอกไม่ว่าจะที่ตลาดพวกพ่อค้าแม่ค้าล้วนใจร้ายจ้องเอาเปรียบกดราคา ปลาแห้งของเราบ่อยๆ ท่านแม่มักจะพูดเสมอว่า ยอมเขาไปก่อน หากว่าไม่ทำให้เราเดือดร้อนมากนัก”
“เ้ากับาุโเป็คนดี คนพวกนั้นล้วนไม่ซื่อตรง”
“นั่นอย่างไรเล่า ข้าถึงต้องไปกับพี่ชายข้าวต้มปลา ข้าแค่อยากออกไปเที่ยวข้างนอกบ้างก็เท่านั้นท่านแม่ แต่เดิมไม่เคยอนุญาตจะไปไกลสุดก็แค่ตลาดไม่เคยได้ไปไกลกว่านั้น”
“ข้าไม่รับปากจนกว่าาุโ จะเอ่ยปากอนุญาต”ละมือจากไม้ไผ่ ะโเข้ากอดซีซวนไว้แน่น ดีใจเหมือนกับว่าซีซวนตอบตกลงไปแล้ว ซีซวนยิ้มนึกขำท่าที เดียงสาของซูเหยา หัวใจ ดำมืดเริ่มรู้สึกสว่างวาบด้วยความรู้สึกแปลกไปที่มีให้อยู่เหยา
กลางป่า
ซีซวนแบกฟืนมัดใหญ่ไว้บนหลัง อาภรณ์สีทึมที่เจี้ยนหยาเลือกซื้อมาให้ ไ่ม่เหมาะกับเขาอย่างยิ่งใบหน้าหล่อเหลาบนอาภรณ์เ่ช่นนั้น
“ท่านพี่ข้าวต้มปลาข้างหน้านั้นไปหน้าผ้าสูงที่ข้าพบท่านพี่ตรงนั้นนอนไม่ได้สติอยู่ตรงนั้น"ซูเหยาชี้ให้ดู ที่ที่พบซีซวน ซีซวนมองรอบๆ พยายามทบทวนเื่ราวต่างๆ แต่พบเพียงความว่างเปล่า ตงฟางชิงยืนอยู่บนคาคบไม้จ้องมองซีซวนด้วยสายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นดีใจ
“ฝ่าาในที่สุดก็ยังชีวิตรอด”สะกดรอยตามไปห่างๆ เมื่อพบว่าซีซวนไม่ได้มีท่าทีว่าอยากกลับไปที่วังหลวง เพราะเหตุใดกัน
วังหลวง
“ฝ่าายังไม่สิ้นพระชนม์”อิงฝานลุกพรวดขึ้นจากแท่นนั่ง
“ตอนนี้ฝ่าาอยู่ที่ไหน”
“ข้าน้อยสะกดรอยตามฝ่าาพบว่ามีบางอย่างแปลกไปฝ่าา เหมือนไม่ใช่คนเดิมหรือบางทีอาจเพราะอาการาเ็หรืออาจเป็เพราะความทรงจำบางส่วนหายไป”อิงฝานทำสีหน้าเศร้าสร้อย
“ฝ่าาจึงยังไม่ยอมกลับมาที่วังหลวง”
“ถึงแม้ตอนนี้อยากกลับก็คงกลับไม่ได้ในเมื่อ หากปล่อยให้ซีซานพบตัวฝ่าาย่อมอันตรายอย่างมาก ข้าน้อยจะหาทางพบฝ่าาดูสักครั้ง เพื่อจะได้รู้ว่าเป็เพราะเหตุใดกันแน่ตอนนี้ฮองเฮาลอบส่งข่าวให้ผู้ที่ยังภักดีรู้ว่าฝ่าายังมีชีวิตอยู่เพื่อขวัญกำลังใจที่ดีและป้องกันการแปรพักตร์”
“ข้าส่งข่าวบอกท่านพ่อตงฟางชิงท่านเองก็ระวังตัวด้วย”
“ฮองเฮาโปรดวางพระทัยข้าน้อยเร้นกายในค่ำคืนนี้ตั้งใจพบฝ่าาโดยเร็ว”ประสานมือจากไป
เรือนแพ ซูเหยานั่งเหม่อมองจันทราที่ลอยเด่นอยู่บนฟ้าซีซวนทรุดกายลงข้างๆ
“พี่ชายข้าวต้มปลา ท่านคิดว่าข้าจะคิดถึงท่านไหมหากท่านจากไป”
“ข้าไม่อาจรู้ใจเ้า รอให้าุโกลับมาข้าจึงจะลองขอาุโให้เ้าตามไปด้วย จะดีไหม”คิดถึงท่าทีดีใจของซูเหยาเมื่อรู้ว่าเขารอเพียงคำอนุญาตจากเจี้ยนหยา
“ข้าเปลี่ยนใจแล้ว อยากอยู่กับท่านแม่ท่านแม่ชรามากแล้วหากจากไปเกรงว่าท่านแม่คงลำบากไม่น้อย ข้ามมีท่านแม่เพียงคนเดียวหากข้าไป ท่านแม่ไปขายปลาที่ตลาดกลับมืดค่ำใครกันจะทำกับข้าวไว้รอ”ซีซวนยิ้มบางๆ
“เ้าคงคิดถึงข้าแค่เพียงไม่นานแล้วก็ลืมเลือนไป”
“แล้วท่านจะคิดถึงข้าไหม”
“ข้าคิดถึงข้าวต้มปลาของเ้าแต่เดิมข้าไม่เคยลิ้มรส... เนื้อปลา”
“ท่านก็แวะเวียนกลับมาเยี่ยมเราข้ากับท่านแม่ยินดีต้อนรับเสมอ”
“เ้าไม่อยากไปจากที่นี่แล้วหรือ”
“อยากไปแต่ ข้าคิดว่าคงทำให้ท่านพี่ข้าวต้มปลาอึดอัดใจในเมื่อท่านไม่อยากให้ข้าไปด้วย”จะบอกได้อย่างไรว่าเขา ไม่เคยรังเกียจซูเหยาแต่เพราะเขาคิดว่า เขาไม่อาจทำร้ายซูเหยา นางเหมือน ดอกบัวขาวบริสุทธิ์สะอาดไม่อาจเด็ดดมหรือทำให้หม่นหมอง
“ข้า...เป็สุขเมื่ออยู่กับเ้า”ซูเหยายิ้ม
“แต่ อดีตของข้าก็ไม่อาจปล่อยมันผ่านเลยบางอย่างที่รู้สึกว่ามันหนักเกินกว่าจะแบกรับอีกทั้งความรู้สึกเหมือนยังมีบางอย่างที่ข้าต้องสะสาง”
“ข้าคง...คงคิดถึงท่านพี่ข้าวต้มปลา…”คำพูดเลือนหายไปในลำคอ ซีซวน เชยคางมนขึ้นสบตา
“ดีใจที่เ้าคิดถึงข้า รอทุกอย่างเรียบร้อยข้าฟื้นความจำจัดการเื่ที่ค้างคาจะกลับมาหาเ้าแน่นอน”
“ท่านสัญญากับข้าได้ไหม”
“แน่นอน”ซูเหยากอดแขนอุ่นซบใบหน้าลงบนท่อนแขน ซีซวนมองปากอวบอิ่มที่ขยับขึ้นลง ความรู้สึกใจหายแล่นสู่หัวใจ เสียดายเสียใจที่ต้องจากไปทั้งๆ ที่รู้สึกดีดีกับซูเหยาเขาจำไม่ได้ว่าเคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนกับใครแต่รู้สึกว่าบัดนี้หัวใจเขาพองโตเป็สุขที่สุด
“ท่านต้องสัญญาว่าจะกลับมา กินข้าวต้มปลาในยามเช้าด้วยกัน”ซีซวนจับไหล่บางทั้งสองข้างก่อนจะกอดรวบร่างเล็กไว้ในอ้อมแขนแแ่
“ข้าสัญญา”จุมพิตเบาๆ ที่หน้าผากเนียน ไล่ลงมาที่เปลือกตาพวงแก้ม แต่ไม่อาจหยุดแค่นั้น แสงจันทร์นวลใยช่างเป็ใจเหลือเกินริมฝีปากอวบอิ่มถูกบดจูบอย่างนุ่มนวลอ่อนหวาน ซูเหยา ใจสั่นตัวสั่นยกมือขึ้นกอดรอบเอวของอีกคนไว้แน่น ซีซวนรู้ว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง ไม่สมควรกระทำ ทว่าเขาไม่อาจหักห้ามใจในเมื่อหัวใจเขากับบอกว่าไม่อาจห้ามใจ เขารู้สึกว่าก่อนหน้านั้นเขาไม่เคยต้องหักห้ามใจเื่แบบนี้ แต่จำไม่ได้ว่าที่ไหนกับใครและเมื่อไหร่แต่รู้สึกว่าหากเขา้าจะต้องได้ทุกครั้งไป อีกทั้งซูเหยาไม่มีท่าทีขัดขืนต่อต้านมีเพียง หลบสายตาคมด้วยความเขินอาย ซ้อนร่างบางไว้ในอ้อมแขนเดินเข้าไปในเรือนแพ วางร่างเล็กลงบนแท่นนอนไม้ไผ่ทาบทับร่างใหญ่ลงไปเต้มตัวซูเหยาก้มหน้ามองแผงอกกว้าง
“ซูเหยา เ้ายินดีเป็ของข้าไหม”จูบอ่อนโยนที่ริมฝีปากซูเหยาพยักหน้าช้าๆดวงตาเขินอาย ซีซวนก้มลงบดขยี้ริมฝีปากอย่างที่เขารุ้สึกว่าไม่เคยจูบใครได้หวานเท่านี้มาก่อน