คำพูดนี้ทำให้พี่เลี้ยงหวังหน้าถอดสีทันที
นางทรุดตัวลงกับพื้น สะอื้นพร่ำ
“ข้า…ข้ารู้แล้วเ้าค่ะ ว่าทำไมหมอหลวงทั้งหลายถึงไม่อาจรักษาได้!”หลินเซี่ยชิงหันมองอีกครั้ง
ในใจของนางเองก็ยังสั่นไหว—เพราะสิ่งที่เห็นเมื่อครู่…ไม่ใช่เพียง “ิญญาแปลกปลอม” หากยังคล้ายเป็ ด้านหนึ่งของเว่ยหลานที่ถูกขังอยู่
หลินเซี่ยชิงนั่งสงบนิ่งอยู่ข้างเตียง สายตาจับจ้องคุณหนูเว่ยหลานที่นอนสิ้นเรี่ยวแรง
นางรู้ดี…หากจะใช้เพียงยาแก้ภูมิแพ้ทั่วไป ไม่เพียงไร้ผล แต่อาจยิ่งกระตุ้นให้อาการกำเริบ
“หากโรคกายและิญญาพันธนาการกันอยู่… ข้าก็ต้องรักษาทั้งสองพร้อมกัน”
เสียงนางพึมพำเบา ราวกับบอกแก่ตนเอง
มือเรียวหยิบห่อสมุนไพรออกมา
ภายในคือราก “ไป๋ซู่” สำหรับปรับลมปราณ, ดอก “หรงหัว” สำหรับกดพิษในเื
และสำคัญที่สุด—“ว่านชิงเยวี่ย” สมุนไพรที่ใช้กดภูมิแพ้ของนางเอง
หลินเซี่ยชิงบดสมุนไพรเ่าั้ด้วยหินบดยา เสียง ครืด ครืด ดังสะท้อนท่ามกลางความเงียบ
กลิ่นฉุนลอยกระจาย แต่ครั้งนี้นางเตรียมผ้าคลุมหน้าแ่า มือสวมถุงไหมป้องกันผื่น
ข้าง ๆ กัน นางวางยันต์กระดาษที่เขียนด้วยหมึกพิเศษ—หมึกที่ผสมน้ำยาจาก “ว่านชิงเยวี่ย”
เมื่อพลังิญญาไหลผ่าน ยันต์จะเปล่งแสงบางเบา ราวกับเชื่อมระหว่างโลกกายและโลกิญญา
นางนั่งคุกเข่า เคลื่อนมือทั้งสองวางเหนืออกของเว่ยหลาน
เสียงสวดแ่เบาหลุดออกจากริมฝีปาก
เป็มนตร์โบราณที่นางจดจำได้จากชาติก่อน… มนตร์ที่ช่วยปรับสมดุลพลังิญญา
พรึบ…
เปลวเทียนในห้องไหวโอนแรง แม้มิใช่ลมพัด
แสงไฟสลัวสะท้อนเงามืดบนผนังที่พลันบิดเบี้ยว
ราวกับมีเงาอีกตนปรากฏอยู่เคียงข้างเว่ยหลาน
ร่างคุณหนูสะท้านไหว หายใจติดขัด เสียงครางต่ำหลุดจากลำคอ
เืบางส่วนซึมออกจากหางตาและมุมป
พี่เลี้ยงหวังหน้าถอดสี รีบโผเข้ามา
“คุณหนู! ไม่…คุณชายหาน ท่านจะฆ่านางหรือ!”
หลินเซี่ยชิงยกมือห้าม ไม่ละสมาธิ
“ถอยไป! หากตอนนี้หยุด… ิญญานั้นจะรุกล้ำลึกเข้าไปอีก ข้าจะไม่มีโอกาสครั้งที่สอง!”
พลังภายในหลินเซี่ยชิงถาโถมออกมารอบกาย
ผมยาวพลิ้วสะบัด เสื้อคลุมสั่นไหวราวต้องแรงลม
แสงยันต์กระจายล้อมรอบเตียง ส่องขาวละมุนตัดกับความมืด
ทันใดนั้น… เสียงกรีดร้องโหยหวนดังขึ้นจากกลางอกเว่ยหลาน!
เป็เสียงหญิงสาวอีกผู้หนึ่ง คล้ายทั้งเ็ป ทั้งโกรธแค้น
“เ้า… อย่ามาแย่งนางไปจากข้า!”
ร่างเว่ยหลานสะบัดแรงจนเตียงสั่นคลอน
หลินเซี่ยชิงกัดฟันแน่น กดพลังเข้าฝ่ามือมากกว่าเดิม
เส้นเืข้างขมับนางปูดโปน เหงื่อไหลพราก
ในห้วงิญญา เงาหญิงชุดขาวปรากฏอีกครั้ง แววตาเต็มไปด้วยน้ำตาและความแค้น
นางยื่นมือมาจับมือหลินเซี่ยชิงแน่น เสียงสั่นสะท้าน
“อย่ารักษานาง… ปล่อยให้ข้าอยู่แทนที่เถิด!”
หลินเซี่ยชิงสบตากับเงานั้น
แววตาเต็มไปด้วยความปวดร้าว—คล้ายมิใช่เพียงิญญาร้าย หากยังเป็ “ด้านที่ถูกทอดทิ้ง” ของเว่ยหลานเอง
หัวใจของหลินเซี่ยชิงสั่นไหวในบัดดล
เพราะนางเองก็เคยรู้สึกเช่นนั้น… ความโดดเดี่ยว ความเ็ปที่ไม่มีผู้ใดเข้าใจ
นางกัดฟัน ก่อนเปล่งเสียงดังก้องในจิต
“ข้าจะไม่แยกพวกเ้าออก… แต่จะทำให้ ‘เ้าและนาง’ อยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุล!”
ทันใดนั้น ยันต์รอบเตียงส่องสว่างวาบ พลังขาวโอบล้อมร่างเว่ยหลานไว้
เงาหญิงสาวกรีดร้องครั้งสุดท้าย ก่อนจะถูกดึงกลับเข้าไปในร่างเว่ยหลาน
ปัง! เปลวเทียนทุกดวงดับวูบ ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความมืดสนิท
เงียบงัน… มีเพียงเสียงหอบหายใจแรง ๆ ของหลินเซี่ยชิง
ไม่นานนัก—คุณหนูเว่ยหลานที่นอนหมดแรงกลับค่อย ๆ หายใจราบเรียบขึ้น
ใบหน้าซีดเซียวเริ่มมีสีเืเล็กน้อย ราวกับได้พักผ่อนจริง ๆ เป็ครั้งแรกในรอบหลายเดือน
หลินเซี่ยชิงทรุดตัวลงนั่ง เหงื่อท่วมทั้งร่าง
นางรู้ดีว่านี่เป็เพียงก้าวแรกเท่านั้น… สมดุลที่สร้างขึ้นชั่วคราว อาจแตกสลายเมื่อใดก็ได้
แต่คืนนี้… นางอย่างน้อยก็ได้ยืดชีวิตคุณหนูเว่ยหลานออกไปอีกหนึ่งวัน
ความมืดคลี่คลายลงทีละน้อย เมื่อบ่าวไพร่รีบจุดตะเกียงใหม่รอบห้อง
พี่เลี้ยงหวังยังคงกุมมือนายสาว น้ำตาคลอด้วยความโล่งอก
หลินเซี่ยชิงเช็ดเหงื่อจากหน้าผาก หอบหายใจยาว
“อย่างน้อย…คืนนี้นางจะไม่ทรมานแล้ว”
ไม่ทันได้พักหายใจ—