บทที่ 3 2/2
กลับตาลปัตร
ความเดิมตอนที่แล้ว
“ถ้าแค่นี้ยังพลาด ก็ลาออกเถอะ”
เตชินทร์หันขวับไปยังต้นเสียง ก่อนจะเบิกตากว้างจนลูกตาแทบจะถลนออกมาจากเบ้า เมื่อได้เห็นว่าเ้าของประโยคจิกกัดอันเจ็บแสบนั้นคือ…
เมนิลา!!
----------------------------------------------------------
เตชินทร์ถึงกับผงะ ถอยกรูดไปหลบอยู่หลังกันต์อย่างอัตโนมัติ แม้ว่าก่อนหน้านี้เขาจะทำเป็ปากเก่ง ปฏิญาณกับตัวเองว่าจะไม่เกรงกลัวเธออีกต่อไป แต่สัญชาตญาณก็คือสัญชาตญาณ… กลัวเมียอย่างไรก็ยังกลัวอยู่วันยังค่ำ ยิ่งนึกถึงภาพเมื่อวานที่ถูกหมัดเล็กๆ แต่หนักหน่วงคู่นั้นประทับเข้าหน้าแล้วก็ยิ่งสยองขวัญ
ทั้งกันต์และเมนิลาที่เห็นพฤติกรรมแปลกๆ จากเตชินทร์ก็ขมวดคิ้วสงสัย โดยเฉพาะกันต์ที่ยืนงงเป็ไก่ตาแตก เพราะปกติเวลาลูกพี่เจอเมนิลา เขาจะต้องปะฝีปาก จิกกัดกันแบบไม่มีใครยอมใคร แต่เหตุใดตอนนี้ เตชินทร์ถึงได้ทำตัวหงอ กลัวหัวหดเสียอย่างนั้น
ทั้งคู่คือคู่แข่งกันมิใช่หรือ?
เธอเอ่ยขึ้น “ทำหน้ายังกับเห็นผี”
เตชินทร์แปลกใจที่เมนิลาไม่ได้เอ่ยถึงเื่เมื่อวานนี้
เขาจึงตัดสินใจถามเธออย่างกล้าๆกลัวๆ “เมย์หายโกรธพี่แล้วเหรอ”
คนถูกถามทำหน้าฉงน “โทษนะ ฉันไปโกรธนายตอนไหน?”
“ก็เมื่อวานนี้ไง”
เมนิลาทวน “เมื่อวาน?”
เตชินทร์พยักหน้า
แต่เมนิลายิ่งขมวดคิ้วไม่เข้าใจที่เขา้าจะสื่อ ทำเอาเขากะพริบตาปริบๆ ทั้งๆ ที่พวกเขาทะเลาะกันอย่างค่อนข้างรุนแรงแท้ๆ คนอย่างเมนิลาไม่มีทางปล่อยผ่านเื่นี้เป็อันขาด เขาต้องถูกเธอลงทัณฑ์ไม่วิธีใดก็วิธีหนึ่งเหมือนที่ผ่านมามิใช่หรือ แต่นอกจากจะไร้การตอบสนองใดๆจากเธอแล้ว แม่ตัวดียังมองว่าเขาทำตัวเพี้ยนอีกต่างหาก
“ก็เราทะเลาะกันหนักจนเมย์ไล่พี่ออกจากบ้านไม่ใช่เหรอ” เขาทวนความทรงจำเธอ
“จะบ้าเหรอ ทำไมฉันต้องไปอยู่บ้านนายด้วยล่ะ?”
“อ้าว ก็เราเป็ผัวเมียกันอะ”
เมื่อเตชินทร์พูดจบ กันต์ถึงกับอ้าปากค้าง ส่วนคนในออฟฟิศคนอื่นๆที่กำลังนั่งทำงานอยู่ หลังได้ยินเื่ราวสุดเซอร์ไพรส์จากปากของเตชินทร์ก็รีบหันขวับมาทางพวกเขาอย่างรวดเร็ว แล้วจับกลุ่มนินทากันอย่างโจ่งแจ้ง
“นายกล้าพูดออกมาได้ไงว่าเราเป็.. เอ่อ…เป็…”
“ผัวเมีย?”
“เออนั่นแหละ!”
เขาเกาหัวตัวเองแกรกๆ “ก็มันเป็ความจริงนี่นา”
“ไอ้บ้า พวกเราไม่ได้เป็อะไรกันสักหน่อย” เธอพยายามปฏิเสธเป็พัลวัน
ที่ใบหน้าของเมนิลาในตอนนี้ถูกฉาบไปด้วยสีแดงก่ำที่ทั้งเกิดจากความรู้สึกอับอายและความโกรธผสมปนกันอยู่ เธอได้แต่คิดว่าเตชินทร์กล้าพูดออกมาอย่างไม่อายปากตัวเองได้อย่างไรกัน เขากำลังทำให้ทุกคนในบริษัทเข้าใจผิดกันไปหมดแล้ว!
เมื่อได้เห็นปฏิกิริยาแปลกๆจากเมนิลา เตชินทร์ก็เริ่มเป็ฝ่ายชะงักบ้าง แต่ก่อนที่เขาจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างออกไป จู่ๆ ภาพเหตุการณ์และคำพูดของเพื่อนทั้งสองก็ดังก้องขึ้นมากลางหัวของเขาเสียก่อน
“กูต้องรีบออกตอนนี้แล้วว่ะ ไม่งั้นถึงบ้านเกินเที่ยงคืนแน่” ปั้นยกนาฬิกาขึ้นดูแล้วบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง
เอฟพยักหน้า “เออกูด้วย เดี๋ยวจ๋าแม่งงอนกูอีก”
เตชินทร์เบะปากมองบน “เหม็นพวกกลัวเมียว่ะ”
เอฟสวนกลับไป “ใช่ซี้ ก็มึงไม่มีเมียอะ จะมาเข้าใจพวกกูได้ยังไง”
ปั้นเสริม “ถ้ามีเมื่อไร มึงจะหนาว”
อีกทั้งเมื่อเขากลับมาถึงบ้าน ข้าวของสารพัดสิ่งของเมนิลาก็หายไปจากบ้านของเขาแบบไม่เหลือเลยแม้แต่ชิ้นเดียว ซึ่งในความเป็จริงแล้ว ถึงจะเก็บของหนีกลับบ้านอย่างไร ก็ไม่สามารถเก็บได้หมดภายในวันเดียว หรือไม่อย่างนั้นก็ต้องมีข้าวของตกหล่นอยู่บ้างไม่มากก็น้อย แต่เมื่อคืนนี้เขากลับไม่พบร่องรอยของเมนิลา ราวกับว่าเธอไม่เคยย้ายเข้ามาอยู่กับเขาเลยั้แ่ต้น!
ไหนจะท่าทีแปลกประหลาดของเมนิลาที่กำลังพยายามปฏิเสธความสัมพันธ์คู่รักของทั้งเขาและเธอนี่อีก
ฉับพลัน ใบหน้าของตาเฒ่าจอมเ้าเล่ห์ที่เขาเจอที่ศาลเ้าก็โผล่ขึ้นมากลางคัน
“ข้าให้พรเอ็งหนึ่งข้อ อยากขออะไรก็ว่ามา”
เตชินทร์มุ่นคิ้วอย่างฉงน
“อย่าคิดนาน”
“ขอให้เมียผมหายไปตลอดกาล!!”
ถึงเตชินทร์จะไม่ใช่สายความเชื่องมงาย แต่เหตุการณ์ทุกอย่างที่เขาเจอมันก็ชัดเจนพอที่จะทำให้เขาปักใจเชื่อได้แล้วว่า ตาเฒ่าร้อยเล่ห์ที่เขาคิดว่าเป็พวกแก๊งมิจฉาชีพคนนั้น…คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ผู้ดลบันดาลพรมาให้เขานั่นเอง!
แม้จะอยากต่อว่าตาเฒ่าที่ทำให้ชีวิตของเขากลับตาลปัตรไปหมดอย่างใจจะขาด แต่ก็อดดีใจไม่ได้ที่เขาทำให้เตชินทร์ถูกปลดล็อกจากโซ่ตรวนที่เมนิลาล่ามเขาไว้มากว่าหนึ่งทศวรรษ
ต่อไปนี้ ความเกรงกลัวที่เขามีต่อเมนิลามันจะหายไปอย่างไม่มีวันหวนคืน เพียงแค่คิด เตชินทร์ก็ดีใจจนเนื้อเต้นหลังได้รับอิสรภาพกลับคืนมาในท้ายที่สุด เขาจึงตัดสินใจก้าวเท้าไปยืนต่อหน้าเธอแล้วยกแขนทั้งสองข้างขึ้นเท้าเอวก่อนจะเชิดหน้าขึ้นอย่างน่าหมั่นไส้
“นั่นน่ะสิ! พวกเราไม่ได้เป็อะไรกันนี่นะ!”
ทุกคนชะงักกับท่าทีที่เดี๋ยวเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาของเขา
“ปากก็จัด จิตใจยังอำมหิตยิ่งกว่านางมาร ใครหน้าไหนจะเอามาทำเมียกัน” เขาได้ทีพูดเหน็บเธอ
คนถูกจิกกัดอ้าปากเหวอเพราะตามอาการผีเข้าผีออกของผู้ชายตรงหน้าไม่ทัน
ความรู้สึกที่ได้ตอบโต้ด้วยคำพูดเจ็บๆใส่คนที่ครั้งหนึ่งเคยมีอำนาจเหนือเขา มันช่างสาแก่ใจเตชินทร์ยิ่งนัก เขาเฝ้ารอ่เวลาแบบนี้มานานมาก ในที่สุดเขาก็ได้ปลดปล่อยมันสักที
แต่ถ้าจะให้ดีกว่านี้ ตาเฒ่าน่าจะเปลี่ยนนิสัยของแม่ตัวดีให้กลับไปเป็น้องเมย์วัยเฟรชชี่เมื่อสิบปีก่อนด้วยหน่อยก็จะเพอร์เฟกต์มาก
ทว่า เมนิลาไม่ทันจะได้ต่อปากต่อคำ เสียงอันดุดันของหญิงวัยเกือบปลดเกษียณก็ดังขัดขึ้นมาเสียก่อน
“เอะอะโวยวายอะไรกัน อยากโดนใบเตือนกันนักหรือไง”
เหล่ามวลชนที่กำลังเฝ้ามองเหตุการณ์ถึงกับวงแตกเมื่อ คุณละเอียด ตัวแม่ประจำบริษัทเดินออกมา แต่ละคนจึงรีบหันกลับไปทำงานของใครของมันต่ออย่างรวดเร็ว
กันต์กับเมนิลารีบโค้งหัวทำความเคารพคุณละเอียด ในขณะที่เตชินทร์กลับยืนทำหน้าตาเหลอหลาอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวใดๆ ผู้จัดการวัยป้าจึงยกมือขึ้นขยับแว่นแล้วมองพิจารณาเตชินทร์ั้แ่หัวจรดเท้า
“ตามมา” ก่อนจะปรายตามองไปที่กันต์และเมนิลาด้วย
พวกเขาทั้งสามจึงต้องเดินตามเข้าไปในห้องทำงานของเธอ
เมื่อเข้าไปยังห้องทำงานของเธอแล้ว ผู้จัดการจอมเฮี้ยบก็เปิดปากตำหนิทั้งเตชินทร์และกันต์ก่อนเป็ลำดับแรก เพราะพวกเขาทั้งสองคนทำให้ทัวร์ในวันนี้พังเละเทะไม่เป็ท่า ส่งผลให้เธอถูกลูกค้าโทรเข้ามาร้องเรียนั้แ่เช้ายันค่ำ แม้แต่ตอนที่พวกเขายืนรออยู่นอกห้อง เธอก็ยังถูกลูกค้าด่าอยู่ร่วมชั่วโมง
กันต์คอตกก้มหน้ายอมรับผิด ในขณะที่เตชินทร์กลับไม่สำนึก เขายกมือขึ้นแคะขี้หูเพราะรำคาญที่เธอบ่น มิหนำซ้ำยังอ้าปากหาวหวอดๆ อย่างไม่เกรงใจอีกด้วย
กันต์กับเมนิลาเบิกตากว้างเพราะไม่คิดว่าเตชินทร์จะกล้าลองของผู้จัดการสุดโหดอย่างนี้!
เขาบ้าไปแล้ว!
กันต์พยายามสะกิดให้เตชินทร์หยุดท่าทีแบบนั้น เตชินทร์ถึงได้รู้ตัว แต่ก็มิวายเปลี่ยนเป็สั่นขารอเวลาที่คุณละเอียดจะหยุดบ่นแทน ซึ่งเขาก็ไม่คิดว่าตัวเองผิดอยู่แล้ว…คนที่ผิดน่ะคือตาเฒ่าเต็มๆ เพราะดันเสกให้สถาปนิกที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่อย่างเขามาเป็ไกด์นำเที่ยวเสียอย่างนั้น อีกอย่างเขาก็ไม่ได้คิดจะทำงานที่บริษัทนี้อยู่แล้ว ทำไมเขาต้องไปกลัวยัยป้าผู้จัดการที่ดุยิ่งกว่าสุนัขพันธุ์พิทบูลคนนี้ด้วย
ทว่า พฤติกรรมยียวนกวนประสาทของเตชินทร์ดันไปกระตุกต่อมโมโหของคุณละเอียดเข้าอย่างจัง นอกจากจะไม่เคารพกันแล้ว ยังลอยหน้าลอยตาท้าทายอำนาจมืดจากผู้จัดการผู้สังหารพนักงานมานับไม่ถ้วนอย่างเธออีก
เมื่อเด็กมันอยากลองดี ผู้ใหญ่อย่างเธอจึงต้องจัดให้อย่างสาสม!
คุณละเอียดพูดขึ้นด้วยเสียงอันราบเรียบว่า “ฉันว่า…ฉันไม่ต้องหาผู้ช่วยมาแทนน้ำที่เพิ่งลาคลอดแล้วล่ะเมย์”
เมนิลาที่ได้ยินคุณละเอียดพูดดังนั้น ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอได้แต่ภาวนาว่าอย่าให้สิ่งที่เธอคาดตรงกับความหมายที่ผู้จัดการ้าจะสื่อเลย
คุณละเอียดมองลึกไปที่ั์ตาของเตชินทร์อย่างน่าขนลุก
“เพราะต่อไปนี้ ฉันจะให้ชินไปเป็ผู้ช่วยของเธอ”
เมนิลาหันขวับไปทางเตชินทร์อย่างรังเกียจ ก่อนจะหันกลับไปเว้าวอนร้องขอคุณละเอียดทันที ถ้าต้องให้เธอมาร่วมงานกับศัตรูอย่างเขา เธอยอมกัดลิ้นตัวเองตายเสียยังดีกว่า
“ผู้จัดการช่วยพิจารณาใหม่อีกครั้งนะคะ”
“นี่เธอว่าฉันคิดน้อยเหรอ”
คุณละเอียดเฉือนเธออย่างนิ่มๆ ทำเอาเมนิลาถึงกับสะอึกพูดไม่ออก ทว่า..ก็ใช่จะมีแต่เมนิลาที่ไม่พอใจ เตชินทร์เองที่อุตส่าห์หนีออกจากเธอมาได้หมาดๆ ก็ไม่ได้ปลื้มจิตที่ต้องมาร่วมงานกับเธอขนาดนั้นนักหรอก
เขาต้องชิงลาออกก่อน!
“มีปัญหาอะไรหรือเปล่า” ผู้จัดการหันไปถามเตชินทร์
เตชินทร์จึงวางมือทั้งสองข้างเท้าลงที่โต๊ะทำงานแล้วประกาศก้องต่อหน้าเธอว่า
“ผมขอ…ขอ! … ขอ!!...เฮ้ย …ขอ!!!”
จู่ๆ เตชินทร์ก็ไม่สามารถพูดคำว่า ลาออก ได้ และไม่ว่าเขาจะพยายามพูดมันออกมาแค่ไหน ปากของเขาก็เม้มปิดอย่างแ่า ราวกับว่าเตชินทร์กำลังถูกใครบางคนร่ายมนตร์อยู่
ในขณะเดียวกัน เขาก็ััได้ถึงพลังงานบางอย่างที่อยู่ข้างหลังเขา เตชินทร์จึงรีบหันหลังกลับไปมองหามันทันที
ปรากฏเห็นตาเฒ่าผู้เ้าเล่ห์ในคราบพนักงานบริษัททัวร์แอบส่องอยู่ตรงประตู ที่ปากของเขาดูเหมือนกำลังขมุบขมิบอะไรบางอย่าง แต่ทันทีที่ชายชราถูกเตชินทร์จับได้ เขาก็รีบวิ่งหนีหายออกไปอย่างทันควัน!
“สรุปว่าไม่มีปัญหานะ…เอาล่ะแยกย้ายกันได้แล้ว”
เตชินทร์ขบกรามแน่นอย่างเจ็บใจ
ฉันจัดการแกแน่ ไอ้แก่เอ๊ยย!!!
โปรดติดตามตอนต่อไป
--------------------------------------------------------
เ้าต้นนุ่น:
สุดท้ายเฮียชินของเราก็หนีเมียตัวเองไม่รอดจ้าา
ตกลงตาเฒ่าให้พรหรือให้คำสาปคะเนี่ยยย