ตอนที่ 3 มุมมองของหมานกับลุงเล่นปลา
แฮ่ก... แฮ่ก...แฮ่ก... มันฉิบหายอะไรวะเนี่ย
หมานที่ได้แต่วิ่งต่อไป ยังสบถอยู่ในใจ
แฮ่ก... แฮ่ก... นี่มัน…..ต้องเป็ฝันของฉันไม่ใช่เหรอ
หมานที่กำลังหายใจหอบ แต่ก็สับสนกับสถานการณ์ปัจจุบัน
อึก... แฮ่ก...แฮ่ก...แฮ่ก..ไม่ไหวแล้ว เริ่มวิ่งไม่ไหวแล้ว
เสียงลมหายใจของหมานดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาท มันทั้ง สั้นและถี่รัว จนหน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง
หลังจากที่หมานได้วิ่งออกมาจากกระท่อมเก่าๆ มาพักนึงแล้ว หมานก็ได้ยินเสียงแม่น้ำจากที่ไกลๆ
ซู้ด ฮ่าาาาาา……………….
หมานเริ่มหยุดวิ่ง และเริ่มจัดการลมหายใจของตัวเอง ให้เข้าที่เข้าทางจนพอจะหายใจตามปกติได้
ดีที่ตัวเองยังใส่รองเท้าวิ่งอยู่ เลยไม่มีาแอะไร
แต่เพราะวันๆ เอาแต่ทำงาน ในร้านสะดวกซื้อ แถมต้องทำงานล่วงเวลา เลยมีเวลาออกกำลังกายเพียงแค่เดือนละครั้งเท่านั้น
น่าแปลกที่เ้าเด็กน้อยนั่นไม่วิ่งตามหลังมา
หมานคิด แต่ตัวเองก็ยังคงตัวสั่นเทาจากเหตุการณ์น้องมารีตัวน้อยถือขวานหมายจะจามตนอยู่
ว่าแต่เ้าเซบัสมันหายไปไหนของมันเนี่ย เห็นมันบอกว่ายุ่งอยู่ แต่มันไปทำอะไรของมันอีก?! ทีเวลาแบบนี้ดันไม่อยู่ ให้มันได้อย่างนี้สิ เออ! ถ้ากลับมาเมื่อไหร่จะบ่นใส่ให้ยับเลยคอยดูสิ
หมานบ่นต่อเซบัสที่หายไป เหลือไว้แต่ตัวตุ๊กตาพวงกุญแจที่ไม่มีเสียงหรือโทรจิตเข้ามาแต่อย่างใด
หลังจากที่ได้หันหลังเพื่อมองย้อนกลับไปจากตำแหน่งที่ตัวเองวิ่งมา หมานเองก็เพิ่งรู้สึกตัวว่าตนวิ่งมาได้ไกลพอสมควร แต่กลับรู้ประหลาดใจปนดีใจที่เด็กหญิงมารีไม่วิ่งตามหลังมา
ไหนๆ ก็ได้ยินเสียงแม่น้ำแล้ว ลองเดินตามเสียงนั้นดูดีกว่า แถมรู้สึกกระหายน้ำไปั้แ่เมื่อกี้นี้แล้วด้วย
หมานคิด และเดินไปตามเสียงของแม่น้ำ
ที่นี่มันอะไรกันวะเนี่ย ป่าอย่างรกเลย ทางเดินอย่างแย่ มีแต่ดินที่เดินแล้วรู้สึกยวบยาบไปหมด ทั้งๆ ที่เมื่อกี้ยังเป็ทางดินร่วนอยู่เลย เอาวะ เป็ไปเป็กัน
หมานบ่นกับทางที่ตัวเองเดิน
ตอนที่ตัวเองวิ่งมา แทบจะไม่คิดอะไรนอกจากต้องวิ่ง แต่หมานก็ต้องมารู้ตัวว่า ที่ที่ตนวิ่งอยู่นั้นเป็การวิ่งในป่าทึบที่มีต้นไม้ใหญ่เบียดเสียดกันอยู่มาก
ด้วยความที่หมานวิ่งแบบไม่คิด จึงทำให้ตอนวิ่ง หมานไม่ได้แค่วิ่ง มีทั้งกลิ้ง มีทั้งปีนในพื้นที่มีเนินต่ำ วิ่งชนซ้าย ขวาบ้าง ไม่สนหน้าอินทร์ หน้าพรหมอะไรทั้งนั้น คิดแค่อย่างเดียวว่ารอดได้ไง
จากนั้นก็วิ่งไปเรื่อยๆ แต่ไม่ได้สังเกตอะไรข้างหน้า หรือข้างทางแม้แต่น้อย
พอได้เดินมาสักพักจากจุดที่หยุดวิ่ง ก็พบแม่น้ำสายเล็กที่ไม่ได้กว้างมาก ดูท่าทางก็ไม่ได้ลึกอะไร แถมน้ำก็ใสจนเห็นปลาว่ายทวนน้ำอย่างชัดเจน กระแสน้ำไม่เชี่ยวกราด เรียกว่าไหลเอื่อยจนสามารถไปพักดื่มน้ำ หรือเล่นน้ำก็ได้
เมื่อหมานเห็นดังนั้นเลยเดินไปเรื่อยๆ จนออกจากป่า จนเจอพื้นที่แม่น้ำ
และเพื่อดับกระหายน้ำที่เกิดจากการวิ่งหนีเด็กหญิงมารี พอเห็นแม่น้ำตรงหน้าก็รีบจ้ำอ้าวไปที่ริมฝั่งแม่น้ำ
พอเดินไปใกล้ริมแม่น้ำ ก็ต้องสังเกตเห็นลุงคนหนึ่งที่อยู่ตรงอีกฝากของแม่น้ำ กำลังหว่านแหจับปลา
คุณลุงที่หันหน้ามาสบตากับหมานพอดีก็ประหลาดใจ
นี่พ่อหนุ่ม ไม่คุ้นหน้าเลย มาจากทางไหนกัน
ลุงถาม
หมานเห็นดังนั้นเลยตอบกลับไปว่ามาจากป่าด้านหลังของตน
ลุงที่หว่านแหบนเรือยิ่งใที่ได้ยินหมานตอบ จากนั้นจึงรีบเก็บแหที่หว่านอยู่ แล้วพูดต่อกับหมาน
นี่พ่อหนุ่มบ้าหรือเปล่า นั่นป่าดำนะ เดี๋ยวลุงเล่าอะไรให้ฟัง
ลุงตอบกลับ จากนั้นลุงก็ลงมาจากเรือ แล้วเดินเท้าจากอีกฝั่งมาที่ฝั่งของหมาน
แหมช่างลงทุนลงแรงจริงๆ แต่จะตีสนิทกันเร็วเกินไปแล้ว
หมานคิด
ด้วยความเป็แม่น้ำสายเล็ก และเป็แม่น้ำที่ไม่ลึก จึงทำให้มีก้นแม่น้ำที่สามารถเดินไปมาทั้งสองฝั่งได้
พอจ้ำอ้าวมาถึงฝั่งหมานแล้ว ลุงก็เล่าเื่ป่าดำ พร้อมดึงตัวหมานข้ามไปอีกฝั่ง
มันเป็อย่างนี้นะพ่อหนุ่ม ป่าที่เราเดินผ่านมาเรียกว่าป่าดำ ไอ้ป่านี่ขึ้นชื่อเื่ป่าสุดเฮี้ยน
ที่ใครก็ตามที่หลงเข้าไปอาจไม่มีวันได้กลับออกมา
ลุงเล่าพร้อมกับพยายามทำเสียงให้คนฟังอย่างหมานรู้สึกกลัว
แม้จะมีคนกลับออกมาได้ แต่ส่วนใหญ่จะมีแต่พวกเสียสติที่คุยกับใครก็คุยไม่รู้เื่
ส่วนคนที่คุยรู้เื่ก็อาจกลับมาแบบร่างกายไม่ครบ 32
ลุงเล่าต่ออย่างออกรส
นี่เราโชคดีมากเลยนะที่กลับออกมาจากป่าได้ปลอดภัยแบบนี้ เอางี้ลุงก็ไม่อยากสงสัยอะไรเราหรอกนะ แต่ลุงต้องพาเราไปหาทหารยามที่เมืองอีกฝั่งของแม่น้ำ ยังไงที่เมืองก็ปลอดภัยกว่าละนะ
พูดจบ ลุงก็ลากหมานไปที่ประตูเมืองของอีกฝั่งของแม่น้ำ
พอเดินไปซักพักก็เห็นกำแพงเมืองสีดำทมิฬ แม้ตัวกำแพงจะไม่ได้สูงมาก แต่หมานยังััได้ถึงความแข็งแกร่งและคงทนของตัวกำแพงอยู่
คุยไปคุยมาซักพัก หมานจึงได้รู้ว่าลุงที่ลากตัวหมานนั้น ชื่อลุงแกน ลุงเค้าไม่ได้เป็ชาวประมงอะไร แต่ที่ไปหว่านแหจับมา เพราะแค่อยากเล่นกับปลาในน้ำเฉยๆ
เพื่อ!!!
หมานคิดทั้งๆ ที่โดนลุงแกนลากตัวไปอยู่
ลุงผมไม่หนีไปไหนหรอก ผมเดินเองได้น่า นี่กางเกงจะขาดแล้วนะลุง ลุงครับ!!!!
หมานบอกกับลุงแกน
ไม่ได้ๆ เจอคนน่าสงสัยเมื่อไหร่ เราต้องพาเขาไปหาทหารยามที่เมืองก่อน อย่างน้อยก็ไม่โดนจับไปทรมานหรอก
ลุงหมานพูด
อนึ่งที่ลักษณะการโดนลากของหมานนั้น ไม่ใช่การโดนจับมือแล้วลากไปแบบลุงจับมือหลานแต่อย่างใด แต่เป็การลากแบบที่ก้นคนที่โดนลากนั้นถูไปกับพื้น ดีที่ตอนโดนลากไปเป็ตอนที่อยู่ที่ถนนที่มีทางเรียบแล้ว
แต่มันเจ็บก้นนะลุง ปล่อยผมก่อน จะลากไปถึงไหนกันเนี่ย
หมานบอกลุงแกน แล้วเริ่มโวยวาย
ก็เห็นตอนแรกเราทำท่าจะหนีน่ะสิ ไม่งั้นลุงก็ไม่ต้องมาทำอย่างนี้หรอก เอานี่ถึงแล้วละ
พูดจบลุงแกนก็ปล่อยหมานให้นอนไปกับพื้น
ยินดีต้อนรับสู่เมืองสนธยา
ลุงแกนพูดต้อนรับ
อ้าวนั่นหัวหน้านี่! ทุกนาย เคารพ! วันนี้ทุกอย่างปกติดีครับ
นายทหารที่เฝ้าที่กำแพงเมืองได้เอ่ยกับลุงพร้อมท่าทำความเคารพ
ว่าแต่ไปจับปลาเล่นอีกแล้วเหรอครับ
พอลุงบอก ตามสบาย ก็คุยเล่นด้วยหลังจากนั้น
แล้วจู่ๆ ก็ตู้ม! เกิดระเบิดจากหลังป้อมปราการเสียงดังสนั่น