หยางหลีเหว่ยที่กำลังตอบจดหมายขุนนางที่ดูแลเมืองรีบวางพู่กันสาวเท้าออกจากห้องตำราไปยังเรือนมารดาด้วยความยินดี
หยางไท่เฟยเห็นหน้าบุตรชายก็ร้องขึ้น “หลีเหว่ย เ้าดูสิ แม่หายดีแล้ว”
“ท่านแม่ ท่านเป็ปกติแล้วจริงๆ ด้วย” ชายหนุ่มเดินไปประคองมารดาลงนั่งที่เตียง “ท่านแม่อย่าเพิ่งเดินมากเลยขอรับ ให้หมอมาตรวจให้ละเอียดเสียก่อน”
“แต่ว่าแม่รู้สึกว่าทั่วร่างกายคล้ายกับมีกำลังคืนมาดังเดิมแล้ว ไม่สิ ดูเหมือนจะแข็งแรงกว่าเดิมด้วย”
“หากว่าท่านดีขึ้นจริงๆ เราจะได้กลับเฉินม่ายกันขอรับ”
“มีเื่อันใดเกิดขึ้นหรือ”
“เกิดเหตุดินถล่มแถวตำบลหยินซาน ขุนนางท้องถิ่นหนังสือร้องเรียนมา ข้าสั่งให้คนไปดูแลเบื้องต้นแล้ว เมื่อวานเขียนฎีกาขึ้นถวายฮ่องเต้ พระองค์ทรงอนุญาตให้ข้ากลับเฉินม่ายแล้วขอรับ”
หยางไท่เฟยฟังแล้วรู้สึกกังวลแทนบุตรชาย การดูแลราษฎรเป็งานหลักของเขา หากว่าชักช้าเกิดเหตุร้ายกับชาวบ้าน เขาก็ยากจะปฏิเสธความรับผิดชอบ
ครั้งนี้ที่ต้องเข้ามาอยู่ในเมืองหลวงกว่าครึ่งปีก็เพราะกองกำลังเมืองเฉินม่ายที่อยู่ในความดูแลของหยางหลีเว่ยมีจำนวนมากขึ้นกว่าเดิมเท่าตัว ฮ่องเต้จึงทรง้าดูท่าทีของเขาจึงมีพระราชโองการให้เขาเข้ามาอยู่ใกล้พระเนตรพระกรรณ
“หากเ้ากังวล พรุ่งนี้ก็เชิญหมอหลวงมาตรวจร่างกายแม่อีกครั้งหนึ่งเถิด พวกเราจะได้กลับบ้านกันเสียที”
ด้วยบรรดาศักดิ์ระดับอ๋องเมื่อแจ้งความประสงค์ไปทางสำนักดูแลวังหลวง หมอหลวงแซ่หวงจึงถูกส่งตัวมาตรวจร่างกายให้กับหยางไท่เฟย
หมอหลวงผู้นี้เป็คนที่หยางไท่เฟยค่อนข้างคุ้นเคย ในตอนที่นางเข้าวังไปอยู่เป็ตัวประกันในตำหนักของฮองไทเฮา[1]คนผู้นี้เคยมาตรวจรักษาอาการป่วยเล็กๆ น้อยๆ ให้นางหลายครั้ง
“พวกเ้าออกไปรอข้างนอกก่อน ให้หมอหลวงหวงตรวจข้าตามลำพัง”
เมื่อได้ยินคำสั่งนั้น หยุนมามาจึงโบกมือให้สาวใช้ในห้องออกไปยืนเฝ้าหน้าประตูห้องนอนของหยางไท่เฟย ประตูถูกเปิดเอาไว้เพื่อมิให้เกิดข้อครหา
หยางไท่เฟยจ้องหน้าหมอหลวงนิ่ง “ข้าได้ยินว่าโรคที่ข้าเป็ร้ายแรงมาก และมีเพียงยาสูตรลับของสกุลหลี่ที่ช่วยได้ พอข้าตื่นขึ้นมาก็พบว่าตนเองได้ลูกสะใภ้มาจากฟากฟ้าผู้หนึ่ง ข้าสงสัยว่าเื่นี้คงจะมีผู้เห็นชอบอยู่เื้ั ใช่หรือไม่
“หยางไท่เฟย ท่านก็รู้ว่าเื่นี้ข้าพูดมากไม่ได้”
“ท่านพูดจาอ้อมค้อมเช่นนี้ ข้าก็พอจะนึกออกแล้ว”
ตอนที่หยางไท่เฟยลุกขึ้นนั่งได้ในวันที่สี่ของการรับยาจากสกุลหลี่ หยุนมามาก็เล่าปูมหลังของหลี่หยวนหยวนที่ถูกแต่งงานเข้ามาให้กับนางฟังอย่างละเอียด
‘สตรีที่ไร้สาระที่สุดในเมืองหลวง’ ผู้นี้เป็บุตรสาวของท่านป๋อหลี่เหวินจั๋ว แม้ตำแหน่งการงานของบิดานางมิได้สำคัญนักในราชสำนัก ทว่าเื้ัของคนผู้นี้เกี่ยวพันกับเสนาบดีชุย
‘โรคร้ายของข้ากลายเป็อาวุธให้ฮองไทเฮากับเสนาบดีชุยส่งหลี่หยวนหยวนมาเป็ชายาของหลีเหว่ยเพื่อป้องกันมิให้สกุลหยางได้ผูกสัมพันธ์กับสกุลเซียว’
หยางไท่เฟยคิดจนกระจ่างแล้วก็ให้หมอหลวงหวงตรวจร่างกายของนาง “ข้าเชื่อว่ายาของสกุลหลี่ต้องดีสมคำร่ำลือ”
“เป็เช่นนั้นขอรับ ท่านไม่เพียงแต่หายจากโรคประหลาดนั่น หากแต่ยังแข็งแรงกว่าแต่ก่อนจริงๆ” หมอหลวงยืนยันเต็มปากเต็มคำ
“หากเป็อย่างที่ท่านว่าการแต่งงานนี้ของบุตรชายข้าก็ไม่นับว่าสูญเปล่า อย่างน้อยก็ได้ทำให้ร่างกายที่อ่อนแอของข้าแข็งแรงขึ้นโดยไม่ต้องหาซื้อโสมคนมาบำรุงอีกแล้ว”
“ยินดีกับหยางไท่เฟยด้วยขอรับ สูตรยาลับในการรักษาโรคประหลาดนี้ ท่านป๋อหลี่ยืนยันเองว่าจะมอบให้เฉพาะผู้ที่เป็ญาติสนิทเท่านั้น เท่าที่ข้าได้ยินมา คนในสกุลหลี่ที่เคยดื่มก็มีเพียงญาติสายหลัก ท่านป๋อหลี่ยอมมอบให้กับท่านเพราะท่านอ๋องหยางยอมแต่งงานกับบุตรสาวคนโตที่เกิดจากภรรยาเอกของเขา”
หยางหลีเหว่ยได้รับคำยืนยันจากหมอหลวงหวงว่ามารดาของตนร่างกายแข็งแรง ไม่เพียงแต่โรคประหลาดที่ทำให้ไร้เรี่ยวแรงจะหายไปสิ้น แต่อาการสามวันดีสี่วันไข้ก่อนหน้านี้ก็หายไปด้วย
“ยินดีกับท่านอ๋อง หยางไท่เฟยแข็งแรงราวกับสตรีอายุสามสิบเลยขอรับ”
“อย่างนั้นหรือ ขอบคุณท่านหมอมาก โปรดรับน้ำใจจากข้าด้วย” หยางหลีเหว่ยหันไปพยักหน้าให้กับองครักษ์ที่ยืนอยู่ข้างๆ
ซู่จิ้งจึงควักเอาถุงเงินออกมาประคองส่งให้กับหมอหลวงหวงอย่างนอบน้อม ท่านหมอยิ้มกว้างค้อมศีรษะขอบคุณท่านอ๋องแล้วจากไป
หยางหลีเหว่ยเข้าไปประคองมารดานั่งลง “ท่านแม่ขอรับ ท่านเพิ่งหายดี อย่าเพิ่งออกแรงมากเลย นั่งก่อนเถิด”
“หลีเหว่ย แม่เสียดายนัก ตอนที่เ้าแต่งงาน แม่ไม่มีโอกาสได้เห็นพิธี ลืมตาขึ้นมาอีกครั้งก็เหมือนเ้าจะพาชายามาคารวะน้ำชา แต่ตอนนั้นแม่สะลึมสะลือกึ่งหลับกึ่งตื่นจึงมิได้มองหาลูกสะใภ้ให้เต็มตา”
“ช่างเถิดขอรับ นั่นเป็งานแต่งที่ข้าไม่เต็มใจ ท่านจะอยู่หรือไม่อยู่ดูพิธีก็ไม่สำคัญ” เขาตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
หยางไท่เฟยยื่นมือมาแตะที่แขนของบุตรชาย “แม่รู้ว่าเ้าคับแค้นที่ต้องแต่งกับนาง ทำให้ต้องสูญเสียเซียวหว่านไปให้กับผู้อื่น แต่เ้ายังทิ้งนางตอนนี้ไม่ได้”
หยางหลีเหว่ยผงะ “เพราะเหตุใดหรือขอรับ”
“มองเผินๆ เหมือนหลี่หยวนหยวนหลงใหลชอบใจเ้า พอสบโอกาสท่านป๋อหลี่ที่รักบุตรสาวคนโตมากจึงใช้โอกาสที่เ้า้าสูตรยาลับจากเขาเพื่อรักษาแม่บีบบังคับให้เ้าแต่งงาน แต่ความจริง การแต่งงานนี้มีผู้้าให้เกิดขึ้นอยู่แล้ว”
“ท่านแม่หมายถึง...”
“ต่อให้เ้าไม่แต่งวันนี้ วันหน้าก็ต้องแต่งกับนางอยู่ดี ชื่อเสียงของสตรีไร้สาระที่สุดในเมืองหลวง ทำให้หลี่หยวนหยวนคือตัวเลือกที่เหมาะสมในการแต่งให้กับเ้า”
ชายหนุ่มอึ้งไปชั่วอึดใจ “เหตุใดท่านแม่จึงคิดเช่นนี้ขอรับ”
“เ้าจำได้หรือไม่ ก่อนที่ท่านพ่อของเ้าจะทำศึกใหญ่กับแคว้นเว่ย แม่เคยมาพำนักในตำแหน่งของฮองไทเฮาอยู่่หนึ่ง คนภายนอกคิดว่าแม่เป็ที่โปรดปรานของพระองค์ แต่ความจริง แม่มาอยู่เพื่อเป็ตัวประกันต่างหาก”
หยางไท่เฟยถอนหายใจ “ท่านอ๋องต่างแซ่ที่ดูแลบ้านป่าเมืองเถื่อนจนเริ่มมีผู้เข้ามาอาศัยจำนวนมาก ซ้ำยังมีกองทหารที่ขยายมากขึ้นเรื่อยๆ เ้าคิดว่าผู้ที่กุมอำนาจสูงสุดในแผ่นดินจะวางใจได้หรือ”
หยางหลีเหว่ยไม่เคยได้ยินมารดาอธิบายเื่นี้มาก่อน ่นั้นเขาเองก็ยังเด็ก ท่านพ่อยกทัพจับศึกอยู่เรื่อยๆ ท่านแม่ต้องเข้าไปอยู่ในวัง ตัวเขาถูกส่งไปอยู่สำนักศึกษาจินอวี้ในเมืองหลวง
หนึ่งปีนั้นเขาเองก็รู้สึกคล้ายถูกกักขังเพราะมีองครักษ์มาคอยดูแล จะไปแห่งหนใดล้วนต้องได้รับคำอนุญาตจากท่านอาจารย์ใหญ่
กระทั่งบิดาชนะศึกครั้งใหญ่ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์อ๋อง คนทั้งครอบครัวจึงได้กลับมาอยู่พร้อมหน้ากันอีกครั้ง เขาได้กลับเมืองเฉินม่ายและไปร่ำเรียนวรยุทธ์ในสำนักเดิมของบิดา
“ท่านแม่คิดว่าเป็แผนของฮองไทเฮาหรือขอรับ”
หยางไท่เฟยพยักหน้า “บัดนี้เ้ามีทหารในมือร่วมห้าหมื่น ไม่เพียงแต่ดูแลเมืองเฉินม่ายยังมีเมืองจู๋หลิงอีก หากเ้าแต่งงานกับเซียวหว่าน พ่อตาโหวที่เป็ขุนนางใหญ่ในกรมกลาโหมย่อมจะทำให้เ้ากลายเป็พยัคฆ์ติดปีกใน ไม่ช้า ตอนที่แม่บอกเ้าเื่หมั้นหมายกับเซียวหว่าน แม่ลืมคิดเื่นี้ไป”
“ข้าให้คนไปสืบมาแล้วขอรับ เื้ัของท่านป๋อหลี่มีเสนาบดีชุย ข้าจึงไม่้าให้หลี่หยวนหยวนอยู่ในจวนของเรา”
“แม่รู้ เ้าคิดจะหย่าขาดจากนาง”
“ท่านแม่เห็นเช่นไรขอรับ”
“จะหย่านางในเมืองหลวงไม่ได้ เ้าต้องพานางกลับเฉินม่ายเสียก่อน ขอเพียงพ้นหูพ้นตาป๋อหลี่กับเสนาบดีชุย ค่อยจัดการ”
[1] ฮองไทเฮา เป็ตำแหน่งเรียกสตรีผู้เป็พระอัยยิกา(ย่า) ของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน
*************
