ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงปืนดังสนั่นรอบรถหรูที่กำลังแล่นบนถนนเพื่อคุ้มกันลูกค้าวีไอพีไปยังสนามบิน รถเสียหลักเพราะยางรถถูกยิงจนะเิทำให้คนขับต้องพยายามประคองรถเพื่อจอดข้างทาง
ฟ่านหนิงเหอเป็บอดี้การ์ดทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของวีไอพีซึ่งเป็ถึงซีอีโอของบริษัทนำเข้าส่งออกรถหรูระหว่างประเทศ เขากำลังใช้มือซ้ายกดศีรษะวีไอพีให้ก้มต่ำลง มือขวาถือปืนไว้สายตามองหาคนร้ายและเส้นทางหลบหนี
เมื่อรถจอดสนิทเขามองหาทางหนีทีไล่ สองข้างทางเป็ที่รกร้างไร้บ้านเรือนผู้คน เมื่อไม่มีทางเลือกจึงตัดสินใจดึงมือวีไอพีให้ลงจากรถวิ่งมาหลบอยู่ด้านหลังต้นไม้ใหญ่ข้างทาง ใช้ปืนยิงสวนกับคนร้ายโดยมีไทเลอร์คนรักของเขาซึ่งเป็บอดี้การ์ดเช่นเดียวกันคอยยิงสกัดเพื่อช่วยคุ้มกันอยู่ข้าง ๆ จนในที่สุดะุของทั้งคู่ก็หมดลง
"ไทเลอร์ระวัง"
คนร้ายใส่ชุดสูทสีดำสี่คนกำลังเดินตรงมาทางไทเลอร์เอาปืนจี้ไปที่ศีรษะ ฟ่านหนิงเหอที่ตอนนี้เอาตัวเองยืนบังวีไอพีไว้ถึงกับใกับภาพตรงหน้า
เขากับไทเลอร์คบกันมาหนึ่งปีเต็ม โดยเริ่มจากความเป็เพื่อนเจอกันที่โรงเรียนฝึกการต่อสู้และฝึกหัดการเป็บอดี้การ์ดมาด้วยกัน จนพัฒนาความสัมพันธ์มาเป็แฟนกันในที่สุด
"หนิงเหอหลบไป ทิ้งวีไอพีไว้ที่นี่" ไทเลอร์ที่ตอนนี้มีปืนสีดำเมี่ยมจ่ออยู่ที่ขมับบอกให้เขาหลบออกไป
"ไม่!" ฟ่านหนิงเหอะโออกไปเสียงดังเขาตั้งใจจะเป็บอดี้การ์ดจนนาทีสุดท้ายถึงจะต้องตายเขาก็ต้องทำหน้าที่ให้ถึงที่สุด
สิ้นเสียงปฏิเสธของฟ่านหนิงเหอปืนของคนร้ายที่จ่อขมับไทเลอร์ไว้ก็หันปากกระบอกปืนลั่นไก ปัง! ะุวิ่งตรงเข้าที่หน้าอกฟ่านหนิงเหอหนึ่งนัด จนร่างเขาทรุดลงกับพื้น คนร้ายสองคนเดินตรงเข้ามาจับตัววีไอพีไว้
"พวกแกทำอะไร เราตกลงกันแล้วว่าจะไม่ทำร้ายใครแค่จะจับตัววีไอพีเท่านั้น"
ไทเลอร์หันไปโวยวายใส่คนที่ลั่นะุใส่คนรักแล้ววิ่งเข้ามาประคองฟ่านหนิงเหอไว้
"ไทเลอร์..นายเป็พวกเดียวกับพวกนั้นเหรอ"
ฟ่านหนิงเหอที่ตอนนี้เืไหลออกมาจากแผลไม่หยุดพูดเสียงตะกุกตะกัก
"ผมขอโทษ" ไทเลอร์จับใบหน้าที่ตอนนี้ซีดเผือดเอาไว้ น้ำตาไหลออกมา
ลมหายใจสุดท้ายของฟ่านหนิงเหอสิ้นสุดลง ภาพสุดท้ายที่เขาเห็นคือใบหน้าของไทเลอร์คนที่บอกว่ารักเขา คนทรยศหักหลังเขา คนที่เป็ต้นเหตุทำให้เขาหมดลมหายใจจากโลกนี้
เพี๊ย!
"ไอ้ลูกไม่รักดี"
ฟ่านหนิงเหอถูกชายวัยกลางคนตบจนหน้าหันไปตามแรงมือ เขายืนงงว่าเกิดอะไรขึ้น เขายกมือขึ้นจับใบหน้า แล้วเลื่อนลงมาจับที่หน้าอกตัวเอง เทียบกันแล้วตอนนี้เขาเจ็บที่หน้า ที่หน้าอกไม่มีาแถูกยิง เืที่ไหลทะลักก่อนหน้านี้ ตอนนี้สักหยดก็ไม่มีให้เห็น เขาจับหน้าอกตัวเองคลำไปมา
"ไม่เจ็บ" เขาพูดกับตัวเองแ่เบา
"วัน ๆ หาแต่เื่เข้าบ้านไม่หยุดหย่อนเมื่อไหร่เ้าจะขยันฝึกวรยุทธ์และศึกษาตำรับตำรา อีกไม่กี่วันก็จะมีสอบคัดเลือกองครักษ์เข้าวังหลวงแล้วยังเอาแต่เที่ยวเล่น"
ผู้ชายวัยกลางคน ผมยาวสีดำรวบไว้ครึ่งศีรษะใส่ชุดสีน้ำตาลเข้มตัวยาวมีเข็มขัดสีดำคาดไว้ที่เอวกำลังยืนพูด นิ้วชี้มาทางเขา ั์ตาสีดำสำรวจสถานที่แห่งนี้ด้วยอาการตกตะลึง รอบตัวเป็ห้องโถงกว้าง เครื่องเรือนทุกชิ้นในห้องนี้ โต๊ะ เก้าอี้ ล้วนทำจากไม้เนื้อดี ถูกแกะสลักลวดลายวิจิตรตระการตา ดูสถาปัตยกรรมอันประณีตน่าจะเป็แบบจีนโบราณ ทำให้เขาถึงกับยืนนิ่งเกร็งค้าง พูดอะไรไม่ออกนี่เขาอยู่ที่ไหนนี่ เขาถูกคนร้ายยิงตายแล้วมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง
"ท่านพี่...หนิงเหอไม่ได้ตั้งใจให้เกิดเื่เสียหน่อย อีกอย่างนักเลงกลุ่มนั้นก็เข้าใจผิดคิดว่าหนิงเทียนคือหนิงเหอจึงเกิดเื่นี้ขึ้นท่านอย่าโกรธนักเลย ระวังสุขภาพด้วย"
มารดาที่มักให้ท้ายลูกคนสุดท้องเสมอ มือก็ลูบหลังลูกชายสุดรักไปมาเพื่อปลอบประโลม
ฟ่านหนิงเหอมองหญิงวัยกลางคนที่ใบหน้ายังสวยสะพรั่ง บนศีรษะประดับด้วยปิ่นทอง มือเล็กเรียวกำลังลูบหน้าลูบหลังเขาอยู่ แล้วเหลือบไปมองชายหนุ่มอีกคนที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ รูปร่างหน้าตาเหมือนเขาราวกับฝาแฝด เขาถึงกับอ้าปากค้าง อาภรณ์ที่ทั้งสามคนในห้องนี้สวมใส่คล้ายหลุดออกมาจากสมัยราชวงศ์ถังของจีน ทุกสายตาล้วนจับจ้องมาที่เขาเป็จุดเดียวกัน
"เ้าก็ให้ท้ายเขาจนวัน ๆ ไม่ศึกษาเล่าเรียน วรยุทธ์ก็ไม่ได้เื่ ตำราอ่านเขียนก็ไม่สนใจ เปิดร้านขายสุราเยี่ยงนั้นตระกูลเรามิต้องอับอายขายขี้หน้าเขาไปทั่วหรอกหรือ รู้ถึงไหนอายถึงนั่น"
"ท่านพ่ออย่าดุน้องนักเลย อีกอย่างเื่วันนี้ก็เป็ข้าเองที่ไม่เอาไหนจึงโดยต่อย ข้าจะฝึกวรยุทธ์ให้เก่งขึ้นจะได้ปกป้องตัวเองและน้องได้"
"เ้าก็อีกคนหนิงเทียน...ให้ท้ายกันเข้าไป"
นายอำเภอเมืองอิงโตวถึงกับเอือมระอากับความไม่เอาไหนของลูกชายผู้เป็แฝดน้อง ยังดีที่หนิงเทียนแฝดผู้พี่เก่งทั้งบู้และบุ๋นพอเป็หน้าเป็ตาให้กับเขาและวงศ์ตระกูลได้บ้าง ส่วนหนิงเหอเขาไม่อยากพูดถึงเลยเพราะมีแต่ความไม่เอาไหน ไม่เอาถ่าน ไม่เอาการ ไม่เอางาน เล่นสนุกไปวัน ๆ คิดได้ไม่กี่ข้อแค่นี้ถึงกับถอนหายใจออกมา ข้อที่เหลือไม่อยากจะคิดต่อเพราะไม่เช่นนั้นบิดาอย่างเขาคงจะต้องกัดลิ้นตัวเองตายเป็แน่
บิดาของฟ่านหนิงเทียนกับฟ่านหนิงเหอพี่น้องฝาแฝดเป็ถึงนายอำเภอเมืองอิงโตว ต้นตระกูลสืบเชื้อสายมาจากขุนนางเก่าแก่จากราชสำนัก มารดาเป็ถึงบุตรสาวคนงามของอดีตเสนาบดีวังหลวง แต่ลูกชายอย่างฟ่านหนิงเหอกลับไม่เอาไหนวัน ๆ ขลุกอยู่แต่ร้านขายสุรา เกี้ยวพานารี เล่นพนันขันต่อจนเกิดเื่เกิดราวกับพี่ชายฝาแฝดฟ่านหนิงเทียนที่โดนตามไล่ล่าจากกลุ่มนักเลงที่เล่นพนัน
เมื่อโดนบิดาต่อว่าเขามักตอบกลับไปว่า พวกนั้นไม่เอาไหนพ่ายแพ้แก่เขาแล้วตามมาหาเื่จะเอาเงินคืน นี่เป็คำโต้ตอบที่เขาใช้ตอบบิดายามที่มีนักเลงโตจากบ่อนเข้ามาหาเื่ ความซวยมักมาตกอยู่ที่พี่ชายฝาแฝดที่ต้องชกต่อยกับคนร้ายจนหน้าเขียวกลับมาจวนเป็ประจำเพราะถูกเข้าใจผิดว่าเป็ฟ่านหนิงเหอ บิดาถึงกับโมโหเืขึ้นหน้าเพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเื่ราวแบบนี้
"ยังไงเ้าสองคนก็ต้องไปสอบเข้าเป็องครักษ์ในวังหลวง ถ้าไม่ผ่านเราได้เห็นดีกันแน่ โดยเฉพาะเ้า..ไอ้ตัวดี"
ฟ่านหนิงเหอโดนสายตาดุของบิดาส่งมาอย่างคาดโทษ ก่อนจะสะบัดมือเดินออกไปด้วยอารมณ์โมโห เล่นเอาเขาถึงกับตัวเกร็งยิ่งกว่าเดิม
"ไม่เป็ไรนะหนิงเหอ..บิดาเ้าเขาแค่หวังดี วันนี้เ้าไปพักเถอะเดี๋ยวแม่ให้ อาชางเอายาไปประคบหน้าให้เ้า"
ฮูหยินฟ่านที่ขึ้นชื่อว่าเป็มารดาเขาที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กำลังลูบมือลูบแขนเขาไปมา ผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็พี่ชายฝาแฝดที่แต่งตัวด้วยชุดจีนโบราณสีเขียวอ่อน ผมยาวเกือบถึงเอวถูกรวบไว้แล้วผูกด้วยผ้าแถบสีเดียวกันกับชุด ใบหน้าขาวเรียวถือได้ว่าเป็ชายรูปงามเมื่อสวมอาภรณ์ผ้าไหมชั้นดีเช่นนี้ยิ่งหวานละมุนเข้าไปอีก ใบหน้านี้เหมือนใบหน้าเขายังกับแกะ ยืนส่งยิ้มกลับมาให้ เขาสะบัดหัวไปมาแรง ๆ
ความทรงจำของร่างนี้ค่อย ๆ ปรากฏขึ้น ชายและหญิงวัยกลางคนนั้นคือบิดาและมารดา ส่วนบุรุษผู้นั้นคือพี่ชายฝาแฝดของร่างนี้ ที่มีชื่อว่า ฟ่านหนิงเทียน ส่วนเขาคือ ฟ่านหนิงเหอ
นี่เขาอยู่ที่ไหนกันแน่เนี่ย?