การสอบสวนลับของหมอหลวง
ฉีเหิง จ้องมองใบหน้าอ่อนโยนของจื่อหลัน ที่นั่งอยู่บนเกวียนนักโทษอย่างไม่เชื่อสายตา เขาััได้ถึง รัศมีแห่งกุศลที่แปลกประหลาดรอบตัวเธอ และคำว่า 'มารได้เข้าสู่วังหลวงแล้ว' ได้สั่นะเืความเชื่อทุกอย่างที่เขายึดถือ
“ท่านเซียนหญิง...”ฉีเหิงลดเสียงลงต่ำสุดขีด“คำพูดของท่านนั้นร้ายแรงเกินกว่าที่ข้าจะรับไว้ได้โดยไม่มีเหตุผลอันควรข้าขอความกรุณาท่าน ให้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับมารตนนั้น”
จื่อหลันรู้ดีว่านี่คือโอกาสเดียวที่เธอจะสามารถรักษาชีวิตของตนเองไว้ได้และการใช้ข้อมูลที่แม่นยำ คือวิธีเดียวที่จะสร้างความน่าเชื่อถือให้กับหมอหลวงผู้นี้ได้
“ท่านหมอฉี”จื่อหลันตอบด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล แต่ทุกคำล้วนคมกริบ “มารนั้นได้สิงอยู่ในร่างของหวังโฮ่วมาั้แ่คราพระนางเสด็จไปไหว้พระที่วัดหลวงซงซานเมื่อเดือนก่อนแต่สิ่งที่น่ากลัวกว่า คือ การเปลี่ยนแปลงทางจิติญญาของพระนาง”
ฉีเหิงผงะเล็กน้อยเขาจำได้ถึงความรู้สึกบางอย่างที่ผิดแปลกไปเมื่อเข้าเฝ้าหวังโฮ่วในระยะหลัง
จื่อหลันอธิบายต่ออย่างเจาะจง“หวังโฮ่วพระองค์เดิมนั้นทรงเป็สตรีที่เปี่ยมด้วยพระเมตตาทรงรักหวงตี้และองค์รัชทายาทอย่างแท้จริง แต่หวังโฮ่วองค์ปัจจุบัน... จิติญญาของพระนางเ็าดุจน้ำแข็ง”
“ข้าััได้...”ฉีเหิงพึมพำ “นางไม่มองพระพักตร์หวงตี้ด้วยความรักอีกต่อไปแล้ว...”
“ถูกต้อง”จื่อหลันกล่าว “นอกจากความเ็าแล้ว ท่านอาจสังเกตได้ว่า พระนางทรงเริ่มหลีกเลี่ยงการััทางกายกับผู้ใดโดยเฉพาะหวงตี้และองค์รัชทายาท ราวกับรังเกียจพลังปราณของมนุษย์ทรงเปลี่ยนไปให้ความสนใจกับพิธีสวดมนต์และเครื่องรางที่ไร้สาระอย่างฉับพลันทั้งที่พระนางไม่เคยเชื่อเื่เหล่านี้มาก่อน และสุดท้าย... พระสุรเสียงของนางจะดูราบเรียบผิดปกติบางครั้งจะแฝงด้วยโทนเสียงที่ลึกและเยือกเย็นที่ไม่ใช่พระสุรเสียงดั้งเดิมของพระนางเลย”
ฉีเหิงถึงกับยกมือขึ้นลูบใบหน้าด้วยความตื่นตระหนกทุกสิ่งที่จื่อหลันกล่าวล้วนเป็ ความจริง ที่เขาเคยสังเกตเห็นแต่ไม่กล้าสรุป
“นี่คือจิ้งจอกเก้าหางที่มีอำนาจในการหลอกล่อดวงจิตและมันกำลังครอบงำวังหลวงทั้งหมดเพื่อ่ชิง ชะตากรรมของราชวงศ์” จื่อหลันสรุปอย่างเด็ดขาด
การถ่ายทอดมหากรุณาธารณีสูตร
เมื่อฉีเหิงเชื่อในข้อมูลที่จื่อหลันบอกแล้วจื่อหลันก็รู้ว่าถึงเวลาของการสร้างอาวุธฝ่ายธรรมะที่จะใช้ต่อต้านมารตนนี้
“ท่านหมอฉี”จื่อหลันกล่าว “มารนั้นกลัว พลังแห่งเมตตาและกุศลอย่างที่สุดในฐานะที่ท่านเป็ผู้ที่มีจิตใจดีงาม ข้าจะมอบพระสูตรที่ทรงพลังที่สุดบทหนึ่งในแดนพุทธเกษตรสุขาวดีให้ท่านเพื่อใช้ในการสะกดข่มและปกป้องดวงจิตของท่านเองเมื่อเผชิญหน้ากับมัน”
จื่อหลันขอพู่กันและหมึกจากฉีเหิงซึ่งเขารีบจัดหามาให้อย่างรวดเร็ว เธอใช้สมาธิรวบรวม พลังปราณ (ที่เธอเพิ่งซื้อมาด้วยแต้มบุญ 10,000 แต้ม)เพื่อเขียนมหากรุณาธารณีสูตรที่สลักอยู่ในความทรงจำของเธอลงบนผ้าไหมอย่างประณีต
ตัวอักษรแต่ละตัวที่เขียนลงไปบนผ้าไหมดูราวกับส่องแสงเรืองรองแม้ฉีเหิงจะมองไม่เห็นพลังบุญแต่เขาก็ััได้ถึงความสงบและเยือกเย็นที่แผ่ออกมาจากอักขระเ่าั้
“บทสวดนี้คือ บทสวดแห่งเมตตาอันยิ่งใหญ่”จื่อหลันอธิบาย “ท่านจงท่องมันในใจเมื่ออยู่ใกล้หวังโฮ่วพลังงานแห่งกุศลของบทสวดนี้จะสร้างเกราะป้องกันจิตใจของท่านจากอำนาจแห่งการล่อหลอกของจิ้งจอกเก้าหางได้และมันจะช่วยสะกดข่มพลังมารของมันได้เมื่อท่านท่องออกเสียงออกมา เพียงแต่อำนาจของพระสูตรนั้นจะขึ้นกับพลังชีวิตของผู้ที่สวด”
ฉีเหิงรับผ้าไหมมาด้วยมือที่สั่นเทานี่คือสมบัติที่ไม่อาจประเมินราคาได้!
การปฏิเสธคำเชิญ และภารกิจสู่เหมืองทรมาน
ฉีเหิงเก็บผ้าไหมที่จารึกบทสวดไว้ในอกอย่างระมัดระวังแล้วหันมามองจื่อหลันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเคารพอย่างสูงสุด
“ท่านเซียนหญิง!ข้าไม่อาจปล่อยให้ท่านเดินทางไปยังเหมืองชายแดนได้ ที่นั่นเต็มไปด้วยภัยอันตรายข้าจะใช้ฐานะหมอหลวงของข้า สั่งให้ท่านได้รับการพักโทษและรักษาตัวที่สำนักแพทย์ของข้าในเมืองหลวงท่านต้องกลับไปกับข้าเพื่อความปลอดภัย”
จื่อหลันยิ้มอย่างอ่อนโยนแต่เธอส่ายหน้าอย่างหนักแน่นการกลับไปวังหลวงตอนนี้เท่ากับเธอต้องพึ่งพาฉีเหิงอย่างสิ้นเชิงซึ่งจะทำให้เธอไม่สามารถทำภารกิจส่วนตัวเพื่อเก็บแต้มบุญได้
“ท่านหมอฉี...แม้ข้าจะซาบซึ้งในความเมตตาของท่าน แต่ข้าไม่สามารถกลับไปยังเมืองหลวงกับท่านได้”
“เหตุใดกัน?”ฉีเหิงถามด้วยความประหลาดใจ
“ชะตากรรมของข้ามิได้มีเพียงการโค่นล้มจิ้งจอกเก้าหางเท่านั้น”จื่อหลันกล่าวอย่างลึกซึ้งโดยอ้างอิงถึง ระบบบุญ ของตน“์้าให้ข้าเดินทางไปยังเหมืองชายแดน ซึ่งเป็สถานที่ที่เต็มไปด้วย ความทุกข์ทรมานของผู้คน”
“ที่เหมืองนั้น...มีคนผู้มีบุญจำนวนมากถูกใส่ร้าย และถูกบังคับใช้แรงงานอย่างทารุณ! พวกเขาคือผู้มีพลังกุศลที่ถูกกดขี่!ข้าต้องไปที่นั่นเพื่อล้างความอยุติธรรมและช่วยชีวิตผู้บริสุทธิ์เ่าั้! นี่คือภารกิจแห่งการชดใช้ของข้า เพื่อแลกกับการถูกถอนโทษเนรเทศที่แท้จริง!”
จื่อหลันจ้องมองฉีเหิงด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความตั้งใจ“หากข้าสามารถช่วยให้ดวงจิตบริสุทธิ์ของผู้คนเ่าั้ได้กลับคืนสู่ความสงบได้... พลังแห่งกุศลที่ข้าได้รับมาจะแข็งแกร่งพอที่จะต่อกรกับจิ้งจอกเก้าหางได้อย่างถาวร!ข้าต้องไปที่นั่นเพื่อสร้างกุศลของข้าให้ถึงขีดสุด”
ฉีเหิงเข้าใจในทันที ภารกิจแห่งเทพเซียนย่อมมิใช่เื่ง่ายการเผชิญหน้ากับความทุกข์ระทมของมนุษย์ย่อมนำมาซึ่งการบรรลุธรรมที่สูงส่งกว่าการซ่อนตัวอยู่หลังกำแพงวัง
“ข้าเข้าใจแล้ว”ฉีเหิงยอมจำนน “หากท่านต้องไป... ข้าขอให้ท่านปลอดภัยและข้าจะใช้เวลาที่ท่านไม่อยู่นี้ในการกำจัดบริวารของมารให้มากที่สุดเท่าที่ข้าจะทำได้”
การรักษาอหิวาตกโรค
ก่อนที่การสนทนาจะยุติลงจื่อหลันก็ตระหนักถึงอีกภารกิจเร่งด่วนที่เธอสามารถทำได้ในตอนนี้
“ท่านหมอฉีเหิง”จื่อหลันกล่าว“ข้าขอแจ้งเื่สำคัญอีกหนึ่งเื่ที่์บอกให้ข้าถ่ายทอดแก่ท่านเื่นี้เป็เื่สำคัญสำหรับการช่วยชีวิตผู้คนในหมู่บ้านนี้และอาจจะรวมถึงที่อื่นในแคว้นนี้”
“มีสิ่งใดที่ข้าสามารถช่วยเหลือผู้คนได้อีกหรือ?”ฉีเหิงถามอย่างตั้งใจ
“โรคระบาดที่กำลังแพร่กระจายในขณะนี้โดยเฉพาะโรคที่ทำให้ผู้คนมีอาการ ถ่ายท้องและอาเจียนอย่างรุนแรง” จื่อหลันกล่าว ซึ่งฉีเหิงพยักหน้าเพราะนี่คือโรคที่คร่าชีวิตผู้คนไปนับไม่ถ้วน “สาเหตุการตายของผู้ป่วยส่วนใหญ่ มิใช่เพราะเชื้อโรคเพียงอย่างเดียวแต่เกิดจากการขาดน้ำอย่างรุนแรง จนร่างกายไม่สามารถทำงานได้!”
ฉีเหิงเบิกตากว้าง“ขาดน้ำอย่างรุนแรง!?”
“ถูกต้อง!”จื่อหลันรีบขอพู่กันและผ้าไหมอีกครั้ง และเธอก็เขียน สูตรน้ำเกลือแร่ลงไปอย่างละเอียด
“ท่านจงใช้ น้ำสะอาดผสมกับ เกลือบริสุทธิ์ ในปริมาณที่เขียนไว้ และใส่ น้ำตาลทราย ลงไปด้วยในสัดส่วนนี้”จื่อหลันเน้นย้ำ “น้ำเกลือผสมน้ำตาลนี้จะช่วยให้ร่างกายสามารถ ดูดซับน้ำ เข้าสู่เซลล์ได้อย่างมีประสิทธิภาพท่านต้องให้ผู้ป่วยดื่มมันให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้หรือหาวิธีใดก็ได้เพื่อให้พวกเขาสามารถดูดซับของเหลวนี้เข้าสู่ร่างกายได้อย่างรวดเร็ว!นี่คือยาแห่งชีวิตที่ช่วยกอบกู้ผู้คนนับล้านได้!”
ฉีเหิงมองดูสูตรนั้นอย่างละเอียดใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความทึ่งในความรู้ทางการแพทย์ที่แปลกใหม่นี้
“นี่เป็หลักการที่ไม่เคยมีใครกล่าวถึงมาก่อน!”ฉีเหิงอุทาน “การขาดน้ำ... ข้าจะจัดการเื่นี้เอง!ข้าจะนำความรู้นี้ไปช่วยผู้คนในนามของท่าน! ข้าขอสาบานต่อ์ว่าข้าจะใช้ความดีความชอบในการช่วยชีวิตผู้คนในครั้งนี้เพื่อทูลขอการอภัยโทษจากหวงตี้และล้างชื่อเสียงของท่านให้กลับคืนมาโดยเร็วที่สุด!”
จื่อหลันพยักหน้าด้วยความโล่งใจเธอได้ปลดล็อกภารกิจที่สำคัญที่สุดไปสองอย่างแล้ว
การเดินทางที่ถูกขัดจังหวะ
เช้าวันรุ่งขึ้น จื่อหลันกล่าวอำลาฉีเหิงที่สาบานว่าจะดำเนินการตามแผนทั้งหมดและกล่าวอำลาชาวบ้านที่รอดชีวิตจากพิษมารที่มาคุกเข่าเพื่อส่งเธอออกจากหมู่บ้าน
ทหารหวัง และผู้คุมพาจื่อหลันออกเดินทางไปยังเหมืองชายแดนอีกครั้งคราวนี้ทหารหวังปฏิบัติกับเธอด้วยความเคารพสูงสุด ราวกับเธอคือ นักบวชหญิงศักดิ์สิทธิ์ที่กำลังทำภารกิจสำคัญ
การเดินทางผ่านไปได้ด้วยดีหลายวัน จนกระทั่ง่บ่ายวันหนึ่ง พายุฝนได้โหมกระหน่ำลงมาอย่างรุนแรงจนเกือบจะมองไม่เห็นทางข้างหน้า
“หยุดเกวียน!”ทหารหวังะโ “ข้างหน้ามี วัดร้าง! เราต้องเข้าไปหลบพายุฝนก่อน!”
ทุกคนรีบพากันเข้าไปในวัดร้างที่ดูเก่าแก่และถูกทิ้งร้างมานานภายในวัดมีกลิ่นอับชื้นและเต็มไปด้วยหยากไย่ ทหารหวังรีบจุดไฟเพื่อให้ความอบอุ่นส่วนจื่อหลันนั่งลงพิงกำแพงอิฐเก่าๆ อย่างเงียบเชียบ
ทันทีที่เธอมีเวลาอยู่กับตัวเองเพียงลำพังเสียงของระบบก็ดังขึ้นในใจของเธอ
[แจ้งเตือนระบบ:ภารกิจส่งต่อบุญ (The Transfer of Merit) เสร็จสมบูรณ์!]
[ภารกิจย่อยที่ 1:การใช้มหากรุณาธารณีสูตร]
· สถานะ: สำเร็จ! หมอหลวงฉีเหิงจะได้ใช้บทสวดเพื่อปกป้องดวงจิตของตนเองและบุคลากรในวังหลวงในการเผชิญหน้ากับหวังโฮ่ว(จิ้งจอกเก้าหาง) และพลังมารจะถูกสะกดข่มชั่วคราว!
· ผลตอบแทน:+2,000 แต้มบุญ!
[ภารกิจย่อยที่ 2:การรักษาโรคระบาด (สูตรน้ำเกลือแร่)]
· สถานะ: สำเร็จอย่างยิ่งยวด!หมอหลวงฉีเหิงได้เริ่มใช้สูตรน้ำเกลือแร่ในการรักษาผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากอหิวาตกโรคในหมู่บ้านใกล้เคียงผลลัพธ์คือ อัตราการรอดชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างก้าวะโ!
· ผลตอบแทน:+8,000 แต้มบุญ!
· แต้มบุญรวมคงเหลือ:10,000 แต้มบุญ!
[แจ้งเตือนระบบ:สถานะความจงรักภักดี (ฉีเหิง)]
· หมอหลวงฉีเหิงได้ทูลรายงานต่อองค์รัชทายาทเกี่ยวกับความดีความชอบของท่านในการปราบพิษมารและคิดค้นยาแห่งชีวิต!
· ฉีเหิงกำลังขอร้องให้หวงตี้ พิจารณาการอภัยโทษให้ท่านจากความดีความชอบที่ได้ทำเพื่อแคว้นซาง! (สถานะ: กำลังดำเนินการ)
จื่อหลันถึงกับเบิกตากว้างด้วยความดีใจ!เธอมี หนึ่งหมื่นแต้มบุญ แล้ว! และที่สำคัญที่สุด... เธอมีโอกาสได้รับการอภัยโทษจากการกระทำที่เธอไม่ได้ก่อ!
์เข้าข้างฉันจริงๆ!ฉันเป็แค่นักแสดง แต่ฉันทำทุกอย่างถูกต้องตามหลักการของเทพเซียน!
จื่อหลันยิ้มอย่างพึงพอใจเธอกัดฟันแน่น ฉันจะใช้แต้มบุญนี้เพื่อความอยู่รอดในเหมืองให้ได้!
พิธีกรรมมืดในตำหนักหวงตี้
ขณะที่พายุฝนกำลังโหมกระหน่ำอยู่ภายนอกวัดร้างบรรยากาศภายในวังหลวง ที่ตำหนักหวงตี้ กลับเงียบสงบอย่างน่าขนลุก
หวงตี้ บรรทมอยู่บนเตียงด้วยอาการประชวรหนักดวงตาปิดสนิท ใบหน้าซีดเซียว และหายใจแ่เบา ข้างเตียงมี หวังโฮ่วนั่งอยู่ด้วยใบหน้าที่ดูเศร้าหมองแต่ดวงตาของนางกลับฉายแววแห่งความอำมหิตและความทะเยอทะยานอย่างแท้จริง
“ฝ่าา...ได้เวลาเสวยยาแล้วเพคะ”
หวังโฮ่วหยิบถ้วยยาที่มองยังไงก็รู้ว่าขมขึ้นมาและป้อนให้หวงตี้อย่างช้าๆยานี้มิใช่ยาพิษ แต่เป็น้ำแกงปีศาจ ที่ช่วยรักษาชีวิตของหวงตี้ไว้ไม่ให้ตายทันทีแต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้ดวงจิตของเขาทรุดโทรมลงอย่างต่อเนื่อง
เมื่อหวงตี้หลับไปอย่างสมบูรณ์หวังโฮ่วก็เผยรอยยิ้มที่ชั่วร้ายออกมา
นางยื่นมือที่เรียวและขาวผ่องของนางออกไปเหนือพระวรกายของหวงตี้อย่างช้าๆนางไม่กล้าััพระวรกายของเขาโดยตรง เพราะพลังปราณัของหวงตี้แม้จะอ่อนแอแต่ก็ยังสามารถก่อให้เกิดปฏิกิริยาต่อต้านที่รุนแรงได้
ทันใดนั้น เงาสีดำอมม่วงที่เป็ประกายก็เริ่มเล็ดลอดออกมาจากปลายนิ้วของหวังโฮ่วเงาเหล่านี้ค่อยๆ แทรกซึมเข้าไปในพระวรกายของหวงตี้อย่างช้าๆ
หวังโฮ่ว (คิดในใจ) “ข้าไม่อาจชิงเอาชะตาัของเ้ามาทั้งหมดในครั้งเดียวได้... หวงตี้!หากข้าใช้พลังปีศาจที่แท้จริงเพื่อ่ชิงชีวิตของเ้าโดยตรง ์ก็จะพบเห็นข้าและส่งสายฟ้าแห่ง์จะลงโทษข้าในทันที!”
“แต่ถ้าข้าค่อยๆสูบเอาพลังชีวิตและโชคชะตาของเ้าไปทีละน้อย ๆ...ผู้คนจะคิดว่าเ้าประชวรด้วยโรคภัยไข้เจ็บตามธรรมชาติ... และเมื่อถึงเวลา... ชะตาัก็จะกลายเป็ของข้าอย่างสมบูรณ์...และข้าจะเป็ผู้ที่ควบคุมทุกสิ่งในแคว้นซางนี้ ข้าจะกลายเป็จักรพรรดินี!”
เงาปีศาจสีม่วงเข้มยังคงทำหน้าที่ดึงดูด พลังงานชีวิตของหวงตี้อย่างช้าๆเพื่อรอวันที่จะได้บัลลังก์อย่างสมบูรณ์
ในขณะที่จื่อหลันกำลังพักอยู่ในวัดร้างกับแต้มบุญ10,000แต้มเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับเหมืองทรมาน จิ้งจอกเก้าหางก็กำลังเร่งแผนการลับของมันเพื่อทำลายราชวงศ์ซางจากภายในอย่างเงียบเชียบที่สุด!