"ดังที่ข้าน้อยได้กล่าวไปแผนการนี้เน้นการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและไม่คาดคิดพ่ะย่ะค่ะ"ฮวาเสี่ยวซีกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น มองไปยังแผนที่และอธิบายรายละเอียดเพิ่มเติม
"สำหรับการก่อกวนแนวหน้า ข้าน้อยเสนอให้ใช้หน่วยทหารที่คล่องแคล่วที่สุดปลอมตัวเป็นกองลาดตระเวนเล็กๆ หรือแม้กระทั่งชาวบ้านที่สัญจรไปมาเข้าโจมตีและสร้างความเสียหายเล็กน้อยแต่ต่อเนื่องเพื่อบั่นทอนขวัญกำลังใจและทำให้พวกมันประมาท"
นางเลื่อนนิ้วไปยังพื้นที่แนวหลังของเป่ยหม่าน"ส่วนการ โจมตีเป้าหมายสำคัญในแนวหลัง นั้นจำเป็นต้องใช้ผู้ที่มีความสามารถในการแทรกซึมสูง รู้จักภูมิประเทศเป็นอย่างดีและสามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างเงียบเชียบและรวดเร็ว"
เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ฮวาเสี่ยวซีก็เงยหน้าขึ้น มองตรงไปยังจิ้นอ๋องด้วยสายตาที่แน่วแน่ "และสำหรับภารกิจนี้...ข้าน้อยขอเสนอตัวเข้าร่วมด้วยพ่ะย่ะค่ะ"
คำเสนอนั้นสร้างความตกตะลึงให้กับทุกคนในกระโจมอีกครั้งเหล่าแม่ทัพต่างหันมามองฮวาเสี่ยวซีด้วยความประหลาดใจและไม่เห็นด้วยอย่างชัดเจนแม่ทัพใหญ่ฮวาเจิ้นถึงกับขมวดคิ้วมุ่นและเตรียมจะเอ่ยคัดค้าน
"เจ้า!"แม่ทัพใหญ่ฮวาเจิ้นอุทานออกมาด้วยน้ำเสียงตกใจ
แต่ฮวาเสี่ยวซีไม่เปิดโอกาสให้บิดาได้พูดนางรีบหันไปมองจิ้นอ๋องด้วยความมุ่งมั่น "ข้าน้อยเติบโตมาในป่าเขามีความคล่องแคล่วในการเคลื่อนที่และพอจะมีความรู้เรื่องการซุ่มโจมตีและการเอาตัวรอดในพื้นที่ที่ไม่คุ้นเคยข้าน้อยเชื่อว่าข้าน้อยสามารถเป็นกำลังเสริมที่มีประโยชน์ในภารกิจนี้ได้พ่ะย่ะค่ะ"
นางประสานมือและคุกเข่าลงตรงหน้าจิ้นอ๋องอีกครั้ง
"ข้าน้อยขอพระราชทานอภัยโทษที่บังอาจเสนอตัวแต่ข้าน้อยมีความตั้งใจจริงที่จะช่วยเหลือแคว้นต้าเหลียงและข้าน้อยเชื่อมั่นในแผนการนี้ หากท่านอ๋องทรงอนุญาตข้าน้อยจะพิสูจน์ให้เห็นว่าข้าน้อยมิได้กล่าวเกินจริงพ่ะย่ะค่ะ"
บรรยากาศภายในกระโจมเต็มไปด้วยความเงียบและความตึงเครียดเหล่าแม่ทัพต่างรอคอยพระดำริของจิ้นอ๋องด้วยใจที่เต้นระรัวการที่พลทหารรับใช้ตัวเล็กๆ เสนอตัวเข้าร่วมภารกิจเสี่ยงตายเช่นนี้ เป็นสิ่งที่พวกเขาไม่เคยคาดคิดมาก่อน
ครับท่านอ๋องทรงเงียบไปนาน พระเนตรคมกริบจับจ้องมองฮวาเสี่ยวซีอย่างพิจารณาราวกับกำลังชั่งน้ำหนักความกล้าหาญและความมุ่งมั่นที่แสดงออกมาจากร่างเล็กตรงหน้า
เหล่าแม่ทัพต่างกลั้นหายใจรอคอยพระดำริของจิ้นอ๋องด้วยความกระวนกระวาย แม่ทัพใหญ่ฮวาเจิ้นขยับตัวเล็กน้อยราวกับต้องการจะเอ่ยคัดค้านอีกครั้ง แต่ก็ยังคงรอสัญญาณจากจิ้นอ๋อง
"เจ้า..."จิ้นอ๋องตรัสเสียงต่ำในที่สุด ดวงพระเนตรมิได้แสดงความประหลาดใจหากแต่แฝงไว้ด้วยความสนใจอย่างลึกซึ้ง"เจ้ามั่นใจในความสามารถของตนเองเพียงใด?"
ฮวาเสี่ยวซีเงยหน้าขึ้นสบพระเนตรคมกริบคู่นั้นด้วยความแน่วแน่"ข้าน้อยมั่นใจว่าข้าน้อยสามารถทำประโยชน์ได้พ่ะย่ะค่ะ ท่านอ๋องแม้ข้าน้อยจะเป็นเพียงพลทหารตัวเล็กๆ แต่ข้าน้อยมีความตั้งใจจริงและข้าน้อยจะไม่ทำให้ท่านอ๋องผิดหวัง"
จิ้นอ๋องทรงทอดพระเนตรนางอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะทรงหันพระพักตร์ไปยังเหล่าแม่ทัพ "พวกเจ้ามีความเห็นอย่างไร?"
แม่ทัพใหญ่ฮวาเจิ้นรีบเอ่ยขึ้นทันที"ท่านอ๋อง กระหม่อมไม่เห็นด้วยพ่ะย่ะค่ะการส่งพลทหารที่ไม่มีประสบการณ์เช่นนางไปปฏิบัติภารกิจเสี่ยงอันตรายเช่นนั้นเป็นการกระทำที่ไม่รอบคอบอย่างยิ่งพ่ะย่ะค่ะ"
รองแม่ทัพฮวาหยางเห็นด้วยกับบิดา"เห็นด้วยกับท่านพ่อขอรับ ภารกิจในแนวหลังของศัตรูเต็มไปด้วยอันตรายเราควรจะส่งผู้ที่มีความชำนาญและประสบการณ์มากกว่านี้ไป"
รองแม่ทัพหลี่หมิงและจางเว่ย์มองหน้ากันด้วยความลังเลพวกเขามิได้คัดค้านโดยตรง แต่ก็มิได้แสดงท่าทีเห็นด้วย
จิ้นอ๋องทรงยกพระหัตถ์ขึ้นเป็นสัญญาณให้ทุกคนเงียบลง พระองค์ทรงทอดพระเนตรไปยังฮวาเสี่ยวซีอีกครั้ง
"ข้าให้โอกาสเจ้า"จิ้นอ๋องตรัสด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด "แต่หากเจ้าทำให้ภารกิจล้มเหลวเจ้าจะต้องรับโทษอย่างหนัก"
ฮวาเสี่ยวซีได้ยินดังนั้นก็รู้สึกตื้นตันใจนางรีบก้มศีรษะลงแทบพื้น "น้อมรับพระบัญชาด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะข้าน้อยจะทำทุกวิถีทางให้ภารกิจนี้สำเร็จลุล่วง"
จิ้นอ๋องทรงพยักพระพักตร์เล็กน้อย"ดีมาก เตรียมตัวให้พร้อม พรุ่งนี้รุ่งเช้าเจ้าจะนำหน่วยรบพิเศษกลุ่มแรกออกเดินทาง"
เหล่าแม่ทัพต่างมองหน้ากันด้วยความประหลาดใจแต่เมื่อเห็นพระพักตร์ที่แน่วแน่ของจิ้นอ๋อง พวกเขาก็มิได้เอ่ยคัดค้านอีกต่อไป
"ส่วนแผนการปล่อยข่าวลือ..."ฮวาเสี่ยวซีกล่าวต่อด้วยความกระตือรือร้นเมื่อเห็นว่าจิ้นอ๋องทรงเห็นด้วยกับแนวคิดของตน "ข้าน้อยคิดว่าเราควรจะปล่อยข่าวลือหลายกระแสพร้อมๆกัน เพื่อสร้างความสับสนและไม่แน่ใจให้กับทัพเป่ยหม่านพ่ะย่ะค่ะ"
นางอธิบายรายละเอียด"ข่าวลือแรก อาจจะเป็นเรื่อง กองทัพเสริมจำนวนมาก ของแคว้นต้าเหลียงกำลังเดินทางมาถึงชายแดนในเร็ววันโดยอาจจะมีการปล่อยข่าวผ่านชาวบ้านที่สัญจรไปมา หรือแม้กระทั่งสายลับสองหน้าเพื่อให้ข่าวนี้แพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว"
"ข่าวลือที่สองอาจจะเป็นเรื่อง โรคระบาดร้ายแรง กำลังแพร่กระจายในค่ายทหารของเราเองแต่เราสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้แล้วข่าวลือนี้จะทำให้พวกมันหวาดระแวงที่จะเข้าประชิด หรือทำการรบในระยะใกล้เพราะกลัวการติดเชื้อ"
"ข่าวลือที่สามอาจจะเป็นเรื่อง ความขัดแย้งภายใน ของเหล่าแม่ทัพในกองทัพของเราเองโดยอาจจะมีการปล่อยข่าวว่ามีการแย่งชิงอำนาจหรือไม่เห็นด้วยกับแผนการรบของท่านอ๋อง ข่าวลือนี้จะทำให้พวกมันประเมินกำลังและความสามัคคีของเราต่ำลง"
ฮวาเสี่ยวซีเน้นย้ำ"สิ่งสำคัญคือข่าวลือเหล่านี้จะต้อง ไม่สามารถยืนยันความจริงได้โดยง่าย และต้องแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง เพื่อสร้างความไม่มั่นใจและความหวาดระแวงให้กับทัพเป่ยหม่านมากที่สุดพ่ะย่ะค่ะ"
นางมองไปยังจิ้นอ๋องด้วยความหวัง"ข้าน้อยเชื่อว่าการปล่อยข่าวลือเหล่านี้ควบคู่ไปกับการปฏิบัติการก่อกวนในแนวหน้าและการโจมตีในแนวหลังจะทำให้ทัพเป่ยหม่านอยู่ในสถานการณ์ที่สับสนและไม่กล้าตัดสินใจอย่างเด็ดขาดซึ่งจะเปิดโอกาสให้เราได้เปรียบในการวางแผนรับมือต่อไปพ่ะย่ะค่ะ"
ท่านอ๋องทรงฟังแผนการปล่อยข่าวลือของฮวาเสี่ยวซีอย่างตั้งใจพระเนตรคมกริบจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของนางราวกับกำลังประเมินความเฉลียวฉลาดและไหวพริบของพลทหารผู้นี้
เมื่อฮวาเสี่ยวซีอธิบายจบจิ้นอ๋องก็ทรงพยักพระพักตร์ช้าๆ ดวงพระเนตรฉายแววพึงพอใจ
"เป็นแผนการที่ชาญฉลาด"จิ้นอ๋องตรัสด้วยน้ำเสียงที่แสดงความเห็นด้วย"การสร้างความสับสนและบั่นทอนขวัญกำลังใจของศัตรูเป็นส่วนสำคัญของการทำสงคราม"
พระองค์ทรงหันพระพักตร์ไปยังเหล่าแม่ทัพ"แม่ทัพหลี่หมิง ท่านและหน่วยข่าวกรองของท่าน จะเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการตามแผนการปล่อยข่าวลือนี้จงกระจายข่าวลือเหล่านี้ออกไปให้กว้างขวางและรวดเร็วที่สุดทำให้ทัพเป่ยหม่านเกิดความสับสนและไม่แน่ใจในสถานการณ์"
รองแม่ทัพหลี่หมิงคำนับรับพระบัญชา"น้อมรับพระบัญชาด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะกระหม่อมจะดำเนินการตามแผนการนี้อย่างเต็มที่"
จิ้นอ๋องทรงหันกลับมาทอดพระเนตรยังฮวาเสี่ยวซีอีกครั้ง"ส่วนเจ้า... หมู่ซาน พรุ่งนี้รุ่งเช้าเจ้าจะนำหน่วยรบพิเศษกลุ่มแรกออกเดินทางไปยังแนวหลังของทัพเป่ยหม่านจงใช้ความสามารถของเจ้าสร้างความปั่นป่วนและโจมตีเป้าหมายที่สำคัญตามแผนที่วางไว้"
ฮวาเสี่ยวซีคุกเข่าลงคำนับด้วยความตื้นตันใจ"ขอบพระทัยท่านอ๋องที่ทรงไว้วางพระทัยข้าน้อยจะปฏิบัติภารกิจนี้ให้สำเร็จลุล่วงอย่างสุดความสามารถพ่ะย่ะค่ะ"
แม่ทัพจางเว่ย์เอ่ยถาม“ชาวเมืองเฉิงหยางจะไม่แตกตื่นกับข่าวลือหรือ แล้วเราจะทำอย่างไรและการปล่อยข่าวลือนั้นมีประโยชน์อย่างไร ข้ายังนึกภาพไม่ออก พะยะค่ะท่านอ๋อง”
"ท่านแม่ทัพจางเว่ย์กล่าวได้มีเหตุผล"จิ้นอ๋องตรัสด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น"การปล่อยข่าวลือต้องกระทำด้วยความระมัดระวังมิให้ส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจของประชาชนในเมืองเฉิงหยาง"
ฮวาเสี่ยวซีหันไปเผชิญหน้ากับแม่ทัพใหญ่ฮวาเจิ้นและเหล่าแม่ทัพด้วยสีหน้าที่มุ่งมั่นอธิบายถึงประโยชน์ของการปล่อยข่าวลืออย่างละเอียดถี่ถ้วน
"ท่านแม่ทัพใหญ่และทุกท่าน"นางเริ่มต้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"การปล่อยข่าวลืออย่างมีชั้นเชิงนั้นมีเป้าหมายหลักเพื่อสร้างความได้เปรียบทางจิตวิทยา โดยที่เราไม่ต้องเสียกำลังพลในการปะทะโดยตรงในทันที"
นางอธิบายต่อไปโดยชี้ไปยังแผนที่"ประการแรก ข่าวลือจะ สร้างความสับสนและความไม่แน่นอน ให้กับทัพเป่ยหม่านเมื่อพวกมันได้รับข้อมูลที่ขัดแย้งกัน หรือไม่สามารถยืนยันความจริงได้พวกมันจะเกิดความลังเล ไม่กล้าตัดสินใจ หรือเคลื่อนทัพได้อย่างเด็ดขาด ซึ่งจะ ถ่วงเวลาให้เราได้เตรียมพร้อมรับมือ"
"ประการที่สองข่าวลือที่บั่นทอนขวัญกำลังใจ เช่น เรื่องโรคระบาด หรือความขัดแย้งภายในจะทำให้ทหารเป่ยหม่าน เสียความเชื่อมั่น ในกองทัพของตนเองทำให้ประสิทธิภาพในการรบของพวกมันลดลง"
"ประการที่สามข่าวลือที่ทำให้พวกมัน ประเมินกำลังของเราต่ำไป จะทำให้พวกมันประมาทและกล้าที่จะบุกเข้ามาโดยไม่ระมัดระวังซึ่งเป็นโอกาสให้เราซ้อนกลหรือวางแผนโจมตีสวนกลับได้อย่างมีประสิทธิภาพ"
ฮวาเสี่ยวซีเน้นย้ำ"สิ่งสำคัญคือเราต้อง ปล่อยข่าวลือหลายกระแสพร้อมกัน และ ทำให้ข่าวลือเหล่านั้นดูสมเหตุสมผลแต่ยากที่จะตรวจสอบความจริงได้ในทันทีข่าวลือจะต้องแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วในหมู่ทหารเป่ยหม่านและตามแนวชายแดน"
จากนั้นนางจึงอธิบายถึงแนวทางการป้องกันการแตกตื่นของชาวเมืองเฉิงหยาง"สำหรับชาวเมืองเฉิงหยาง ซึ่งเป็นพื้นที่ค่ายทหารด้วยนั้นเราต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ"
"แนวทางแรกคือเสริมกำลังทหารรักษาการณ์ ในจุดสำคัญต่างๆ ทั่วเมืองเพื่อแสดงให้ประชาชนเห็นว่าทางการยังคงควบคุมสถานการณ์ได้และพร้อมที่จะปกป้องพวกเขา"
"แนวทางที่สองคือปล่อยข่าวสารที่ถูกต้องและเป็นจริง เกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนอย่างต่อเนื่องโดยผ่านทางประกาศอย่างเป็นทางการและอาจมีการจัดเจ้าหน้าที่ออกไปชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจเพื่อป้องกันมิให้ข่าวลือที่ไม่เป็นความจริงแพร่กระจายและสร้างความหวาดกลัว"
"แนวทางที่สามคือเตรียมพร้อมหน่วยบรรเทาทุกข์และหน่วยแพทย์ ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินการแสดงความใส่ใจและความพร้อมในการช่วยเหลือของทางการจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้"
"แนวทางสุดท้ายคือควบคุมการแพร่กระจายของข่าวลือ ในเมืองอย่างเข้มงวด อาจมีการสอดส่องดูแลและให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชนอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันมิให้ข่าวลือที่ไม่เป็นความจริงสร้างความตื่นตระหนก"
ฮวาเสี่ยวซีมองไปยังเหล่าแม่ทัพด้วยความตั้งใจ"การดำเนินการทั้งสองส่วนนี้ควบคู่กันไปจะทำให้เราสามารถสร้างความได้เปรียบทางจิตวิทยาต่อศัตรู ในขณะเดียวกันก็ยังรักษาความสงบและความมั่นใจของราษฎร์ของเราได้พ่ะย่ะค่ะ"
เหล่าแม่ทัพต่างพยักหน้าด้วยความเข้าใจในแผนการที่ฮวาเสี่ยวซีอธิบายมาอย่างละเอียดถี่ถ้วนแม้ในตอนแรกจะมีความกังวล แต่เมื่อได้ฟังเหตุผลและแนวทางการป้องกันอย่างรอบคอบพวกเขาก็เริ่มเห็นด้วยกับแนวทางนี้