....
หลังจากที่ถูกพลังงานสนามแม่เหล็กบีบอัดจนสลบไป สติที่มืดดับก็ค่อยๆเริ่มหวนคืนอีกครั้งอย่างช้าๆ
"เวียนหัวจังเลย...อุ๊ก!! อร๊วกกก!!"
แทบจะทันทีที่ได้สติกลับคืนมา ภาคินก็ถึงกับอาเจียนออกมาทันที ดูเหมือนว่าผลกระทบที่ได้รับจากเครื่องไทม์แมชชีนนี้ จะรุนแรงอยู่พอสมควร แต่หลังจากที่อาเจียนอยู่นานอาการมึนเมาและหนักอึ้งที่หัวก็เริ่มดีขึ้นมาเล็กน้อย
"ที่นี้มันที่ไหนกัน..?"
นี้คือคำพูดแรกที่หลุดออกมาจากของปาก หลังจากที่สังเกตสิ่งรอบตัวอยู่นาน เพราะที่แห่งนี้มันช่างไม่คุ้นตาเอาซะเลย และที่เขาสงสัยมากที่สุดก็คือ เ้าเครื่องที่มีหน้าตาแปลกประหลาดนั่น มันสามารถส่งคนข้ามมายังอานาคตได้จริงๆเหรอ?ภาคินนั้นเข้าใจดีกับคำว่าไทม์แมชชีนดี เพราะคำๆนี้มักจะปรากฏอยู่ในภาพยนต์ต่างๆ รวมถึงหนังสือดังๆอีกด้วยแต่อีกอย่าง ที่เขาสงสัยก็คือมันมีเ้าเครื่องนี้อยู่ในปัจจุบันได้ยังไง? เพราะเครื่องไทม์แมชชีนนี้มักจะถูกพูดถึงอยู่บ่อยๆ โดยพวกนักวิทยาศาสตร์สมองเฟื่อง แต่ถึงอย่างนั้น กลับไม่มีใครเลยที่จะสามารถผลิตเ้าสิ่งนี้ออกมาได้
ถึงแม้จะไม่อยากเชื่อและไม่อยากจะยอมรับ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาในตอนนี้มันก็ชัดเจนมากพอ และมันมากพอซะจนไม่ สามารถหาข้ออ้างใดๆมาเพื่อปลอบใจตัวเองได้อีกต่อไป
หลังจากที่เถียงกับตัวเองอยู่นานร่างเล็กๆจึงค่อยๆลุกขึ้นมา ก่อนจะสำรวจดูรอบๆตัวอีกครั้ง ตอนนี้ภาคินคิดว่าตัวเองน่าจะถูกส่งมายังอานาคตแล้ว? แต่มันกลับไม่เป็เช่นนั้น เพราะรอบๆตัวในตอนนี้ ยังไม่สามารถหาอะไรมาอ้างอิงได้เลยว่ามันคือ อานาคต เนื่องจากรอบๆตัวมันไม่ได้มีอาคารสิ่งปลูกสร้างอันล้ำยุค เหมือนอย่างที่จินตนาการเอาไว้เลย แต่มันกลับมีเพียงแค่ต้นไม้ ูเา แล้วก็สายลม และที่สำคัญบนท้องฟ้า มันยังมีพระอาทิตย์ดวงใหญ่อยู่ถึงสองดวงอีกด้วย
หลังจากที่สังเกตสิ่งแปลกๆรอบตัวอยู่นาน ภาคินก็สามารถรับรู้ได้ในทันทีเลยว่า ตัวเองไม่น่าจะถูกส่งมายังอานาคตเหมือน อย่างที่คิดเอาไว้แล้ว แต่น่าจะเป็ต่างโลกหรือโลกเสมือนซะมากกว่า เพราะมันคงไม่มีโลกธรรมดาที่ไหน ที่จะมีพระอาทิตย์ถึงสองดวงแบบนี้อย่างนี้แน่นอน
"นี้เรากำลังอยู่ที่ไหนกันแน่? ต่างโลกเหมือนในนิยายเหรอ หรือจะเป็โลกคู่ขนาน.. แต่ก็ช่างมันเถอะถึงเราจะอยู่ที่ไหนมันก็มีค่าเท่ากันอยู่ดี.."
ภาคินในตอนนี้ไม่ได้ตื่นเต้น ใ หรือสับสนอะไรมากนัก เพราะเื่แบบนี้มันไม่ใช่เื่ที่แปลกใหม่อะไรสำหรับคนที่โตขึ้นมาในโลกอันเต็มไปด้วยเทคโนโลยี และภาพยนตร์แนวแฟนตาซี เพราะถึงยังไงที่โลกใบเดิมก็ไม่มีพ่อและแม่ของเขาอยู่แล้ว การถูกส่งไปที่ไหนมันก็ไม่สำคัญอีกต่อไป แต่สิ่งหนึ่งที่ภาคินยังไม่ลืมก็คือความ แค้น เขาได้สาบานเอาไว้ในใจเงียบๆ ว่าเมื่อเขาเก่งหรือโตพอแล้ว เขาจะหาทางกลับไปยังโลกเดิมเพื่อแก้แค้นให้ได้
จ๊อกกก
"โอ๊ยย..หิวน้ำจังเลยแหะ"
เมื่อความหิวมาเยือนภาคินจึงตัดสินใจว่า จะลองเดินไปตามทุ่งหญ้าที่กว้างสุดลูกหูลูกตาเบื้องหน้านี้กู เพราะเขาหวังว่า มันอาจจะทำให้พบเจอกับผู้คนในต่างโลกนี้บ้าง แต่หลังจากเดินอยู่นาภายในบริเวณนี้กลับไม่มีวี่แววของผู้คนอาศัยอยู่เลยมันมีเพียงแค่ทุ่งหญ้ากว้าง ต้นไม้ ถูเขา และสายลมพัดที่ผ่านเท่านั้น
หลังจากที่เดินมาเกือบ2ชั่วโมง ในที่สุดภาคินก็หลุดออกมาจากทุ่งหญ้านั้นซะที ตอนนี้เท้าของเขาเต็มไปด้วยรอยช้ำสีแดง เพราะการเดินฝ่าทุ่งกว้างมาโดยไม่มีรองเท้านั้น มันไม่ใช่เื่ง่ายๆเลย และที่สำคัญสถาณที่ๆภาคินถูกส่งมานี้ มันก็ไม่มีถนนพื้นเรียบๆให้เดิน ดังนั้นการเดินทางของภาคินจึงกลายเป็เื่ที่ลำบากอย่างมาก
และเวลาก็ผ่านไปอีกเล็กน้อนราวๆ 15 นาที..
ภายหลังเดินออกมาจากทุ่งหญ้าที่กว้างสุดลูกหูลูกตาได้แล้ว สิ่งแรกที่ปรากฏออกมาที่ด้านหน้าก็คือ ป่าที่เต็มไปด้วยต้นไม้ และพันธุ์พืชและเวลานี้ก็ใกล้จะค่ำแล้ว ภาคินจึงเงยหน้าขึ้นไปมองบนท้องฟ้าที่ตอนนี้เริ่มเปลี่ยนเป็สีส้มเข้มดูน่ากลัวแปลกๆ
"เรายังไม่เจอน้ำซักหยดเลย หิวน้ำเหลือเกิน.."
น้ำเสียงแหบห้องดังออกมาจากปากที่บักนี้ แทบจะไม่มีแม้กระทั่งน้ำลายให้กลืน หลังจากที่เดินทางมานานบวกกับสภาพอากาศที่ค่อนข้างจะหนาว จึงทำให้ปากแห้งและแตกไปหมด และตอนนี้ภาคินก็ตัดสินใจแล้วว่าจะนอนพักในป่าข้างหน้าก่อนเป็อันดับแรก แม้ว่ามันจะน่ากลัวมากก็ตาม
และใน่เวลาสำคัญที่ภาคินกำลังใกล้จะหมดแรงเพราะขาดน้ำมานานนั้น จู่ๆสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างที่คุ้นตาเข้าโดยบังเอิญ และสิ่งๆนั้นก็คือ..
"นั่นมัน แอบเปิ้ลใช่ไหม!!!"
หลังเดินเข้ามาในป่าเพียงไม่นาน ภาคินก็มองเห็นต้นไม้ต้นหนึ่งที่ไม่สูงมากนัก ต้นไม้ต้นนี้มีความสูงเพียงเมตรกว่าๆแต่ถึงอย่างนั้นบน ต้นของมัน กลับเต็มไปด้วยผลแอปเปิ้ลสีแดงสดมากมาย
"แอปเปิ้ล มันคือแอปเปิ้ลจริงๆด้วย!!"
ร่างที่กำลังหิวน้ำและใกล้จะหมดเรี่ยวแรงจนเดินโซเซ จู่ๆเมื่อมองเห็นต้นไม้แอปเปิ้ลตรงหน้า อาการเหนื่อยล้าที่สั่งสมมานานก็พลันจางหายไปจนหมดสิ้น ภาคินที่ฟื้นคืนกลับอีกครั้งราวกับปาฏิหาริย์ก็รีบวิ่งเข้าไปเด็ดลูกแอปเปิ้ลลงมาสามลูก แล้วยัดเข้าปากอย่างรวดเร็ว
"อร่อยจังเลย เราไม่ได้กินของดีๆแบบนี้มานานแล้ว อร่อย!!!!!!!!"
สามปีที่ผ่านมานี้ผลไม้ที่ภาคินเคยกินมีน้อยมาก ส่วนมากจะเป็ผลไม้ที่พ่อค้าแม่ค้าทิ้งลงถังขยะ เพราะใกล้จะเสียแล้วแต่ของที่พ่อค้าแม่ค้าทิ้งลงถังขยะอย่างไร้ค่านั้น กลับเป็ของที่ภาคินชื่นชอบมาก
ภาคินมักจะเก็บผลไม้เ่าั้ออกมาจากถังขยะ แล้วเอามานอนกอดไว้ทั้งคืน เขากอดมันแน่นเหมือนกลัวว่าผลไม้พวกนั้น จะหายไป และเมื่อเช้าของวันต่อมาๆถึง เขาจะรีบตื่นขึ้นมาั้แ่เช้าตรู่ เพื่อทานมื้อเช้าที่แสนอร่อย นั่นก็คือผลไม้ที่เขากอดไว้ทั้งคืนนั่นเอง
แต่ทว่าตอนนี้ผลไม้สดๆได้มาอยู่ตรงหน้าแล้ว มันจึงทำให้ภาคินรู้สึกดีใจเป็อย่างมาก เขายิ้มออกมาอย่างสดใสแล้วค่อยๆวิ่งวนไปรอบๆต้นแอปเปิ้ลอย่างอารมณ์ดี หลังจากที่ทานไปถึง5ลูกในที่สุดก็รู้สึกอิ่มแบบสุดๆ
"มัวแต่กินจนลืมเวลาเลย แล้วเราจะนอนที่ไหนดี?"
รอบๆตัวของภาคินในตอนนี้ เริ่มมีความมืดเข้ามาปกคลุมแล้ว แมลงที่เกาะอยู่ตามต้นไม้ก็เริ่มส่งเสียงร้องออกมา เหล่าสัตว์ที่ออกหากินในตอนกลางคืนก็เริ่มที่จะตื่นตัวเพราะมันใกล้ถึงเวลาออกล่าของพวกมันแล้ว หลังจากที่คิดอยู่นานภาคินจึงเลือกต้นไม้ที่สูงที่สุด และอยู่ใกล้ต้นแอบเปิ้ลที่สุด
"ต้นนั้นน่าจะได้.." เมื่อเจอต้นไม้ที่้าแล้ว จึงค่อยๆปีนขึ้นไปด้วยความยากลำบาก เพราะเขาไม่เคยปืนต้นไม้มาก่อน
"ทำไมมันถึงได้ปีนยากแบบนี้นะ ฮึบ.ฮึบ."
แต่หลังจากที่ค่อยๆดันตัวเองขึ้นทีละนิดๆ ในที่สุดก็สามารถปีนขึ้นมาถึงข้างบนของต้นไม้ได้สำเร็จ เมื่อภาคินขึ้นมาสู่ที่สูงเขาก็เริ่มมองออกไปรอบๆในระยะสายตา แต่สิ่งที่เห็นมันกลับมีแต่ต้นไม้อยู่เต็มไปหมด หรือจะพูดว่ามีอต่ต้นไม้สุดลูกหูลูกตา
หลังจากผ่านไปอีกราวๆหกชั่วโมง...
ป่าในตอนนี้เริ่มมืดสนิทแล้ว มันมืดจนไม่สามารถมองเห็นนิ้วมือของตัวเองได้เลยด้วยซ้ำ และความมืดนี้เองที่เป็สิ่งบ่งบอกว่าตอนนี้มันคือกลางดึกแล้ว และหากพูดถึงกลางดึกทุกๆคนก็คงจะรู้ได้ทันทีเลยว่า มันก็คือเวลานอนของมนุษย์ แต่ทว่ามนุษย์ชื่อภาคินในตอนนี้กลับนอนไม่หลับ เพราะเขาไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ที่ไหน ภาคินในตอนนี้เกาะต้นไม้เอาไว้แน่นทั่วทั้งป่าเงียบสงัด มีแต่เสียง ของหมาจิ้งจอกที่หอนดังขึ้นมาเป็ระยะๆ มันจึงทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวเป็อย่างมาก
และก่อนหน้านี้สาเหตุที่ทำให้ภาคินเลือกนอนที่สวนสาธารณะ ก็เพราะว่าที่นั่นใน่หัวค่ำจะมีคนเดินผ่านไปมาอยู่เสมอ และที่สำคัญที่นั่นมี ไฟส่องสว่างทั้งคืนมันจึงทำให้รู้สึกปลอดภัย เพราะถึงยังไงเขาก็เป็เพียงแค่เด็กวัย16ปีคนหนึ่งเท่านั้น ดังนั้นการที่เขาจะกลัวผี ก็คงไม่ใช่เื่แปลกอะไร
และที่สำคัญตอนนี้ภาคินยังเป็มนุษย์เพียงคนเดียวที่อยู่ท่ามกลางป่าเขาอันมืดมิด และเขาก็ไม่รู้ด้วยว่าจะมีตัวอะไรโผล่ออกมาตอนเขาหลับหรือเปล่า? ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะไม่หลับ
่เวลาประมาณเที่ยงคืนกว่าๆ..
ยิ่งดึกอากาศก็ยิ่งหนาวขึ้นเรื่อยๆ เสียงสัตว์ป่าก็เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน ภาคินได้แต่นั่งตัวสั่นและกอดต้นไม้เอาไว้แน่น และหลังจากที่อดทนมาตลอดทั้งคืน แสงแดดยามเช้าก็เริ่มหวนกลับอีกครั้ง
ภาคินในตอนนี้แทบจะไม่ต่างไปจากหมีแพนด้าเลย ด้วยขอบตาที่ดำจากการอดหลับอดนอนทั้งคืน และท่าที่เขากำลังเกาะต้นไม้จึงทำให้สภาพของเขาในตอนนี้ ดูซ่อมซ่อและน่าสงสารเป็อย่างมาก
"ในที่สุดก็เช้าซะที เรากลัวแทบแย่...." ภาคินค่อยๆกระดึบๆลงมาจากต้นไม้อย่างช้าๆ จนเท้าของเขาััเข้ากับพื้นดินเมื่อเท้าถึงพื้นภาคินก็รีบวิ่งไปที่ต้นแอปเปิ้ลทันที
"ไปให้พ้น!!!ไอ้พวกนกขี้ขโมยชิ้ว!!!"
เมื่อวิ่งมาถึงต้นแอปเปิ้ลก็ต้องพบว่ามีนกตัวเล็กๆมากมาย กำลังพากันจิกกินผลแอปเปิ้ลอยู่อย่างเอร็ดอร่อย มันจึงทำให้ภาคินรู้สึกโกรธแค้นเป็อย่างมาก เพราะนี้คือต้นแอปเปิ้ลของเขา เขาจะไม่ยอมแบ่งมันให้นกพวกนี้เด็ดขาด หลังจากที่ไล่นกไปแล้ว ภาคินก็เริ่มทานมือเช้าต่ออย่างเบิกบาน เมื่อผลแอปเปิ้ลเข้าปากเรี่ยวแรงก็ค่อยๆกลับมาเต็มเปี่ยมอีกครั้งและเมื่อท้องอิ่ม ภาคินจึงตัดสินใจว่าจะออกไปสำรวจรอบๆป่าที่เขาเพิ่งจะมาถึง
ป่าแห่งนี้เป็ป่าที่มีต้นไม้แปลกๆขึ้นเต็มไปหมด รวมถึงผลไม้ที่มากมายที่ภาคินไม่รู้จักพวกมันเลย ดังนั้นเขาจึงไม่กล้าที่จะเด็ด พวกมันมากินแบบมั่วๆอย่างเด็ดขาด ภาคินค่อยๆเดินไปเรื่อยๆ และพยายามจดจำสิ่งที่สะดุดตาเอาไว้ เพื่อกันหลงทาง
"นั่นเห็ดใช่ไหม!!!"
อาการตะกละกำเริบขึ้นอีกครั้งเมื่อเขาเจอต้นเห็ดที่ดูคุ้นตา ภาคินค่อยๆรวบรวมเห็ดพวกนั้นขึ้นมา พร้อมกับวางมันลงไปบนใบไม้ใบใหญ่ที่เขาใช้แทนตระกร้า แล้วก็หาเถาวัลย์เส้นเล็กๆมาแทนเชือก เขาค่อยๆรวบใบไม้ขึ้นมาเป็ช่อ แล้วใช้เถาวัลย์มัดปลายช่อนั้นเอาไว้ เพื่อกันเห็ดที่อยู่ข้างในร่วงออกมาตอนเขาวิ่งหนีสัตว์ป่า
หลังจากที่สำรวจอยู่นานจนพระอาทิตย์ขึ้นตรงหัว หรือประมาณเที่ยงวัน ภาคินก็ค่อยๆเดินกลับมาทางเดิม ไม่นานเขาก็มาถึงต้นแอปเปิ้ลของเขา ในวันนี้ภาคินไม่ได้เดินไปไหนไกลเท่าไหร่นัก เพราะเขาได้คิดเอาไว้แล้วว่าจะค่อยๆสำรวจวันละนิด เพราะหากเขาพลัดหลงกับต้นแอปเปิ้ล ขึ้นมา มันอาจจะยุ่งเอาได้
"เอาละ มาลองกันหน่อย" ภาคินหยิบเอาไม้ท่อนเล็กที่ดูแข็งแรงออกมา ไม้ท่อนนี้ภาคินไปเจอมันระหว่างทางจึงได้หยิบติดมือมาด้วย
"แบบนี้สิน่ะ ฮึบๆ!!"
ภาคินเริ่มใช้ท่อนไม้เล็กๆแทงลงไปในดินซ้ำๆ เพื่อหาแหล่งน้ำจากน้ำใต้ดิน เพราะหลังจากที่เขาเดินสำรวจป่าอยู่นาน กลับไม่พบน้ำเลยซักหยด ดังนั้นเขาจึงคิดวิธีนี้ขึ้นมา และอีกอย่างดินแถวนี้ก็อุดสมบูรณ์พื้นก็ไม่แข็งเท่าไหร่ ดังนั้นเขาจึงคิดว่า น่าจะขุดบ่อน้ำเล็กๆเอาไว้ใช้ดื่มกินได้ และดูเหมือนว่าความคิดในครั้งนี้จะถูกต้อง เมื่อขุดลงไปได้เพียงแค่หนึ่งศอกน้ำใต้ดินก็ค่อยๆซึมออกมาช้าๆ น้ำที่ค่อยๆไหลออกมานี้ มันเป็น้ำที่ค่อนข้างใสและเย็นมาก
หลังจากรออยู่ประมาณ2ชั่วโมง น้ำก็เริ่มซึมออกมาเยอะพอสมควร ในบ่อน้ำเล็กๆของภาคินในตอนนี้ มันมีน้ำที่ซึมออกมาค่อนข้างเยอะ เศษฝุ่นและตะกอนที่มีก็ค่อยๆร่วงลงไปที่พื้นบ่อหมดแล้ว มันจึงทำให้น้ำส่วนบนดูใสและสะอาดมาก
เมื่อเห็นน้ำใสๆอยู่ตรงหน้า ภาคินจึงรีบวิ่งไปหาใบไม้ที่ดูสะอาดและใบกำลังดี มาม้วนเป็รูปทรงกรวย ก่อนค่อยๆตักน้ำในหลุมขึ้นมา ในขณะที่มือของตัวเองยังสั่นอยู่ เพราะเขากำลังดีใจและตื่นเต้นมากที่จะได้ดื่มน้ำ หลังจากที่เขาทนหิวน้ำมาทั้งคืน มือเล็กๆค่อยๆประคองกรวยที่ทำขึ้นมาจากใบไม้ เขาค่อยๆยกมันขึ้นมาดื่มช้าๆ เมื่อน้ำที่ใสและเย็นััเข้ากับริมฝีปากที่แห้งและแตกเพราะขาดน้ำมานาน ความรู้สึกสดชื่นที่หายไปนานก็เริ่มกลับคืนมาอีกครั้ง
"อึกๆๆ อ่า...สดชื่นเหมือนได้ขึ้น์เลยยยย!!"
ใบหน้าของภาคินในตอนนี้มันเต็มไปด้วยความสุข รอยยิ้มแห่งความสุขที่หายไปนานถึง3ปีในที่สุดมันก็กลับมา หลังจากดื่มน้ำเสร็จก็ออกไปหากิ่งไม้และใบไม้ มาปิดบ่อน้ำของเขาเอาไว้ เพื่อกันพวกสัตว์ป่ามาแอบมาดื่ม ในตอนที่เขาไม่อยู่ เมื่อภาคินเห็นว่าเขาก็สามารถทำอะไรหลายๆอย่างด้วยตัวเองได้ ดังนั้นคืนนี้เขาจึงคิดที่จะก่อกองไฟขึ้นมา เพราะกลางคืนมันมีอากาศที่หนาว เย็นมาก หลังจากหาฟืนและกิ่งไม้แห้งมาได้ ภาคินจึงลองเลียนแบบวิธีจุดไฟจากสารคดีที่เคยดู
แต่ว่า..หลังจากลองมาเกือบ1ชั่วโมง มันก็ไม่เป็ผล ซ้ำมือของเขายังบวมแดง เพราะเกิดจากการหมุนกิ่งไม้แห้งอยู่นานมันจึงทำให้ชายหนุ่มเช่นเขารู้สึก เซงอยู่ไม่น้อย
และแล้ววันที่2ในโลกใหม่ก็หมดไป เมื่อแสงอาทิตย์ได้ลาลับเส้นขอบฟ้าอีกครั้ง
เสียงแมลงเริ่มร้องดังขึ้นมาอีกครั้ง และเสียงหัวใจของภาคินก็เริ่มดังตุ๊บๆเช่นกัน เพราะความกลัวได้เริ่มเข้ามาเกาะกุมหัวใจอีกครั้งพร้อมกับเสียงแปลกๆที่ดังก้องขึ้นมา จากภายในป่าอันเงียบสงัด ปูดด!!! เสียงที่ดังขึ้นมานี้คือเสียงตดของภาคินนั่นเอง
"โอ๊ยไอ้เห็ดบ้า ไม่น่าเก็บพวกมันมากินเลย..."
เสียงบ่นพำพัมดังขึ้นมาพร้อมๆกับสีหน้าที่ย่ำแย่จนสุดท้ายเขาก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป ภาคินค่อยๆกระดึบลงจากต้นไม้อย่างช้าๆ เพื่อหาที่ปลดทุกข์อย่างรวดเร็ว
"หวังว่าคงไม่มีผีหัวขาดโผล่ออกมาน่ะ..."
เสียงฝีเท้าภาคินเริ่มดังขึ้น 'แกร๊บบ' เมื่อเขาย่ำลงไปบนใบไม้แห้ง หลังจากที่เดินมาได้ซักพักเขาก็เจอที่ๆดีเข้าแล้ว ก่อนจะเริ่มลงมือปล่อยข้าศึกทันที
"*&^!$@%#!!!!!!"
ในขณะที่ภาคินกำลังจะปล่อยข้าศึกอยู่นั้น จู่ๆก็มีเสียงของผู้ชายคนหนึ่งะโขึ้นมา ชายคนนั่นวิ่งเข้ามาพร้อมกับใช้ดาบของเขาพาดไว้ตรงคอของภาคิน พร้อมกับส่งสายตาที่ดุร้ายออกมาอย่างชัดเจน ภาคินที่ปวดท้องอยู่แล้ว แต่กลับต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้อีก มันจึงทำให้เขาใเป็อย่างมาก
และเสียงที่เงียบไปนานก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง
ปูดดดด!!!!!
แพร๊ดดดดด!!!
〒_〒