หลังจากผู้รอดชีวิตกลุ่มต่างๆ แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตน ตอนนี้ที่บนชั้นดาดฟ้าก็เหลือเพียงแค่ครอบครัวของอเล็กซ์เท่านั้นรวมถึงมะลิด้วย แล้วอเล็กซ์ได้ทำการตรวจสอบาแของอาเธอร์กับเฮร่าดูอีกครั้ง เขาพบว่าอาเธอร์นั้นกลับมามีค่าสถานะพลังชีวิตเต็มเหมือนเดิมั้แ่เมื่อคืนแล้ว ส่วนเฮร่าเธอยังคง้าเวลาอีกมาก และเมื่อได้ตรวจดูาแของทั้งสองคน เขาก็พบสิ่งผิดปกติบางอย่าง าแที่แขนของอาเธอร์มันไม่ทิ้งรอยแผลเป็ไว้เลย รวมถึงแผลที่ไหล่ของเฮร่าที่มันร้ายแรงขนาดเส้นเอ็นขาดก็เริ่มกลับมาอยู่ในสภาพปรกติ ตอนนี้อเล็กซ์ยังไม่กล้าฟันธงหรือตั้งสมมติฐานใดๆ กับเื่นี้ เขาทำเพียงแค่หยิบแกนวิวัฒนาการขึ้นมาแล้วพูดว่า
" แกนวิวัฒนาการนี้เฮร่าต้องกินเพราะพี่อยากรู้อะไรบ้างอย่าง เธอจะทำได้หรือเปล่า ? "
" ค่ะ " เฮร่าตอบกลับอย่างมั่นใจแล้วหยิบแกนวิวัฒนาการเข้าปากทันที ไม่นานเธอก็หลับทั้งยืน
อเล็กซ์ไม่นำเฮร่าไปนอนในเต็นท์ เขาเพียงวางเธอนอนราบลงกับพื้น จากนั้นก็เปิดดูแผลที่ไหล่ของเธอออกดูพร้อมกับทุกคนภายในครอบครัว ไม่นานเกินรอสิ่งมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้น าแที่ไหล่ของเฮร่าเริ่มรักษาตัวเองอย่างรวดเร็วจนสามารถมองเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ด้วยตาเปล่า แต่มันไม่ได้รวดเร็วเหมือนกับพร์กึ่งะของอเล็กซ์ที่อาการาเ็จะหายภายในฉับพลัน แล้วร่างกายของเฮร่าเริ่มสร้างเนื้อเยื่อที่ขาดหายไปในส่วนหัวไหล่ให้กับมาดังเดิม ในกระบวนการนี้ มันได้ใช้เวลานานเป็ชั่วโมง แต่มันก็เป็เื่มหัศจรรย์อยู่ดี เพราะอเล็กซ์เคยคิดว่า แขนขวาของเฮร่าคงพิการแน่ั้แ่วันแรกที่เขาเห็นาแของเธอ
เวลาล่วงเลยเข้าสู่่เที่ยงวัน เฮร่าก็ตื่นขึ้นมาด้วยดวงตาที่ใส่กระจ่าง มันไม่ได้มีประกายแสงสีแดงเหมือนตอนที่อลิซาเบธตื่นขึ้น และภาพรวมร่างกายของเธอดูมันเปลี่ยนแปลงไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่เมื่ออเล็กซ์ตรวจสอบค่าสถานะของเฮร่าดู มันทำให้เขาต้องใเลยทีเดียว
" ชื่อ เฮร่า เรน อายุ 22 ปี
เผ่าพันธุ์ มนุษย์ ระดับวิวัฒนาการ 1
แต้มสังหารที่ต้องใช้ในการวิวัฒนาการ 50/100,000
พร์
ได้รับความกล้าหาญจากจ่าฝูง ชั่วคราว
ค่าสถานะ
พลังชีวิต 90/90
พละกำลัง 110/110
ความแข็งแกร่ง 95/90
ความแม่นยำ 95/90
ความเร็วความคล่องตัว 105/100
สติปัญญาและการตอบสนอง 180/195
ทักษะพิเศษ
บ้าคลั่ง
ติดตัว ระดับ 2
เมื่อรู้สึกตกอยู่ในอันตรายหรืออยู่ภายใต้การต่อสู้ ค่าสติปัญญาและการตอบสนองจะถูกนำไปเพิ่มให้กับค่าความแข็งแกร่ง ค่าความแม่นยำ รวมถึงค่าความเร็วความคล่องตัว และเมื่อค่าสติปัญญาและการตอบสนองลดต่ำกว่า 20 หน่วย ท่านจะขาดสติเปรียบประดุจดั่งสัตว์ที่บ้าคลั่งจนกว่าค่าพละกำลังจะเหลือ 0 หรือหมดสติไป "
ตอนนี้เฮร่าได้เปลี่ยนจากมนุษย์ธรรมดากลายเป็ะเิเวลาโดยสมบูรณ์เสียแล้ว อเล็กซ์ก็ทำได้แค่เพียงทำใจยอมรับมัน แล้วเขาก็ใช้มือลูบผมสีแดงดำของเธออย่างอ่อนโยน ก่อนจะพูดขึ้นว่า
" รู้สึกเป็ยังไงบ้าง ? "
" มันรู้สึกดีมากเลยค่ะพี่อเล็กซ์ ฉันรู้สึกว่าตัวเองแข็งแกร่งขึ้น รวดเร็วขึ้น มองเห็นได้ชัดขึ้นด้วย เหมือนกับว่าร่างกายได้เกิดใหม่ แล้วแผลที่เคยเจ็บก็หายไปแล้วด้วย อะ ! แผลหายแล้วจริงๆ ด้วย "
" เอาล่ะ พี่มีอะไรอยากจะคุยกับเธอเป็การส่วนตัวหน่อย แล้วเธอห้ามบอกเื่นี้กับใครด้วยเข้าใจไหม ? "
" ค่ะ "
แล้วอเล็กซ์กับเฮร่าก็เดินห่างออกไป เหตุผลที่เขาต้องทำแบบนี้ ก็เพื่อไม่ให้ใครก็ตามที่อยู่ใกล้เฮร่ารู้สึกกลัวเธอขึ้นมา โดยเฉพาะครอบครัวของเขา เขาไม่รู้ว่า มะลิ อลิซาเบธ หรืออาเธอร์ จะคิดยังไง ถ้ารู้ว่าเฮร่านั้นมีโอกาสบ้าคลั่งและทำร้ายพวกเขาได้ อเล็กซ์เลยตัดสินใจไม่บอกเื่นี้ให้กับทุกคนได้รู้เป็ดีที่สุด แต่เฮร่าจำเป็ต้องรู้เื่นี้ และเขาต้องหาวิธีให้เธอสามารถควบคุมทักษะพิเศษของตัวเองได้โดยเร็ว เพราะสถานการณ์ที่ทำให้เธอรู้สึกตกอยู่ในอันตรายนั้นมีมากเหลือเกิน ขนาดตอนนี้เธออยู่ยืนอยู่ข้างๆ กับเขาเธอยังรู้สึกกลัวเลย แล้วจะนับประสาอะไรกับตอนที่ออกไปสู่โลกภายนอก
หลังจากเฮร่าได้ยินเกี่ยวกับความสามารถของตัวเอง ทำให้รอยยิ้มของเธอหายไปจากใบหน้าทันที อเล็กซ์ที่เห็นแบบนี้ก็รู้สึกเศร้าใจเช่นกัน แล้วอยู่ๆ เขาก็คิดบ้างอย่างออก เขารู้แล้วว่าจะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าตอนนี้ได้อย่างไร เขาจึงพูดกับเฮร่าว่า
" น้องพี่รู้จักการทำสมาธิไหม เช่นการนั่งสมาธิ การเดินจงกรม การเดินหมาก อะไรพวกนี้ ? "
" เออ~ น้องนั่งสมาธิเป็ค่ะ มันช่วยให้น้องมีความจำดีขึ้น รวมถึงควบคุมตัวเองได้ดีขึ้นด้วย แต่ตอนนี้ไม่ได้นั่งเลย พี่อเล็กซ์อยากให้น้องทำมันหรอคะ ? "
" ใช่แล้ว เพราะถ้าเฮร่าควบคุมตัวเองได้ดีก็ไม่ต้องกลัวตัวเองเป็บ้าแล้ว เข้าใจที่พี่พูดใช่ไหม ? แต่พี่ขอเสริมอีกอย่าง อย่านั่งสมาธิอย่างเดียว หาวิธีมาทำด้วย "
" ค่ะพี่อเล็กซ์ ขอบคุณมากนะคะ "
" เธอเป็ครอบครัวของพี่ ยังจะมาขอบคงขอบคุณอะไรกันอีก ถ้าทุกคนถามว่าเราคุยอะไรกัน ให้เฮร่าบอกทุกคนว่าเป็เื่เกี่ยวกับสุขภาพของตัวเองเข้าใจไหม "
" เข้าใจค่ะ "
" ป่ะ ตอนนี้เที่ยงแล้วไปหาอะไรกินกันดีกว่า " แล้วรอยยิ้มที่สวยงามก็กลับมาประดับบนใบหน้าของเฮร่าอีกครั้ง …
ตอนนี้หอพักหญิงถูกกลุ่มผู้รอดชีวิตของอเล็กซ์สำรวจจนละเอียดหมดทุกชั้นแล้ว ่บ่ายเขาได้เรียกประชุมอีกครั้ง เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับหน้าที่เฝ้าระวังภัย และตำแหน่งไหนของตึกที่จำเป็ต้องมีคนคอยประจำอยู่ แล้วผู้รอดชีวิตทุกกลุ่มก็มีหมายเลขของตัวเอง พร้อมกับตารางเวลาสับเปลี่ยนหมุนเวียนการทำหน้าที่ของแต่ละกลุ่ม เรียกได้ว่ามันเป็การจัดการของมืออาชีพ แม้แต่นักศึกษาสาวที่เรียนมาด้านการจัดการยังทำไม่ได้อย่างอเล็กซ์เลย ก่อนแยกย้ายกันไปอเล็กซ์ได้แจกจ่ายกระดาษตารางเวลาให้กับผู้รอดชีวิตทุกกลุ่ม แล้วอยู่ๆ อาเธอร์ก็พูดขึ้นมาว่า
" พ่อครับ กลุ่มของเราควรมีชื่อเรียกดีไหมครับ ? พ่อเรียกพวกเราทุกคนว่าผู้รอดชีวิต มันฟังดูแปลกๆ ให้ความรู้สึกสิ้นหวังยังไงชอบกล "
" ฮ่า ฮา !!! " แล้วทุกคนก็ะเิเสียงหัวเราะพร้อมกัน อเล็กซ์ก็ยกมือขึ้นเกาหัวแก้เขิน เพราะคำพูดของลูกชายนั้นมันเสียแทงเข้าไปในจิตใจของเขา
" ได้ แล้วลูกคิดว่ากลุ่มเราควรมีชื่อเรียกว่าอะไรดีล่ะ ? "
" หอกเหล็กไงครับพ่อ กองกำลังหอกเหล็ก กลุ่มหอกเหล็ก หรือจะเรียกว่าทหารหอกเหล็กก็ได้แล้วแต่พ่อเลย พ่อคิดว่ายังไงครับ "
อเล็กซ์กวาดสายตาของผู้รอดชีวิตทุกคน แล้วเขาก็เห็นความหวังในแววตาของพวกเขา และดูเหมือนว่าเพียงแค่คำพูดง่ายๆของอาเธอร์ มันได้กลายเป็การจุดเทียนแห่งความหวังให้กับพวกเขาขึ้นมาแล้ว แล้วอเล็กซ์จะไปขัดขวางความคิดดีๆ ของลูกชายได้ยังไง
" ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็ชื่อว่า กองกำลังหอกเหล็ก ก็แล้วกัน พ่อคิดว่ามันฟังดูยิ่งใหญ่ดี แล้วพวกคุณทุกคนมีความเห็นกันว่าอย่างไร ? "
" ตามแต่ผู้พันเลยค่ะ ครับ "
" ถ้าอย่างนั้นต่อจากนี้ไปผมจะเรียกพวกคุณว่ากองกำลังหอกเหล็กหน่วยที่ 1 กองกำลังหอกเหล็กหน่วยที่ 2 แบบนี้แล้วกัน กองกำลังหอกเหล็กทุกหน่วยแยกย้ายได้ ! "
" ครับ ! ค่ะ ! " และแล้วกลุ่มผู้รอดชีวิตที่ปราศจากความหวังใดๆ ก็เริ่มกลายเป็กองกำลังที่แข็งแกร่งขึ้นมานับจากวันนี้ไป…
หลังจากอเล็กซ์มีเวลาว่างแล้ว เข้าได้พาคนในครอบครัวลงไปยังยานเกราะล้อยางที่ลานจอดรถด้านหลังของหอพัก เขาได้สอนเกี่ยวกับเครื่องยนต์กลไกต่างๆ ของรถคันนี้ให้คนในครอบครัวได้รับรู้ เพราะโดยปรกติยานเกราะคนนี้ต้องใช้ทหารประจำการถึง 5 นาย แบ่งเป็ พลขับ 2 นาย พลปืน 2 นาย พลลำเลียงะุและสนับสนุน 1 นาย แล้วพวกเขาตอนนี้มีกัน 5 คนพอดี อเล็กซ์ไม่ได้แบ่งหน้าที่ของใครเป็การเฉพาะ เพราะเขา้าให้ทุกคนทดแทนตำแหน่งของกันและกันได้หมด
เมื่อคนในครอบครัวของอเล็กซ์เข้าใจในสิ่งที่อเล็กซ์สอนบ้างแล้ว เขาจึงได้จำลองเหตุการณ์ต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง แล้วทำการซักซ้อมขึ้น ทุกคนให้ความร่วมมือเป็อย่างมาก โดยเฉพาะเด็กชายอาเธอร์ เพราะนี้คือความฝันของเขาที่ไม่ต่างจากเด็กผู้ชายทุกคน มันคือการได้เป็ทหารขับรถถัง ยืนยิงปืนกลบนหลังคา วิ่งแบกสายะุที่ยาวเป็หางว่าว เรียกได้ว่าสิ่งที่เขาเคยเห็นในสารคดีหรือในภาพยนตร์นั้น มันกำลังจะเกิดขึ้นจริงในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้
ตลอดเวลาใน่บ่าย ครอบครัวของอเล็กซ์พากันซักซ้อมอย่างตั้งใจ ดูเหมือนว่าวันนี้มันจะเป็วันที่ไม่มีอะไรแล้ว แต่อเล็กซ์ก็ได้ยินฝีเท้า พร้อมกับเสียงพูดคุยของมนุษย์ดังเข้ามาในหู เขาจึงได้ส่งสัญญาณมือให้ทุกคนหยุดการกระทำทุกอย่าง แล้วอยู่เงียบๆ ไม่นานทุกคนก็ได้ยินเสียงเหมือนกับอเล็กซ์ดังมาจากอีกฝั่งของประตูโรงจอดรถ
" เห้ย ! พวกมึงช่วยเงียบก่อนได้ไหมวะ ! ตึกนี้ใช่ไหมที่มึงเห็นว่ามีคนอยู่ข้างใน แล้วยังเป็ผู้หญิงอีกด้วย ? "
" เออ กูเห็นจริงๆ ตอนนั้นกูใช้กล้องส่องทางไกลมองดูมาจากโรมแรม 4 ฤดู ถึงแม้ภาพมันจะเล็ก แต่กูมั่นใจมากว่ามีคนอยู่ในตึกนี้จริงๆ มึงก็เห็นนี้ว่าด้านหน้าของตึกพวกมันเอาตู้เอาเตียงมาขวางทางเข้าไว้หมด แค่นี้ก็รู้แล้วไม่ใช่หรอว่ามีคนอยู่ด้านใน แล้วมึงจะถามโง่ๆ ออกมาทำไมอีก แล้วเมื่อวานกูยังเห็นควันไฟลอยขึ้นฟ้าจากตึกนี้อีกด้วย "
" แล้วมึงคิดว่าไงไอ้ชาติ จะเอายังไงดี ? จะเดินเข้าไปคุยดีๆ หรือบุกเข้าไปเลย ? "
" กูขอคิดก่อน กูว่าลองพูดคุยก่อนดีไหมเพราะตอนนี้พวกเราไม่มีที่อยู่ แล้วบริเวณนี้กูคิดว่าก็มีแต่ตึกนี้เท่านั้นแหละที่พอจะใช้เป็ที่ซุกหัวนอนได้ "
" ถ้าอย่างนั้นก็ให้อีก้อยกับอีแก้วเข้าไปคุย อย่างน้อยพวกมันก็ยังเคยเป็ผู้หญิง จริงไหมว่ะ ฮ่า ฮา "
" พวกมึงเก็บปากไว้กินข้าวดีกว่าไหม เออ เดี๋ยวกูกับอีแก้วเข้าไปคุยเอง แล้วจะเข้ายังไงล่ะเนี่ยประตูมันล็อคจากด้านใน "
" มาตรงนี้เดี๋ยวกูส่งพวกมึงขึ้นไปเอง "
อเล็กซ์ส่งส่งสัญญาณมือคนในครอบครัวให้ประจำตำแหน่งเหมือนกับที่เคยซักซ้อมมาทันที โดยเฮร่าไปประจำตำแหน่งพลขับคอยสับคันโยกกลไกต่างๆ ของยานเกราะ มะลิกับอลิซาเบธประจำตำแหน่งพลปืน อาเธอร์คอยสนับสนุนอยู่ในรถ ส่วนอเล็กซ์ออกไปรอพบผู้มาเยือนอยู่นอกรถแล้ว
ไม่นานผู้หญิงสองคนก็ขึ้นมาอยู่บนกำแพงได้ แล้วพวกเธอก็ะโเสียงดังขึ้นมาทันที พร้อมะโกลับไปทางเดิม
" เห*้ยรถถัง !! " แล้วกลุ่มคนผู้มาเยือนก็เริ่มคุยปรึกษากันเงียบๆ จากนั้นก็มีเสียงผู้ชายคนหนึ่งะโพูดขึ้นว่า
" สวัสดีครับลูกพี่ พวกผมไม่ได้ตั้งใจมาก่อกวน พวกผมหนีออกมาจากส่วนกลางของตัวจังหวัด แล้วตอนนี้้าที่ซุกหัวนอนเป็อย่างมาก พวกผมขอนอนที่นี่สักคืนได้ไหมครับ ? พอถึงรุ่งเช้า พวกผมจะจากไปทันที พวกผมจะทิ้งปืนกับอาวุธต่างๆไว้ข้างนอกนี้ไม่เอาเข้าไปข้างในเด็ดขาด ลูกพี่ว่ายังไงครับ ? "
อเล็กซ์ไม่ได้ตอบกลับไปในทันที แต่เขาได้ส่งสัญญาณมือให้เฮร่าดึงคันโยก จากนั้นอลิซาเบธกับมะลิก็โผล่ออกมาจากภายในตัวยานเกราะพร้อมกลับปืนกลหนักของพวกเธอ แล้วอเล็กซ์ก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ทรงอำนาจว่า
" กูจะให้โอกาสพวกมึงครั้งเดียว ทิ้งอาวุธไว้ด้านนอก แล้วทุกคนในกลุ่มของมึงปีนข้ามกำแพงเข้ามาคุยกันข้างใน ถ้ากูเห็นว่าใครในกลุ่มของมึง มีความคิดที่ชั่วร้ายแอบแฝง จะไม่มีใครในกลุ่มของมึงรอดกลับไป แต่ถ้ามึงไม่กล้าปีนข้ามกำแพงเข้ามาก็จงรีบไปให้ไกลอย่าให้กูเสียเวลาขึ้นไปกินข้าวเย็น กูให้เวลาพวกมึงคิด 1 นาที "
บรรยากาศระหว่างสองฝ่ายเริ่มตึงเครียดขึ้นทันทีที่อเล็กซ์พูดจบ คำพูดของอเล็กซ์นั้นไม่ต่างอะไรกับการเอามีดไปวางไว้ที่คอของผู้มาเยือน ถ้าพวกมันทิ้งอาวุธปืนแล้วปีนเข้าไป มันก็ไม่ต่างอะไรกับการฆ่าตัวตายเลยไม่ใช่หรือ แล้วคำว่าความคิดชั่วร้ายล่ะคืออะไร ตอนนี้ผู้ชายชื่อชาตินั้นมีเหงื่อไหลทั่วใบหน้า แล้วเขาก็กลืนน้ำลายลงคอ จากนั้นก็พูดขึ้น
" ผมจะทิ้งอาวุธแล้วปีนเข้าไปครับลูกพี่ เร็วสิพวกมึงใกล้จะมืดแล้ว จะรอให้พ่อพวกมึงมาก่อนใช่ไหมถึงจะคิดได้ "
" มึงไม่กลัวเขาหลอกมึงหรือไงไอ้ชาติ มึงไม่ได้เห็นเหมือนอย่างกูนี้ ข้างในนั้นมีรถถังคันเบ้อเร่อจอดอยู่ แล้วกูเชื่อว่าคนคนนั้นไม่ได้อยู่คนเดียวด้วย กูไม่เอาด้วยคน กูไปหานอนที่อื่นดีกว่า อย่างน้อยพวกซอมบี้มันก็ยิงปืนไม่เป็ละวะ !! ไปอีแก้วตามกูมา " เสียงที่แหบห้าวของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้น พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่วิ่งห่างออกไป
" แล้วแต่พวกมึงแล้วกันถ้าอย่างนั้นก็แยกทางกันตรงนี้ เอ้านี้ปืนกู ! พวกมึงเอาไปได้เลย กูไม่ได้นอนมา 3 คืนแล้ว ตอนนี้ร่างกายกูไม่ไหวแล้ว กูขอไปตายเอาดาบหน้าดีกว่า ไอ้วุฒิช่วยส่งกูขึ้นไปหน่อย " สิ้นเสียงของผู้ชายที่ชาติ เขาก็ปีนข้ามกำแพงเข้ามา แล้วโดดลงมายืนที่ลานจอดรถ
ไม่นานก็มีคนปีนข้ามกำแพงมาอีกหลายคน มีทั้งผู้หญิง เด็ก และคนชรา เล่นเอาจินตนาการของอเล็กซ์พังไปเลย ด้านกลุ่มผู้มาเยือนก็ไม่ต่างกัน เพราะหลังจากที่พวกเขาเห็นปากกระบอกปืนกลที่อยู่บนหลังคายานเกราะ และบริเวณใกล้ๆ ยันมีกองกระดูกมนุษย์พี่เพิ่งถูกเผาใหม่ๆกองเป็ูเาอยู่ด้านข้าง เล่นเอาผู้ชายร่างสูงใหญ่ที่อยู่ในกลุ่มผู้มาเยือนนั้นฉี่แตกใส่กางเกงไปหลายคน เพราะตอนนี้พวกเขาคิดว่าตัวเองต้องตายแน่ๆ …..