“ท่านแม่ ข้าขอไปเที่ยวเล่นในตลาดกับเฉินเอ๋อร์นะเ้าคะ”
หลังจากนอนหลับไปหนึ่งตื่นมู่เหม่ยอวี้ตื่นมากลางยามเซิน แล้วเช็ดหน้า เช็ดเนื้อตัวแล้วเดินไปเคาะห้องพี่ใหญ่ที่อยู่ข้างๆจากนั้นจึงชวนมู่หยางิ่กับมู่หยางเฉินไปเดินเล่นที่ตลาดใกล้ๆ โรงเตี้ยมมู่หยางิ่ไม่ไป แต่มู่หยางเฉินอยากไป
“เ้าจะไปทำอะไรหรืออวี้เอ๋อร์”หลินเหม่ยเอินเอ่ยถามบุตรสาว
“โธ่ ท่านแม่เ้าคะ มาต่างถิ่นต่างที่ทั้งที เงินก็มีจะไม่ไปเดินดูได้อย่างไรเล่าเ้าคะ มีคำกล่าวว่าถ้าอยากรู้วิถีชีวิตของคนที่ใดต้องไปที่ตลาด ก็จะรู้ถึงวิถีชีวิตของเขาเ้าค่ะ”
มาอีกแล้วตรรกะแปลกๆ ของนาง แม้จะงงๆ แต่ก็รู้สึกว่ามันก็อาจจะเป็ไปได้จริงๆจึงอนุญาต
“ท่านแม่ ลืมอะไรหรือไม่เ้าคะ”แม้หลินเหม่ยเอินจะอนุญาตแล้ว แต่มู่เหม่ยอวี้ก็ยังไม่ยอมออกจากห้องแถมยังกล่าวหาว่ามารดาลืมอะไรอีกต่างหาก
“ลืมอะไรหรือ” มารดาถามหน้าตางงงวย
“เงินเ้าค่ะ เงิน! ของสำคัญเชียวนะเ้าคะ” มู่เหม่ยอวี้แบมือตรงหน้ามารดา
“เผื่อว่าน้องเล็กอยากกินขนมอะไรแล้วข้าจะเอาเงินที่ไหนเล่าเ้าคะ ท่านพ่อให้เงินท่านแม่หมดเลย”นางนำชื่อน้องชายมากล่าวอ้าง
“อ้อ! เ้าตัวแสบ”แม้จะบ่นบุตรสาวแต่ก็หยิบเงินให้หนึ่งตำลึงทอง
“ที่นี่ของแพงยิ่ง เอาติดเผื่อไปก็แล้วกัน รักษาดีๆด้วย” หลินเหม่ยเอินส่งเงินให้บุตรสาว
“ท่านแม่น่ารักที่สุด” มู่เหม่ยอวี้รับเงินจากมารดากอดมารดาเต็มแขน แล้วหอมแก้มนาง
มารดาส่ายหน้าเขินอายเพราะบุตรสาวไม่แสดงกิริยากับตนเช่นนี้มานานมากแล้ว “เ้าลูกคนนี้นี่”แล้วนางก็ยิ้ม
สองคนพี่น้อง มู่เหม่ยอวี้และมู่หยางเฉินเดินเข้าร้านโน้น ออกร้านนี้ ซื้อขนมและแวะดูเครื่องประดับนางมองว่าเครื่องประดับที่นี่แปลกตาดี ต่างจากยุคที่นางจากมานางไม่ได้เดินเข้าร้านเครื่องประดับร้านใหญ่ เพียงแค่เดินดูในร้านที่ราคาถูกๆนางซื้อกิ๊บติดผมรูปผีเสื้อ และดอกไม้ให้ตัวเองและมารดา จนหนึ่งชั่วยามผ่านไปมู่หยางเฉินก็บอกเหนื่อย เดินไม่ไหวแล้ว และอิ่มขนมที่เดินกินตลอดทางแล้วด้วยนางและน้องชายจึงพากันกลับโรงเตี๊ยม
เมื่อเข้ามาในห้องนางนำชุดชั้นในจากฮอลมิติมาวางไว้บนเตียงอย่างอารมณ์ดี “วันนี้ใส่สีอะไรดีนะ”นางนำมาเรียงๆ หลายสีหลายแบบ
“รึจะใส่ตัวนี้ดี”นางยกกางเกงชั้นในสีดำที่เป็แบบจีสตริงขึ้นมาระดับสายตา แล้วหัวเราะคิกคัก
“ไม่เอาดีกว่า เดี๋ยวค่อยมาเลือกอีกทีละกันเหนียวตัวจะแย่ อาบน้ำดีกว่า” นางหมุนเกงเกงในจีสตริงในมือเล่น แล้ววางลงจากนั้นก็หยิบผ้าขนหนู ครีมอาบน้ำ แชมพู ครีมนวด โฟมล้างหน้า แปรงสีฟัน ยาสีฟันจากฮอลมิติ แล้วเดินไปด้านหลังฉากอาบน้ำ
“อวี้เอ๋อร์ อวี้เอ๋อร์”หลินเหม่ยเอินเรียกบุตรสาวหน้าห้อง แต่ไม่มีเสียงตอบกลับ นางจึงผลักประตูเข้าไปปรากฏว่านางสามารถเปิดประตูได้ แสดงว่ามู่เหม่ยอวี้ลืมลั่นดานประตู
เมื่อนางเดินเข้ามา นางพบผ้าแปลกๆ บนเตียงของบุตรสาวลักษณะเนื้อผ้าอันที่เป็เหมือนรูปสามเหลี่ยมนั้นเนื้อผ้านิ่มเบาสบายดีมากบางชิ้นเป็ผ้าโปร่งลายลูกไม้ แต่ก็ยังคงคุณสมบัติความนิ่มเช่นกันผ้าสีดำชิ้นนี้สิยิ่งแปลกมากกว่าชิ้นอื่นด้านหนึ่งเป็รูปสามเหลี่ยมและเป็ลูกไม้บางๆ อีกด้านเป็เหมือนเส้นเชือกผ้าพวกนี้มันคืออะไรนี่
แล้วไหนจะชิ้นนี้อีก มีลักษณะเป็กลมๆ สองชิ้นเย็บติดกัน แต่มีหลุมลึกลงไป บางชิ้นมีอะไรบางอย่างอยู่ในเบ้านั้นทำให้ผ้าที่มีเบ้านั้นมีขนาดหนาขึ้น มันช่างเป็ปริศนาชวนงงจริงๆอีกทั้งด้านหลังก็เป็ผ้าที่ยืดหยุ่นดีมาก ยืดได้หดได้ ดีจริงๆ
อีกประมาณหนึ่งเค่อต่อมา ก็ได้ยินเสียงร้องเพลงภาษาแปลกๆที่หลินเหม่ยเอินไม่เคยได้ยินมาก่อน ดังนำออกมาก่อนที่ตัวของมู่เหม่ยอวี้จะปรากฏบนหัวของบุตรสาวมีผ้าสีขาวพันรวบเส้นผมอยู่ที่ตัวบุตรสาวสวมเสื้อคลุมสีขาวตัวใหญ่มัดเอวหลวม
มู่เหม่ยอวี้ชะงักมองมารดาั้แ่หัวจรดเท้าของนางรู้สึกอุ่นวาบ ‘โอ้ว สงสัยจะผ่อนคลายเกินไปจนเืสายลับชักจะเจือจางหรือไรนะ ถึงขั้นขาดความระมัดระวังขนาดนี้’มู่เหม่ยอวี้บนตัวเองในใจ
มารดาไม่ได้ถามอะไรถึงชุดที่นางสวมอยู่เพราะคิดว่าคงเป็บริการของโรงเตี๊ยม ซึ่งแต่ละห้องอาจจะมีไม่เหมือนกัน
แต่สิ่งที่นางสนใจคือผ้าที่อยู่บนเตียงของบุตรสาว
“ไปเดินตลาดสนุกหรือไม่ อวี้เอ๋อร์” มารดาถาม
มู่เหม่ยอวี้รีบปรับสีหน้าที่ใให้เป็ปกติแล้วตอบ“สนุกมากเ้าค่ะ ข้ากับน้องเดินทั่วตลาดเลยเ้าค่ะ ซื้อของกินเยอะแยะข้ามีเครื่องประดับมาฝากท่านแม่ด้วยนะเ้าคะ”
“อ้อ สนุกก็ดีแล้ว” มารดายิ้ม
“แม่จะมาเรียกเ้าไปกินข้าวน่ะแต่แม่เรียกเ้าหน้าห้องหลายครั้ง เ้าไม่เปิดประตูแม่ห่วงว่าเ้าจะเป็อะไรไปจึงเปิดมาดู ก็ได้ยินเสียงน้ำตรงนั้นจึงคิดว่าเ้าคงกำลังอาบน้ำแม่จึงรอเ้า” หลินเหม่ยเอินอธิบายให้มู่เหม่ยอวี้ฟังนางลุกจากเก้าอี้ แล้วชี้นิ้วถาม
“พวกนี้คืออะไรหรือลูก แม่ไม่เคยเห็นมาก่อน”
“เอาะ อ๋อ มันคือชุดชั้นในเ้าค่ะลูกซื้อมาตอนไปเดินเล่นกับน้องเล็กเ้าค่ะ” นางโกหกมารดาอีกแล้ว จริงๆ แล้วชุดชั้นในพวกนี้นางใส่ั้แ่หลังจากหายป่วยเพราะเวลาเดินนางรู้สึกโล่งๆ มารดาคงไม่เคยสังเกตเห็น เพราะนางจะทำหน้าที่ซักผ้าเก็บผ้า ของทุกคนในบ้านซึ่งเดิมมารดาจะทำหน้าที่ซักผ้านี้เพราะไม่อยากให้บุตรสาวเหนื่อยและบุตรสาวมักจะชักสีหน้าหากต้องทำงาน แต่หลังจากที่บุตรสาวหายป่วยบุตรสาวขอทำหน้าที่นี้เอง โดยอ้างว่ามารดามีงานเยอะแล้ว ตนอยู่ว่างๆจะช่วยซักผ้าให้
“อ้อ ลูกซื้อมาฝากท่านแม่ และคนอื่นๆ ด้วยนะเ้าคะ”แล้วนางก็ทำทีเป็เดินไปเปิดตู้ มือลูบไปที่พยัคฆ์ทมิฬที่แขนแล้วหยิบเอาชุดชั้นในขนาดที่เหมาะสมกับหลินเหม่ยเอิน แล้วยื่นส่งให้มารดาสิบชุดหลากสี นอกจากนี้ยังมีกางเกงชั้นในชายด้วย มีขนาดแตกต่างกัน สำหรับมู่หยางเซิงมู่หยางหยางิ่ และมู่หยางเฉิน คนละสิบตัว
มารดาทำหน้างงงวย “ชุดชั้นในคืออะไรหรือ”
“ชุดชั้นในก็คือผ้าที่เราสวมใส่ไว้ข้างในใต้เสื้อผ้าอื่นๆอย่างไรเล่าเ้าคะ” นางตอบมารดา
“เสื้อชั้นใน แบบที่ท่านแม่ใช้ก็คือตู้โตว กางเกงชั้นในก็คือผ้าซับใน เ้าค่ะแต่ข้าว่าชุดชั้นในแบบนี้เวลาใส่มันรู้สึกกระชับกว่าเ้าค่ะ” นางอธิบายเพิ่มเติม
“ประเดี๋ยวข้าจะแสดงวิธีใส่ให้ดูนะเ้าคะ”แล้วมู่เหม่ยอวี้ก็หยิบเสื้อชั้นใน และกางเกงชั้นในสีชมพูบนเตียงแล้วเดินไปใส่หลังฉากแล้วเดินออกมาเปิดหน้าอกที่ใส่เสื้อชั้นในเรียบร้อยแล้วให้มารดาดูอย่างไม่นึกอายเพราะคิดว่าเป็สตรีเช่นกัน อีกอย่าง ถ้าจะให้เทียบอายุจริงๆ จากชาติที่แล้วนางกับหลินเหม่ยเอินก็อายุไม่ห่างกันมากนัก นอกจากนี้ ในชาติที่แล้วบางครั้งที่นางว่างนางก็ไปว่ายน้ำในสระบ่อยๆ เื่แค่นี้เหตุใดต้องอายเล่า
หลินเหม่ยเอินมองดูเสื้อชั้นในบนร่างของบุตรสาวบุตรสาวนางเริ่มแตกเนื้อสาวแล้วจริงๆ นางมีทรวงอกที่นูนชัดขึ้นมาแล้ว
จากนั้นมู่เหม่ยอวี้ก็สอนมารดาสวมใส่เสื้อชั้นในโดยสาธิตการสวมใส่บนร่างของมารดาโดยมิได้ถอดชุดออก เมื่อหลินเหม่ยเอินเข้าใจวิธีสวมแล้วนางจึงถอดตู้โตวออกและลองสวมเสื้อชั้นในจริงๆที่หลังฉากกั้นในห้องของบุตรสาวและสวมชุดนอกที่นางสวมมาทับชุดชั้นใน
หลินเหม่ยเอินรู้สึกพึงพอใจกับเสื้อชั้นในมากเพราะรู้สึกว่ายามที่นางเคลื่อนไหวร่างกาย นางรู้สึกกระชับทรวงอกไม่ขยับไปตามการเคลื่อนไหวมากนัก
“แม่ชอบชุดที่เ้าซื้อมาให้มาก ขอบใจเ้ามากอวี้เอ๋อร์”หลินเหม่ยเอินยิ้มกว้าง
“แล้วเสื้อชั้นในของลูกตัวนี้ตรงนี้ทำไมมันหนานักล่ะลูก”หลินเหม่ยเอินชี้ไปที่เสื้อชั้นในตัวหนึ่งด้วยความสงสัย
“อ๋อ อันนี้เรียกว่าเสริมฟองน้ำเ้าค่ะ คนอกเล็กๆเวลาใส่แล้วจะทำให้ดูอกใหญ่ขึ้นเ้าค่ะ ท่านแม่จะเรียกว่าเสริมอึ๋มก็ได้ ฮ่าๆๆๆท่านแม่อยากได้แบบนี้หรือเ้าคะ แต่เท่าที่ท่านแม่มีข้าก็ว่ามันน่าจะเพียงพอไม่ต้องเสริมอึ๋มแล้วเ้าค่ะ”
หลินเหม่ยเอินหน้าแดง เขินอายต่อวาจาของบุตรสาวจึงรีบเดินไปที่ประตูจะออกจากห้อง ก่อนออกไปมู่เหม่ยอวี้ก็เอ่ยเตือน
“ท่านแม่อย่าลืมเอากางเกงชั้นในให้ท่านพ่อ พี่ใหญ่และน้องเล็กด้วย มันช่วยป้องกันไส้เลื่อนได้”
แม้มารดาจะงงกับไส้เลื่อนแต่ก็รับปาก โดยไม่ถามอะไรเพราะเริ่มชินกับภาษาแปลกๆ และสารพัดเหตุผลมารองรับของมู่เหม่ยอวี้แล้ว
มู่เหม่ยอวี้บอกมารดาว่าวันนี้นางอิ่มแล้วขอไม่ไปรับประทานอาหารมื้อค่ำกับมารดา
‘ก็ดีเหมือนกันที่ท่านแม่รู้เื่ชุดชั้นในต่อไปข้าก็ไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ ใส่อีกแล้ว’ มู่เหม่ยอวี้คิดถอดเสื้อชั้นในออกก่อนนอนเพราะนางรู้สึกอึดอัด แล้วหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย