่พักกลางวัน ณ โรงเรียนมัธยม หลังจากทานข้าวกลางวันเสร็จ กลุ่มของซูเหยาก็ยึดโต๊ะมุมสงบในโรงอาหารเพื่อติวหนังสือ วันนี้โต๊ะเต็มไปด้วยหนังสือเรียนและเสียงพูดคุยจอแจของเพื่อนๆ ทั้ง 6 คน ‘เหมยอิง, จูจู, ต้วนิ, ต้าเว่ย, อาเฉิง, เสี่ยวป่อ’
"ซูเหยา ตรงนี้ฉันไม่เข้าใจเลย กฎของนิวตันข้อที่ 3 เนี่ย" ต้าเว่ยถามพลางเกาหัว ซูเหยารับโจทย์มาดู แล้วอธิบายด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย
"นายลองจินตนาการว่านายต่อยกำแพงสิ เจ็บมือไหม? นั่นแหละแรงกิริยาเท่ากับแรงปฏิกิริยา..."
หลังจากติวกันไปได้สักพัก บทสนทนาก็เปลี่ยนเื่มาเป็การแข่งขันที่กำลังจะมาถึง
"นี่ๆ ประกาศรายชื่อตัวแทนโรงเรียนที่จะไปแข่งภาษาอังกฤษระดับเขตอาทิตย์หน้าออกมาอย่างเป็ทางการแล้วนะ!" อาเฉิงเปิดประเด็นด้วยน้าเสียงตื่นเต้น
"เป็ไงบ้าง ตามที่เรารู้กันใช่ไหม?" เหมยอิงรีบถาม
"ใช่ตามนั้น โรงเรียนเราส่งไป 5 คน" อาเฉิงชูนิ้ว "แน่นอนว่ามี ซูเหยา ของพวกเรา แล้วก็ หลี่หราน จากห้อง 6 ของพวกเธอ... ส่วนอีก 3 คนมาจากห้อง1 ทั้งหมดเลย คือ จ้าวเฟย, หลิวอี้ และ หวังฟาง"
"หลินเสวี่ยคงเสียใจแย่เลย..." จูจูพึมพา "เห็นว่าตอนสอบสัมภาษณ์รอบสุดท้าย หลินเสวี่ยตื่นเต้นจนพูดไม่ออก คะแนนสู้พวกห้อง1 ไม่ได้เลย เมื่อเช้าฉันเห็นแอบไปร้องไห้ในห้องน้ำด้วยนะ น่าสงสารเหมือนกัน แต่ช่วยไม่ได้ คู่แข่งปีนี้เก่งๆ ทั้งนั้น"
"โห... ขนาดหลินเสวี่ยยังไม่รอด" เหมยอิงทาหน้าสยอง
"แล้วพวกห้อง 1 สามคนนั้นน่ะ ได้ข่าวว่าเป็เทพภาษาอังกฤษเลยนะ โดยเฉพาะจ้าวเฟย ที่เคยไปแลกเปลี่ยนต่างประเทศมา"
"งานหนักแน่ๆ ซูเหยา" ต้วนิหันมาให้กำลังใจเพื่อน
"แต่ฉันเชื่อมือเธอนะ ขนาดหลี่หรานที่ว่าแน่ๆ ยังยอมรับเธอเลย อาทิตย์หน้าถ้าโรงเรียนอนุญาต พวกเราจะตามไปเชียร์ติดขอบสนามเลยคอยดู"
ซูเหยายิ้มรับกำลังใจจากเพื่อนๆ "ขอบใจนะทุกคน ฉันจะทำให้เต็มที่ ไม่ให้เสียชื่อ ห้อง 6 ของพวกเราแน่นอน"
บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและมิตรภาพที่แน่นแฟ้นขึ้นเรื่อยๆ
.……………………………………
่กลางวัน ณ ภัตตาคาร 'รสโอชา' (ที่ทำงานของปู่หลิง) บรรยากาศในห้องครัววันนี้วุ่นวายกว่าปกติ เพราะมีงานเลี้ยงจองโต๊ะใหญ่หลายโต๊ะ
"ลุงหลิง! มาช่วยหน่อย! ฝั่งผัดผักทำไม่ทันแล้ว!" เชฟใหญ่ะโสั่งเสียงหลง "ช่วยทำ 'ผัดสามสหาย' (ตี้ซานเซียน) กับ 'คะน้าฮ่องกงน้ามันหอย' ออกไปให้โต๊ะวีไอพีหน่อย! เอาเนี๊ยบๆ นะ!"
ปู่หลิงพยักหน้า เดินไปหน้าเคาน์เตอร์เตรียมผัก... ทันทีที่มองเห็นกองมันฝรั่ง มะเขือยาว และพริกหยวก สายตาของปู่ก็เปลี่ยนไป ปู่สามารถแยกแยะได้ทันทีว่ามันฝรั่งหัวไหนเนื้อแน่นเหมาะแก่การทอด
มะเขือยาวลูกไหนอ่อนกำลังดีไม่ขม และพริกหยวกเม็ดไหนหวานกรอบที่สุด ปู่เลือกหยิบเฉพาะวัตถุดิบที่ดีที่สุดออกมาอย่างรวดเร็ว
ฉับ... ฉับ... ฉับ... มือหยิบมีดหั่นผัก การหั่นชิ้นผักเป็รูปทรง 'สี่เหลี่ยมลูกเต๋า' ทำได้อย่างแม่นยำ ทุกชิ้นขนาดเท่ากันเพื่อให้สุกพร้อมกัน ฟึ่บ! ปู่หลิงเปิดไฟแรง
ทอดมันฝรั่งและมะเขือยาวในน้ำมันท่วมด้วยอุณหภูมิที่พอดีเป๊ะ สีเหลืองทองสวยงาม ไม่อมน้ำมันแม้แต่น้อย จากนั้นตั้งกระทะใหม่..ใส่กระเทียมสับ ผัดจนหอมฟุ้ง ใส่ผักที่ทอดแล้วลงไป
ปรุงรสด้วยซอสสูตรพิเศษ มือของปู่ขยับอย่างมั่นคง เหยาะซอส น้ำตาล และเหล้าจีนลงไปโดยไม่ต้องตวง ฉ่าาาา! การสะบัดกระทะคลุกเคล้าซอสให้เคลือบผักทุกชิ้นอย่างทั่วถึง เป็ท่วงท่าที่ดูนิ่งสงบแต่ทรงพลัง
ต่อด้วย 'คะน้าฮ่องกงน้ำมันหอย' ปู่ลวกคะน้าในน้าเดือดจัดผสมน้ำมันเพียงชั่วครู่เพื่อให้ผักยังเขียวสดและกรอบเด้ง ก่อนจะนำมาราดด้วยซอสน้ำมันหอยที่เคี่ยวจนข้นหอม
.……………………………
ณ โต๊ะอาหารวีไอพี พนักงานเสิร์ฟวางจาน 'ผัดสามสหาย' ที่สีสันเงางามน่ารับประทานลงบนโต๊ะ ลูกค้าหนุ่มใหญ่ในชุดสูทตักชิ้นมะเขือยาวและมันฝรั่ง เข้าปาก... ััแรกคือความกรอบนอกนุ่มในของมันฝรั่ง และความนุ่มละลายในปากของมะเขือยาวที่ดูดซับรสชาติซอสไว้อย่างเต็มเปี่ยม รสเค็มหวานกลมกล่อม หอมกลิ่น กระทะเตะจมูก
"หืม!?" ลูกค้าหนุ่มใหญ่ชะงัก ตาเป็ประกาย "นี่มัน... อร่อยมาก! ผัดสามสหายจานนี้รสชาติดีมากเท่าที่เคยกินมาเลย! มันไม่เลี่ยนน้ำมันเลยสักนิด รสชาติเข้าเนื้อสุดๆ!"
เพื่อนร่วมโต๊ะลองชิมคะน้าฮ่องกงบ้าง "คะน้านี่ก็สุดยอด! กรอบมาก ไม่เหม็นเขียวเลย ซอสน้ำมันหอยนี่ปรุงรสมาพอดีเป๊ะ เชฟคนไหนทำเนี่ย?"
"น้องๆ!" ลูกค้าเรียกเด็กเสิร์ฟ "จานนี้ใครทำ? ฝีมือระดับเชฟมิชลินเลย ขอสั่งเพิ่มอีก 2 ชุด! แล้วก็เอาเมนูแนะนำอื่นๆ ของเชฟคนนี้มาอีก 3 อย่าง!"
หลังจากนั้น... ปรากฏการณ์ในครัวก็โกลาหล ‘ในทางที่ดี’ ออเดอร์ที่ระบุว่า "ขอรสชาติแบบเมื่อกี้" หลั่งไหลเข้ามาจนปู่หลิงต้องรับบทมือผัดหลักประจำเตาผัก! เชฟใหญ่แอบมาชิมเศษอาหารก้นจาน ถึงกับยืนอึ้ง...
"ลุงหลิง... รสมือลุงมัน... สมบูรณ์แบบ! ความสุกของผัก ความข้นของซอส ไม่มีที่ติเลย ลุงไปแอบซุ่มฝึกจากไหนเนี่ย"
ปู่หลิงยิ้มแก้มปริ ภูมิใจในฝีมือตัวเองที่จู่ๆ ก็พัฒนาขึ้นอย่างก้าวะโ
................................
่ค่ำ ที่บ้านตระกูลหลิง ปู่หลิงกลับมาบ้านด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม เล่าวีรกรรมที่ร้านให้ทุกคนฟังอย่างตื่นเต้น "วันนี้ปู่ทำ 'ผัดสามสหาย' ลูกค้าชมกันเกรียวกราว! สั่งเบิ้ลกันแทบทุกโต๊ะ เชฟใหญ่ถึงกับงงไปเลย!"
"จริงเหรอคะพ่อ?" แม่เสิ่นยิ้ม "งั้นวันนี้เราต้องฉลองกันหน่อยแล้ว"
"แน่นอน!" ย่าจูเดินถือถาดอาหารออกมาจากครัว "วันนี้ย่าโชว์ฝีมือมื้อเย็นเอง... 'ซี่โครงหมูน้าแดง' กับ 'ปลานึ่งซีอิ๊ว' ลองชิมดูสิ"
กลิ่นหอมของอาหารบนโต๊ะเตะจมูกทุกคนอย่างจัง สีสันของซี่โครงหมูแดงฉ่ำวาว ดูน่ากินระดับขึ้นปกนิตยสาร ทุกคนคีบอาหารเข้าปากพร้อมกัน...
เงียบกริบไป 3 วินาที... ก่อนจะ... "โห!!!" อาอิ๋วร้องลั่น
"ย่า! นี่มันอร่อยเหาะไปเลย! ซี่โครงหมูนุ่มมาก ซอสเข้มข้นสุดๆ ไปเลยย่า"
พ่อหลิงเคี้ยวปลานึ่งอย่างมีความสุข "เนื้อปลาสุกกำลังดีหวานสด ซีอิ๊วปรุงรสมากลมกล่อมมาก... แม่ครับ ฝีมือแม่พัฒนาขึ้นขนาดนี้ั้แ่เมื่อไหร่ครับเนี่ย?"
ย่าจูหัวเราะร่า "แม่ก็ไม่รู้เหมือนกัน แค่รู้สึกว่าหยิบจับอะไรมันก็กะถูกไปหมด รู้ว่าต้องใส่อะไรเท่าไหร่ถึงจะอร่อย"
ซูเหยามองภาพครอบครัวมีความสุขกับการกินอาหารอร่อยๆ แล้วอิ่มเอมใจ
"เห็นไหมคะ... น้ำสมุนไพรของคุณปู่หลีดีจริงๆ ด้วย"
"จริงลูก ดีมากๆ!" ปู่กับย่าประสานเสียงกัน
"เอาล่ะค่ะ..." ซูเหยาเอ่ยขึ้นก่อนทุกคนจะแยกย้ายกันไปนอน
"เพื่อสุขภาพที่ดีอย่างต่อเนื่อง คืนนี้หนูมียาสมุนไพรอีกตัวหนึ่งที่คุณปู่หลี่ให้มาค่ะ"
เธอหยิบเหยือกน้ำที่ผสม 'น้ำยาชำระไขกระดูก' เจือจางไว้เรียบร้อยแล้วออกมารินใส่แก้วแจกจ่ายให้ทุกคน รวมถึงตัวเองและอาอิ๋วด้วย "อันนี้เป็ยาขับสารพิษและปรับสมดุลร่างกายค่ะ ต้องกินติดต่อกัน 10 วัน ดื่มพร้อมกันเลยนะคะ
ทุกคนยกแก้วขึ้นดื่มจนหมดเกลี้ยง ด้วยความเชื่อมั่นใน 'ยาวิเศษ' ของคุณปู่หลี่ คืนนี้... ร่างกายของตระกูลหลิงกำลังจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้น เตรียมพร้อมสำหรับความรุ่งโรจน์ที่กำลังจะมาถึงในวันพรุ่งนี้!