ระหว่างที่ทุกคนกำลังช็อคกับระบบใหม่ที่กันต์ได้รับ ต่างก็ครุ่นคิดถึงความเป็นไปได้ต่างๆ นานา ทำให้บรรยากาศกลายเป็นเงียบกริบไปทันที
"เอาล่ะ!! เข้าใจรูปแบบการใช้งานทั้งหมดแล้ว" จู่ๆ กันต์ก็เอ่ยขึ้นมาอย่างเบื่อหน่าย แต่กลับทำเอาทั้งกลุ่มตกตะลึงไปตามๆ กัน
"เดี๋ยวๆ นี่มันยังไม่ถึง 5 นาทีเลยนะ นายเข้าใจระบบทั้งหมดจริงหรือเปล่าเนี่ย" โชคถามขึ้นอย่างแปลกใจ
"มันทำความเข้าใจยากตรงไหนกัน ก็แค่ระบบสนับสนุนเท่านั้นเอง" กันต์ตอบหน้าตาย
"แล้วมันใช้ทำอะไรได้บ้าง" ลัคกี้ถามต่อทันที
"ก่อนอื่นเลยตัดระบบแจ้งเตือนออกไปก่อน เพราะมันเป็นระบบอัติโนมัติในกรณีเจอศัตรูที่เก่งกว่าเท่านั้น ส่วนระบบแผนที่สามารถอัพเกรดได้สูงสุดคือเต็มสิบ มันจะขยายวงกว้างตามแต่ละระดับ แต่ตรวจสอบได้ไม่เกิน 10 กิโลเมตร อันนี้ก็ไม่จำเป็น ส่วนระบบซ่อม หลอม เสริมคุณสมบัติ ใช้กับอาวุธไม่เกินระดับ 3 อัพได้สูงสุดเต็มสิบ อาวุธระดับสูงสุดคือระดับ 13 ระบบแลกเปลี่ยนเงินตราอัพได้สูงสุดแค่ห้า แลกเปลี่ยนเงินสูงสุดคือ 2,000 เหรียญทองต่อวัน ระบบแปลภาษากับระบบการหายใจเป็นออฟชั่นเสริมติดตัวทำงานโดยอัติโนมัติ และสุดท้ายคือระบบตรวจสอบคุณสมบัติ 100% ใช้ตรวจดูรายระเอียดสิ่งของที่ดรอปมาได้ทั้งหมด ที่ก่อนหน้านี้ไม่สามารถตรวจสอบได้ก็เท่านั้นเอง อ่อ!! ใช้เช็ครายชื่อลิสต์อันดับดับโลกคนอื่นๆ ที่พบเจอได้อีกด้วย"
กันต์ร่ายยาวราวกับเป็นศึกษามานานแรมปี ทำเอาคนที่เหลืออึ้งไปตามๆ กัน หลังจากที่ทุกคนลองทำความเข้าใจในคำอธิบายของเขา ส่วนกันต์ก็ยังคงกดเล่นระบบใหม่ไปเรื่อย พริบตาเดียวก็ปรากฏอาวุธและชุดเกราะระดับ 3 ครบเซ็ทออกมา 5 ชุด ก่อนจะเอ่ยขึ้น
"ผมทดลองระบบหลอมกับเสริมคุณสมบัติพิเศษ ให้ทุกคนเอาไปใช้กันคนละเซ็ท และทำการแลกเปลี่ยนเงินตราของวันนี้ครบแล้ว ที่เหลือรีบแยกย้ายกันไปพักผ่อนเถอะ พวกเรายังมีเวลาคุยกันอีกมาก ตอนนี้ที่ต้องทำคือไปให้ถึงจุดอพยพที่ 1 โดยเร็วที่สุด หากสองขั้วอำนาจใหญ่รู้เรื่องความสามารถของระบบระดับ 5 พวกเราอาจไม่มีที่ยืนก็ได้ ส่วนการเฝ้ายามให้แบ่งเป็นสองผลัด ผลัดแรกให้พี่โชคกับพี่บาสเฝ้าไป ผลัดที่สองผมจะมารับช่วงต่อเอง" กันต์พูดจบก็ล้มตัวลงนอนอย่างรวดเร็วทันที
ทำเอากลุ่มคนที่เหลืออึ้งไปตามๆ กัน กับความสามารถที่ไม่น่าจะออกมาจากคนหน้าตายอย่างกันต์ แต่ก็อย่างที่เขาพูดยังมีเวลาอีกมาที่จะพูดคุย ที่ต้องคิดคือการไปถึงจุดอพยพที่ 1 โดยเร็ว หากวันดีคืนดีสองขั้วอำนาจใหญ่เกิดริลองอัพเกรดระบบเป็นระดับ 5 ขึ้นมาจริงๆ เป้าหมายการสร้างกิลด์ของพวกเขาคงไม่ราบรื่นเป็นแน่
หลังจากที่ทุกคนเข้านอนกันหมดแล้ว โชคกับบาสที่รับช่วงเฝ้ายามผลัดแรก ก็เริ่มพูดคุยกันตามประสาและปรึกษาแนวคิดการสร้างกิลด์ ด้วยความที่ทั้งสองมีอายุห่างกันไม่มาก ทำให้มีมุมมองใกล้เคียงกัน จนถึงช่วงเวลาเปลี่ยนผลัด กันต์ก็ลุกขึ้นมารับช่วงเฝ้ายามผลัดที่สองต่อทันที
เช้าวันต่อมา...
เมื่อยามเช้ามาเยือนกลุ่มของกันต์ก็ค่อยๆ ทะยอยตื่นขึ้น ภาพแรกที่ปรากฏสู่สายตาของพวกเขาคือ เศษซากสัตว์กลายพันธุ์ระดับสูงหลายสิบตัว นอนตายเรียงรายกันเกลื่อนกลาด
"โห พี่เขยเมื่อคืนมีสัตว์กลายพันธุ์บุกมาเยอะขนาดนี้เลยหรอคะ!?" ใบหม่อนถามขึ้นอย่างตกใจ
"เปล่าหรอก จริงๆ ก็มาแค่ตัวเดียวพอมันโดนพี่ฆ่า กลิ่นคาวเลือดจะไปกระตุ้นสัตว์กลายพันธุ์ตัวอื่นๆ ก็เลยมาเยอะแบบที่เห็นนี่แหละ" กันต์ตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ
"แล้วทำไมพวกเราถึงไม่ได้ยินเสียงคำรามหรือเสียงการต่อสู้เลยล่ะ" ลัคกี้ถามขึ้นบ้าง
"สัตว์กลายพันธุ์ที่ออกล่าในตอนกลางคืนน่ะ มันไม่ส่งเสียงข่มขวัญศัตรูหรอก พวกมันอาศัยความมืดเพื่อล่าเหยื่อ และพวกมันตายในหนึ่งการโจมตี พวกเธอไม่ได้ยินก็ไม่แปลกนิ"
"คุณกันต์นี่แข็งแกร่งจริงๆ เลยนะคะ" เฟิร์นเอ่ยชมด้วยสีหน้าที่เขินอายเล็กน้อย
"เอาล่ะ!! ทุกคนมาเอาอาหารอัดเม็ดกันไปได้ละ พวกเราต้องรีบออกเดินทางกันต่อนะ" ลัคกี้รีบพูดตัดบท
เมื่อทุกคนกินมื้อเช้าเสร็จโชคเริ่มเปิดประเด็นขึ้นมา
"หลังจากนี้พวกเราจะเปลี่ยนรูปแบบการเดินทาง พี่กับบาสจะทำหน้าที่แบกเด็กสาวทั้งสองคนไว้ พวกเราจะอาศัยความเร็วของพวกเราฝ่าไปถึงจุดอพยพที่ 1 ให้เร็วที่สุด และให้กันต์เป็นคนนำทางโดยอาศัยแผนที่หลีกเลี่ยงการต่อสู้ที่ไม่จำเป็น ส่วยใบหม่อน ลัคกี้ เฟิร์น คอยรั้งท้ายเอาไว้ คาดว่าประมาณ 10 วันน่าจะไปถึงที่หมาย"
"เดี๋ยวสิ ถ้าไปถึงที่หมายก่อนกำหนด แล้วเงินทุนของพวกเราจะพอหรือคะ!?" ใบหม่อนถามขึ้นอย่างสงสัย
"ไม่ต้องห่วงอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราคือวันละ 100 เหรียญทอง หมายความว่าระยะเวลา 10 วันจะมี 1,000 เหรียญทอง นอกจากนี้พวกเราจะเปลี่ยนรูปแบบการเฝ้ายามใหม่ โดยให้ใบหม่อนกับลัคกี้เฝ้าผลัดแรกและเฟิร์นเฝ้าผลัดที่สอง ส่วนพี่กับบาสจะออกล่าตอนกลางคืนผลัดแรก และให้กันต์ออกล่าผลัดที่สอง น่าจะพอหาได้อีกสัก 100-200 เหรียญทองล่ะนะ แน่นอนว่าช่วงสิบวันนี้พวกเราได้เหนื่อยกันทุกคนแน่นอน"
โชคอธิบายถึงเรื่องที่ได้ลองพูดคุยปรึกษากับบาสเมื่อคืน ส่วนกันต์เองก็เห็นด้วยเพราะเขารู้ดีว่า ทำไมโชคถึงต้องเร่งรีบขนาดนั้น ส่วนสาวๆ ที่เหลือก็พอที่จะเข้าใจสถานการณ์อยู่บ้าง เมื่อทุกคนเห็นพ้องตรงกันพวกเขาต่างก็เร่งออกเดินทางทันที งานนี้คนที่เหนื่อยสุดคงหนีไม่พ้นโชคกับบาส
เพราะตลอดเส้นทางต้องแบกเด็กสาวและวิ่งด้วยความเร็วสูงสุด แถมตอนกลางคืนยังต้องออกล่าจนแทบไม่ได้พักผ่อน ส่วนพวกสาวๆ ก็เหนื่อยไม่แพ้กัน แม้ค่าสถานะ DEX [ความเร็ว] จะพอๆ กัน แต่ค่า STR [พลัง,ความอึด] นั้นน้อยกว่ากลุ่มผู้ชายมาก แต่กลับไม่มีใครบ่นเลยแม้แต่น้อย
พวกเขาไม่อยากให้กันต์ต้องแบกรับทุกอย่างคนเดียว จึงพยายามช่วยแบ่งเบาในส่วนที่ทุกคนพอจะทำกันได้ จนกระทั่งครบสิบวันก็เข้าสู่พื้นที่จังหวัดนครราชสีมา และเริ่มมองเห็นกำแพงที่สร้างจากหินสูงกว่า 3 เมตร จากระยะที่ไม่ไกลมากนัก ซึ่งแค่แนวป้องกันพื้นฐานของที่นี่ก็นับว่าเหนือกว่า แนวป้องกันที่จุดอพยพที่ 6 อย่างไม่เห็นฝุ่น
เมื่อพวกเขามาถึงเขตใต้ของจุดอพยพที่ 1 ก็พบกับเหล่าทหารที่ทำหน้าที่รักษาประตูทางเข้า-ออก ถึงกับอึ้งไปไม่น้อยเหมือนกัน เพราะแค่ทหารคุ้มกันยังมีชุดเกราะดีๆ สวมใส่ เทียบได้กับนักล่าแนวหน้าของจุดอพยพที่ 6 เลยด้วยซ้ำ ขณะที่พวกเขาทำการยื่นบัตรนักล่าเพื่อขอผ่านทาง
"เห้ยๆ สวะจากจุดอพยพที่ 6 ลี้ภัยมาถึงที่นี่เลยหรอวะ!!" คำดูถูกจากหัวหน้าทหาร ตามด้วยเสียงหัวเราะอย่างเย้ยหยันจากเหล่าทหารดังขึ้น
ทำเอากลุ่มของกันต์แทบอยากชักอาวุธฆ่าทิ้งซะเดี๋ยวนั้น ผิดกับกันต์ที่ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก เพราะก่อนจะมีวันนี้เขาเคยโดนยิ่งกว่านี้มาแล้วเลยรู้สึกชิวๆ พลางเล่นระบบของตัวเองอย่างไม่ใส่ใจมากนัก
"พวกเราจะเข้ามาอาศัยที่นี่ รบกวนช่วยเปิดทางให้ด้วยครับ" โชคพยายามพูดอย่างใจเย็นที่สุด
"เหอะ!! ค่าผ่านทางคนละ 20 เหรียญทอง ถ้าไม่มีปัญญาจ่ายก็ไสหัวไปซะ" หัวหน้าทหารยามตวาดกลับ
ทำเอาโชคถึงกับขมวดคิ้วเป็นปม เพราะก่อนมาเขาเคยสอบถามไปแล้วว่า การผ่านเข้าเขตอพยพต้องเสียค่าผ่านทางคนละ 1 เหรียญทองเท่านั้น หากต้องจ่ายมากขนาดนั้นจริง กลุ่มนักล่าทั่วไปคงไม่มีปัญญาที่จะจ่ายได้แน่นอน ขณะที่ขบคิดว่าจะจ่ายดีหรือไม่ จู่ๆ กันต์ก็ตะโกนขึ้นมา
"นี่!! สาวน้อยเธอเป็นหัวหน้ากิลด์เขตตะวันออกของที่นี่ใช่ไหม ผมอยากขอท้าประลองเดิมพัน 1,000 เหรียญทอง เธอสนใจรึเปล่า!?"
สิ้นเสียงของกันต์ทุกคนแหงนหน้าขึ้นไปมองกันเป็นตาเดียว ก็พบกับสาวน้อยร่างบางประมาณ 22-23 ปี นั่งไขว่ห้างอยู่บนกำแพง ด้านหลังมีสองชายฉกรรจ์กับสองหญิงสาว ยืนนิ่งราวกับบอดี้การ์ดก็ไม่ปาน ทว่าเมื่อได้ยินสิ่งที่กันต์ตะโกนใส่หัวหน้าของพวกเขา ถึงกับบันดาลโทสะและกระโดดลงจากกำแพงพุ่งเข้าโจมตีหมายจะสั่งสอนทันที
ส่วนกันต์ได้แต่ส่ายหน้าอย่างไม่สนใจมากนัก เขาเพียงเอี้ยวตัวหลบไปมาด้วยความเร็วที่เหนือกว่า พลางใช้สันมือฟาดใส่ต้นคอของทั้งสี่ แค่เสี้ยวพริบตาร่างของทั้งสี่ของทรุดลงหมดสภาพทันที ทำเอาเหล่าทหารถึงกับกลืนน้ำลายไปอึกใหญ่ เพราะพวกเขาอยู่ที่นี่มานานหลายปี ย่อมต้องรู้จักนักล่าที่แข็งแกร่งไม่น้อย โดยเฉพาะสี่คนที่นอนกองอยู่ตรงหน้านั่นด้วย ส่วนหญิงสาวโดดลงมาด้านล่างด้วยท่าทีสง่างาม และกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ไพเราะ
"ดิฉันชื่อโรสเป็นหัวหน้ากิลด์กุหลาบเงิน ต้องขอโทษพวกคุณด้วย ที่คนของดิฉันสร้างปัญหาให้!!"
"ผมชื่อกันต์มาจากจุดอพยพที่ 6 ไม่ทราบว่าคุณโรสสนใจจะเดิมพันการประลองกับผมไหมครับ" กันต์แนะนำตัวและถามกลับหน้าตาย
"คิก คิก คุณกันต์นี่ตลกดีนะคะ ดิฉันไม่มีปัญหาในการประลองครั้งนี้ แต่ขอเปลี่ยนเงื่อนไขเล็กน้อยได้ไหมคะ!?" โรสกล่าวติดตลกเล็กน้อย แต่กลับแฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์ทางสายตา
"หืม!! เงื่อนไขอะไร"
"ถ้าดิฉันแพ้จะยอมจ่ายให้ 1,000 เหรียญทอง แต่ถ้าคุณแพ้ดิฉันไม่อยากได้เงิน แต่ต้องการให้คุณกลายมาเป็นทาสของดิฉัน คุณกล้ารับเงื่อนไขนี้หรือไม่คะ"
"โอ้ว!! แน่นอนสิ ถ้ายังไงจะให้คนที่หลบซ่อนข้างบนทั้งหมดมาร่วมเป็นสักขีพยานก็จะดีมากเลยนะครับ ไม่ทราบคุณหัวหน้ากิลด์อาชาสีเลือด กับสามผู้ก่อตั้งสมาคมนักล่าเห็นว่าอย่างไร"