ตอนที่สิบแปดInterlude:Overseer ผู้ดูแลระบบ
บบของรถไฟสายกาแลกซี่นั้นได้รับรู้ถึงทุกอย่างที่เกิดขึ้นในรถไฟได้ในเวลาเดียวกัน
ทั้งการซ่อมบำรุงที่สถานีอวกาศการเตรียมอุปกรณ์รักษาความปลอดภัย การรวบรวมข้อมูลข่าวสารการเตรียมแผนที่ดาราศาสตร์ ฯลฯ
ทุกอย่างทำได้ในเวลาเดียวกันเพียงแค่เสี้ยววินาที
แม้จะเป็เวลาที่ยาวนานของความรู้สึกของOverseer ผู้ดูแลแต่สำหรับมนุษย์มันเป็เพียงแค่ชั่วขณะหนึ่งเท่านั้น
ทุกเื่นั้นมีความเร่งด่วนและความจำเป้นมากน้อยต่างกัน
รถไฟสายแกแลคซี่ไม่ปฏิเสธผู้มาและไม่ฉุดรั้งผู้ที่จากไปนี่คือหลักการของรถไฟสายกาแลคซี่เรา
แต่ข้อมูลที่เธอได้รับอยู่ตอนนี้เป็ข้อมูลที่ดูเล็กๆไม่สำคัญบางอย่าง
แต่มันดูสำคัญขึ้นมาเพราะความเป็ไปได้หลายอย่างนั้นมันมีน้อยมากเกินไปจนดูโดดเด่นขึ้นมา
รถไฟสายกาแลคซี่ไม่เคยปฏิเสธคนที่มาเยือนแม้พวกเขาจะเป็อาชญากร
ตราบใดที่พวกเขามาที่นี่แล้วยังไม่ได้ทำผิดกฎของรถไฟสายกาแลคซี่พวกเขาก็จะมีสิทธิและได้รับการปกป้องทุกประการตามที่สมาชิกรถไฟสายกาแลคซี่พึงมีบนที่แห่งนี้
สถานที่ที่คนที่มีเื้ัที่แตกต่างกันร่วมเดินทางไปบนรถไฟสายดวงดารา
ทั้งอาชญากรสายลับ นักรบรับจ้างฯลฯ
บุคลิกของตัวปัญหาทั้งปวงในอวกาศทางรถไฟสายกาแลคซี่ของเราก็พร้อมที่จะโอบรับเอาไว้
เพราะอาจจะมีแค่คนที่เป็คนกล้าหาญเหนือใครผิดจากคนทั่วไปที่พอใจจะอยู่แค่พื้นผิวดวงดาวไปตลอดชีวิตเท่านั้นถึงจะมีความสามารถพอที่จะเข้าร่วมการสำรวจอวกาศได้
การมีสายลับเป็เื่ธรรมดา
การมีเศรษฐีที่้าหาความแปลกใหม่ก็คือเื่ธรรมดา
การมีนักสู้ที่้าพิสูจน์ตนเองในอวกาศก็เป็เื่ธรรมดาเช่นกัน
แต่หากคุณสมบัติหลายอย่างนี้ผสมกันประกอบขึ้นมาเป็คนคนหนึ่งก็ไม่ใช่เื่ธรรมดาแล้ว
ผู้ดูแลคำนวณความเป็ไปได้อีกรอบหนึ่งอีกครั้งแม้จะ“รู้สึก”ได้ว่าการคำนวณของตนเองไม่มีวันผิดพลาดแต่ด้วย “นิสัย”ก็ทำให้เธอพิสูจน์อีกครั้ง
พบว่าความเป็ไปได้ต่ำมากจนเรียกว่าน้อยกว่าจำนวนประชากรที่มีอยู่บนรถไฟทั้งหมดเสียอีก
เรียกว่าคือสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
เขาผู้นั้นยอมรับว่าตนเองคือสายลับของรัฐบาลของเขาเองเป็สายลับที่เปิดเผยที่สุดคนหนึ่งเท่าที่เคยมีมา
ทางรถไฟสายกาแลคซี่ก็ยอมปล่อยข้อมูลผ่านสายลับประเภทนี้ที่ยังมีความจงรักภักดีตต่อดาวต้นสังกัดไปเช่นกันหากพวกเขายังไม่มีความประสงค์ร้ายต่อรถไฟสายกาแลคซี่นี้
คือการปล่อยข้อมูลออกไปในระดับหนึ่งเพื่อลดความระแวงของพวกกลุ่มดาวที่อาจจะไม่พอใจที่รถไฟสายกาแลคซี่ผ่านไปทางเขตอิทธิพลของพวกเขา
มันคือการลืมตาข้างปิดตาข้างของทั้งสองฝ่าย
จากการตรวจสอบวัสดุอุปกรณ์โปรแกรมได้ตั้งไว้ตาม“นิสัย” ไม่ให้ล้วงข้อมูลภายในส่วนตัวของผู้โดยสาร
แต่ด้วย“การคำนวณ” ทำให้ผู้ดุแลตรวจสอบได้ว่าเขามีอาวุธอยู่จริง
คือของที่ไม่มีอันตรายเทคโนโลยีพื้นฐานไม่มีระบบพลังฟอร์ซ
มีร่องรอยการดัดแปลงด้วยมือะุเป็ดินปืนสมกับเื่ราวที่เขาบอกว่ามาจากดาวที่ยังไม่สามารถเดินทางสู่อวกาศได้จริงๆ
แต่นั่นคือสิ่งที่ความเปิดเผยสร้างความฉงนอีกอย่างความไม่สอดคล้องที่ผสานกับแิของพวกนักสุ้ที่แสวงหาความแข็งแกร่ง
ที่ขึ้นมาบนรถไฟสายอวกาศก็ฝึกซ้อมทันทีและเขา....เคยฝึกเช่นนี้มาก่อนหรืออย่างน้อยก็ผ่านการฝึกด้านซิมูเลชั่นการต่อสู้แบบจำลองมาที่ยังขยับร่างกายไปตามที่้าไม่ได้
แต่เขาสามารถ...อ่านการเคลื่อนไหวล่วงหน้าของหุ่นยนต์ต่อสู้ฝึกซ้อมของรถไฟสายกาแลคซี่ได้
ราวกับว่าเขาผ่านการต่อสู้เช่นนี้มานับครั้งไม่ถ้วนนับหมื่นชั่วโมง
และทั้งที่แต่งตัวแบบด้อยพัฒนาแต่กลับมีอัญมณีมากมายยิ่งกว่าเศรษฐีหลายคน
และเอาของพวกนั้นไปใช้กับการฝึกฝนเมือ่แลกเป็เงินเครดิตของรถไฟสายกาแลคซี่ได้
ทำให้เขา---
ตื๊ด
เสียงติดต่อจากคนที่เธอสำรวจอยู่ได้ดังขึ้นจากช่องทางติดต่อสอบถาม
“ผมทานยาเพิ่มพลังทักษะจำนวนมากติดต่อกันนี่ไม่ส่งผลกระทบต่อร่างกายผมใช่ไหมครับ?”
เธอนิ่งอึ้งไปชั่วเสี้ยววินาที
ราวกับแทบเป็นิรันดร์ของสมองจักรกลที่ก้าวหน้าเช่นเธอ
นี่มันคนด้อยพัฒนาแบบใดที่คิดว่ายาเพิ่มพลังจะเกิดผลเสียต่อร่างกาย?
การสร้างประวัติโปรไฟล์ที่ผ่านมาของเธอรวนไปหมดจากคำถามนี้ของ
แมททิว กีเดี้ยน เพนดราก้อน
คุณเป็คนอย่างไรกันแน่นะ?
ผู้ดูแลของรถไฟสายกาแลคซี่ได้แต่สงสัย
ว่าหากเขาไม่ใช่คนที่มาจากดาวด้อยพัฒนาอย่างที่ว่าจริงๆเขาก็คงเป็สายลับที่เก่งกาจมากที่สุดคนหนึ่งเท่าที่เธอเคยพบมา
ผู้ดูและได้สร้างโปรแกรมเสริมเพื่อจับตาดูคนผู้นี้อย่างเงียบๆ