ชะตารัก ชะตาชีวิต ลิขิตด้ายแดงเส้นใหม่

    46.รอดตายมาได้ ดวงแข็งนัก

    ตอนที่46

    รอดตายมาได้ดวงแข็งนัก


            อีกฟากหนึ่งของหมู่บ้านฉินซานภายในบ้านของครอบครัวจางเหลียงกลับเต็มไปด้วยเฆมครึ้มจางเหลียงตามหมอมารักษาภรรยาอยู่สองครั้งแล้วทว่านางฟู่เซียนกลับยังไม่ฟื้นคืนสติสักที เรื่องนี้ทำให้จางเหลียงรู้สึกเป็นกังวลใจจนไม่เป็นอันทำอะไร


            เขาหยุดงานมาแล้วสามวัน เพื่ออยู่เฝ้าดูอาการของนางฟู่เซียนทำให้ภายในบ้านไม่มีรายได้เข้ามา บุตรชายเพียงคนเดียวได้ขโมยเงินไปตั้งแต่วันที่เกิดเรื่อง จนป่านนี้ยังไม่โผล่หัวมาให้เห็นอีกเลยจางเหลียงก่นด่าภรรยาและบุตรชายอยู่ในใจครั้งแล้วครั้งเล่าสุดท้ายก็เป็นเขาเองที่ก่นด่าจนรู้สึกเหนื่อยจึงได้หยุดด่าไปเอง


            "ฟู่เซียน หากวันนี้เจ้ายังไม่ฟื้นข้าจะหย่ากับเจ้าแล้วแต่งภรรยาใหม่ทั้งที่ยังสาวและงามกว่าเจ้าให้ดู"จางเหลียงระเบิดอารมณ์ที่อัดอั้นมาตลอดหลายวันใส่กับร่างของภรรยาที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียงนอน


            นางไม่ตาย แต่กลับไม่ฟื้นสักที เขาหยุดงานได้เพียงสามวันหากมากกว่านั้นเกรงว่าจะถูกไล่ออกเมื่อถึงตอนนั้นเขาจะไม่มีงานทำและไม่มีเงินจุนเจือครอบครัวยิ่งในตอนนี้ที่ดินสามสิบหมู่ก็ตกเป็นของผู้อื่นแล้ว ไม่มีสิ่งใดที่จะทำเงินได้


            จางเหลียงมองดูร่างที่ซูบผอมลงของภรรยาเห็นว่าไม่มีปฏิกิริยาอะไรเกิดขึ้น เขาถอนหายใจยาว หันหลังกำลังจะเดินออกจากห้องกลับได้ยินเสียงแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบข้างหู


            "น่าตายนัก ข้ายังไม่ตายเจ้าก็กล้าแต่งภรรยาใหม่แล้วหรือ" นางฟู่เซียนได้สติสักพักหนึ่งแล้วเพียงแต่ว่าหนังตากลับไม่สามารถขยับเปิดออกได้นางย่อมได้ยินสิ่งที่สามีกล่าวเมื่อครู่นี้


            "ฟู่เซียน เจ้าฟื้นแล้ว"จางเหลียงหันกลับไปมองดูภรรยาด้วยความดีใจเขาลืมเรื่องที่เอ่ยกับภรรยาเมื่อครู่นี้ไปจนหมดสิ้น


            นางฟู่เซียนเริ่มขยับตัว กลับต้องส่งเสียงร้องครางด้วยความทรมานนางรับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดบนแผ่นหลัง จนไม่กล้าขยับตัวมากนัก


            "เจ้านอนนิ่งๆ อย่าขยับตัวให้มากบาดแผลบนหลังยังไม่สมานดีนัก ข้ายังไม่อยากตามหมออีกรอบบ้านของพวกเรายิ่งไม่มีเงินเหลืออยู่" จางเหลียงเอ่ยบอกกับภรรยาน้ำเสียงฟังดูตื่นเต้นดีใจในตอนแรกครู่ต่อมาแปรเปลี่ยนเป็นเอ่ยเตือนด้วยสีหน้าเคร่งขรึม


            นางฟู่เซียนเชื่อฟังคำเตือนของสามีแต่อดไม่ได้ที่จะกล่าวแย้งเรื่องเงินเก็บภายในบ้าน"ท่านบอกว่าบ้านของเราไม่มีเงินเหลืออยู่หมายความว่าอย่างไร"


            นางฟู่เซียนยังไม่ทราบถึงเรื่องที่เกิดขึ้น จางเหลียงผู้เป็นสามีถอนหายใจยาวเริ่มเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้กับภรรยาฟัง


            เมื่อนางฟู่เซียนฟังจบก็สบถด่าสามีไปอีกหลายคำ


            นางฟู่เซียนโมโหที่สามีใช้ที่ดินสามสิบหมู่แลกกับชีวิตของนางมานางมั่นใจว่าตนเองจะสามารถทนรับไม้โบยได้ครบตามจำนวนจึงไม่ได้นำที่ดินจ่ายชดเชยให้กับหลานชายไปตั้งแต่แรกแต่นางไม่คาดคิดว่าสามีที่โง่เขลาคนนี้จะผลีผลามทำเรื่องเช่นนี้โดยไม่ไตร่ถามนางสักคำ


            "ท่านมันโง่นัก ที่ดินตั้งสามสิบหมู่ท่านยกให้กับผู้อื่นได้อย่างไร"


            "อู๋เผิงเป็นหลานชายของเจ้าข้าเชื่อว่าเจ้ามีวิธีจัดการนำที่ดินสามสิบหมู่กลับคืนมาได้แน่" จางเหลียงเอ่ยขึ้นด้วยท่าทางมั่นใจ


            "เฮอะ" นางฟู่เซียนแค่นเสียงมองสามีด้วยแววตาไม่พอใจ "บ้านนั้นตัดขาดกับพวกเราแล้วข้าจะมีปัญญาที่ไหนไปนำที่ดินกลับคืนมา"


            จางเหลียงแววตาสว่างวาบ มีแผนการอยู่ในใจ"หากพวกเขาไม่คืนพวกเรามาดีๆ เจ้าก็ใช้วิธีบีบบังคับเหมือนที่เคยใช้กับพวกเขาสิ"


            นางฟู่เซียนสบสายตากับผู้เป็นสามี มุมปากยกขึ้นมองดูน่ากลัว"เป็นความคิดที่ไม่เลวเลย"


            ความแค้นครั้งนี้ นางจะต้องส่งคืนให้กับพวกเขาอย่างแน่นอนอีกไม่นานอู๋เผิงจะต้องกลับไปยังค่ายทหารนางจะจัดการเรื่องนี้ในตอนที่อู๋เผิงไม่อยู่บ้าน


            จางเหลียงเห็นว่าภรรยาเห็นด้วยกับความคิดของตนก็พยักหน้าพอใจ


            "แล้วนี่ฉีเออร์ไปไหน ทำไมข้าไม่เห็นเขา"นางฟู่เซียนมองหาบุตรชายสุดที่รักตั้งแต่ฟื้นขึ้นมาพูดคุยอยู่กับสามีตั้งนานกลับไม่เห็นแม้เงาของบุตรชาย


            จางเหลียงส่งเสียงฮึ่มในลำคอ สีหน้าเปลี่ยนเป็นโกรธเกลียวทันที"เจ้าลูกสารเลว ขโมยเงินที่พวกเราเก็บไว้ไปจนหมดเจ้ายังมีหน้ามาถามหามันอยู่อีกหรือ"


            "ท่านว่าไงนะ!!!"นางฟู่เซียนตกใจจนเกือบเป็นลมไปอีกครั้ง นางส่ายหน้าไปมา ไม่เชื่อที่สามีพูด"ฉีเออร์ของข้าเป็นเด็กดี เขาไม่มีทางทำเช่นนั้นแน่"


            จางเหลียงรู้สึกเดือดดาลมากกว่าเดิม เขามองภรรยาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อนาง"เป็นเพราะเจ้าที่เลี้ยงลูกให้เป็นคนเลว"


            จางเหลียงกล่าวโทษภรรยาเสียงดังหากไม่เป็นเพราะภรรยาตามใจบุตรชายจนเสียผู้เสียคนป่านนี้ฉีเออร์จะต้องได้แต่งสะใภ้มาช่วยดูแลพวกเขาแล้วทว่าเวลาล่วงเลยมาจนถึงตอนนี้ กลับไม่มีครอบครัวไหนกล้ายกบุตรสาวให้แต่งงานกับบุตรชายของพวกเขาเลยทั้งที่ฐานะทางครอบครัวของพวกเขานับว่าดีกว่าบ้านหลังอื่นหากไม่ใช่เพราะนิสัยติดการพนันบุตรชายของพวกเขาจะต้องเป็นบุรุษที่สง่างามที่สุดในหมู่บ้านฉินซาน


            จางฉีซวนอายุสิบแปดปีเท่ากับอู๋เผิง ยังคงมีนิสัยชอบเที่ยวเล่นไปวันๆงานการไม่เป็นอันทำเป็นชิ้นเป็นอัน


            "ท่านจะมาโทษข้าฝ่ายเดียวได้อย่างไร"นางฟู่เซียนขึ้นเสียงโต้ตอบสามี"ไม่ใช่เป็นเพราะท่านหรืออย่างไรที่บอกว่าเขาจะได้เป็นขุนนางร่ำรวยมีเงินทองตามคำทำนายของนักพรตรูปนั้น จึงไม่ให้บุตรชายทำงานหยิบจับอะไรเลยแล้วตอนนี้เป็นอย่างไรบ้างล่ะ"


            มานึกถึงเอาตอนนี้ ก็สายเกินกว่าจะแก้ไขได้ทันแล้วต่างฝ่ายต่างกล่าวโทษกันไปมา ไม่ยอมรับในสิ่งที่ตนกระทำ


            "ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้ากลับมาแล้ว"จางฉีซวนตะโกนเรียกบิดามารดาตั้งแต่อยู่หน้าบ้าน ครู่ต่อมาก็เดินเข้ามาในห้องของบิดามารดาด้วยสีหน้าเบิกบาน


            "ท่านแม่ ท่านฟื้นแล้วหรือ"จางฉีซวนยกยิ้มให้กับมารดาอย่างอารมณ์ดี


            "เจ้าลูกเวร ยังมีหน้ากลับมาที่บ้านอีกหรือ"จางเหลียงคว้าได้ด้ามไม้กวาดอยู่ใกล้มือ ยกขึ้นเตรียมจะฟาดบุตรชายด้วยความโมโห


            "ท่านพ่อ ท่านไม่ให้ข้ากลับบ้านแล้วจะให้ข้าไปที่ใด" จางฉีซวนกล่าวถามบิดาด้วยความสงสัยรีบขยับเท้าถอยหลบด้ามไม้กวาดได้ทันพอดี


            จางเหลียงตีบุตรชายพลาดไปในครั้งแรก เขาจึงยกด้ามไม้กวาดขึ้นอีกครั้งเตรียมจะตีเป็นครั้งที่สอง หากวันนี้ไม่ได้สั่งสอนบุตรชาย โทสะที่อัดแน่นอยู่ในอกย่อมไม่จางหายไปอย่างแน่นอน


            จางฉีซวนเห็นว่าบิดาไม่ยอมฟังในสิ่งที่ตนพูดก็รีบเข้าไปหลบข้างเตียงมารดา "ท่านแม่ช่วยข้าด้วย ท่านพ่อจะตีข้า"


            นางฟู่เซียนถึงแม้จะโกรธบุตรชายอยู่มากแต่ก็ไม่อาจยอมให้สามีลงมือทุบตีบุตรชายสุดที่รักของตนได้ "ท่านพี่ท่านห้ามตีฉีเออร์"


            "ข้าจะตี เจ้าไม่ต้องมาห้ามข้า"จางเหลียงไม่ฟังคำทัดทานของภรรยา เขาฟาดด้ามไม้กวาดด้วยแรงทั้งหมดที่มีใส่บุตรชาย


            ครู่ต่อมา นางฟู่เซียนกรีดร้องเสียงหลงร่างหนาชักกระตุกจนตาค้างก่อนจะสลบไป


            ด้ามไม้กวาดไม่ได้ฟาดถูกจางฉีซวน แต่กลับถูกแผ่นหลังของนางฟู่เซียนแทนจางเหลียงมีสีหน้าตกตะลึงรีบทิ้งด้ามไม้กวาดทันที "ฟู่เซียน ข้าไม่ได้ตั้งใจเจ้าอย่าเป็นอะไรนะ"


            จางฉีซวนทำสิ่งใดไม่ถูกเช่นเดียวกันกับบิดาเขาหลบด้ามไม้กวาดของบิดาได้ แต่ไม่คิดว่าบิดาจะฟาดลงมาถูกแผ่นหลังของมารดา"ท่านพ่อ ท่านฆ่าท่านแม่"


            จางเหลียงส่ายหน้าปฏิเสธ "ข้าไม่ได้ตั้งใจทำร้ายแม่ของเจ้า"


            "ข้าจะพาท่านแม่ไปหาหมอในเมืองจินหลิง"จางฉีซวนฟื้นคืนสติในเวลาถัดมา รีบเข้าไปแบกร่างของมารดาขึ้นมาบนหลังเมื่อครู่นี้เขาจ้างรถม้าให้มาส่งที่บ้าน ในยามนี้รถม้ายังไม่จากไปเพราะยังไม่ได้ยกข้าวของที่ซื้อเข้ามาไปภายในบ้าน


            เงินที่ขโมยมารดาไปสิบกว่าตำลึงเงินในยามนี้ได้กลับคืนมาร้อยกว่าตำลึงเงินจางฉีซวนจึงตั้งใจจะนำเงินมาคืนให้กับมารดาและขอโทษในเรื่องนี้กับมารดาด้วยเช่นกัน


            จางเหลียงวิ่งตามบุตรชายออกจากบ้าน หน้าบ้านมีรถม้าจอดอยู่เขาเห็นบุตรชายแบกภรรยาเข้าไปในรถม้า จึงกล่าวด้วยความกังวล"ข้าไม่มีเงินจ่ายค่ารถม้าให้เจ้าหรอกนะ"


            จางฉีซวนหันขวับมองบิดาตาเขม็ง"เรื่องนั้นท่านพ่อไม่ต้องเป็นห่วง ตอนนี้ท่านรีบขึ้นรถม้าเร็วเข้าเถิด"


            จางเหลียงเห็นสีหน้ามั่นใจของบุตรชายพลันเข้าใจว่าบุตรชายมีเงินจ่ายค่ารถม้าจึงรีบกระโดดเข้าไปนั่งในรถม้า

     

     



            ในช่วงสายมีชาวบ้านจำนวนเจ็ดคนจากหมู่บ้านอื่นมาที่บ้านของอู๋เผิงพวกเขาจะมาขุดบ่อน้ำให้กับครอบครัวอู๋เผิงตามที่ตกลงกันไว้


            ชาวบ้านบางคนรู้จักกับชาวบ้านกลุ่มนี้ จึงเดินเข้ามาสอบถามถึงได้รู้ว่าบ้านของอู๋เผิงจะขุดบ่อน้ำ สายตาที่มองมายังครอบครัวของอู๋เผิงจึงมีทั้งอิจฉาและกล่าวชื่นชมยินดีไปกับพวกเขาด้วย


            จูเหลี่ยวหมินใช้ผ้าคลุมใบหน้าเดินออกมาพร้อมกับสามีบุรุษต่างวัยทั้งเจ็ดคนมองดูนางเล็กน้อยคล้ายรู้สึกสงสัยจากนั้นก็หันไปสนใจกับอู๋เผิงต่อ


            อู๋เผิงพาคนทั้งเจ็ดเดินดูบริเวณรอบๆ บ้าน เพื่อหาจุดขุดบ่อน้ำนางกับพวกเด็กๆ ไม่ได้เดินตามสามีไปไม่นานก็ได้ยินเสียงชาวบ้านวัยกลางคนกล่าวว่าพบตาน้ำอยู่บริเวณหลังบ้านจากนั้นจึงเริ่มขุดบ่อน้ำทันที


            ระหว่างที่ชาวบ้านกำลังขุดดินอู๋เผิงก็ได้สอบถามเรื่องสร้างห้องใต้ดินกับคนที่เป็นหัวหน้ากลุ่มด้วยจึงได้ความว่าช่วงนี้ยังไม่มีงานที่ไหนต่อ หลังจากที่ขุดบ่อน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้วจะขุดห้องใต้ดินให้กับบ้านของอู๋เผิงต่ออู๋เผิงจึงพาหัวหน้ากลุ่มคนงานเดินไปยังจุดที่ต้องการขุดเป็นห้องใต้ดินจากนั้นก็แจ้งขนาดที่ต้องการพร้อมกับตกลงราคากัน


            แต่เดิมราคาที่ตกลงก่อนขุดบ่อน้ำอยู่ที่สองตำลึงเงินรวมกับค่าชักรอกน้ำด้วยความลึกอยู่ที่หนึ่งจั้งหากขุดไม่พบตาน้ำจะต้องจ่ายเงินเพิ่มอีกตามความลึกที่ขุดลงไปทว่าบ่อน้ำบ้านของอู๋เผิงขุดไปยังไม่ถึงหนึ่งจั้งก็พบกับตาน้ำแล้ว ช่วงบ่ายแก่ๆคนทั้งเจ็ดจึงขุดบ่อน้ำเสร็จ แบ่งคนงานบางส่วนมาขุดห้องใต้ดิน 


     

     

    คล้ายกับเรื่องชะตารัก ชะตาชีวิต ลิขิตด้ายแดงเส้นใหม่ ที่คุณอ่าน

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    นิยาย แฟนตาซี
    103K 226
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 134
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    Legend of God Soul ตำนานจิตวิญญาณเทพเจ้า

    Legend of God Soul ตำนานจิตวิญญาณเทพเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    173K 135