แม้ว่าเย่จื่อเฟิงจะใช้ตัวบังร่างของเย่เสวี่ยอี๋ไว้ แต่เขาก็ไม่อาจปิดบังทุกส่วนของร่างกายนางได้
ในตอนที่เตาหลอมยาะเิออก คลื่นกระแทกได้พัดเอาเศษเตาทิ่มเข้าหลังเย่จื่อเฟิง หากไม่ใช่เพราะเย่จื่อเฟิงตอบสนองได้อย่างรวดเร็วทันท่วงที ป่านนี้เย่เสวี่ยอี๋ที่ไม่รู้เื่รู้ราวคงจะาเ็สาหัสไปแล้ว
"พี่จื่อเฟิง ท่านพี่จื่อเฟิง! เกิดอันใดขึ้น? ท่านเป็อะไรรึไม่?”
"แค่ก แค่ก...”
เย่จื่อเฟิงค่อยๆ ยันตัวขึ้นนั่งแล้วโบกมือ บ่งบอกว่าไม่เป็อะไรมาก
"ให้ข้าดูหลังหน่อย เจ็บมากรึไม่?”
สีหน้าของเย่จื่อเฟิงบ่งบอกว่าตนเองรู้สึกเจ็บมาก แต่เขากลับเงยหน้าขึ้นแล้วฝืนยิ้ม
"ไม่ต้องกังวลหรอก แค่นี้ไม่เท่าไหร่”
เย่เสวี่ยอี๋แสร้งทําเป็พยักหน้าเชื่อฟัง แต่ทันใดนั้นนางก็ยืนขึ้นแล้วเดินมาด้านหลังของเย่จื่อเฟิง เมื่อเห็นหลังของเขา นางก็หายใจหอบถี่ ด้านหลังเสื้อของเย่จื่อเฟิงกระจายเป็เศษเล็กเศษน้อยโลหิตอาบทั่วหลัง เศษเตาบางส่วนทิ่มแทงปักคาอยู่บนแผ่นหลังบางส่วนไหม้จนเป็สีดําดูน่ากลัวอย่างยิ่ง
"พี่จื่อเฟิง!”
เย่เสวี่ยอี๋จ้องไปยังแผ่นหลังของพี่ชายตน เกิดเสียงวิ้งวิ้งขึ้นในหัวราวกับนางไม่เชื่อในสิ่งที่ตาเห็น หยาดน้ำตาไหลรินออกมา
ในเมื่อเสวี่ยอี๋เห็นาแของเขาแล้ว ก็ไม่จําเป็จะต้องทนอีกต่อไป เขาร้องออกมาด้วยความเ็ป
"ใครกันที่ทําเื่โหดร้ายเช่นนี้! หากข้ารู้ล่ะก็ ข้าจะต้องฆ่ามัน!”
เย่เสวี่ยอี๋ได้สติกลับมา นางมีสีหน้าเ็าที่เต็มไปด้วยจิตสังหาร
ผู้คนในตระกูลมักต่อสู้กันเพื่อบางสิ่ง แต่นี่มันมากเกินไปแล้ว เหตุการณ์นี้เกือบเอาชีวิตของทั้งสองคน!
เย่จื่อเฟิงยิ้มอย่างเ็าไร้เรี่ยวแรง
"คนที่ทําเื่นี้เดาได้ไม่ยาก... มีไม่กี่คนหรอกที่สามารถเข้ามายุ่มย่ามกับเตาหลอมยาของข้าได้ เพื่อเด็ดปีกข้าก่อนที่ข้าจะโบยบินเหนือพวกมัน”
ในขณะที่กล่าว เขามองไปที่สัมภาระที่วางอยู่ตรงประตู โชคยังดีที่เขาวางกระเป๋าไว้หน้าประตู มิเช่นนั้นหากมันโดนะเิไปด้วยล่ะก็ คงจะกลายเป็เื่น่าเสียดายแน่ๆ
ภาพของคนสองสามคนปรากฏขึ้นในหัวของเสวี่ยอี๋
"หรือจะเป็พวกอารอง?”
.......
"เกิดอันใดขึ้น ที่นี่ะเิได้อย่างไร?”
เนื่องจากะเิเสียงดังมาก เพียงไม่นานก็ดึงดูดคนในคฤหาสน์ คนแรกที่มาถึงคือถังเฟิง เมื่อนางได้ยิน
เสียงะเิดังมาจากในคุก นางรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง นางรู้ดีว่าลูกสาวของตัวเองชอบมาคุยกับเย่จื่อเฟิงในคุก หากมีอันใดเกิดขึ้นที่นั่น ก็แสดงว่าจะต้องมีอันใดเกิดขึ้นกับบุตรสาวของนางด้วยเช่นกัน
"เสวี่ยอี๋! เสวี่ยอี๋! โอ้ววว ขอบคุณ์ เ้าไม่เป็ไร...”
ถังเฟิงเดินเข้ามาในคุกก็พบว่าลูกสาวของตัวเองไม่ถูกแรงะเิ นางถอนหายใจด้วยความโล่งอก ปกตินางมักเ็ากับผู้อื่น แต่สําหรับลูกสาวของตัวเองแล้วนางรู้สึกเป็ห่วงมาก
"ท่านแม่ ไม่ต้องห่วงข้า รีบตามหมอให้ท่านพี่จื่อเฟิงเร็ว ดูที่หลังเขาสิ! เขากลายเป็เช่นนี้เพราะช่วยข้าไว้!” เย่เสวี่ยอี๋รีบตอบกลับแม่ของตน
หลังจากที่ถังเฟิงตั้งสติได้ นางรีบมองไปที่าแของเย่จื่อเฟิง เมื่อนางเห็นหลังที่เต็มไปด้วยโลหิตก็ใเป็อย่างมาก เสวี่ยอี๋กล่าวไว้ว่าที่เขาเป็เช่นนี้ก็เพราะเข้ามาช่วยตน ดังนั้นนางจึงรู้สึกว่าตนเองต้องทําอะไรสักอย่าง
"จื่อเฟิง เป็เช่นนี้ได้อย่างไร? ใครก็ได้รีบมาตรงนี้เร็วเข้า!”
ในตอนนั้นเองที่คนอื่นในตระกูลได้ยินเสียงของนางแล้วก็รีบเข้ามาทีละคนๆ เมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นคนเรานั้นก็รีบเรียกหมอประจำตระกูลมา ไม่นานนักหมอประจําตระกูลเย่ก็มาถึงพร้อมกับกระเป๋ายา เขาได้ทาโอสถลงบนแผ่นหลังของเย่จื่อเฟิง
หลังจากหมอทายาให้แล้ว เย่จื่อเฟิงรู้สึกเ็ปทั่วร่างกาย เขาเริ่มหายใจหอบถี่หดงอตัวจนเป็ลูกบอล
"พี่จื่อเฟิง...เป็ความผิดข้าเอง...”
เย่เสวี่ยอี๋กุมมือของเย่จื่อเฟิงไว้แล้วร่ำไห้สะอึกสะอื้น
เย่จื่อเฟิงฝืนยิ้ม เขารู้ว่านี่ไม่เกี่ยวกับเสวี่ยอี๋จึงไม่ตําหนินาง
คนสุดท้ายที่เข้ามาคือเย่เฉินกับเย่หุ้ยฉือเช่นนี้ เมื่อเห็นทั้งคู่เย่จื่อเฟิง พวกมันต่างมองหน้ากันแววตาเต็มไปด้วยดูซับซ้อน
"พี่จื่อเฟิง ข้ารู้สึกสงสัยนิดหน่อย ไฉนเตาหลอมยาถึงะเิขึ้นมาได้ หรือว่าท่านกําลังหลอมยาวิเศษอยู่?”
เพียงแค่เอ่ยเย่หุ้ยฉือก็หาว่าาแของเย่จื่อเฟิง เกิดเพราะเขามีความสามารถไม่ถึงขั้นที่จะปรุงยา แถมยังชี้นําด้วยว่าเย่จื่อเฟิงเป็คนทําเตาหลอมยาะเิ มันเปลี่ยนฝ่ายถูกให้กลายเป็ฝ่ายผิดพลิกดำเป็ขาวช่างต่ำช้านัก
เย่เสวี่ยอี๋มองไปที่มันอย่างเ็า
"ครั้งนี้ ลูกพี่ลูกน้องของเ้าาเ็หนัก ในฐานะน้องชาย เ้ากลับกล่าววาจาให้ร้ายแทนที่จะให้กําลังใจได้อย่างไร!”
"ข้าจะทําอันใดก็ได้ที่อยากทํา เ้าเป็ใครถึงมีสิทธิมาตัดสินข้า?”
เย่หุ้ยฉือตอบกลับอย่างเดือดดาล
"เ้า!” เย่เสวี่ยอี๋รู้สึกโกรธมากจนอยากจะพุ่งเข้าไปซัดมัน
สีหน้าของเย่เฉินซีดลงแล้วรีบกล่าวขึ้นทันที "เย่หุ้ยฉือ! เ้ากล่าวเช่นนี้ออกมาได้อย่างไร เขาเป็พี่เ้า เ้าควรเคารพเขา!”
เย่หุ้ยฉือยักไหล่แล้วกล่าวเบาๆ ว่า "กล่าวถึงมารยาทกับข้าเรอะ ข้าเพียงกล่าวความจริงก็เท่านั้น”
เย่เฉินโมโหพฤติกรรมของเย่หุ้ยฉือเล็กน้อยมันรีบดึงของบุตรชายที่ไม่รู้กาลเทศะเป็อย่างยิ่ง
"ขอโทษที่เสียมารยาท ลูกข้าชอบกล่าวเหลวไหลไร้สาระ เขาไม่ได้หมายความเช่นนั้นจริงๆ หรอก”
เย่จื่อเฟิงยิ้มอย่างเ็า แล้วฝืนยันตัวขึ้น
หมอประจําตระกูลเย่เฉิงเผิง ้าจะหยุดเขาแต่กลับถูกปัดมือ
"ดูนิสัยไม่เอาใครของมันสิ ผู้อื่นมีน้ำใจอยากจะช่วยแท้ๆ แต่มันกลับไม่้า”
"ใช่! จากที่ข้าเห็น สมควรแล้วที่มันโดนะเิ”
เมื่อได้ยินเื่นี้ เย่เสวี่ยอี๋ก็จ้องไปที่เด็กพวกนั้นที่กําลังใส่ไฟราวกับจะกินเืกินเนื้อ เมื่อเด็กเหล่านี้เห็นก็รีบหุบปากของตนในทันที
ปกติแล้วคํากล่าวของเด็กไม่ได้มีผลอันใด แต่เมื่อเห็นว่าเด็กพวกนี้กําลังกล่าววาจาให้ร้ายเย่จื่อเฟิง ซึ่งดูเหมือนพ่อแม่ไม่สั่งสอน
เย่จื่อเฟิงส่ายหัวแล้วสงบสติอารมณ์ของตนเอง
ตอนนี้เขารู้แล้วว่าตนเองมีศัตรู และเขายังรู้อีกว่าตนเองไม่ได้เป็เย่จื่อเฟิงนักปรุงยาอัจฉริยะระดับ์และปรมาจารย์ยุทธ์์อีกต่อไป แต่เป็เย่จื่อเฟิงระดับกำเนิดปราณขั้นต่ำ เขารู้ดีว่าตอนนี้ไม่ควรจะทําอันใดกับศัตรู เขารู้ว่าเย่เฉินนั้นคิดไม่ดีกับตนเองซึ่งเขา้าจะก้าวนําพวกมันหนึ่งก้าว แต่ช้าไปเสียแล้ว
ตอนนี้เขาจําเป็ต้องอดทน เขาจําเป็ต้องเรียนรู้การอดกลั้นจนกว่าตัวเองจะแข็งแกร่งมากพอ มันยังเร็วเกินไปที่จะเปิดไพ่ทั้งหมดที่มี เขายังไม่รู้ว่าคนในตระกูลคนอื่นจะทําอย่างไรกับเขา ไม่ต้องพูดถึงพวกมันทั้งสองถ้าได้รู้ว่าเขาสามารถปรุงยาได้ เขาส่ายหัวอย่างต่อเนื่องพร้อมกับเดินไปหาเย่เฉินอย่างช้าๆ
"จื่อเฟิง เ้าอยากได้อะไร?”
ปากของเย่เฉินกระตุกเย่เฉินนั้นอยู่ระดับผู้ฝึกยุทธ์์แล้ว แต่เมื่อเผชิญหน้ากับเย่จื่อเฟิง มันกลับรู้สึกหวาดกลัวราวกับคนที่อยู่ตรงหน้ามิใช่ไก่อ่อนระดับกำเนิดปราณแต่เป็จอมยุทธ์ผู้เก่งกาจ
เย่จื่อเฟิงยิ้ม "อารอง รบกวนออกไปข้างนอกกับข้าสักครู่?”
เย่หุ้ยฉือหัวเราะ "หากเ้ามีอันใดจะกล่าว ไฉนถึงไม่กล่าวต่อหน้าทุกคนล่ะ?”
"เ้าอยากให้ข้า... เล่าทุกสิ่งทุกอย่างต่อหน้าทุกคนเช่นนั้นรึ?”
ทุกคําที่เย่จื่อเฟิงกล่าวออกมาล้วนเน้นหนักชัดเจน แต่ละคํามีความหมายลึกซึ้ง แม้ว่าเขาจะถูกทั้งสองเอาเปรียบ แต่เขาก็ไม่ได้ลดตัวลงมาเกลือกกลั้วตามไปด้วย
เย่จื่อเฟิงจ้องลึกลงไปในตาของพวกมัน ราวกับสายตาของเขามองทะลุตัวเข้าไป ทันใดนั้นเย่หุ้ยฉือก็รู้สึกได้ว่ามีหยาดเหงื่อผุดขึ้นมาจากหน้าผาก หัวใจเต้นรัวเร็วจนมันรู้สึกหวาดกลัวเย่จื่อเฟิงอย่างที่สุด มันหวาดกลัวจนไม่กล้าสู้สายตาของเย่จื่อเฟิงที่มองกดดันตนเองจนตกอยู่ในสภาพนี้
ไม่ว่าจะเป็เย่จื่อเฟิงหรือเย่เฉิน ต่างก็ไม่้าถูกอีกฝ่ายหลอก แล้วเย่เฉินก็มองไปที่เย่จื่อเฟิงแล้วยิ้ม
"ออกไปข้างนอกสักครู่? แน่นอน...”
"เช่นนั้นก็เชิญ... ทางนี้... ..”
เย่จื่อเฟิงตอบด้วยเสียงราบเรียบ
"ท่านพี่จื่อเฟิง... ท่าน... .” เสวี่ยอี๋รู้สึกกังวล
"ไม่ต้องเป็ห่วงข้า ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นหรอก”
เขากล่าวความจริง ไม่ว่าเย่เฉินจะมีความกล้ามากแค่ไหน ก็ไม่กล้าลงมือกับแตะต้องเขาแม้แต่ปลายเล็บ มิเช่นนั้น เมื่อเย่ฉงเทียนกลับมาพบเข้า เขาจะต้องถูกฆ่าอย่างแน่นอน
ทั้งสองเดินไปด้วยกันภายใต้สายตาของคนอื่นที่จับจ้อง พวกเขาอยู่ไกลออกไปจนไม่มีใครเห็นไม่มีใครได้ยิน
"เ้า้าอะไรจากข้า ตอนนี้บอกข้ามาได้แล้ว”
เย่เฉินเป็ฝ่ายเริ่มกล่าว
"อุบัติเหตุในครั้งนี้ ข้าจะแสร้งทําเป็ว่าไม่มีอันใดเกิดขึ้น...”
เย่จื่อเฟิงตอบกลับสั้นๆ อย่างรวดเร็ว
เย่เฉินรู้สึกงุนงงแล้วเริ่มหัวเราะออกมา
"ข้าไม่เข้าใจ เ้าหมายความว่าอะไร?”
"ที่นี่มีแค่พวกเรา ไม่มีผู้ใดได้ยินที่เราคุยกัน อารองท่านไม่ต้องมาทําไขสือ”
ใบหน้าของเย่เฉินดูเหี้ยมเกรียมถมึงทึงในทันที เขาสามารถบอกได้เลยว่า น้ำเสียงของเย่จื่อเฟิงนั้นไม่มีความเคารพเลยแม้แต่น้อย
"ข้าบอกเ้าแล้ว ข้าไม่รู้ว่าเ้ากล่าวเื่อันใด”
เย่เฉินยังคงยืนกรานเฉกเช่นเดิม
เย่จื่อเฟิงยิ้มอย่างมีเลศนัย จนทําให้เย่เฉินรู้สึกตัวสั่น
"ฮุ่ยฉีไม่ฉลาดพอที่จะทําเื่เช่นนี้ จะต้องมีคนอื่นเสี้ยมให้เขาทําเป็แน่ ข้าเองก็ไม่คิดว่าเ้าจะกล้าทําเช่นนี้เหมือนกัน จะต้องมีคนอยู่เื้ัเื่นี้แน่ ให้ข้าเดา ก็คงจะเป็คนจากตระกูลหลิวใช่ไหม? พวกมันบอกให้เ้าถ่วงข้ารึ?”
ในตอนที่กล่าวสองประโยคสุดท้าย ั์ตาของเย่จื่อเฟิงก็เปลี่ยนเป็สายตาที่เย็นะเืประหนึ่งความตาย
เย่จื่อเฟิงกล่าวถูก เป็คนจากตระกูลหลิว หลิวอี้เก๋อที่บอกให้เย่เฉินวางแผนเช่นนี้ แล้วจะได้ยาเสริมกําลังพื้นฐานกับของอื่นๆ เป็การตอบแทน ด้วยเหตุนี้จึงทําให้เย่เฉินสามารถรวบรวมความกล้าขึ้นป่วนเย่จื่อเฟิง ในขณะที่เย่ฉงเทียนไม่อยู่ได้
"แต่... จะ เ้าไม่มี...”
"ไม่เลย ข้ามีหลักฐาน!”
เย่จื่อเฟิงยิ้ม เขารู้ดีว่าสิ่งที่เย่เฉินจะกล่าวคืออันใด
เย่เฉินรู้สึกตื่นตระหนก ไม่ว่ามันจะระมัดระวังตัวเพียงใด ก็มีโอกาสเป็ไปได้ที่จะทิ้งร่องรอยเอาไว้เื้ั หากเย่จื่อเฟิงเปิดเผยเื่นี้กับตระกูลเย่ เช่นนั้นมันก็คงไม่จําเป็ต้องรอให้เย่ฉงเทียนกลับมา ความเคารพยกย่องที่มันเคยได้จากตระกูลจะต้องพังทลายหมดสิ้น
มันอยากจะถามเย่จื่อเฟิงว่ามีหลักฐานจริงหรือ แต่หากมันถามออกไปก็จะกลายเป็การยอมรับความจริงที่ว่าตนเองได้ร่วมมือกับตระกูลหลิว
แม้แต่ในฝัน เย่เฉินก็ยังไม่คิดเลยว่าจะถูกเ้าหนูระดับกำเนิดปราณเปิดโปง เมื่อคิดเช่นนี้ เขารู้สึกเจ็บใจมาก
ทันถอนหายใจแล้วกล่าวว่า
"เ้า้าสิ่งใด บอกข้ามาตามตรง”
จบตอน