“บังเอิญน่ะครับ เมื่อคืนผมไปเดินเล่นสูดอากาศ แล้วดันไปเห็นฉากรักเร่าร้อนเข้าพอดี โชคดีที่กล้องดิจิตอลตัวใหม่ของผมมันซูมได้ไกลและชัดเจนมาก” เยว่จั้งตอบหน้าตาย ท่าทีของเขาผ่อนคลายราวกับกำลังคุยกับเพื่อนสนิท
“เอาหลักฐานนี้มาให้ฉัน ฉันจะเอาไปฟ้องหย่าไอ้สารเลวนั่น ฟ้องให้มันหมดตัวเลย”
เนี่ยเสี่ยวฉีกำรูปถ่ายแน่น เตรียมจะลุกขึ้นยืน
แต่ประโยคถัดมาของเยว่จั้งกลับตอกหมุดรั้งร่างของเธอให้นั่งลงที่เดิม
“เดี๋ยวก่อนครับคุณทนายเนี่ย ผมเป็พ่อค้าและพ่อค้าไม่เคยให้ของฟรีกับใคร รูปถ่ายใบนั้นมีมูลค่ามหาศาลสำหรับคุณ แล้วคุณคิดจะเอาเปรียบผมด้วยการเดินออกไปดื้อๆ อย่างนั้นเหรอ?”
“คุณ้าเงินเท่าไหร่ว่ามาเลย ฉันยอมจ่าย” เธอสวนกลับทันควัน แม้จะขึ้นชื่อเื่ความขี้งก แต่เพื่อแลกกับอิสรภาพและการแก้แค้น เธอพร้อมจะควักกระเป๋า
เยว่จั้งหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำนั้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน
ชายหนุ่มลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินอ้อมโต๊ะทำงานมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ร่างสูงโปร่งที่แผ่กลิ่นอายคุกคามทำให้เนี่ยเสี่ยวฉีต้องเอนหลังพิงโซฟาโดยสัญชาตญาณ เขาโน้มตัวลงมาใกล้ ฝ่ามือร้อนผ่าวทาบทับลงบนพนักพิงโซฟาทั้งสองข้าง กักขังร่างอรชรของทนายสาวไว้ตรงกลาง ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ของเขาเป่ารดพวงแก้มที่กำลังแดงซ่านของเธอ
“ผมเพิ่งถูกลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่งมา 25 ล้านหยวน คุณคิดว่าผมยัง้าเศษเงินของคุณอยู่อีกเหรอ?” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยแรงดึงดูดทางเพศที่อันตราย
“ถะถ้าคุณไม่้าเงิน แล้วคุณ้าอะไร”
เนี่ยเสี่ยวฉีใจเต้นไม่เป็ส่ำ ััถึงอุณหภูมิร่างกายที่ร้อนระอุของชายหนุ่มที่แผ่ซ่านเข้ามาใกล้ มันกระตุ้นความรู้สึกวาบหวามบางอย่างในส่วนลึกที่เธอพยายามกดทับเอาไว้
ดวงตาคมกริบของเยว่จั้งหลุบต่ำลง กวาดสายตามองริมฝีปากอวบอิ่ม เลื่อนลงมาที่ลำคอระหง และหยุดอยู่ที่ร่องอกรำไรที่โผล่พ้นกระดุมเสื้อเชิ้ตที่ปริออก
“ผม้าให้คุณมาเป็ผู้หญิงของผมสิ แล้วรูปใบนี้จะเป็ของคุณ”
คำพูดที่ตรงไปตรงมาและจาบจ้วง ทำเอาสติของทนายสาวขาดผึง
“คุณมันบ้าไปแล้ว!”
เนี่ยเสี่ยวฉีผลักอกเขาออกอย่างแรง แม้จะสู้พละกำลังของเขาไม่ได้แต่เยว่จั้งก็ยอมถอยออกมาแต่โดยดี
“คุณมันหน้าไม่อาย โลภมาก คิดจะฉวยโอกาสตอนที่ฉันกำลังแย่เนี่ยนะ อีกอย่างอย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่าคุณซุกผู้หญิงต่างชาติคนนั้นไว้บนชั้นห้า ฉันเห็นคุณห่วงใยหล่อนจะตาย แล้วตอนนี้ยังจะมาตัณหากลับอยากได้ฉันเป็เมียอีกคนงั้นเหรอ ทุเรศที่สุด สัสหมา!”
แทนที่จะโกรธเยว่จั้งกลับปรบมือช้าๆ ด้วยความพึงพอใจ เขายอมรับอย่างหน้าชื่นตาบาน
“สมกับเป็ทนายความ ช่างสังเกตจริงๆ ใช่เซเลน่าเป็ผู้หญิงของผม และผมก็ไม่คิดจะปิดบังคุณ แต่เสี่ยวฉีลองคิดดูให้ดีสิ ยังไงซะคุณก็ต้องหย่ากับไอ้แมงดานั่นอยู่แล้ว คุณจะกลับไปเป็หญิงม่ายที่ถูกสังคมนินทา หรือจะมาอยู่ภายใต้การคุ้มครองของผม”
ชายหนุ่มเดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้ ไขว่ห้างด้วยท่วงท่าของราชันย์ “ผมไม่ได้้าแค่ร่างกายของคุณ แต่ผม้าสมองของคุณด้วย”
เนี่ยเสี่ยวฉีชะงัก “หมายความว่ายังไง”
“ด้วยเงินทุนล้านหยวนที่ผมมี ผมกำลังจะกว้านซื้ออสังหาริมทรัพย์ ตั้งบริษัทลงทุนในตลาดหุ้น และเตรียมพัฒนาซอฟต์แวร์แอปพลิเคชันที่จะพลิกโลกในทศวรรษหน้า” เยว่จั้งกางแผนการธุรกิจในอนาคตออกมาตรงหน้าเธออย่างทรงพลัง พร์ความจำภาพถ่ายทำให้เขาพูดถึงแนวโน้มเศรษฐกิจได้อย่างน่าขนลุก
“อาณาจักรของผมกำลังจะขยายตัวอย่างบ้าคลั่ง และผม้าหัวหน้าทีมกฎหมายที่ผมไว้ใจได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ คนที่จะคอยดูสัญญาและอุดช่องโหว่ไม่ให้พวกหมาจิ้งจอกหน้าไหนมาโกงผมได้”
“คุณเป็ทนาย คุณเก่ง คุณฉลาดแต่คุณขี้งกและกลัวความยากจน ผมรู้ดี เสี่ยวฉีถ้าคุณมาเป็ผู้หญิงของผม คุณจะไม่ใช่แค่เมียเก็บ แต่คุณจะเป็ผู้ถือหางเสือกฎหมายของอาณาจักรเยว่ ผมสามารถประเคนชีวิตที่หรูหรา ซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมทุกคอลเลกชัน และทำให้คุณไม่ต้องมานั่งนับเหรียญจ่ายค่าเช่าห้องอีกต่อไป คุณจะมีอำนาจ มีเงิน และมีผู้ชายที่ไม่มีวันหักหลังคุณ”
“ตะแต่คุณมีเซเลน่า” เธอแย้ง เสียงเริ่มอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อถูกโจมตีด้วยความมั่งคั่งที่เป็จุดอ่อนที่สุดของเธอ
“ผมไม่กลัวที่พวกคุณจะรู้เื่ของกันและกัน เพราะผมมีปัญญาเลี้ยงดูพวกคุณทุกคนให้อยู่สุขสบายเหนือกว่าราชินี” เยว่จั้งตอบอย่างเด็ดขาด “คำถามคือคุณล่ะ พร้อมจะทิ้งศักดิ์ศรีจอมปลอม แล้วมากอบโกยความมั่งคั่งไปกับผมหรือยัง”
เนี่ยเสี่ยวฉีนั่งนิ่งงัน คำพูดของชายวัย 25 ปีตรงหน้ามันเปี่ยมไปด้วยแรงดึงดูดและวิสัยทัศน์ที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าผู้ชายทุกคนที่เธอเคยรู้จัก มันทั้งอันตราย ทั้งน่าตื่นเต้น และเย้ายวนใจจนเธอเผลอกลืนน้ำลาย
“ฉันขอเวลาคิดดูก่อน” เธอพูดเสียงเบาแล้วคว้ากระเป๋าสะพายและลุกขึ้นยืนด้วยขาทั้งสองข้างที่สั่นเทา
“ตามสบายครับคุณทนาย แต่อย่านานนักล่ะ ผมเป็พวกความอดทนต่ำเสียด้วยสิ” เยว่จั้งยิ้มมุมปาก
เนี่ยเสี่ยวฉีเดินออกจากออฟฟิศไปราวกับหนีตาย เยว่จั้งมองตามบั้นท้ายกลมกลึงที่ส่ายไหวตามจังหวะการเดินด้วยสายตาของนักล่าที่รู้ว่าเหยื่อติดกับดักแล้ว รอแค่เวลาดึงเชือกเท่านั้น
.............................................
เช้าวันรุ่งขึ้น
เสียงเครื่องจักรกลและเสียงคนงานก่อสร้างดังกึกก้องไปทั่วบริเวณด้านหน้าอพาร์ตเมนต์ รถบรรทุกวัสดุก่อสร้างขับเข้ามาจอดเรียงราย บริษัทรับเหมาที่เยว่จั้งทุ่มเงินสดจ่ายไปเมื่อวาน เริ่มต้นการก่อสร้างลิฟต์แก้วภายนอกอาคารอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ
ความวุ่นวายนี้ดึงดูดความสนใจของผู้เช่าทุกคนให้ชะโงกหน้าออกมาดูด้วยความตื่นเต้นปนหวาดระแวง
เยว่จั้งตั้งโต๊ะทำงานตัวเล็กๆ ไว้ที่โถงชั้นล่าง บนโต๊ะมีสมุดบันทึกปกหนังสีน้ำตาลเข้มที่ดูเก่าแก่และแสนจะธรรมดาวางอยู่
สมุดบันทึกสัญญาก็อบลิน
“ประกาศถึงผู้เช่าทุกท่านครับ เพื่อความสะดวกสบายของพวกคุณ ผมได้จ้างช่างมาติดตั้งลิฟต์แก้วใหม่เอี่ยม แต่เนื่องจากเป็อุปกรณ์ที่มีมูลค่าสูงและเกี่ยวข้องกับโครงสร้างอาคาร ผมจึงต้องขอความร่วมมือให้ผู้เช่าทุกห้องลงมาเซ็นรับทราบกฎการใช้ลิฟต์และข้อตกลงความปลอดภัยฉบับใหม่ด้วยครับ” เยว่จั้งป้องปากะโด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
กลุ่มผู้เช่าที่ทยอยเดินลงมาต่างมีสีหน้ากังวล
ชายวัยกลางคนคนหนึ่งยกมือถาม “เถ้าแก่เยว่ ติดลิฟต์หรูขนาดนี้ค่าเช่าห้องจะขึ้นไหมเนี่ย”
“ฮ่าๆๆ ไม่ต้องห่วงครับคุณลุง ผมแค่อยากพัฒนาตึกของเรา ค่าเช่าทุกห้องราคาเดิมครับ ไม่มีบวกเพิ่มแม้แต่หยวนเดียว” เยว่จั้งหัวเราะร่วน แสร้งทำตัวเป็พ่อพระผู้ใจดี
เสียงเฮด้วยความดีใจดังลั่นไปทั่วโถงทางเดิน ความกลัวเื่ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความซาบซึ้งใจที่มีต่อเ้าของตึกสุดหล่อ
ผู้เช่าต่างต่อแถวเรียงคิวกันเข้ามาจับปากกา จรดปลายเล็กลงบนกระดาษสีเหลืองซีดของสมุดบันทึกสัญญาก็อบลินอย่างไม่ลังเล ไม่มีใครเสียเวลาอ่านรายละเอียดสัญญาที่พิมพ์ไว้ด้วยตัวหนังสือเล็กจิ๋วเลยแม้แต่น้อย พวกเขาเพียงแค่เซ็นชื่อรับรองว่าเช่าอยู่ห้องไหน และตกลงปฏิบัติตามกฎของตึก
เยว่จั้งมองดูรายชื่อที่ถูกเติมเต็มทีละบรรทัดด้วยสายตาเย็นเยียบ
‘โง่เขลาเสียจริง’
ระบบไม่ได้แจ้งเตือนด้วยเสียงที่ดังลั่น แต่ลึกๆ แล้ว เยว่จั้งััได้ถึงเส้นใยแห่งอำนาจที่มองไม่เห็น กำลังพุ่งทะยานออกจากสมุดบันทึก เข้าไปรัดพันสมองและิญญาของผู้เช่าทุกคนที่เซ็นชื่อลงไป นับจากวินาทีที่หมึกแห้งสนิทพวกเขาทั้งหมดกลายเป็ข้ารับใช้ที่ไม่มีวันทรยศ หักหลัง หรือนำความลับในตึกนี้ไปแพร่งพรายให้คนภายนอกรู้ได้อีกตลอดกาล หากใครคิดฏตอนแรกจะพูดไม่ได้ แต่หากยังไม่ยอมแพ้และพูดอีก คราวนี้สมองของพวกเขาจะถูกพลังของสมุดช็อตจนกลายเป็คนปัญญาอ่อนพูดไม่ได้ทันที
ท่ามกลางแถวของผู้เช่า สายตาของเยว่จั้งก็สะดุดเข้ากับร่างของหญิงสาวที่เพิ่งเดินลงบันไดมาจากชั้น 5
เนี่ยเสี่ยวฉีในชุดสูททนายความเตรียมตัวออกไปทำงาน ใต้ดวงตาของเธอมีรอยคล้ำจางๆ บ่งบอกว่าเมื่อคืนเธอคงคิดหนักจนไม่ได้นอน หญิงสาวเดินเข้ามาที่โต๊ะ สายตาของเธอหลบเลี่ยงที่จะสบตากับเขาโดยตรง
“ฉันต้องเซ็นด้วยใช่ไหมคะ” เธอถามเสียงแ่
“แน่นอนครับคุณทนาย ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎเดียวกัน” เยว่จั้งยื่นปากกาให้เธอ รอยยิ้มอาบยาพิษถูกส่งไปให้
เนี่ยเสี่ยวฉีรับปากกามา เธอไม่ได้ฉุกใจคิดสงสัยในสมุดบันทึกเก่าๆ เล่มนี้เลยแม้แต่น้อย สำหรับเธอมันก็แค่สมุดเซ็นชื่อธรรมดาๆ เธอจรดปากกาเขียนชื่อ ‘เนี่ยเสี่ยวฉี’ ลงไปอย่างบรรจง ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปทำงาน โดยคิดว่าตัวเองยังมีเวลาตัดสินใจเื่ข้อเสนอของเขา
เธอไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าลายเซ็นนั้น ไม่ได้แค่ยอมรับกฎการใช้ลิฟต์ แต่มันคือการเซ็นสัญญายกิญญาให้กับาาก็อบลินอย่างสมบูรณ์แบบ
เยว่จั้งมองตามแผ่นหลังที่เย้ายวนนั้นไปจนสุดสายตา เขาหยิบสมุดบันทึกขึ้นมาลูบที่ชื่อของเธอ
‘กับดักสมบูรณ์แล้ว ทีนี้ก็เหลือแค่ลากเธอขึ้นเตียง เพื่อรับพร์สายเืสินะ’
ชายหนุ่มแสยะยิ้ม ความตื่นเต้นของเกมล่าเหยื่อ ทำให้เืในกายของเขาสูบฉีดอย่างบ้าคลั่ง