บทที่ 8 ฉันชอบเขามากจนอดใจไม่ไหว!
ชาติก่อน เฉิงจื่อเฉียนคบชู้กับเย่ิจูหลังจากแต่งงานกับฉือฮวนไม่นาน และเธอก็เพิ่งรู้เื่งามหน้านี้ก่อนที่จะเสียชีวิต
เมื่อเห็นสายตาตื่นตระหนกของิจู เธอก็รู้เลยว่าอีกฝ่ายยังไม่ได้คบกับเฉิงจื่อเฉียนเป็จริงเป็จัง
ไม่เช่นนั้นทำไมดวงตาของอีกฝ่ายถึงสั่นไหวเมื่อเห็นเธอ?
เมื่อเห็นว่าเย่ิจูกำลังจะจากไป ฉือฮวนก็ะโเรียกเธอ "ิจู"
เย่ิจูตัวแข็งทื่อ หัวใจเธอพุ่งไปถึงตัวจื่อเฉียนแล้ว ทว่าช่างน่าเสียดายที่ถูกฉือฮวนเรียกรั้งไว้เสียก่อน
“ฮวนฮวน”
เธอกล่าวทักทายด้วยรอยยิ้ม
“เธอก็มาดูการแสดงที่นี่ด้วยเหรอ?”
ฉือฮวนถามด้วยความไม่เชื่อ
“ค…ใครว่าล่ะ ฉันแค่กำลังเตรียมทำซีอิ๊วอยู่ พอเห็นคนมารวมตัวกันเลยสงสัยน่ะ”
“แต่ไม่คิดว่าจะเกิดเื่แบบนี้...”
เย่ิจูแสร้งกล่าวว่า “เฉิงจื่อเฉียน คุณทำเกินไปแล้วนะ แถมยังพาแม่มาหาเื่ชาวบ้านอีก”
เธอเหลือบมองไปทางสืออวี่ไป๋อย่างหวาด ๆ พร้อมดึงฉือฮวนไปคุยกันเงียบ ๆ “เื่ระหว่างเธอกับจื่อเฉียนเลวร้ายขนาดนี้เลยเหรอ?”
“ไม่ใช่ว่าเธออยากแต่งงานกับเขามาตลอดหรอกเหรอ?”
ฉือฮวนกล่าวเยาะเย้ยในใจ ทว่าสีหน้าของเธอยังคงไร้ซึ่งอารมณ์ “ทำไมเธอไม่โกรธแทนจื่อเฉียนเล่า?”
เย่ิจูพลันตื่นตระหนก “หมายความว่ายังไง ฉันอยู่ข้างเธอนะ แล้วก็เสียใจแทนด้วย”
“ฉันคิดว่าเธอจะต้องเสียใจถ้าแต่งงานกับเฉิงจื่อเฉียน”
“ฮวนฮวน เธอหมายความว่ายังไง?”
เย่ิจูยิ่งตื่นตระหนกมากขึ้น ดวงตาของเธอเปลี่ยนไปอย่างสับสน พลันฉุกคิดขึ้นได้ ‘หรือฉือฮวนจะรู้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเฉิงจื่อเฉียนแล้ว?’
ฉือฮวนเห็นความตื่นตระหนกของเย่ิจู จึงกล่าวแดกดัน "ดูความเลวร้ายของครอบครัวเฉิงไว้ แม่เขาใจเหี้ยมขนาดนี้ ถ้าเธอแต่งงานกับเขา เธอจะต้องมีชีวิตที่แย่ยิ่งกว่าตายแน่"
"เพราะอย่างนั้น ฉันก็เลยอยากอยู่กับอวี่ไป๋ต่อไปเรื่อย ๆ น่ะ"
เย่ิจู่พลันตัวแข็งทื่อ
ฉือฮวนเปลี่ยนไปขนาดนี้ได้อย่างไร?
ไม่สิ ถ้าเป็แบบนี้ แผนการของเธอกับจื่อเฉียนจะไม่พังใช่ไหม?
“เธอกับจื่อเฉียนเข้ากันดี เธอจะยอมทิ้งผู้ชายดี ๆ แบบนั้นไปแล้วทนอยู่กับคนไร้หัวใจอย่างอวี่ไป๋น่ะเหรอ?”
ฉือฮวนมองท่าทางประหม่าของเย่ิจูด้วยความขบขัน พร้อมกับเอ่ยหยอก
“อวี่ไป๋ไร้หัวใจที่ไหนกัน? ฉันว่าเขาก็นิสัยดีออก”
“ฉันรักเขามากจนแทบทนไม่ไหวเลยละ!”
ทันทีที่พูดจบ ฉือฮวนก็รู้สึกถึงแรงกดดันที่อยู่ข้างหลัง
หากััที่ฉันรู้สึกเป็ของจริงละก็… หญิงสาวพลันหันไป สบเข้ากับั์ตาสีเข้มของสืออวี่ไป๋พอดิบพอดี
หัวใจเธอเต้นตุ๊ม ๆ ต่อม ๆ ‘เขาได้ยินสิ่งที่พวกเราคุยกันไหมนะ?’
ไม่รู้ว่าเป็ภาพลวงตาหรือเปล่า แต่เธอเห็นหูของสืออวี่ไป๋แดงก่ำอย่างอธิบายไม่ได้ “ไม่เป็ไร ผมจะไปทำงานแล้ว ถ้าเกิดอะไรขึ้น โทรหาผมได้นะ”
"อื้ม…"
เมื่อมองรูปร่างที่ผอมบางของสืออวี่ไป๋ หัวใจของฉือฮวนก็อาบไปด้วยความอบอุ่น
เขารีบขี่จักรยานจากไปพร้อมกับหม่าฮว๋ายเหริน
เย่ิจูอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหัวใจเต้นแรงเมื่อเห็นท่าทางฟุ้งซ่านของฉือฮวน เธอตระหนักแล้วว่าตนไม่สามารถทำแบบนี้ได้อีก จึงรีบหาข้ออ้างปลีกตัวไปวางแผนกับจื่อเฉียนใหม่
ฝูงชนค่อย ๆ แยกย้ายกันไป ฉือฮวนกับแม่ฉือก็เดินเข้าไปในบ้านเช่นกัน
“แม่ คราวหน้าถ้าพวกมันมาอีกก็เอาไม้กวาดไล่เลยนะ ไม่ต้องเปลืองน้ำลายพูด”
แม่ฉือคว้ามือของฉือฮวน
“ฮวนฮวน ลูกคิดอะไรอยู่น่ะ ทำไมจู่ ๆ ถึงสองจิตสองใจขึ้นมาล่ะลูก”
“แม่คงหัวเสียน่าดูถ้าลูกมีปัญหาน่ะ”
“รีบบอกแม่หน่อยว่าเรามีแผนอะไร?”
ฉือฮวนเงยหน้าขึ้นและพูดอย่างหนักแน่น "แม่ ฉันไม่้าหย่า"
แม่ฉือรู้สึกประหลาดใจ "ไหนลูกว่าอวี่ไป๋ไม่แมนก็เลยไม่อยากอยู่กับเขาไง?"
แต่หากว่ากันตามตรง แม่ยายคนนี้ก็ไม่ชอบใจที่ลูกสาวไปแต่งงานกับสืออวี่ไป๋อยู่ลึก ๆ ทว่าถ้าลูกไม่ได้ใช้เวลาอยู่กับชายหนุ่มทั้งวันคืน เธอคงทำผิดต่อลูกรักไปแล้ว
ฉือฮวนไม่รู้จะอธิบายอย่างไร พอคิดถึงเื่โง่เง่าที่ตนทำลงไป กกหูของเธอก็ร้อนผ่าว “หนูทำทุกอย่างเพื่อสือเยี่ยนค่ะ แม่ก็เห็นนี่คะ ธาตุแท้ของครอบครัวเฉิงน่ะ?”
“แม่ของเฉิงจื่อเฉียนร้ายมาก ถึงหนูจะแต่งกับเขา ก็ไม่ได้หมายความว่าหนูจะมีความสุขนะคะ”
นี่เป็ข้อกังขาจริง ๆ
แม่ฉือคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดขึ้น "ก็จริง งั้นแม่จะตัดสินเื่นี้เอง แล้วก็คงไม่เกิดเื่แบบนี้อีก ถ้าพ่อลูกรู้ว่าปัญหาเกิดจากครอบครัวเฉิงละก็ ลูกไม่ต้องพูดอะไรนะ เข้าใจไหม?”
ฉือฮวนพยักหน้า
“เอ้อ ว่าแล้วแม่ยังมีกับข้าวเหลืออยู่บ้าง งั้นลูกก็เอาไปให้เสี่ยวเยี่ยนนะ”
เมื่อพูดอย่างนั้น แม่ฉือก็เอาอาหารอร่อย ๆ มาฝากหลานชายของเธอ
ฉือฮวนออกจากบ้านพ่อแม่ ขี่จักรยานกลับไปที่บ้านหลังน้อยของเธอด้วยความสับสน
เมื่อกลับมาถึงสนามหน้าบ้าน เสี่ยวเยี่ยนที่ตื่นแล้วก็ยืนงัวเงียอยู่ที่หน้าธรณีประตู เมื่อเห็นผู้เป็มารดา เด็กน้อยก็หน้าสดใสขึ้น ปากสีกุหลาบสวยกำลังจะร้องเรียก ทว่ากลับหุบเงียบจนหญิงสาวเห็นแล้วแทบใจสลาย
เพราะชาติก่อน ตอนที่สือเยี่ยนเรียกเธอว่าแม่ ฉือฮวนมักอารมณ์เสียจนพาลสบถด่าทุกครั้งไป
เมื่อเวลาผ่านไป เด็กน้อยก็ไม่กล้าเข้าใกล้เธออีก
ฉือฮวนเ็ปใจเมื่อเห็นความกระตือรือร้นของลูกชายที่สูญสลายไปแทบจะทันที
“อาเยี่ยน ดูนี่สิ แม่เอาของอร่อยมาให้เราด้วยละ”
หญิงสาวลากจักรยานเข้าไป ก่อนจะยกถุงกับข้าวขึ้นมา
ดวงตาของลูกน้อยพลันเปล่งประกายทันที
“แม่ครับ มันคืออะไรเหรอ?”
“นี่คือของอร่อยที่คุณยายซื้อให้หนูไง เค้กถั่วเขียว ลูกอม และพายแสนอร่อย ลูกหิวไหม?”
ฉือฮวนส่งของในมือให้แก่เด็กน้อย
สือเยี่ยนยัดมันเข้าปากอย่างอดไม่อยู่ จนแก้มป่องเต็มไปด้วยของกิน
"กินช้า ๆ นะ"
หลังจากปัดเศษเค้กออกจากร่างของสือเยี่ยนแล้ว ฉือฮวนก็อุ้มร่างเล็กไว้ในอ้อมแขนของเธออย่างระมัดระวัง
การอุ้มสือเยี่ยนตัวน้อยไว้ในอ้อมแขน ทำให้หัวใจของฉือฮวนสงบลงในที่สุด
หญิงสาวตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะเลี้ยงดูเด็กน้อย เพื่อไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมแบบชาติก่อนอีก
“แม่ครับ ร้องไห้ทำไมเหรอ?”
สือเยี่ยนััใบหน้าของเธออย่างระมัดระวัง ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความทุกข์
ฉือฮวนตกตะลึงต่อััแ่เบาของเด็กน้อย จนรู้สึกถึงน้ำตาที่ไหลรินอยู่
เธอส่ายหัวพลางสูดน้ำมูก และเกาใบหน้าเล็ก ๆ ของสือเยี่ยน "ไม่เป็ไร แม่แค่คิดว่าเมื่อก่อนแม่โง่มากเลย"
“จากนี้ไปแม่จะไม่หย่ากับพ่อและอยู่กับสือเยี่ยน ดีไหม?”
สือเยี่ยนไม่เข้าใจว่าการหย่าร้างคืออะไร รู้แค่ว่าแม่้าเขาอีกครั้ง เด็กชายตัวเล็กรู้สึกดีใจพลางกอดคอของฉือฮวนอย่างมีความสุข
“เย่! แม่จะไม่ไปไหนแล้ว”
“แม่ครับ พ่อโกหกผมว่าจะไม่มีแม่แล้ว แย่มากเลย ถ้าพ่อกลับมาเมื่อไร เยี่ยนเยี่ยนจะบอกเองว่าเขาเป็คนยังไง!”
เศษเค้กถั่วเขียวที่เลอะหน้าเด็กน้อยทำเอาหญิงสาวหัวเราะขำ
เธออดไม่ได้ที่จะกอดลูกชาย และจูบแก้มน้อยด้วยดวงตาแดงเรื่อ
“พ่อไม่ได้นิสัยแย่หรอกลูก เป็แม่ต่างหากที่แย่”
“แต่แม่รู้ว่าตัวเองคิดผิด ต่อไปนี้แม่จะกลับใจ โอเคไหม สือเยี่ยนจะให้โอกาสแม่แก้ไขข้อผิดพลาดไหม…”
สือเยี่ยนน้อยไม่เข้าใจถึงความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน ดังนั้นเมื่อเห็นฉือฮวนร่ำไห้อีก เขาก็ยื่นถั่วไปให้ด้วยความตื่นตระหนก
“แม่อย่าร้องไห้นะ กินเค้กถั่วเขียวสิ!”
ฉือฮวนตกตะลึงเมื่อเห็นลูกน้อยทำตัวดีและมีไหวพริบ พลันสลายความโศกเศร้าของเธอสิ้น
เด็กน้อยที่มีจิตใจงามแบบนี้จะกลายเป็โรคซึมเศร้าและฆ่าตัวตายได้อย่างไร?
เธอสาบานว่าจะปกป้องรอยยิ้มนี้และขจัดความเศร้าไปจากสือเยี่ยน!