บทที่ 19 คุณสร้างปัญหามามากพอแล้วหรือยัง?
แต่โม่เชียนไม่ให้เธอได้มีโอกาสเขียนอธิบายหรือถามอะไรเพิ่มเติมอีก
หญิงสาวลากหญิงใบ้ออกจากบังกะโลไม้เก่า ๆ
ทว่าฝูเสวี่ยกลับขอให้โม่เชียนรอเธอสักครู่
เธอกล่าวอำลาเด็กชายและย่าของเขา ทิ้งเงินไว้ให้ 2,000 หยวน จากนั้นจึงตามโม่เชียนไปที่คฤหาสน์ตระกูลเฉียวในที่สุด
ปล่อยให้ทุกอย่างไหลไปตามเส้นทางของโชคชะตา...
กว่ากู้ไป๋เหยี่ยจะกลับมาก็ดึกแล้ว ซ้ำฝนที่ตกหนักก็ยังไม่หยุด
เขาไม่พบอะไรเลยหลังจากค้นหาไปรอบ ๆ หมู่บ้าน มันดูราวกับว่าภรรยาของเขาได้อันตรธานหายไปจากโลกใบนี้จริง ๆ
ถนนบนูเาในหมู่บ้านต้าต้าวใช้สอยได้ยาก กระบวนการการสื่อสารไม่ราบรื่น ต่อให้เขาจะนึกอยากระดมคนในเวลานี้ก็ไม่สามารถทำได้
ชายหนุ่มเหนื่อยล้าทั้งกายทั้งใจจากการตามหาภรรยาของตัวเอง เขากลับมาที่คฤหาสน์ตระกูลเฉียวด้วยความรู้สึกหดหู่ไร้ชีวิตชีวา
ตอนนี้เวลาปาเข้าไปเกือบเที่ยงคืนแล้ว ซึ่งตระกูลเฉียวจะปิดไฟเร็วเป็พิเศษในวันธรรมดา
ทว่านับั้แ่โม่เชียนย้ายเข้ามา ั้แ่เช้าจรดค่ำยันค่ำจรดเช้า ตระกูลเฉียวไม่เคยมีโอกาสได้พักผ่อนเต็มอิ่มเลย ทุกสิ่งทุกอย่างยุ่งเหยิงไปหมด
ยากจะหาความแตกต่างระหว่างกลางวันและกลางคืน
กู้ไป๋เหยี่ยปวดหัว ผลักประตูคฤหาสน์อย่างฉุนเฉียว
เขาเดินเข้ามาตามปกติ
แต่เมื่อเข้ามาถึงบริเวณห้องนั่งเล่น และเห็นใครบางคนนั่งอยู่ที่นั่น เขาพลันรู้สึกคล้ายตัวเองกำลังเห็นภาพหลอน
เขาหลับตา หยุดอยู่สักครู่ เมื่อเปิดมันอีกครั้ง ภาพที่ราวกับพิษลวงตาก็ยังไม่หายไป มันยังคงสถิตอยู่ที่เดิม
คราวนี้กู้ไป๋เหยี่ยเริ่มขยับไปข้างหน้า เดินเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว แล้วค่อย ๆ เอื้อมมือไปััใบหน้าของหญิงสาวคนนั้น
แต่ก่อนจะััหล่อนได้ เธอกลับปัดมือของเขาออก หลังมือของกู้ไป๋เหยี่ยเจ็บ
ทว่าเขากลับหัวเราะ
นี่คือฝูเสวี่ยจริง ๆ
เธอดูไม่ต่างอะไรไปจากลูกแมวที่แสนดุร้าย ถ้านี่ไม่ใช่ฝูเสวี่ยของเขา มันจะสามารถเป็ใครได้อีก?
หัวใจของกู้ไป๋เหยี่ยค่อย ๆ ผ่อนคลายลง
เขากวาดสายตาสำรวจภรรยา มองเธอขึ้น ๆ ลง ๆ ไล่จากบนลงล่าง ย้อนจากล่างกลับขึ้นไปข้างบน เก็บรายละเอียดเกี่ยวกับเธออย่างระมัดระวังอยู่อีกหลายครั้ง
และหลังจากแน่ใจแล้วว่าเธอไม่ได้รับาเ็ตรงไหน สีหน้าของกู้ไป๋เหยี่ยก็กลับมาไม่แยแสตามปกติอีกครั้ง
เขาขยิบตา ก่อนคนของเขาจะนำเก้าอี้มาวางถัดจากฝูเสวี่ยทันที
กู้ไป๋เหยี่ยนั่งลงก่อนหรี่ตา
“คุณสร้างปัญหามามากพอแล้วหรือยัง? ”
“…”
ผู้คนรอบข้างต่างพากันเงียบ
ผู้คนต่างพากันไม่อยากจะเชื่อหู ที่ชายผู้ตามหาภรรยาของตนเองอย่างบ้าคลั่งมานานหลายวัน ไม่เว้นกลางวันกลางคืน ไม่ว่าฝนจะตกหรือแดดจะออก ปราศจากความลดละ กลับพูดแบบนี้ออกมาทันทีที่เจอเธอ!
ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงมีข่าวลือหลุดออกมา ว่าคู่รักเพียงหนึ่งเดียวที่เหลืออยู่ของตระกูลกู้กำลังจะหย่าร้างกัน...
ฝูเสวี่ยกลอกตา ไม่อยากจะเปลืองน้ำลายพูดอะไรกับเขา
บรรยากาศในห้องนั่งเล่นตึงเครียดขึ้นมาทันที
ไม่มีใครปริปากพูดอะไรออกมา แต่หลังจากนั้นไม่นาน จ่าสิบเอกเฉินซึ่งนั่งอยู่บนโซฟาก็ไม่สามารถอดทนรอได้อีกต่อไป
เขาทำลายบรรยากาศความอึดอัดนี้โดยพูดว่า “คุณกู้ บันทึกการสอบสวนของเรายังไม่เสร็จ โปรดรอเราสักครู่ก่อนแล้วคุณค่อยสะสาง... เอ่อ ผมหมายความว่าพูดคุยกับภรรยาของคุณเกี่ยวกับความรู้สึกต่าง ๆ ตามประสาสามีภรรยาน่ะครับ”
หลังจากที่จ่าสิบเอกเฉินพูดจบ เขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
โชคดีที่ไม่ได้พูด ‘บัญชี’ ต่อท้ายคำว่า ‘สะสาง’
ไม่เช่นนั้นคนที่จะถูกสะสางบัญชีน่าจะกลายมาเป็เขาแทน…
ภายใต้การจ้องมองอันหนักหน่วงของกู้ไป๋เหยี่ย ในที่สุดตำรวจทั้งสองนายก็จบบันทึกประจำวันได้เสียที
หลังจากเขียนประโยคสุดท้าย ตำรวจทั้งสองก็ไม่กล้าที่จะพิรี้พิไรอยู่ต่อเลยแม้แต่ครู่เดียว พวกเขาลุกขึ้นและเตรียมตัวออกเดินทางทันที
ฝูเสวี่ยเป็ผู้ส่งพวกเขา ทั้ง ๆ ที่หากว่ากันตามขั้นตอนปกติ ปัจจุบันพวกเขาควรนำฝูเสวี่ยกลับไปยังสถานีตำรวจด้วยซ้ำ
แต่เมื่อวานนี้นายน้อยรองตระกูลกู้ที่ทำงานอยู่ในสำนักงานตำรวจได้ยินว่าหน่วยงานของตัวเองจะส่งคนไปจับกุมฝูเสวี่ยเข้าพอดี เขาจึงโอนเงินสด 30 ล้านตรงไปยังฝ่ายการเงินของสำนักงานตำรวจเพื่อประกันตัวฝูเสวี่ยล่วงหน้า! เป็การโอนเงินแบบเรียลไทม์ เข้าบัญชีปลายทางทันที!
สถานีตำรวจเขตตงซานของเมืองปักกิ่งตกอกใเป็อย่างมาก
โดยเงินที่เข้ามาอย่างเร่งด่วนนี้เป็จำนวนเทียบเท่ากับมูลค่าของที่หายไปในคดีที่ฝูเสวี่ยเกี่ยวข้อง ซึ่งสถานีตำรวจได้ฉวยโอกาสนี้รีบลงจากหลังลาอย่างรวดเร็ว พร้อมตกลงให้เงินจำนวนนี้เป็เงินประกันตัวของฝูเสวี่ย
นี่ไม่จัดเป็เพียงการไว้หน้าตระกูลกู้เท่านั้น แต่ยังเป็การมอบคำตอบและคำอธิบายดี ๆ ให้แก่ตระกูลเฉินอีกด้วย
ช่างสมกับเป็นายน้อยรองตระกูลกู้จริง ๆ สามารถควักเงินออกมาได้อย่างสบาย ๆ เลย...
และในเมื่อการทำแบบนี้จะทำให้ทุก ๆ ฝ่ายมีความสุขความพึงพอใจ ทำไมพวกเขาจะไม่รีบคว้าโอกาสไว้ล่ะ?
ด้วยเหตุนี้ หลังจากตำรวจผู้คอยปฏิบัติหน้าที่ในหมู่บ้านต้าเต้าได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา พวกเขาจึงไม่สร้างความยากลำบากให้แก่ฝูเสวี่ยอีกเลย
สิ่งที่พวกเขาทำจึงเป็แค่การมาเพื่อจดบันทึกและสอบปากคำตามขั้นตอน จากนั้นถึงจะมีการสอบสวนอย่างเป็ทางการอีกทีในวันพรุ่งนี้ที่สถานีตำรวจ
เหล่าตำรวจได้นัดหมายกับฝูเสวี่ยเพื่อไปที่เมืองปักกิ่งด้วยกันในวันถัดมา พอพูดจบก็รีบจรลีจากไปอย่างรวดเร็ว
พวกเขาไม่้าอยู่ในห้องนั่งเล่นอันเปี่ยมไปด้วยบรรยากาศกดดันเหมือนรกนี้อีกต่อไปแล้ว
...
ฝูเสวี่ยส่งแขกกลับก่อนย้อนไปที่ห้องนั่งเล่น
ในเวลานี้นอกจากกู้ไป๋เหยี่ยแล้ว ไม่มีใครอยู่ในห้องนั่งเล่นเลย
หญิงสาวเหลือบมองผู้เป็สามีเพียงชั่วครู่ ไม่ได้แสดงท่าทีสนใจเขา ก่อนจะเดินเข้าไปในห้อง
ส่วนทางกู้ไป๋เหยี่ย พอเห็นเช่นนี้จึงรีบไล่ตามเธอไปสองก้าว จับข้อมือภรรยาแล้วโอบหลังของเธอเอาไว้
ชายหนุ่มก้มศีรษะลงต่ำพร้อมจ้องมองเธอ
“ทั้งบ้านต้องมาคอยวิ่งวุ่นตามหาคุณ ทำไมถึงยังพยายามหนีอยู่อีก? ยังสร้างปัญหาได้ไม่สาแก่ใจอีกเหรอ? ”
เขาตำหนิฝูเสวี่ยด้วยความโกรธ
พอฝูเสวี่ยได้ฟังคำตำหนิรุนแรงของสามี ความคับข้องใจที่อัดแน่นอยู่ในอกมาตลอดระยะเวลาหลายวันก็ปะทุออกมาทันที
ทุกวันนี้ฝูเสวี่ยต้องคอยใช้ชีวิตอยู่อย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ เพราะกลัวลูกจะได้รับอันตราย ทว่าปัจจุบันเธอกลับถูกกล่าวหาอย่างอยุติธรรมว่าขโมยภาพวาดของคนอื่น และโลกอินเทอร์เน็ตกำลังทำร้ายเธอจนแทบหลั่งเื
ซ้ำก็ไม่มีใครบอกได้ว่าวันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น จะมีเื่มีราวใหม่ ๆ ผุดขึ้นมาอีกหรือไม่ ฝูเสวี่ยซึ่งต่อสู้อย่างหนักมาโดยตลอดจึงไม่สามารถอดกลั้นได้อีกต่อไป
น้ำตาของเธอพรั่งพรูออกมาราวเขื่อนแตก หยดน้ำใสไหลริน ร่วงหล่นลงสู่พื้นราวถั่วเม็ดทอง
ทางฝั่งคนเป็สามี พอเห็นภรรยาร้องไห้ หัวทั้งหัวของเขาพลันชาหนึบขึ้นมาทันที ส่วนอารมณ์ที่กำลังพุ่งพล่านในทีแรกก็พลันหายไปจนหมดไม่ต่างกัน
เขาลนลานไปที่โต๊ะกาแฟ ดึงทิชชู่ออกมาแล้ววกกลับไปเช็ดน้ำตาให้เธอ
กู้ไป๋เหยี่ยเดาะลิ้นอยู่ครั้งสองครั้ง พูดพลางเช็ดน้ำตาของฝูเสวี่ยว่า “เอาล่ะ เอาล่ะ อย่าร้องไห้เลย แค่บอกผมมาว่าคุณมีปัญหาอะไร อธิบายมาให้ผมฟัง อย่าเอาแต่ร้องไห้สิ”
“อย่างไรเสียคุณก็ไม่ควรหนีออกไปคนเดียวแบบนี้ ถ้าคุณอยากจะออกไปหรือหนีออกจากบ้าน อย่างน้อย ๆ ก็ควรพกบอดี้การ์ดไปด้วยสักสองสามคน คุณไม่มีทางรู้หรอกว่าข้างนอกนั่นมีพวกคนไม่ดีอยู่มากมายแค่ไหน! ”
“พอคุณหายตัวไป ทุก ๆ คนในบ้านต่างกังวลใจนั่งไม่ติดที่ โดยเฉพาะน้องสาวของผม เธอร้องห่มร้องไห้ทั้งคืน เอาแต่บอกว่าเป็ความผิดของเธอที่ทำให้คุณโกรธ”