บทที่ 3 อาศัยบนูเา เก็บของป่า
ูเานี้ช่างกว้างใหญ่ เดินหาแบบนี้ต่อไปไม่เจอโสมแน่ กว่าจะเจอคงได้เป็ลมสลบคาป่าเสียก่อน
ขณะที่สวี่ิเยว่ล้มลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง สายตาก็มองไปรอบ ๆ พบว่าเห็ดกำลังผุดขึ้นเป็กอ ๆ เต็มไปหมดทั่วทั้งผืนป่าที่เปียกชุ่มหลังฝนตก
ภาพที่เห็นทำให้ฉุกคิดขึ้นได้ อย่างน้อยเธอก็หาเงินจากการขายของป่าได้นี่นา!
ของป่าพวกนี้ ในยุคของเธอราคาแพงลิบลิ่วเชียวนะ ขายในซูเปอร์มาร์เก็ตที ราคาแพงจนคาดไม่ถึงเลย!
สวี่ิเยว่ลุกขึ้นจากพื้นอย่างตื่นเต้น เธอหยิบตะกร้าที่ถูกโยนไว้บนพื้นขึ้นมา ก่อนจะย่อตัวลงเก็บเห็ดทีละดอก
“ิเยว่ เธอเก็บเห็ดพวกนี้ไปทำอะไร เห็ดบางชนิดก็มีพิษนะ” สวี่เซี่ยงหยางเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ ขณะเดินมาหยุดอยู่ข้าง ๆ น้องสาว
สวี่ิเยว่หยิบเห็ดที่เพิ่งเก็บได้ขึ้นมาส่งให้พี่ชายดู “พี่ นี่เห็ดไม่ใช่เหรอ? เอาไว้ใส่ในไก่ตุ๋นเห็ดไง ฉันจะเก็บไปตากแห้งเยอะ ๆ แล้วเอาไปขายในเมือง”
สวี่เซี่ยงหยางรับเห็ดมาถือไว้ในมือ ตรวจดูอย่างละเอียด พบหนอนตัวเล็กสีขาวอยู่บนดอกเห็ด จึงแน่ใจว่าเห็ดชนิดนี้ไม่มีพิษ
“ิเยว่ เธอเองก็รู้ ที่บ้านเราทั้งปีได้กินไก่สักตัวหรือเปล่ายังไม่รู้เลย พี่จะไปรู้เื่ไก่ตุ๋นเห็ดได้ยังไง”
"ก่อนหน้านี้แม่เราเคยเข้าไปเก็บเห็ดบนเขากับป้าพ่าง แล้วเอากลับมาต้มซุป รสชาตินั้นอร่อยจริง ๆ"
ขณะที่สวี่เซี่ยงหยางพูด เขาก็เหมือนกับรำลึกถึงรสชาติของเห็ดจนต้องกลืนน้ำลาย
สวี่เซี่ยงหยางพูดจบ เขาก็ย่อตัวลงและเริ่มเก็บเห็ดกับสวี่ิเยว่
ยิ่งเดินเข้าไปในูเา สวี่ิเยว่ก็พบว่ามีสิ่งดี ๆ ในูเามากมาย
เห็ด*[1] และเห็ดหูหนูเก็บง่าย ไม่นานก็ได้สองตะกร้าแล้ว พอคิดว่าจะกลับบ้านแล้ว พี่น้องทั้งสองก็พบกับต้นสนที่มีลูกสนเต็มอยู่บนต้น อีกไม่นานลูกสนก็จะสุกและสามารถเก็บเมล็ดสนได้
พอเห็นป่าสนตรงหน้า สวี่ิเยว่ก็ตื่นเต้นจนตัวสั่น เธอตบบ่าสวี่เซี่ยงหยางแล้วพูดว่า "พี่ ดูสิ นั่นลูกสน พวกเราเก็บเห็ดเสร็จแล้วค่อยมาเก็บลูกสนกัน"
"ลูกสนในเมืองขายได้ราคาดีเชียวนะ"
สวี่เซี่ยงหยางค่อนข้างสงสัยว่าของไร้ค่าที่กระจายอยู่เต็มูเานี้จะขายได้ราคาดีจริงเหรอ เขาถามว่า "ิเยว่ ของพวกนี้มีคนซื้อจริงเหรอ"
สวี่ิเยว่พยักหน้าอย่างมั่นใจ "พี่ บนต้นไม้อาจจะมีพุทราหรือไม่มีก็ได้ แต่เราลองเขย่าดูสักสามครั้งก่อน เผื่อต้นไม้นั้นมีพุทรา ถ้าไม่ลองดูก็จะไม่รู้หรอกว่าจะมีผลหรือไม่มี”
"ถึงบ้านเราจะจน แต่ก็ไม่เห็นต้องกลัวอะไร ของบนเขาก็ไม่ได้เสียเงินสักหน่อย ขายไม่ออกก็กินเอง แค่เสียเวลาเปล่านิดหน่อย"
"ยังไงพวกเราก็อยู่บนเขานี่นา พวกเราต้องยึดหลักโจรขึ้นเขาต้องไม่ปล่อยให้มือเปล่า บนเขามีอะไร พวกเราก็ขายอันนั้น อย่างที่เขาพูดกันว่า อยู่ใกลู้เาก็กินของจากูเา อยู่ใกล้ทะเลก็กินของจากทะเล พวกเราเฝ้าขุมทรัพย์ไว้เฉย ๆ แบบนี้ได้ยังไง"
พอสวี่เซี่ยงหยางได้ยินสวี่ิเยว่พูดแบบนี้ เขาก็รู้สึกว่ามีเหตุผล จึงตัดสินใจลองทำดูกับน้องสาว
ระหว่างทางกลับบ้าน สวี่ิเยว่ก็ยังปลูกฝังความคิดให้พี่ชายต่อไป "พี่ แค่ดึงเลื่อยก็จะมีขี้เลื่อยร่วงลงมาแล้ว พี่จำไว้นะว่า มีเสียงเลื่อยก็ต้องมีขี้เลื่อย ตราบใดที่พวกเราพยายาม ยังไงก็ต้องได้ผลตอบแทนแน่นอน"
พี่น้องทั้งสองกลับถึงบ้านก็เทเห็ดที่เก็บมาลงบนลานบ้าน
จางชุนฮวาเห็นพี่น้องเก็บเห็ดมาได้เยอะขนาดนี้ก็ถามด้วยความสงสัยว่า "ทำไมถึงเก็บเห็ดมาเยอะขนาดนี้ ที่บ้านเราจะกินหมดเหรอ"
สวี่ิเยว่ดึงจางชุนฮวาเข้าไปในบ้าน "แม่ ฉันกับพี่ตั้งใจจะเก็บเห็ดและเห็ดหูหนูมากขึ้น แล้วนำไปตากแห้ง อีกไม่กี่วันจะเอาไปขายที่ตัวเมือง"
จางชุนฮวาฟังจบแล้วพูดด้วยความกังวล "ิเยว่ การค้าขายที่ผิดกฎหมายอาจโดนจับได้ ลูกเป็ผู้หญิงจะไปไม่ได้"
จางชุนฮวาคิดถึงความยากจนของครอบครัวนี้จนเธอยังแทบร้องไห้ แล้วตัดสินใจพูดต่อ "แม่กับพ่อจะไปขายเอง พวกลูกอย่าไปเลย"
สวี่อวี้เฉิงที่ฟังอยู่ข้าง ๆ ก็เห็นด้วยและพูดขึ้นว่า "ิเยว่ แม่กับพ่อจะไปขายเอง พวกลูกไม่ต้องไปหรอก ถ้าจะโดนจับก็จับพวกเรา พ่อกับแม่อายุมากแล้ว ไม่กลัวอะไรทั้งนั้น"
สวี่ิเยว่ไม่คิดว่าสวี่อวี้เฉิงและจางชุนฮวาจะเข้าใจเช่นนี้ ทำให้ไม่ต้องอธิบายมาก
"พ่อกับแม่วางใจเถอะ ฉันกับพี่ยังเด็ก ถ้าโดนจับแล้ววิ่งหนีก็ยังเร็วอยู่ อีกอย่างฉันก็ติดต่อเพื่อนให้ช่วยถามเพื่อนฝูงแถวนั้นแล้วว่ามีใครอยากซื้อไหม"
จางชุนฮวาก็รู้ว่าสิ่งที่สวี่ิเยว่พูดนั้นถูกต้อง เห็นขาของพ่อแล้ว ถ้าเกิดเื่ขึ้นจริง ๆ ก็คงวิ่งหนีไปไหนไกลไม่ได้
"ิเยว่ พ่อกับแม่ไร้ประโยชน์จริง ๆ ที่ให้ลูกอายุแค่นี้ต้องมาลำบากเพราะเื่ของที่บ้าน" จางชุนฮวาตำหนิตัวเอง พูดไปร้องไห้ไป
สวี่อวี้เฉิงได้แต่ถอนหายใจอยู่ข้าง ๆ
สวี่ิเยว่ปลอบใจพ่อแม่ "พ่อคะ แม่คะ พวกเราต้องมีชีวิตที่ดีขึ้นได้สิ คนเราไม่ได้ลำบากไปตลอดหรอก น้ำหมุนเวียนเปลี่ยนผัน ฉันไม่เชื่อหรอกว่า์จะให้พวกเราไม่มีวันลืมตาอ้าปากได้"
คำพูดของเธอทำให้สวี่อวี้เฉิงและจางชุนฮวาเกิดกำลังใจขึ้นมาอีกครั้ง แม้แต่สวี่เฉินซิงที่นั่งแอบฟังอยู่ตรงประตูก็ยังพยักหน้าหงึก ๆ ครอบครัวของเขายากจน สวี่เฉินซิงจึงไม่ได้ไปโรงเรียน เขาไม่ค่อยเข้าใจในสิ่งที่พี่สาวพูดนัก แต่เด็กน้อยก็รู้ว่าพี่สาวเป็คนที่เรียนเก่งที่สุดในบ้าน พี่สาวพูดอะไรก็ถูกต้องไปหมด
“ิเยว่ พ่อกับแม่ทำให้เสร็จแล้วจะไปเก็บเห็ดบนเขากับลูกนะ” สวี่อวี้เฉิงรู้สึกผิดต่อภรรยาและลูก ๆ มาโดยตลอด เขาคิดว่าตัวเองไร้ความสามารถ ไม่สามารถทำให้ภรรยาและลูก ๆ ใช้ชีวิตที่ดีได้
“พี่ครับ ผมช่วยเก็บเห็ดได้” สวี่เฉินซิงรีบวิ่งไปหาสวี่ิเยว่ แล้วบอกความตั้งใจของตัวเอง
สวี่ิเยว่คิดว่า่นี้เป็่เก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วง มีงานมากมายต้องทำ “พ่อกับแม่ทำงานในไร่เถอะ เฉินซิงไปเก็บเห็ดบนเขากับพี่และพี่ชายกัน”
"พ่อคะ ว่าง ๆ ช่วยไปตัดไม้ไผ่มาให้หน่อยได้ไหมคะ ฉันอยากสานตะกร้าสักสองสามใบ"
"ได้สิ เดี๋ยวพ่อจะไปตัดมาให้" สวี่อวี้เฉิงดีใจมากที่ตัวเองยังมีประโยชน์ พูดจบก็ถือเคียวเดินกะโผลกกะเผลกไปตัดไม้ไผ่ที่ริมแม่น้ำ
ไม่นานสวี่อวี้เฉิงก็กอดไม้ไผ่มัดใหญ่ เดินกะโผลกกะเผลกกลับมาจากข้างนอก
ตอนนี้จางชุนฮวาทำอาหารเย็นเสร็จแล้ว อาหารเย็นวันนี้ง่ายมาก มีผัดกะหล่ำปลี ซุปเห็ด เรียกได้ว่าเป็มังสวิรัติโดยสมบูรณ์ มองไม่เห็นน้ำมันแม้แต่หยดเดียว ส่วนอาหารหลักก็ยังคงเป็หมั่นโถวแข็ง ๆ ที่สามารถเคาะก้อนหินแตกได้เหมือนเดิม
สวี่ิเยว่มองอาหารที่ถูกยกมาวางตรงหน้า อยากจะแหงนหน้าคำรามดัง ๆ เหลือเกิน ‘เทพเ้าโปรดช่วยลูกด้วย ลูกอยากกินเนื้อ’
เธอทนกินเ้านี่ไม่ไหวแล้ว ไอ้ขนมปังแข็ง ๆ กินทีเสียงแหบไปหมด กินไปตั้งสองมื้อเสียงก็ยังไม่หาย แถมท้องไส้ก็ยังร้องโครกครากอยู่ดี
หลังกินข้าวเย็นเสร็จ สวี่อวี้เฉิงก็นั่งเล่นในลานบ้าน ใช้แสงจันทร์สานตะกร้าที่เธอขอไว้ มือของเขานี่ช่างคล่องแคล่ว สานตะกร้าเสร็จเร็วมาก
สวี่ิเยว่ให้สวี่อวี้เฉิงตัดไผ่กลับมาเพราะเธออยากลองทำลอบดักปลาเอง แม่น้ำมีปลาเยอะขนาดนี้แต่จับไม่ได้ ทำให้สวี่ิเยว่รู้สึกทรมานใจ
สวี่ิเยว่กลัวคนข้างบ้านได้ยิน เลยเรียกพ่อเข้ามาในบ้าน "พ่อ พ่อทำลอบดักปลาจากไม้ไผ่เป็ไหม? ฉันเห็นว่ามีปลาเยอะในแม่น้ำที่หน้าหมู่บ้านของเรา"
"พ่อกะว่าจะสานสักสองหลัง รอตอนมืด ๆ ค่อยแอบเอาไปทิ้งไว้ในพงต้นอ้อริมแม่น้ำ แล้วรอสักหนึ่งถึงสองชั่วโมงค่อยกลับมาเอากับดักออก"
สวี่ิเยว่อธิบายต่อว่า "โรคของปู่จำเป็ต้องกินอาหารดี ๆ เราแอบจับปลาตอนกลางคืน ไม่มีใครรู้หรอก"
[1] เห็ด (蘑菇) เป็คำทั่วไปที่ใช้เรียก ‘เห็ด’ ในภาษาจีน ซึ่งหมายถึงเห็ดหลายชนิด แต่โดยทั่วไปมักจะหมายถึงเห็ดที่มีลักษณะเหมือนร่ม มีหมวกและก้านชัดเจน เหมือนเห็ดแชมปิญอง (button mushroom) หรือเห็ดอื่น ๆ ที่ใช้ในการประกอบอาหาร