ประตูห้องในเรือนอนุซู่ถูกถีบดังโครม เป็การเปิดประตูอย่างรุนแรงที่สุดเท่าที่จวนหยางเคยเจอมา
ด้านหลังของิเยว่คือเหล่าสาวใช้ที่กำลังกรีดร้องอย่างใเสียขวัญกับการมาเยือนไม่คาดฝันของฮูหยินเอก ส่วนด้านหน้าคือชายหญิงคู่หนึ่งกำลังตระกองกอดกัน
ใบหน้าหล่อเหลากับใบหน้างดงามใกล้กันปานนั้น
ฝ่ายหญิงมีเสื้อผ้าเปิดเปลือยหลุดลุ่ยเผยเนินอกอวบ
ส่วนฝ่ายชายเสื้อผ้ายังอยู่ครบ ปลดแค่สายคาดเอว แต่เขากำลังก้มหน้าประชิด อีกไม่ถึงชุ่น ริมฝีปากก็แนบสนิทจุมพิตอย่างร้อนแรง
ิเยว่ลอบแค่นเสียงหยัน เตียงนอนมีเหตุใดไม่ใช้ มายืนเล่นท่ายากอันใดตรงนี้? รีบร้อนจริงเชียว!
เมื่อมีคนเข้ามาขัดจังหวะเริง์ ซู่หลินก็กรีดร้องอย่างตระหนกใเป็ที่สุด
“อ๊าย!”
นางรีบยกมือปิดบังทรวงอกสล้าง เบียดกายนุ่มแนบชิดร่างแข็งแรงของหยางเจี้ยนอย่าง้าให้ปกป้อง
ใบหน้าหวานบิดเบี้ยวไม่น่ามอง ประหนึ่งถูกทำร้ายแสนสาหัส ทว่ากลับมีปราดหนึ่งที่แววตาคล้ายยิ้มเยาะ
แวบนั้นิเยว่ย่อมมองทัน แต่นางไม่สนใจซู่หลิน เพียงเดินเข้ามากระชากสตรีจอมมารยาออกไปอย่างรำคาญ ให้อีกฝ่ายไปเสแสร้งไกลๆ ก่อนหันมาจับกระชากสาบเสื้อของหยางเจี้ยนเข้าใกล้อย่างไร้ปรานี
ยามนี้ดวงตาคมปลาบทอประกายวาบคาดไม่ถึง ดวงตาของิเยว่ยิ่งเปล่งประกายทรงเสน่ห์ชวนสนเท่ห์
ระยะห่างระหว่างทั้งสองใกล้กันมาก ต่างจ้องั์ตากันและกันแน่นิ่ง หยางเจี้ยนที่ชะงักงันด้วยคาดไม่ถึงให้รู้สึกใจเต้นแรงอย่างไม่ทราบสาเหตุเมื่อเจอกับแววตานาง
ทุกสรรพสิ่งคล้ายไร้ตัวตนปราศจากสำเนียงในบัดดล
กระทั่งเสียงกรีดร้องร่ำไห้โหยหวนราวิญญาสาวถูกพรากโลงศพไปต่อหน้าของซู่หลิน เขายังไม่ได้ยิน
ชั่วขณะนี้หยางเจี้ยนเห็นเพียงแววตาเยือกเย็นลึกล้ำแฝงความเร่าร้อนของิเยว่
สามีภรรยายืนประจันหน้ากันท่วงท่านั้นนิ่งๆ
ไม่เคยมีใครกล้าทำกิริยาเช่นนี้กับท่านแม่ทัพแน่นอน บ่าวไพร่หน้าประตูต่างมองด้วยความลุ้นระทึกตัวเกร็ง แม้ไม่ได้ยินประโยคสนทนา ทว่าท่วงท่าเยี่ยงนั้นน่ากลัวว่าฟ้าจะถล่มลงมา
ิเยว่กระชับคอเสื้อหยางเจี้ยนจนปลายจมูกแทบชนกัน “ท่านเป็สามีของข้าแล้ว ไม่มีสิทธิ์เป็สามีใครอีก รู้หรือไม่?”
กระแสเสียงเย็นเยียบนัก แววตายังกดดันยิ่ง
คิ้วเข้มบุรุษพลันกระตุก ได้ยินเสียงเล็กคำรามอีกว่า
“ท่านมิจำเป็ต้องมีคุณธรรมสูงส่งเทียมฟ้า แต่หากยังมีมโนธรรมสักนิด คงคิดได้ว่าสมควรเลือกใคร ระหว่างภรรยาเอกกับอนุ การให้เกียรติกันไยมิใช่สมควรกระทำ”
บุรุษที่ดีควรรู้กฎเหล็กข้อนี้
หยางเจี้ยนหรี่ตา เอ่ยลอดไรฟัน “แต่เ้ากำลังไม่ให้เกียรติข้า”
“ต่อไปข้าจะให้เกียรติท่าน”
“แล้วที่เ้ารังเกียจข้า”
ิเยว่กระซิบตอบ “ข้าไม่เคยรังเกียจท่าน”
บุรุษแค่นเสียงเบา ได้ยินแค่พวกเขา “ไม่รังเกียจกัน แต่ถีบตกเตียง!”
“ข้ากำลังจะขอโทษอยู่นี่ไง!”
“...”
ความเงียบสงัดพลันบังเกิดเพราะตกอยู่ในภวังค์
จังหวะนั้นซู่หลินรีบถลันโผกายมาทางหยางเจี้ยน นางคุกเข่าแทบเท้า ร้องไห้เหมือนใกล้จะตาย
“ท่านแม่ทัพ ช่วยหลินเอ๋อร์ด้วย ฮูหยินของท่านทำแบบนี้ได้อย่างไร จิตใจคับแคบหึงหวงไร้คุณธรรมเหลือเกิน”
แม้น้ำเสียงสั่นเครืออ่อนหวานน่าสงสาร ทว่าวาจากลับตัดพ้อได้อย่างร้ายกาจ ตรงไปตรงมาตรงประเด็นที่สุด ซู่หลินจงใจทำเสียงดังลั่นให้รู้โดยทั่วกันอีกด้วย
ภรรยาเอกของแม่ทัพหยางย่อมต้องถูกพิพากษาด้วยกฎเจ็ดออก!
ทว่าเมื่อเงยหน้าเปื้อนน้ำตาพร่างพราวพิลาสล้ำ ไหนเลยจะมีแม่ทัพหนุ่มผู้สง่างามยืนอยู่
หย่างเจี้ยนสะบัดชายแขนเสื้อเดินออกไปนอกเรือนั้แ่เมื่อใดก็สุดรู้ ไป๋ิเยว่ก็หายตัวไปแล้วเช่นกัน
ซู่หลินเบิกตา ไร้วาจาเนิ่นนาน
บุรุษถูกก่อกวนอย่างอุกอาจ สมควรคาดโทษสตรี แต่เขากลับเป็ฝ่ายชักนำนางออกไปอย่างเร่งรีบคืออันใด?