ตอนที่ 9
ทางด้านของหรงหลีิ่ ที่ออกมายืนรอเมียของตัวเองอยู่ที่หน้าบ้าน เพราะเมื่อกลับมาบ้านแล้ว ลูกสาวของเขาบอกว่าแม่นั้นเข้าป่าไป แม้จะไม่อยากจะเชื่อสักเท่าไร คิดว่าอาจจะออกไปคุยกับเพื่อนเหมือนเดิมก็ได้ แต่วันนี้เห็นว่าเย็นแล้ว แต่ยังไม่กลับมาเสียที จึงอดที่จะเป็ห่วงไม่ได้ จึงได้ออกมายืนรออย่างนี้
แต่รอแล้วรอเล่า นานแล้วก็ยังไม่เห็นจะกลับมาเสียที จึงอดที่จะเป็ห่วงไม่ได้ ยิ่งเย็นมากขึ้นเท่าไรความเป็ห่วงจึงได้มากขึ้นเท่านั้น
"แม่สามี ทำไมน้องรองถึงได้ออกมายืนรอใครอยู่หน้าบ้านอย่างนั้นกัน ไม่ใช่ว่าน้องสะใภ้รอง ออกไปนอกบ้านแล้วยังไม่กลับมาอีกแล้วหรือเปล่าคะ ฉันบอกแล้วว่าสะใภ้รองเป็เมียที่ไม่ได้เื่ แม่สามีก็มาว่าฉัน"
เมื่อเห็นน้องสามีออกมายืนรอ คงไม่พ้นรอเมียอย่างแน่นอน แล้วผู้หญิงอย่างนี้หรือจะเป็คนดี เหมาะสมกับน้องรอง แทนที่จะอยู่บ้านทำอาหารรอสามี แต่กลับออกไปตระเวนอยู่นอกบ้านอย่างนี้
"สะใภ้ใหญ่ ฉันบอกว่าอย่ายุ่งเื่ของคนอื่น จะดีไม่ดีก็เป็เื่ของครอบครัวเขา เธอจะไปยุ่งทำไมกัน"
แม้ภายในใจจะรู้สึกอย่างนั้นก็ตาม แต่จะให้พูดออกมาอย่างนั้นก็ทำไม่ได้ เธอเองก็สงสารทั้งลูกและหลาน แม้จะเป็หลานสาว ที่เธอเองไม่ได้รักมากกว่าหลานชาย แต่ก็เป็หลานอยู่ดี
"ก็ฉันสงสารน้องรองนี่คะ ที่มีเมียไม่ได้เื่อย่างนั้น" พูดออกไปเสียงอ่อย เมื่อถูกแม่สามีว่าเอา
"ลูกรอง มายืนรออะไรอยู่ตรงนี้กัน" ถามลูกชายเสียงอ่อน
"ผมมารออ้ายเยว่ครับ ยังไม่กลับมาเสียที ผมเป็ห่วงครับ" เขาบอกไปตามที่เขาคิด เพราะตอนนี้เป็ห่วงจริงๆ
"น้องรอง จะต้องเป็ห่วงทำไมกัน ไม่ใช่ว่าออกไปคุยเหมือนทุกวันอย่างนั้นหรือ เดี๋ยวหิวก็กลับมาเองนั่นล่ะ"
จะต้องเป็ห่วงเื่อะไรกัน ไม่น่าที่จะเป็ห่วงเลยสักนิดเดียว เธอเคยเดินไปเห็น ส่วนใหญ่ก็อยู่กับกลุ่มเพื่อนที่ไม่ต้องทำงานนั่นล่ะ
"แล้วสะใภ้รองไปไหนล่ะ เย็นมากแล้ว ทำไมถึงยังไม่กลับมาอีก" เธอไม่คิดที่จะสนใจสะใภ้ใหญ่ จึงได้หันไปถามลูกชาย
"แม่สามี ฉันบอกแล้วว่าสะใภ้รองออกไปคุยกับเพื่อนเหมือนทุกวันนั่นล่ะ น้องสามีจะเป็ห่วงไปทำไมกัน"
"ถ้าเป็อย่างนั้น ผมคงไม่ต้องเป็ห่วงหรอกครับ แต่วันนี้ลูกสาวของผมบอกว่าเธอเข้าไปในป่า แต่ตอนนี้ก็เย็นแล้ว ไม่เห็นกลับมาเสียที ผมจึงได้เป็ห่วงครับ"
เขาไม่ได้คิดที่จะสนใจสิ่งที่พี่สะใภ้บอกออกมามากนัก เพราะรู้ว่าพี่สะใภ้ไม่ชอบเมียของเขา แต่เื่พวกนั้นเป็เื่ภายในครอบครัวของเขา พี่สะใภ้ไม่มีสิทธิ์ที่จะพูดด้วยซ้ำ เขายังไม่พูดอะไรเลย แต่คนอื่นกลับมาคิดแทนเขาเสียได้ แต่เพราะรู้นิสัย และไม่อยากให้เกิดปัญหา จึงไม่ได้พูดอะไรออกไป
"เข้าป่าอย่างนั้นหรือ น่าเป็ห่วงจริงๆ ด้วย" เมื่อได้ยินอย่างนั้นก็อดที่จะเป็ห่วงไม่ได้
"โธ่ แม่สามี น้องรอง อย่าไปเชื่อเลยค่ะ ฉันคิดว่าอย่างไรสะใภ้รองก็อยู่ในหมู่บ้าน สะใภ้รองอาจจะหลอกลูกสาวของเธอก็ได้ ถึงได้บอกออกมาอย่างนั้น ทุกวันก็เป็อย่างนั้นไม่ใช่หรือ แล้ววันนี้จะเปลี่ยนไปได้อย่างไรกัน"
ทั้งสองคนที่ได้ฟังก็น่ิ่งไป เพราะสิ่งที่สะใภ้ใหญ่พูดออกมานั้นไม่ได้เกินจริงเลยสักนิด เพราะทุกวัน่หลังมานี้ เป็อย่างนั้นทุกวันจริง
"แม่ก็ว่าอาจจะเป็อย่างสะใภ้ใหญ่พูดก็ได้ ลูกเองก็อย่าได้มายืนรอเลย เดี๋ยวก็กลับมาเองนั่นล่ะ"
นิสัยสะใภ้รองที่ทำเป็ประจำมันจะสามารถเปลี่ยนไปได้อย่างนั้นหรือ คงจะยาก ได้แต่มองลูกชายด้วยความสงสาร แต่ก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้ ทำได้เพียงเอาใจช่วยเท่านั้นเอง
"ใช่แล้วล่ะ น้องรองไม่ต้องรอหรอก สะใภ้รองคงจะหลบงาน เดี๋ยวน้องรอง ทำเสร็จแล้วก็คงจะกลับมาเองนั่นล่ะ"
เมื่อเห็นว่าทุกคนเริ่มคล้อยตาม คำพูดของเธอจึงได้พูดซ้ำ เพื่อย้ำว่าเื่นั้นเป็เื่จริง และไม่สามารถที่จะเปลี่ยนไปได้อย่างแน่นอน อย่างนี้สะใภ้รองจะดีในสายตาของทุกคนไปได้อย่างไรกัน สักวันความอดทนจะต้องหมดอย่างแน่นอน
"ไม่ทราบว่าพี่สะใภ้ใหญ่กำลังพูดถึงฉันอยู่อย่างนั้นหรือคะ"
เธอเดินกลับมาใกล้จะถึงบ้านแล้ว ได้ยินพี่สะใภ้พูดถึงเธอในทางไม่ดี ไม่ได้โกรธอะไรหรอกนะ เพราะก่อนหน้านั้นเป็อย่างนั้นจริง แต่ไม่ใช่กับต่อไปนี้เสียหน่อย ในเมื่อเธอจะเปลี่ยนตัวเองแล้ว ก็ต้องให้ทุกคนได้เห็นด้วยสิ
"อ้ายเยว่ น้องกลับมาแล้ว พี่เป็ห่วงมาก เห็นลูกบอกว่าเข้าป่า เย็นแล้วยังไม่กลับมาอีก"
"สะใภ้รอง" เป็เสียงของแม่ผัวและลูกสะใภ้ ที่เห็นว่าใครเดินกลับมา
"ฉันกลับมาแล้วค่ะ พอดีเข้าป่าไปได้ของมาหลายอย่างเลยกลับมาช้า และก่อนออกจากป่าเจอกับพ่อเลยคุยกันนิดหน่อยด้วยค่ะ แล้วกำลังคุยอะไรถึงฉันกันอยู่หรือเปล่าคะ"
"ไม่มีอะไรหรอก พอดีพี่ออกไปรอน้อง แม่กับพี่สะใภ้เลยเข้ามาถาม" เขาตอบออกไปอย่างนั้น เพราะว่าไม่อยากที่จะให้เกิดเื่ขึ้น เพราะอย่างไรก็ถือว่าเป็คนในครอบครัวเหมือนกัน
"อืม...หรือคะ"
"มาเร็วเข้า พี่จะยกตะกร้าให้ ทำไมถึงได้เก็บอะไรมาเยอะแยะ ดูสิหนักมากเลยนะ" เมื่อเห็นของที่แบกกลับมาจึงอดที่จะบ่นไม่ได้
"พอดีเห็นแล้วเสียดาย เดี๋ยวแบ่งให้แม่เอากลับไปทำอาหารเย็นก็ได้นี่คะ บ้านเราคงจะกินกันไม่หมดหรอกค่ะ"
"ไม่ต้องให้แม่หรอกสะใภ้รองเก็บเอาไว้กินเถอะ เหลือมากหน่อยก็เอาไปขายให้สหกรณ์ก็ได้นี่นา"
"ได้อย่างไรล่ะคะแม่ ของตั้งมากมายแบ่งให้บ้านเราถูกต้องแล้ว" สะใภ้ใหญ่รู้สึกไม่ยินยอม ที่แม่สามีจะไม่รับของกลับบ้าน
"สะใภ้ใหญ่คราวหลังถ้าอยากกินก็เข้าไปหาเก็บเองบ้าง อยู่บ้านทั้งวัน ไม่รู้จักหาอาหารเข้าบ้านบ้าง"
"โธ่ แม่สามีฉันทำงานบ้านทั้งวันนะคะ เหนื่อยจะตายไป จะเอาแรงที่ไหนเข้าป่าไปได้ล่ะคะ"
"แม่สามีเอาไปเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันจะแบ่งให้เองค่ะ เอาไก่กลับไปด้วยสักตัวหนึ่งด้วยนะคะ จะได้บำรุงร่างกายกัน ฉันได้มาห้าตัวเลยค่ะ"
"ได้หลายตัวทำไมถึงให้แค่ตัวเดียวเองล่ะ"
"เงียบปากไปเลยสะใภ้ใหญ่ สะใภ้รองให้ก็ดีแค่ไหนแล้ว ถ้าหล่อนอยากได้เยอะๆ ก็ออกไปล่ามันเองแล้วกัน"
"แม่สามี ใครจะไปทำได้กันล่ะคะ"
"ในเมื่อรู้แล้วก็หยุดปากไปเลย"
ส่วนหวังอ้ายเยว่ ไม่คิดที่จะสนใจว่า้าเท่าไร เธอให้แม่สามีเพื่อแสดงความกตัญญูไม่ได้เกี่ยวกับพี่สะใภ้ใหญ่เลยสักนิด แล้วจะต้องไปสนใจทำไมกัน
"นี่ครับ แม่รับไปเถอะครับ" เขายื่นผักป่า เห็ดป่า ที่อ้ายเยว่ แบ่งมาให้พร้อมทั้งไก่ป่าอีกหนึ่งตัวให้กับแม่ของเขา
"ขอบใจมากนะ สะใภ้รอง ลูกรอง อย่างนั้นแม่กลับบ้านแล้ว ไปกันได้แล้วสะใภ้ใหญ่ ป่านนี้ทุกคนคงจะรอแล้วว่าทำไมถึงไม่กลับไปทำอาหารกันเสียที"
"ค่ะ แม่สามี"
รับคำด้วยใบหน้าบึ้งตึง เพราะไม่พอใจ ยิ่งได้เห็นของที่มีอยู่มากมาย แต่กลับได้มาไม่มากนัก โดยเฉพาะไก่ป่า ไม่ใช่มีอยู่ถึงห้าตัวไม่ใช่หรือกลับได้มาแค่เพียงตัวเดียว เจ็บใจยิ่งนัก ที่บ้านไม่ค่อยได้กินเนื้อมากนักเพราะล่าสัตว์ไม่เก่ง เมื่อเห็นอย่างนั้น ความอิจฉาจึงมีมาก โดยไม่คิดสักนิดว่าของที่ตัวเองอยากได้นั้น ไม่ใช่ของตัวเองเลยสักนิดเดียว
( ฝากตอนต่อไปด้วยนะคะ )