ณ บ้านสกุลสือ
“ทำไมวันนี้เ้ามาคนเดียวอีกแล้วเล่า นานแล้วที่ข้าไม่ได้พบหน้าลูกเขยกับิจู” นายท่านสือพูดกับลูกสาว
“ระยะนี้ิจูออกไปพบปะกับคุณหนูสกุลอื่นอยู่เสมอ โดยเฉพาะคุณหนูหลัวถิงถิง คุณหนูผู้นี้เป็บุตรสาวของรองนายอำเภอที่ิจูมักจะไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆ เ้าค่ะ จะเรียกว่าพวกนางเป็สหายสนิทกันก็ได้” ฮูหยินใหญ่เซี่ยบอกกับบิดา “ิจูของเราใกล้ถึงวัยปักปิ่นแล้ว อีกไม่นานเราก็จะหาคู่ครองให้นางได้แล้วเ้าค่ะ ทำความรู้จักกับบุตรหลานขุนนางไว้บ้างจะเป็ผลดีกับนางเอง”
นายท่านสือถอนหายใจ “เวลาช่างผ่านไปรวดเร็ว อีกไม่นานิจูก็จะปักปิ่นแล้ว แต่น่าเสียดายที่มารดาของเ้ามาด่วนจากไป นางจึงไม่มีโอกาสได้เห็นหลานสาวเติบโต พูดถึงเื่นี้...เ้าไม่คิดที่จะมีบุตรชายให้ลูกเขยสักคนหรือ กิจการของสกุลเซี่ยมีมากมาย ครอบครัวสายหลักของเ้าจะไม่มีบุตรชายไว้สืบทอดได้อย่างไรกัน”
“ท่านพ่อไม่จำเป็ต้องกังวลเื่นี้เลยเ้าค่ะ”
“จะไม่ให้ข้ากังวลได้อย่างไร เ้ามีิจูเป็ทายาทแค่คนเดียว เมื่อิจูแต่งออกไป สมบัติที่พวกเ้าหามาได้คงเป็ได้แค่เพียงสินเ้าสาว หลังจากนั้นเล่า สมบัติเ่าั้จะตกเป็ของผู้ใด นายท่านรองเซี่ยมีบุตรชายอยู่คนหนึ่ง ภรรยาของนายท่านห้าเซี่ยก็กำลังจะคลอด หากนางคลอดลูกชายออกมาจะทำอย่างไร ทุกคนต่างก็มีบุตรชายไว้สืบทอด แต่ครอบครัวสายหลักของเ้ากลับไม่มีบุตรชายเลยสักคน เ้าควรหาอนุไว้ให้ลูกเขยสักหลายๆ คน เ้าเข้าใจที่ข้าพูดหรือไม่”
“ข้าหาอนุไว้ให้ท่านพี่ตั้งหลายคน แต่พวกนางไม่มีที่ท่าว่าจะท้องเองนี่เ้าคะ มันไม่เกี่ยวกับข้าสักหน่อย”
“หากท้องไม่ได้ เ้าก็ขายพวกนางออกไปแล้วก็หาคนใหม่เข้ามาสิ” นายท่านสือจ้องลูกสาวเขม็ง “เ้าหัดมองการณ์ให้ไกล รอให้พวกนางคลอดลูกชายออกมาสักคน จากนั้นเ้าก็รับเด็กคนนั้นมาเป็บุตรของเ้าเสีย ส่วนอนุเ่าั้เ้าจะจัดการอย่างไรยังต้องให้ข้าสอนอีกหรือ เ้าควรคิดถึงสมบัติของตระกูลเซี่ยไว้ให้มาก”
ฮูหยินใหญ่เซี่ยรู้เจตนาดีของบิดา และนางก็รู้ด้วยว่าสิ่งที่บิดาพูดมานั้นคือเื่จริง แต่นางทนให้สามีมีบุตรกับสตรีอื่นไม่ได้จริงๆ เพราะนางกลัวว่าความรักที่สามีมีต่อนางจะลดน้อยลง ดังนั้นนางจึงทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้อนุเ่าั้ท้อง เื่นี้มีเพียงนางเท่านั้นที่รู้
“ข้าเข้าใจแล้วเ้าค่ะท่านพ่อ” ฮูหยินใหญ่เซี่ยแสร้งรับปากบิดาก่อนจะเปลี่ยนเื่ “ท่านพ่อเ้าคะ ที่ข้ามาพบท่านในวันนี้เพราะมีเื่อยากปรึกษาเ้าค่ะ”
“เป็เื่ร้านขายสมุนไพรกับโรงหมอเซี่ยไห่ถังกระมัง”
“ใช่แล้วเ้าค่ะ ไม่กี่วันก่อน ข้าส่งคนของข้าให้เข้าไปทำงานที่อบอุ่นการแพทย์ จึงได้ทราบว่าหลี่เหิงเยว่มีวิชาแพทย์ล้ำเลิศจริงๆ ท่านหมอฉีและท่านหมออันยังเป็เพียงลูกมือของนาง อีกทั้งหมอส่วนใหญ่จากโรงหมอในอำเภอเรา พวกเขาต่างก็ไปทำงานที่อบอุ่นการแพทย์กันหมด หากเราปล่อยไว้เช่นนี้ ข้าคิดว่าอีกไม่นานเซี่ยไห่ถังกับร้านขายสมุนไพรของเราคงต้องปิดตัวลงแล้วเ้าค่ะ”
“เื่ร้านขายสมุนไพรเราคงต้องหาวิธีจัดการจริงๆ เพราะข้าก็ได้ยินมาเหมือนกันว่ายาที่อบอุ่นการแพทย์มีประสิทธิภาพมาก ทั้งยาที่พวกเขาเอามาขายก็เป็ยาเม็ด ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ล้วนกินได้ง่าย ไม่เหมือนยาสมุนไพรต้มของเรา ส่วนเื่โรงหมอเ้ายังไม่ต้องเป็ห่วง เพราะต้าเฉียงได้เขียนจดหมายไปขอความช่วยเหลือจากอาจารย์กับศิษย์พี่ของเขาที่เมืองหลวงแล้ว”
“ยังเป็ต้าเฉียงที่คิดการได้รอบคอบ แล้วเวลานี้ต้าเฉียงไปอยู่ที่ไหนเสียแล้วเ้าคะ หลานชายไม่อยู่บ้านหรือ?”
“คงขลุกอยู่ที่โรงหมอนั่นล่ะ” นายท่านสือยิ้มภูมิใจ “ต้าเฉียงเป็เด็กใฝ่ดีและมีมานะ แม้จะรู้ว่าฝีมือการรักษาของตนจะสู้อบอุ่นการแพทย์ไม่ได้ แต่เขาก็ยังไปนั่งที่โรงหมอเพื่อรักษาคนไข้ทุกวัน”
“บิดามารดาของต้าเฉียงล้วนจากไปเร็ว ต้าเฉียงจึงถูกท่านเลี้ยงดูมาจนโต ต่อไปท่านก็ไม่ต้องห่วงแล้วนะเ้าคะท่านพ่อ ต้าเฉียงย่อมกตัญญูและเลี้ยงดูท่านอย่างดีแน่นอนเ้าค่ะ”
“พี่ต้าเฉียง ข้าตุ๋นน้ำแกงไก่มาให้ท่านดื่มเ้าค่ะ ข้าได้ยินคนงานที่โรงหมอบอกว่าพักนี้ท่านทำงานหนักจนแทบไม่ได้พักผ่อน” เซี่ยิจูถือตะกร้าใส่อาหารเดินเข้าไปในห้องพักของสือต้าเฉียง
“ไม่เห็นต้องลำบากเลยน้องิจู งานครัวเป็เื่ของคนงาน เ้าจะเอามืออันบอบบางของเ้าไปทำเื่พรรค์นั้นทำไม” สือต้าเฉียงคว้าตะกร้าจากมือเซี่ยิจูไปวางไว้ ก่อนที่เขาจะใช้มือทั้งสองข้างของเขาประกบมือเล็กไว้ตรงกลาง “ทีหลังไม่จำเป็ต้องทำเช่นนี้แล้ว หากเ้าาเ็ขึ้นมา ข้าคงปวดใจแย่”
เซี่ยิจูยิ้มอย่างเขินอาย แต่นางก็ไม่ได้ชักมือกลับ “ข้าแค่เป็ห่วงท่าน ก็เลยอยากดูแลท่านด้วยตัวเองเ้าค่ะ”
“ในเมื่อเ้าตั้งใจตุ๋นน้ำแกงไก่มาให้ข้า ข้าก็จะดื่มมันอย่างดี” สือต้าเฉียงจูงมือเซี่ยิจูไปนั่งที่เก้าอี้ของตน “แต่น้ำแกงที่เ้าเตรียมมามีมากเกินไป เ้าก็ดื่มมันกับข้าเลยก็แล้วกัน”
“ไม่ได้หรอกเ้าค่ะ ข้าตั้งใจทำมาให้ท่านโดยเฉพาะ หากมันมากเกินไป ท่านก็เก็บไว้ดื่มทีหลังได้” เซี่ยิจูปฏิเสธ
“ิจู...” สือต้าเฉียงใช้นิ้วชี้ของตนเองแตะไปที่ริมฝีปากน้อยๆ ของหญิงสาวเป็เชิงห้าม “ฟังพี่ชายเถิด”
เซี่ยิจูเคยได้รับััจากบุรุษที่ใดกัน นางรู้สึกว่าปลายนิ้วของชายหนุ่มตรงหน้าช่างร้อนเสียจนทำให้ริมฝีปากของตนร้อนตามไปด้วย นางก้มหน้าหลบสายตาร้อนแรงนั้น
“มาเถอะ ข้าจะป้อนน้ำแกงไก่ให้เ้า” สือต้าเฉียงยื่นช้อนไปชิดริมฝีปากของหญิงสาว แต่ใบหน้าและริมฝีปากเล็กๆ นั้นชวนให้น่าลิ้มลองยิ่ง มือเขาจึงสั่นอย่างไม่อาจควบคุม ส่งผลให้น้ำแกงไก่เลอะริมฝีปากของหญิงสาว เขาวางช้อนและถ้วยในมือลงช้าๆ จากนั้นเขาก็โน้มเข้าหาหญิงสาว ก่อนที่จะใช้ริมฝีปากของตนเองจัดการกับรอยเลอะนั้น
เซี่ยิจูคิดจะร้องห้าม แต่สือต้าเฉียงกลับไม่ให้โอกาสนั้น เขาเริ่มจูบหญิงสาวอย่างอ่อนโยน ก่อนที่จะถอนริมฝีปากอย่างเสียดาย
“ิจู เ้าโทษพี่ชายหรือไม่?”
เซี่ยิจูส่ายหน้า นางพึงพอใจในตัวญาติผู้พี่มาแต่ไหนแต่ไร แต่เพราะตนกับเขาเป็ลูกพี่ลูกน้องกัน อีกทั้งเขายังเป็แพทย์ฝีมือดีและหน้าตาหล่อเหลา นางจึงคิดว่าเขาคงไม่คิดอะไรกับนางเป็แน่ แต่เมื่อครู่เขากลับทำเหมือนกับนางเป็หญิงสาวในดวงใจที่เขาอยากทะนุถนอม เช่นนั้นก็หมายความว่านางมีสิทธิ์ที่จะรักญาติผู้พี่ใช่หรือไม่ หากเป็เช่นนั้น เมื่อครู่ต้องเป็เขาที่อยากแสดงความรักต่อนางเป็แน่
ส่วนสือต้าเฉียงกลับถอนหายใจโล่ง แค่อารมณ์ชั่ววูบก็เกือบจะพาเขาซวยไปแล้ว หากเขาทำให้เซี่ยิจูต้องมัวหมอง ลุงเขยกับท่านป้าต้องไม่เก็บเขาไว้แน่ หรือแม้แต่ท่านปู่ก็ต้องลงโทษเขา ทีหลังเขาต้องระวังตัวและระงับความอยากไว้ให้ดีเสียแล้ว
“เมื่อครู่ข้าเห็นว่าริมฝีปากของเ้ามีรอยเปื้อน แต่ข้าไม่มีผ้าเช็ดหน้า หากข้าจะใช้แขนเสื้อเช็ดให้มันก็ไม่เหมาะสม ข้าจึงเลือกที่จะใช้วิธีนี้ ยังดีที่เ้าไม่ถือสา ต่อไปข้าจะระวังให้มากกว่านี้” สือต้าเฉียงจับมือหญิงสาว “เ้าอย่าได้บอกเื่นี้กับผู้ใดเชียวนะ เพราะข้ากลัวว่าชื่อเสียงของเ้าจะเสียหาย”
“ข้าเข้าใจแล้วเ้าค่ะ” เซี่ยิจูรับคำอย่างเชื่อฟัง นางไม่ได้เอะใจในคำพูดนั้น เพราะเวลานี้หัวใจดวงน้อยๆ ของนางได้มอบมันให้กับญาติผู้พี่ไปจนหมดแล้ว ‘ข้าจะกล่าวโทษท่านได้อย่างไรเ้าคะพี่ต้าเฉียง ข้ารอวันที่ท่านจะหันมามองข้ามานานแล้ว เมื่อครู่ที่ข้าได้รับจุมพิตจากท่าน ข้าก็รู้แล้วว่าชีวิตนี้ข้าไม่อาจขาดท่านได้’
หนึ่งเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว องครักษ์ทั้งสิบคนได้ย้ายมาอยู่กับเซี่ยลี่หยางเป็ที่เรียบร้อยแล้ว แต่เป็เพราะด้านหลังโรงสุราคับแคบเกินไป ในระหว่างหนึ่งเดือนนั้น เซี่ยลี่หยางจึงจ้างคนงานให้ไปสร้างบ้านหลังใหญ่ในที่ดินผืนใหม่ขึ้นมาหนึ่งหลัง เพื่อเป็ที่อาศัยของเขาและครอบครัว และเขายังได้สั่งให้ช่างสร้างบ้านพักสำหรับองครักษ์ขึ้นมาอีกสองหลัง เวลานี้เขามีรายได้จากการประมูลสุราอยู่มากมาย ไม่ว่าจะจ้างช่างกี่ร้อยคนหรือสร้างบ้านขึ้นอีกหลายหลังก็ไม่ใช่ปัญหา
“เรือนพักของพวกเ้าอยู่ด้านหลังเรือนใหญ่ของข้า ต่อไปพวกเ้าก็ไปพักอยู่ที่นั่น” เซี่ยลี่หยางบอก
“ความจริงแล้วคุณชายไม่จำเป็ต้องสร้างที่พักให้เราเลยขอรับ เพราะองครักษ์เงาไม่อาจทิ้งเ้านายไปได้อยู่แล้ว พวกเราจะต้องคอยซ่อนตัวอยู่ใกล้ๆ เพื่ออารักขาท่าน” ฮ่าวเจิ้งคุณบอก
“ต่อไปนี้พวกเ้าทั้งสิบคนไม่ต้องทำหน้าที่เป็องครักษ์เงาที่ต้องอยู่แต่ในเงามืดอีกต่อไปแล้ว เพราะข้าจะให้พวกเ้ามาทำหน้าที่คุ้มกันและคอยติดตามพวกข้า” เซี่ยลี่หยางจ้ององครักษ์ทั้งสิบคน “ท่านลุงเจิ้งคุณจะมาเป็ผู้ช่วยของข้า ฮ่าวอีกับฮ่าวเอ้อยังไม่หายดี รอให้พวกเขาหายดี พวกเขาจะต้องมาติดตามข้ากับเยว่เยว่ ฮ่าวซานกับฮ่าวซื่อทำหน้าที่ขับรถม้าและคอยติดตามคุณชายเหวินซู ฮ่าวอู่กับฮ่าวชีขับรถม้าและติดตามคุณหนูหรงซิ่ง อ้อ...ยังมีฮ่าวลิ่ว เ้าไปเป็ผู้ช่วยท่านลุงเจิ้งคุณอีกทีก็แล้วกัน”
“แล้วข้าสองคนเล่าเ้าคะคุณชายลี่หยาง” ฮ่าวปาถามพร้อมกับส่งสายตาอิจฉาไปให้ฮ่าวชี เพราะนาง ฮ่าวชี และฮ่าวจิ่วเป็องครักษ์หญิงเหมือนกัน แต่ฮ่าวชีกลับถูกคุณชายเลือกให้เป็ผู้ติดตามคุณหนูหรงซิ่ง นี่ไม่เท่ากับนางกับฮ่าวจิ่วจะเป็เพียงคนว่างงานหรือ
“เ้าสองคนจะต้องคอยคุ้มครองท่านแม่”
“ขอบคุณเ้าค่ะคุณชาย” ฮ่าวปากับฮ่าวจิ่วรีบคุกเข่าขอบคุณ
“ในเมื่อรู้หน้าที่ของตนเองแล้ว พวกเ้าก็กลับไปพักผ่อนก่อนเถอะ” เซี่ยลี่หยางหันไปมองฮ่าวเจิ้งคุณ “รบกวนท่านลุงโปรดอยู่ก่อนนะขอรับ ข้ามีเื่สำคัญอยากปรึกษา”