วันต่อมา
สายโด่งแล้วอีตาประธานปีศาจยังไม่มาทำงานอีก โทร.ไปก็ไม่รับ ส่งข้อความไปก็ไม่ตอบ บ่ายนี้มีประชุมบอร์ดเปลี่ยนโครงสร้างงานด้วยสิ
ด้วยความร้อนใจ ฉันเลยต้องโทรหาคุณลุง(ท่านประธานคนเก่า) เผื่อคุณลุงจะติดต่อหาลูกชายเขาได้
<ว่าไงหนูลิล>
“สวัสดีค่ะ คุณลุง..ลิลขอรบกวนเวลาสักครู่นะคะ”
<ครับ>
“ลิลติดต่อคุณดัสตินไม่ได้เลยค่ะโทรไปก็ไม่รับ ข้อความก็ไม่ตอบ วันนี้มีประชุมสำคัญด้วยค่ะ คุณลุงพอจะมีทางติดต่อได้ไหมคะ”
<อืมมม.. ปกติลุงก็ไม่ค่อยได้ติดต่อเขาเท่าไร งั้นลิลไปตามเ้าตัวที่คอนโดได้ไหม>
“คะ?? .. คะ คอนโดหรอคะ”
<ใช่ ชั้น 19 ห้อง 196อยู่แถว……….. >
หลังจากฉันได้ที่อยู่มาเรียบร้อยฉันก็มานั่งถอนหายใจรอบที่ล้าน ขนาดอยู่ที่ทำงาน ยังเกือบจะฆ่าฉัน แล้วนี่ต้องไปตามที่คอนโดฉันไม่ถูกฝัง
ข้างผนัง ลาโลกเลยหรอ
“เอาไงดีวะเนี้ยยยย!!”
ฉันนั่งสบถ ขยี้ผมจนหัวฟู ถ้าฉันไม่ไปตามเขาเองตอนนี้ปัญหาได้ตามมาอีกเป็ขโยงแน่
“เอาวะ ..เพื่องาน! เป็ไงเป็กัน”
ว่าแล้วฉันก็เก็บกระเป๋าน้อยคู่ใจแล้วบึ่งไปปลายทางทันที
ณ คอนโดหรูใจกลางเมือง
ตอนนี้ฉันยืนจังก้าหน้าตึกสูงลิบตาเดินเข้าไปในตึกก็เจอพนักงานต้อนรับ ยืนยิ้มแฉ่งอยู่หน้าล็อบบี้
“สวัสดีค่ะคุณลูกค้า้าติดต่อเื่ใดคะ” พนักงานถาม
“เอ่อออ. มาหาคนน่ะค่ะ พอดีติดต่อเขาไม่ได้”
“ไม่ทราบว่าคุณลูกค้าหาใครอยู่คะ”
“คุณดัสตินค่ะ.. พอดี่บ่ายมีประชุมแต่ั้แ่เช้าแล้วติดต่อเขาไม่ได้เลย”
“ค่ะเดี๋ยวรบกวนคุณลูกค้ารอสักครู่นะคะ ทางเราจะลองติดต่อให้ก่อนค่ะ เพราะเรามีมาตราการไม่อนุญาตให้คนนอกขึ้นคอนโดโดยไม่มีเ้าของคอนโดมารับค่ะ..”
“รับทราบค่ะ ขอบคุณมากนะคะ”
ฉันยืนรอพนักงานโทร.ตามตาหมอท่านประธาน แต่นางก็แห้วเหมือนกันจ้ะ นางเลยโทรตามพี่ รปภ. และบอกให้ฉันตามขึ้นไปด้วย
ไม่นานเราก็ถึงหน้าห้องท่านประธาน
ก็อกๆๆๆ
“...” ไม่มีสัญญาณตอบรับ
“..ท่านประธานคะ”
“...”
“เอ่อ..”
‘ไม่ใช่ว่าอืดในห้องไปแล้วนะ ‘
ฉันหันไปมองพี่ รปภ. ว่าจะเอาไงต่อดี แกเลยเอากุญแจมาไขเปิดให้ เราค่อยๆ ย่อง เข้าไปในห้องหรูที่ใหญ่ว่าบ้านฉันเกือบ 10 เท่าได้
“ห้องนอนอยู่ทางซ้ายนะครับ”
พี่ รปภ. บอกเพราะเห็นฉันยืนนิ่งด้วยความไม่รู้ต้องไปเปิดห้องไหนก่อน ฉันไปตามที่พี่ รปภ. บอกเห็นห้องแง้มเอาไว้อยู่
ภายในห้อง มืดสลัวเพราะม่านทึบแสง แอร์เย็นเฉียบ มีเพียงแสงไฟหัวเตียงดวงน้อยๆ ที่เปิดให้ความสว่างลำไลอยู่ ฉันชะเง้อมองที่เตียงไซส์คิง ก็เห็นเหมือนคนนอนคลุมโปรง
พี่ รปภ. กับฉันยืนมองหน้ากันประหนึ่งว่าใครจะเป็คนไปปลุก และแน่นอน...ต้องเป็ฉันค่ะฉันค่อยๆ แง้มผ้าห่มดู เห็นสีหัวก็รู้แล้วว่า
นี่แหละ ตาท่านประธานปีศาจที่ฉันกำลังหาตัว
“ประธานคะ”
“...”
คนใต้ผ้าห่มไม่ตอบ แต่ขยับตัวนิดหน่อย จนฉันยกมือทาบอกด้วยความโล่งใจ เพราะคิดว่าจะเจอภาพน่าสยดสยองซะแล้ว
“งั้นผมขอตัวนะครับ..”
พี่ รปภ. บอกแล้วเดินออกไป เหลือฉันที่ยังยืนงง กับท่านประธานที่หลับลึกไปถึงนรกขุมไหนก็ไม่รู้
ฉันเปิดผ้าห่มออกจนเห็นหน้าเขา ก็ต้องใ เพราะเขาหน้าแดงกล่ำ เหงื่อออกชุ่มจนผมแปะตามหน้าและหายใจทางปาก
เป็ไข้!!!
ฉันถือวิสาสะรีบรื้อค้นตู้หาผ้าขนหนูผืนเล็ก ไปชุบน้ำเพื่อเช็ดตัวตาหมอคนนี้ทันที
“อืออออ”
เ้าตัวงอแง ส่งเสียงเหมือนรำคาญที่โดนกวน และคว้าผ้าห่มมาคลุมอีกรอบ
“ท่านประธาน คุณเป็ไข้นะคะตัวร้อนจี๋ขนาดนี้เดี๋ยวก็ช็อคตายกันพอดี”
เ้าตัวเริ่มมีสติสลึมสลือมาปัดมือฉันที่กำลังเช็ดหน้าให้เขาออก แล้วถลึงตาขมวดคิ้วใส่
“ใครอนุญาตให้เธอเสนอหน้าเข้าห้องฉัน”
ตื่นปุ๊ป ปากแซ่บปั๊บ ด้วยความหมั่นใส้ ฉันเลยถูหน้าเขาไปแรงๆ
“อยากตายหรอ!”
เ้าตัวบ่น ก่อนจะหยิบผ้าขนหนูในมือฉันแล้วโยนใส่กะละมังน้ำที่ฉันอุตส่าห์ไปหิ้วมา ฉันมองตาม พลางเม้มปากแน่น
‘ถ้าไม่ติดว่าเป็เ้านาย...ฉันจะตบให้คว่ำ !!’
“คุณนั่นแหละอยากตายหรอถ้าไม่ยอมให้ฉันเช็ดตัวให้ ฉันจะเรียกรถพยาบาลนะคะ”
“ไม่ต้องยุ่ง”
เ้าตัวพูดแล้วหันหลังหนี มีรึที่ฉันจะยอม ฉันถกเสื้อเขาขึ้นเพื่อเช็ดตัวต่อ
ฟึ่บ!
“ว้ายยยย”
ท่านประธานกระชากแขนฉันอย่างแรงจนฉันลงไปนอนแหมะอยู่บนเตียงกับเขา โดยที่ขาเล็กๆ ของฉันพาดบนตัวเขาอยู่
“รึที่ดื้อด้าน…เพราะอยากขึ้นเตียงกับฉันกันแน่”
เขาพูดด้วยเสียงแหบพร่าและทำท่าจะแกะกระดุมเสื้อฉัน
“ประสาท!!!!”
ฉันยกมือน้อยๆ ขึ้นดันหน้าเขาออก จนเ้าตัวหน้ายู่ด้วยความเจ็บ ฉันรีบลุกแล้วถอยให้ห่างที่สุด
“ถ้าไม่ให้เช็ดตัวงั้นก็เชิญดูแลตัวเองละกันนะคะ ... ฉันมาเพราะหน้าที่ ไม่ได้พิศวาสอะไรคุณแบบนั้นหรอก”
ฉันว่าประชดก่อนจะรีบเดินออกมา คว้ากระเป๋าเตรียมกลับบริษัทแต่สมองที่ขี้สงสารดันเกิดอาการกำเริบขึ้นมา
…สภาพนั้น จะลุกไหวรึเปล่า
…หิวรึเปล่า ทำอาหารกินเองได้ไหม
ฉันหันมองครัวที่สะอาดสะอ้านประหนึ่งไม่เคยใช้ ขาเ้ากรรมก็เดินไปเปิดตู้เย็น เพื่อดูว่ามีอะไรพอทำได้บ้าง ..ว่างเปล่า
ในตู้เย็น มีแค่น้ำเปล่า กับ เบียร์ แล้วก็เนื้อออสเตรเลียอยู่แพ็คนึง ฉันหันมองชั้นเคาน์เตอร์ลอยก็เห็นโจ๊กกระป๋องอยู่
“กินๆ ไปก่อนละกันเดี๋ยวจะหาว่าใจจืดใจดำอีก”
ฉันบ่นพึมพำก่อนจะลงมือต้มโจ๊กโดยผสมเนื้อออสเตรเลียแพ็คนั้นหั่นชิ้นลงไปเพิ่มให้ด้วยจากนั้นก็เอาไปวางไว้ให้ที่หัวเตียง พร้อมกับยา
ลดไข้ชุดนึงที่ฉันพกติดตัวไว้ตลอดเวลา
“ลิลต้มโจ๊กมาให้ค่ะ ทานยาด้วยนะคะส่วนตารางงานวันนี้ ลิลจะเลื่อนให้ ถ้าพรุ่งนี้ยังไม่ดีขึ้นรบกวนโทรแจ้งลิลหน่อยนะคะ ..”
“....”
ท่านประธานที่มุดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มเงียบไม่ตอบอะไร ฉันว่าจบก็คว้ากระเป๋ากลับออฟฟิศทันที
.........................................................................................................................
ดัสติน said
ผมเป็ไข้ั้แ่เมื่อคืน แต่ไม่ได้คิดว่าจะหนักขนาดที่ว่าจะลุกไปทำงานไม่ไหว
วันนี้เลขาตัวดีมาปลุก ซึ่งผมก็พอจะเดาได้ว่าพ่อคงให้ที่อยู่กับเธอมา
จ้อกกกก~
“แม่งเอ้ย…”
เ้าตัวกลับไปแล้วเหลือแค่โจ๊กที่ส่งกลิ่นหอมๆอยู่บนหัวเตียงผม ผมพยายามจะไม่สนใจเพราะผมไม่อยากติดหนี้บุญคุณเธอ แต่ท้องเ้ากรรมดันร้องหิวขึ้นมา ผมค่อยๆ ลุกขึ้น มองโจ๊กถ้วยโต กับยาลดไข้แผงนึง
“...หึ เสียดายหรอกถึงกิน”
ผมคว้าโจ๊กหอมๆนั่นมากินจนหมดแล้วกินยาตาม เช็คโทรศัพท์ ก็เห็นเบอร์เธอเกือบ 20 สายที่ไม่ได้รับข้อความอีกเพียบแล้วก็เบอร์พ่อด้วย
“วุ่นวายกันแต่เช้าเลยนะ น่ารำคาญชะมัด”
ผมวางโทรศัพท์ลง และล้มตัวนอนต่อ