ตอน 3 น้องรองของข้า
"ฝ่าาขอรับ ครบเวลาหนึ่งก้านธูปแล้ว ไท่จื่อยังไม่มีวี่แววจะออกจากป่าทึบ" แม่ทัพใหญ่หงอี้เริ่มเกิดข้อสงสัย เข้าหาฝ่าาที่ข้างกาย พูดซุบซิบข้างหู
"ห่ะ หากมีความผิดปกติจริง ข้าจะลงโทษผู้ที่ปองร้ายกับไท่จื่อให้สาสม " ฝ่าาเริ่มนั่งไม่ติดกระโจม ร้อนใจที่สุด
"ไป เ้าไปสั่งทหารหลวงทุกคน ให้ปิดล้อมป่าทึบ ส่วนเ้าจงตามหาอวี๋ชวี่ให้ทั่วทุกซอกป่า ห้ามละเลยแม้แต่มุมเดียว" ฝ่าาออกคำสั่งลั่นลานล่าสัตว์ ให้ทุกคนได้ยิน
พิธีล่าสัตว์จบลงไม่เป็ท่า คนในที่นั่นแตกตื่นกับการหายตัวไปของไท่จื่อ เพื่อสกัดหาตัวผู้ร้าย เหล่าขุนนางน้อยใหญ่ที่อยู่ในที่นั้นด้วย ถูกจับคุมตัวไว้สอบสวนทั้งหมด
ฝ่าาผู้ปรีชา กว่าจะรู้ตัว คนร้ายผู้ที่ลงมือกับไท่จื่อ หนีไปไกลถึงแห่งไหนต่อหนไหนแล้ว ไม่อยู่ในพื้นที่ให้โง่เสี่ยงถูกจับตัวหรอก
"เสด็จพ่อ โปรดปล่อยตัวลูก ปล่อยให้ลูกได้ตามหาไท่จื่อช่วยทหารหลวงอีกแรง" ฝ่าาสั่งคุมตัวทุกคน แม้กระทั่งองค์ชายรองโจวเหวินก็ถูกคุมตัว
"ฝ่าา ท่านใจดำเกินไปหรือไม่ นั่นโจวเหวิน โอรสของท่านเอง ท่านยังกล้าคุมตัว คนเป็มารดาอย่างข้าไม่ยอมแน่" หวงกุ้ยเฟยออกหน้าปกป้องลูก ลุกขึ้นตำหนิฝ่าาแบบไม่สนใคร จนฝ่าาสำนึกได้
"ทหาร ปล่อยตัวองค์ชายรองซะ"
"ขอบพระทัยเสด็จพ่อ... " โจวเหวินคุกเข่าขอบคุณฝ่าา
"ไปซะ ไปตามหาพี่ใหญ่ของเ้าให้พบ" ฝ่าาพูดกับโจวเหวินด้วยแววตามีความหวัง
"จ้าว..อวี๋ชวี่... ตายไปแล้วก็ตายไปซะ อย่าได้กลับมาทำให้บุตรของข้าต้องเดือดร้อน อีกไม่นานตำแหน่งไท่จื่อของเ้า ข้าจะชิงมันมามอบให้โจวเหวินลูกของข้า" หวงกุ้ยเฟยคิดในใจ นางรู้อยู่แล้วว่าต่อให้พลิกผืนป่าหาด้วยกำลังพลแสนนาย ก็ไม่อาจนำไท่จื่อกลับมาได้
กุ้ยเฟยไม่อยากเสียเวลารั้งอยู่ แกล้งปวดหัวขอตัวกลับวัง
ณ หน้าผาจุดที่อวี๋ชวี่ตกลงไป
"นี่มันป้ายหยกของเ้า จ้าวอวี๋ชวี่... "
"น้องรองของข้า อย่าบอกนะว่าเ้า...." โจวเหวินเป็คนแรกที่พบเบาะแส เขามั่นใจเปี่ยมร้อย ว่าอวี๋ชวี่ตกเหวลึก
จังหวะนั้น ผู้เป็พี่มีสายเืผูกพัน ไม่ทันทำใจได้ ยืนอึ้งตกอยู่ในห้วงความคิดอยู่พักใหญ่
ฟองอากาศก้อนหนาๆเริ่มผุดขึ้นเหนือหัว แสดงภาพย้อนอดีตวัยเด็กเต็มไปหมด
ภาพที่ผุดขึ้นคือเื่ฝังใจในอดีตเมื่อ 14 ปีก่อน
ณ วังใหญ่อันโอ่อ่ากลางลานหลวง
"โจวเหวิน... ท่านร่างกายอ่อนแอขนาดนี้ ทำไมหนีออกมานอกตำหนัก หากเสด็จพ่อทราบเข้า คงทำโทษท่านแน่" อวี๋ชวี่วัยแปดขวบที่กำลังนั่งอ่านตำราในลานหลวง เห็นเข้ากลัวโจวเหวินจะโดนตำหนิจึงเข้าไปทักท้วง
"อวี๋ชวี่ เ้าเด็กเลี้ยงแกะ อย่าทำเป็มาพูดดีกับข้า ถอยออกให้ห่างเดี๋ยวนี้!!! เสด็จแม่บอกว่าในวังหลวงแห่งนี้ข้าควรระวังเ้ามากที่สุด ไม่มีใครเป็ภัยอันตรายแก่ตัวข้าได้เท่าเ้า" โจวเหวินผู้เป็พี่ใหญ่ออกแรงผลักน้องรอง
เด็กน้อยก็เหมือนผ้าขาวบาง โจวเหวินมักจะได้รับการปลูกฝังยุยงให้สร้างกำแพงในใจต่อความสัมพันธ์พี่น้อง
ทว่าร่างกายของโจวเหวินอ่อนแอั้แ่เกิด แม้เขาจะออกแรงมากเพื่อผลักและทำร้ายจ้าวอวี๋ชวี่... แต่ตัวเองดันหกล้มเสียเอง เท่านั้นยังไม่พอ โจวเหวินน้อยหกล้มหัวกระแทกโขดหิน หัวเข่าสองข้างถูกเศษไม้แทงจนเกิดแผลเล็กๆ
เด็กน้อยอย่างโจวเหวินผู้ไม่เคยมีาแเลยสักครั้ง ร้องไห้จ้าส่งเสียงดังลั่น
จ้าวอวี๋ชวี่ผู้แสนดี แทนที่จะมีหน้าตาขึงขังโกรธเคือง ในใจของเขากลับมีแต่ความเป็ห่วง กังวลว่าพี่ใหญ่โจวเหวินร้องเสียงดัง จะนำพามาซึ่งขบวนบ่าวในตำหนักมาตามตัวกลับไป อีกทั้งเื่นี้อาจมีคนโดนลงโทษ
*ทุกครั้งที่จับได้ว่าโจวเหวินแอบออกไปวิ่งเล่นนอกตำหนัก ฝ่าาจะทำโทษด้วยการกักบริเวณนานหนึ่งเดือน ซ้ำยังสั่งให้คัดตำราเป็พันบท ไหนเลยที่เด็กน้อยจะทนได้*
จ้าวอวี่ชวี่ตัวน้อย ยกมือขึ้นอังปิดปากโจวเหวินไว้ให้เงียบเบา... แม้ฝ่ามือน้อยๆของเขาจะถูกโจวเหวินกัดอย่างแรงจนเป็แผลใหญ่ อวี๋ชวี่ผู้นี้ก็ยังทนไหว ยกมืออีกข้างขึ้นกระแทกเข้ากับคมหินแหลมให้ตนหลั่งเื
จ้าวอวี๋ชวี่ นำเืสดๆที่ตนจงใจสร้างาแ ทาบนหางคิ้วของพี่ชาย เพียงชั่วพริบตาเดียว ปากแผลปิดสมานกันจนน่าเหลือเชื่อ... เป็เช่นนั้นแล้วอวี๋ชวี่รีบหยดเืลูบทาบนหัวเข่าสองข้างของโจวเหวินที่ถูกเศษไม้แทงจนเกิดแผลเล็กๆ
การกระทำนี้ เหมือนเป็การซื้อใจ โจวเหวินรู้สึกว่าความเ็ปบนาแหายไป...
"ชู้ว....ไม่ร้องนะ ข้ารักษาท่านแล้ว"
"ความเ็ปของท่าน ให้ข้ารับไว้เอง " จ้าวอวี๋ชวี่ แม้จะเป็เด็กน้อย ก็ยังมีสติไหวพริบดิบดี ยกประคองตัวโจวเหวินขึ้น พร้อมพูดหว่านล้อมให้เขาเงียบลง
"อวี๋ชวี่... นี่เ้ารักษาข้าหรือ... เ้าทำได้อย่างไร" โจวเหวินเงียบปากเพราะความใ สายตาเขาเป็ประกายราวกับต้องมนต์สะกด
"อวี๋ชวี่... เหตุใดเ้าช่วยข้า ทั้งที่ข้าจงใจทำร้ายเ้า"
"พี่ใหญ่... ไม่ว่าท่านจะเป็อย่างไร ยังไงท่านก็คือพี่ใหญ่เพียงคนเดียวของข้า ต่อให้ข้าได้รับยศเป็ผู้สูงกว่าท่าน แต่ข้าไม่เคยถือตัว วังหลวงอันโอ่อ่า...ใหญ่โตนัก ข้าไม่อยากโดดเดี่ยวในที่แห่งนี้ " เด็กน้อยอวี๋ชวี่ผู้มีปัญญาพูดทั้งหมดนี้ดูเหมือนเป็คำที่ผ่านการขัดเกลา แต่เชื่อเถิดว่ามันถูกกลั่นออกมาจากใจที่แท้จริง
"โจวเหวิน... ท่านยอมให้ข้าปกป้องท่านตลอดไปได้หรือไม่... ต่อให้ไม่มีผู้ใดดีกับท่าน แต่ข้ายินยอมดีกับท่านอย่างไร้เหตุผล"
โจวเหวินวัยเด็กเริ่มเปิดใจรับจ้าวอวี๋ชวี่มากขึ้น เนื่องจากวัยเด็กของเขานั้นถูกขังอุดอู้อู่ให้อยู่แต่ในตำหนัก ครั้งนี้ถือว่าได้เปิดหูเปิดตาแล้ว
สองหนุ่มน้อยพี่น้องเกี่ยวก้อยสัญญาต่อกัน ั้แ่นั้นมาโจวเหวินนับถืออวี๋ชวี่เป็น้องชายที่ไม่อาจตัดขาด เขาค่อยๆเรียนรู้ที่จะไม่ถูกมารดาครอบงำ
เพื่อบรรเทาความเหงาให้กันและกัน พวกเขาไม่สนกฎวัง จูงมือกันวิ่งเล่นในลานหลวง จ้าวอวี๋ชวี่ยอมทิ้งตำราหนึ่งวัน
ท่านราชครูผู้คอยเฝ้า เห็นดีเห็นงาม ปลื้มใจกับสายสัมพันธ์อันดีของสองพี่น้อง เขากลับหันหลังให้และเดินจากไป แกล้งหลับหูหลับตาไม่รู้ไม่เห็น
"ไท่จื่อ... หนทางยังอีกยาวไกล ตอนนี้ท่านเพิ่งแค่อายุแปดขวบ กลับได้รับหน้าที่เป็ผู้สืบทอด ภาระอันหนักหนานี้ ไม่มีช่องว่างให้วัยเด็กได้ผ่อนปรน งั้นวันนี้ผู้เฒ่าอย่างข้าจะเห็นใจท่านสักครา" ราชครูเดินจากไปด้วยรอยยิ้มใหญ่บนใบหน้า
ทว่าสองหนุ่มน้อยสนุกสนานกันได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น บ่าวในตำหนักวิ่งวุ่นทั่ววัง...ตามหาตัวองค์ชายรองโจวเหวิน
ณ ตำหนักองค์ชายรอง
"เป็อย่างไรบ้าง... พบลูกข้าหรือไม่" หวงกุ้ยเฟยเป็เดือดเป็ร้อนเมื่อเห็นบุตรของตนหายตัวไป
"โจวเหวินลูกข้า กว่าจะมีเ้าได้....ยากเข็ญนัก ทวยเทพประทานให้เ้าเกิดมา แต่กลับให้เ้าร่างกายอ่อนแอมากโรค... หากเ้าเป็อะไรไปเสียก่อน แผนการยึดอำนาจที่ข้าวางไว้ต้องพังลงไม่เป็ท่า ข้ายอมไม่ได้" หวงกุ้ยเฟยพึมพำในใจ
"กุ้ยเฟยเพคะ องค์ชายรองอยู่ที่ลานหลวงเพคะ บ่าวเห็นกับตาว่าไท่จื่อน้อยรังแกองค์ชายรองจนได้เื" สาวใช้ปากแจ๋ว ไม่ดูตาม้าตาเรือสังเกตเหตุการณ์ให้ละเอียด พลอยให้เกิดการเข้าใจผิดอยู่เรื่อย
"กล้าดีอย่างไรกัน!!! มาทำร้ายเหวินเอ่อร์ของข้า... รู้ดีอยู่แล้วว่าเขาร่างกายอ่อนแอ ยังจะซ้ำเติมให้ลูกข้าตายเร็วหรืออย่างไร "
"เด็กร้ายกาจอย่างไท่จื่อ ข้าปล่อยไว้นาน จวนจะเป็ภัยต่อเหวินเอ่อร์แน่น" หวงกุ้ยเฟยกริ้วหนักตบหน้าสาวใช้เพื่อระบายอารมณ์หลายฉาก พร้อมด่ากราดไท่จื่อน้อย ก่อนจะเคลื่อนตัวไปยังลานหลวง
ณ ลานหลวง
"ไท่จื่อ ปล่อยมือออกจากเหวินเอ่อร์เดี๋ยวนี้... หากข้าไม่อนุญาตห้ามถูกเนื้อต้องตัวลูกข้า" กุ้ยเฟยโกรธจนหน้าแดง ยอมไม่ได้ พาลใส่แม้กระทั่งเด็กตัวน้อย
ทว่าจ้าวอวี๋ชวี่มากปัญญาั้แ่เด็ก กล่าววาจาเฉือนใจแม่เลี้ยงอย่างหวงกุ้ยเฟย จนนางแทบจะต้องดมยา
"ทูลต่อเสด็จแม่รอง เพียงแต่เป็การละเล่นของเด็กเท่านั้น เหตุใดสีหน้าของท่านกลับเป็เดือดเป็ร้อนราวกับว่าข้าไปสังหารผู้ใด...ข้านั้นแม้จะเป็ผู้น้อย แต่จะไม่ทำเื่สิ้นคิดพันนั้นเด็ดขาด การจะสูงส่งเหนือผู้ใดย่อมต้องมีคุณสมบัติผู้ดี มิใช่ปากตลาดด่ากราดไปทั่วอย่างไร้เหตุผล" เหลือจะเชื่อ ว่านี่คือคำพูดของเด็กน้อย
"นะ นี่ นี่ เ้ากำลังสั่งสอนข้างั้นเหรอ!!!" หวงกุ้ยเฟยโกรธจนตัวสั่น กระทั่งพลั่งมือยกขึ้นตบเด็กน้อยจนหัวทิ้มดิน...