" เื่การกลับโลกเดิมของข้าเอาไว้ก่อน ข้าไม่สนภารกิจอะไรนั่นแล้ว ช่างหัวผู้บุกรุก ช่างหัวโคลทีน ข้าจะไปหาไอ่ระยำที่เป็ต้นเหตุของเื่ทั้งหมด "
ความตั้งใจแน่วแน่ที่จะกลับโลกเดิม ตอนนี้ความคิดนั้นถูกเปลี่ยนแปลงโดยสิ้นเชิง สาเหตุคือการสูญเสียมิลิส สาวน้อยที่เป็เพื่อนคนสำคัญของเซ็ท …
ในเมื่อตอนนี้ ได้ข้อตกลงแล้วว่าทุกคนจะนำศพของมิลิสและฟาเดียกลับไปฝังที่บ้าน เชนได้เสียสละผ้าคลุมที่ใช้กันหนาวมาห่อศพมิลิส
ส่วนฟาเดียนั้นศพไม่ได้ถูกห่อไว้มีแค่เพียงหมวกของลุงมอริสที่วางปิดบนหน้าเธอ
เซ็ทและลุงมอริส ใช้ท่อนไม้สองท่อนกับเสื้อผ้าที่นำมาด้วยดัดแปลงทำเป็เปลเพื่อแบกสองแม่ลูก
" ท่านทั้งสองคนไม่ต้องกลับไปโดเว็นกับข้าก็ได้ พวกท่านมีเื่สำคัญต้องทำไม่ใช่หรือ "
หลังจากที่ทุกคนกำลังเดินทาง จู่ๆลุงมอริสก็พูดขึ้นถึงสิ่งที่ตนกำลังคิด
" ไม่เป็ไรครับ พวกข้าตั้งใจจะไปกับลุงมอริสด้วย "
เชนที่เดินนำหน้า หันกลับมาพูดด้วยเสียงที่เหน็ดเหนื่อย
" นี่ตาแก่ ข้าบอกแล้วไงว่าจะไปด้วย เ้าไม่เข้าใจตรงไหนอย่างนั้นหรือ ให้ข้าช่วยกระตุ้นสมองสักหน่อยไหม "
เซ็ทที่แบกเปลอยู่ด้านหลังลุงมอริส หยุดเดินกระทันหัน ทำให้ลุงมอริสชะงักจนเกือบทำเปลตก เขาพูดด้วยน้ำเสียงของคนที่ยังโมโหอยู่
" เซ็ท เป็อะไรไป เ้ายังไม่หายบ้าอีกหรือ สงบสติตัวเองหน่อย "
" หุบปากไปซะเชน หรือว่าเ้าอยากมีปัญหา "
แววตาของเซ็ทนั้นว่างเปล่า ใบหน้าที่ไร้ความรู้สึกนั้นเหมือนกับว่านี่ไม่ใช่ตัวตนของเขาที่เชนรู้จักเลยสักนิด
" จู่ๆพูดอะไรของเ้า เสียสติไปแล้วหรือไง ใจเย็นๆหน่อยสิ "
เชนพูดดึงสติเซ็ท แต่เซ็ทก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เมื่อได้ยินเชนพูดดังนั้นเขาได้แต่ก้มหน้านิ่งเงียบ สักพักเขาก็เหลือบตามองไปที่ลุงมอริสและเดินเข้าหาอย่างช้าๆ
" เฮ้อ "
ลุงมอริสถอนหายใจและวางเปลลงทันที
" ถ้าท่านยังอยากระบายความพิโรธนั้น ก็จงจบชีวิตข้าเสียเถิด ใช้ดาบที่เอวของทั่นบั่นคอข้าเสีย หรือจะทุบข้าแบบที่ทำกับชายคนนั้นก็ได้ เอาเลยสิ ถ้ามันทำให้ท่านรู้สึกดี ยังไงข้าก็ไม่อยากจะมีชีวิตอยู่แล้ว "
ด้วยความเสียใจจากการสูญเสียลูกสาวและภรรยาอันเป็ที่รัก ลุงมอริสในสภาพที่กำลังอ่อนไหวตอนนี้กำลังปรารถนาถึงความตาย
เขาคุกเข่าลงกับพื้นหิมะ และยกมือทั้งสองขึ้นเหนือหัว เพื่อหวังให้เซ็ทจบชีวิตเขา
" ไม่เอาแบบนี้ครับลุง ลุกขึ้นเถอะครับ "
เชนเดินย้อนมาหิ้วแขนลุงมอริสลุกขึ้นยืน และเขาได้หันกลับไปตะคอกใส่เซ็ท
" เ้าเป็อะไร ทำไมต้องพาลใส่ลุงเขาด้วย เ้าไม่เข้าใจความรู้สึกของคนที่สูญเสียหรือไง "
เขาลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับเซ็ท
" อยากใช้กำลังระบายความโกรธที่เหลืออยู่ใช่ไหม ได้ … ข้าจะเป็คู่ต่อสู้ให้เอง ข้าก็กำลังหัวเสียกับการกระทำของเ้าเหมือนกันได้ระบายสักหน่อยก็คงดี ใช้กำปั้นนี่แหละสะใจดี มาเลย เซ็ทข้าพร้อมแล้ว "
เชนทิ้งคันธนูลงกับพื้น และตั้งท่าเตรียมต่อสู้ด้วยมือเปล่า
ส่วนเซ็ทนั้นไม่ได้มีท่าทีที่จะสู้กับเชน ตอนนี้เขายืนน้ำตาอาบใบหน้าด้วยสายตาที่มีแต่ความว่างเปล่า และสะอื้นด้วยความรู้สึกที่สับสนไปหมด
" ฮือออ อ๊ากกก เชนเ้าซัดข้าเต็มๆแรงสักหมัดเถอะ ข้าไม่รู้ว่าตัวเองกำลังรู้สึกอย่างไรกันแน่ ข้ากำลังเสียใจหรือกำลังโกรธ ข้าไม่รู้เลย ข้าไม่อยากเป็แบบ… …"
ตุ้บ
เชนใช้มือขวาซัดหน้าเซ็ทอย่างเต็มแรง ทำให้เซ็ทหงายร่วงลงไปกองกับพื้นในทันที
พรึบ
ตุ้บ
เขาคว้าคอเสื้อเซ็ทและต่อยซ้ำไปอีกหมัด
" แบบนี้ใช่ไหม พอใจหรือยัง "
" ยัง เอาอีก "
" ได้เลย ตามคำขอ "
ตุ้บ ตุ้บ ตุ้บ
เชนต่อยเซ็ทไปอีกหลายหมัดจนใบหน้าของเซ็ทเละเทะ เต็มไปด้วยเืและาแมากมาย ตาซ้ายเขาบวมปิดไป ปากแตก และใบจมูกของเขามีรอยฉีก จึงทำให้มีเืจำนวนมากไหลออกมา
" ท่านเชนหยุดเถอะครับ ท่านจะฆ่าเพื่อนตัวเองหรือ พอแล้วครับท่านเชน "
ลุงมอริสพยายามห้ามเชน แต่เชนก็ไม่ฟังเขายังคงใช้หมัดตะบันหน้าเซ็ทอย่างต่อเนื่อง เมื่อใช้มือขวาต่อยจนเมื่อย เขาก็ใช้มือซ้ายต่อยแทน
" ฟังข้าหน่อยเถอะ ท่านเชน "
ตุ้บ
พลั่ก
ลุงมอริสพุ่งตัวไปดึงเชนออก แต่ก็ถูกลูกหลงของเชนจนกระเด็นออกมา
โอ้ย
" อยากเอาแบบนี้ใช่ไหม ข้าจะสนองเอง "
ตุ้บ ตุ้บ
" เป็ไง หายบ้าหรือยัง "
เชนทั้งทุบตี ทั้งเตะและต่อยเซ็ทไปหนักมากพอสมควร ถึงเซ็ทจะเป็คนร้องขอเอง แต่ดูเหมือนว่าเชนจะทำเกินไป
สภาพของเซ็ทตอนนี้คือร่างกายบอบช้ำ ใบหน้าปูดบวมตาปิด ไม่สามารถลุกขึ้นได้ เขานอนเหยียดกายอยู่บนพื้นหิมะ แต่ใบหน้าที่เละเทะของเขาก็ยังคงมีรอยยิ้ม
สายตาที่ว่างเปล่าของเซ็ทตอนนี้ค่อยๆมีน้ำตาไหลออกมา
" อ … อืมข้าหายแล้ว ขอบใจเ้ามากเชน ถ้าข้าเป็แบบนี้อีกเ้าต้องช่วยข้านะ เ้าต้องช่วยข้านะเชน ข้าไม่อยากทำร้ายพรรคพวกตัวเอง "
" นี่เ้าเป็อะไรไปเซ็ท เมื่อกี้เหมือนไม่ใช่ตัวเ้าเลยสักนิด "
" ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าทำไมข้าถึงเป็แบบนั้น หรือว่าเป็เพราะเวทย์ที่โคลทีนร่ายใส่ข้ากัน "
เซ็ทใช้มือทั้งสองข้างปิดหน้าตัวเองในขณะที่กำลังพูด
" ข้าก็ไม่รู้เหมือนกับเ้านั่นแหละ แต่ถ้าเ้าเป็แบบนี้อีก เ้าอาจจะเผลอทำร้ายคนที่เ้ารักก็ได้น่ะ "
" ที่ข้ากลัวที่สุดคือสิ่งที่เ้าพูดเลยเชน ถ้ามันรุนแรงกว่านี้ เ้าต้องฆ่าข้าทันทีเลยเข้าใจไหม "
ทั้งเชนและลุงมอริสต่างยืนมองเซ็ทด้วยความระแวงในตัวเขา แต่ถึงอย่างนั้นทั้งสองก็ยังเป็ห่วงเซ็ทเหมือนเคย
" ไม่เอาแบบนั้นสิครับ เราจะไม่ฆ่ากันเอง ถ้ามิลิสที่นอนหลับไหลอยู่ตอนนี้ได้ยินเข้า ก็คงจะเสียใจมากเหมือนกันที่พี่ๆของเขาทะเลาะกันเอง "
ลุงมอริสเดินมาแทรกระหว่างเซ็ทและเชน เขาโอบไหล่ทั้งสองด้วยความอบอุ่น เหมือนกับว่าทั้งสองคือลูกชายของเขา
" ถ้าอย่างนั้นเรากลับโดเว็นกันเถอะ มิลิสกับฟาเดียงคงหนาวแย่แล้ว "
ลุงมอริสพยายามฝืนยิ้มขณะที่กำลังนำศพของภรรยาและลูกสาวขึ้นเปล
" เดี๋ยวข้าจะเป็คนหามเปลกับลุงมอริสเอง สภาพเ้าตอนนี้คงไม่ไหว ลุกเองแล้วกันข้าจะไม่พยุง และจะไม่ขอโทษต่อสิ่งที่ข้าทำไปด้วย เพราะเ้าสมควรได้รับมัน "
" เข้าใจแล้ว ข้าลุกเองได้ พวกเ้านั่นแหละ เดินตามข้ากันให้ทันล่ะ "
เซ็ทค่อยๆพยุงตัวเองขึ้นจากพื้นหิมะ เขาใช้ดาบเป็ไม้ค้ำยันเพื่อเดิน
จากนั้นทุกคนก็เดินทางกลับหมู่บ้าน …
ในขณะเดียวกันที่ป้อมปราการร้าง ยาซิสที่กำลังรอฟังข่าวการตายของทั้งสองจากนักฆ่า
" มีใครติดต่อมาหรือยัง พวกนั้นกำจัดเ้าปีศาจสองตนนั้นสำเร็จไหม "
ยาซิสเดินวนไปมาในป้อมปราการที่มีแสงเทียนสลัว และพูดถามลูกน้องคนสนิท
" ยังไม่ได้รับการติดต่อจากนักฆ่ารับจ้างพวกนั้นเลยครับหัวหน้า ตอนนี้คงกำลังต่อสู้กันอยู่ "
" เ้าปีศาจนั่นกับพวกมีกันแค่หยิบมือ ทำไมยังจัดการไม่ได้ ข้าให้ดาบต้องคำสาปกับตัวที่ชื่อเซ็ทไว้ มันคงโดนผลของดาบนั้นครอบงำและฆ่าพวกเดียวกันเองสิ "
ที่แท้ดาบที่ยาซิสให้เซ็ทไว้ก่อนออกเดินทางนั้น เป็ดาบต้องคำสาปของเผ่าเอลฟ์โบราณ ที่ยาซิสไปปล้นมาจากป่าศักดิ์สิทธิ์ เป็ดาบที่ถูกดาร์คเอลฟ์ตนหนึ่งร่ายคำสาปใส่ไว้ ผู้ที่ถือครองดาบจะได้รับพลังด้านมืดของเอลฟ์ และคุ้มคลั่งจนทำร้ายทุกคนรอบตัว
" ถ้าปล่อยให้พวกมันหลุดเข้าไปที่เมืองอื่นได้ต้องเกิดปัญหาใหญ่ขึ้นแน่ "
ยาซิสพูดด้วยความเป็กังวล
" ปัญหาอะไรอย่างนั้นหรือหัวหน้า "
" ก็พวกมันเป็มนุษย์ ที่มีจิติญญาของปีศาจอยู่ด้วย แถมยังมีอุปกรณ์เวทย์ที่มีพลังมหาศาลอีก ถ้าพวกมันรู้วิธีใช้ หรือตกไปอยู่ในมือของนักเวทย์ที่กระหายในอำนาจ โลกนี้ได้ถึงจุดจบแน่ๆ "
ยาซิสอธิบายถึงเหตุผลที่ต้องกำจัดเซ็ทและเชนให้ลูกน้องฟังด้วยท่าทีที่ตื่นกลัว
" มนุษย์อย่างนั้นหรือ ข้านึกว่าเป็แค่ตำนานไร้สาระเสียอีก "
ลูกน้องของยาซิสพูดขึ้นด้วยความใพร้อมใบหน้าที่ตื่นตระหนก
" ใช่ ถ้าเ้าเห็นเวทย์มนต์ที่มันใช้ตอนอยู่ที่หมู่บ้าน เ้าก็จะเข้าใจว่าทำไมข้าถึงต้องทำแบบนี้ ข้าจำเป็ต้องทำ "
" แล้วหัวหน้าคิดจะทำอะไรกับอุปกรณ์เวทย์นั้นกันล่ะครับ "
" ข้าจะใช้มันปลดผนึกดินแดนดาร์คเวน มอนสเตอร์โบรานในที่นั้นต้องเป็ของข้า เมื่อได้มอนสเตอร์โบราณที่แสนทรงพลัง หลังจากนั้นโลกทั้งใบจะตกอยู่ในกำมือข้า ไม่ใช่แค่โลกนี้โลกอื่นๆก็จะเป็ของข้าด้วยเช่นกัน "
กึ้ก กึ้ก กึ้ก ….
เสียงฝีเท้าของลูกน้องอีกคนกำลังวิ่งตรงขึ้นบันไดมาที่ยาซิส
" หัวหน้าครับ ได้ข่าวเื่ปีศาจสองตนนั้นแล้วครับ "
" ว่าอย่างไร พวกมันตายแล้วใช่ไหม แล้วไหนไอเท็มเวทย์ของพวกมันอยู่ที่ใคร รีบเอามาให้ข้าตอนนี้เลย "
" เอ่อ … คือ นักฆ่าที่เราจ้างไปตอนนี้ถูกพวกมันฆ่าตายหมดแล้วครับ ดูนี่สิครับใบพันธะเวทย์ที่เราทำไว้กับกลุ่มนักฆ่า ตอนนี้ตัวอักษรมันลบไปหมดแล้ว "
ลูกน้องคนนั้นยื่นม้วนบันทึกที่ทำจากหนังสัตว์ให้ยาซิสดู
พรึบ
" ไอ้พวกกระจอกเอ้ย ข้าอุตส่าจ่ายค่าจ้างที่แพงมาก คิดว่าพวกมันจะทำสำเร็จแท้ๆ แต่นี่อะไร พันธะเวทย์ที่ทำข้อตกลงส่งมอบไอเท็มเวทย์มนต์ลบไปจนหมดเกลี้ยง ไม่ใช่แค่นั้น ชื่อพวกนักฆ่าก็หายไปด้วย พวกมันคงตายกันหมดแล้วจริงๆ "
ยาซิสขว้างม้วนบันทึกออกนอกหน้าต่างป้อมปราการด้วยความหัวเสีย
" ใช้เวทย์สื่อสารบอกทุกคนที่กระจายกันอยู่ ให้ไปรวมตัวกันที่หมู่บ้านโดเว็นทันที พวกมันต้องกลับไปที่นั่นแน่ ครั้งนี้เราจะพลาดไม่ได้แล้ว "
ยาซิสะโสั่งการลูกน้องด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความโมโห จากนั้นเขาได้ะโออกจากป้อมปราการสูงทางหน้าต่าง
ฟรึบ
" ส่วนคนที่อยู่ตรงนี้มายืนล้อมวงกันไว้ ข้าจะใช้อุปกรณ์เวทย์เคลื่อนย้ายไปที่หมู่บ้าน ต้องรีบไปก่อนที่พวกมันจะกลับไปถึง "
ยาซิสหยิบเอาลูกแก้วสีเขียวออกมาจากหมวกของเขา ลูกแก้วนี้เป็อุปกรณ์สำหรับใช้เวทย์เคลื่อนย้ายที่ยาซิสได้มาจากเอลฟ์เช่นกัน
แกร่ก … ฟริ้ง
ยาซิสบีบลูกแก้วแตกละเอียด จากนั้นได้เกิดพลังงานเวทย์รอบๆตัวเขาและลูกน้อง ที่กำลังยืนรวมกลุ่มกัน
" ทุกคน ห้ามออกจากวงเวทย์นี้เป็อันขาด ระวังแขนขาของพวกเ้าด้วย ถ้ายื่นออกไปละก็ แขนขาได้กระเด็นหลุดจากร่างแน่ๆ ข้าบอกไว้ก่อนเลยว่ากลุ่มของข้าไม่้าคนพิการ "
เมื่อวงเวทย์นั้นทำงานเสร็จสิ้น ตอนนี้ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นได้หายไป และได้เคลื่อนย้ายไปที่หมู่บ้านโดเว็น
ทางด้านกลุ่มของเซ็ท ตอนนี้พวกเขาได้เดินทางมาเกือบถึงช่องเขาที่เป็ทางเข้าหมู่บ้าน แต่เบื้องหน้าของพวกเขานั้น มีอุปสรรคบางอย่างขวางอยู่
" นั่นมันมอนสเตอร์ที่อยู่ในดาร์คเวนไม่ใช่หรือไง ทำไมมันถึงมาอยู่ตรงนี้ได้ พวกมันน่าจะออกมาจากเขตแดนผนึกไม่ได้สิ "
ด้วยความสามารถของนายพราน ลุงมอริสได้สังเกตเห็นมอนสเตอร์แปลกๆที่อยู่ตรงบริเวณช่องเขา มอนสเตอร์พวกนั้นมีลักษณะคล้ายหมีขั้วโลก แต่ร่างกายของพวกมันใหญ่โตกว่าหมีทั่วไปมาก พวกมันสามารถยืนได้ด้วยสองขาเหมือนมนุษย์ แถมยังมีกรงเล็บแหลมคม ที่พร้อมฉีกกระชากร่างของเหยื่อได้ทุกเวลา
" จำนวนพวกมันมีเยอะไหมครับลุงมอริส เราพอจะฝ่าไปได้ไหม "
เชนที่กำลังหมอบลงได้ถามลุงมอริสถึงมอนสเตอร์พวกนั้น เนื่องจากจุดนั้นอยู่ไกลเกินว่าที่คนทั่วไปจะมองเห็นได้
" ไม่ไหวหรอกครับ ที่ข้าเห็นน่าจะประมาน 7-8ตัว พวกมันแค่ตัวเดียวก็จัดการเราได้สบายๆแล้ว ถ้าจะฆ่ามันสักหนึ่งตัว อย่างน้อยเราต้องมีคนประมาน 15-20 คนเลยครับ "
ลุงมอริสใช้มือป้องแสงแดดที่ส่องมายังใบหน้า และได้ใช้ทักษะของนายพรานมองดูมอนสเตอร์พวกนั้น
" ถ้าอย่างนั้นเราเดินอ้อมแนวเขากันเถอะ อาจจะเสียเวลามากกว่าเก่า แต่อย่างน้อยเราก็ไม่ต้องสู้กับหมีพวกนั้น "
เซ็ทเสนอความคิด เพื่อที่จะไม่ให้เกิดเหตุปะทะกับมอนสเตอร์เ่าั้
" แต่ว่า เราต้องพามิลิสกับฟาเดียไปด้วย ถ้าไปทางนั้นคงจะเดินทางลำบาก แถมเสี่ยงที่จะตกหน้าผาด้วยนะครับ "
ลุงมอริสเป็กังวลกับเส้นทางที่เซ็ทเป็คนเสนอ
" ถ้าอย่างนั้นเราจะทำยังไงกันดี เ้ามีความคิดอะไรดีๆบ้างไหมเชน "
ตอนนี้เชนกำลังเดินสำรวจรอบๆ เขาได้ปีนขึ้นบนต้นไม้ใหญ่ เพื่อที่จะสังเกตุการณ์เหล่ามอนสเตอร์
" เชน ได้ยินข้าไหม "
" ได้ยินแล้ว เ้าจะพูดเสียงดังทำไม เดี๋ยวพวกมันก็แห่กันมาหรอก "
จากที่เขาได้สังเกตุการณ์อยู่พักหนึ่ง เขาได้วิเคราะห์แล้วว่าไม่สามารถเดินทางอ้อมแนวเขา โดยแบกศพของสองแม่ลูกไปได้
" คืนนี้เราคงต้องพักกันก่อน ตอนนี้ฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว เดินทางตอนกลางคืนอันตรายเกินไป อีกอย่างพวกเราเหนื่อยกันมากแล้วด้วย "
พรึบ
เชนพูดขณะที่ะโลงจากต้นไม้ เขาใช้มือทั้งสองปัดหิมะตามตัวออก
" แต่ตอนนี้เราไม่มีเต็นท์ฉุกเฉินนะ ข้ายังอัญเชิญอาร์เจนตัสออกมาตอนนี้ไม่ได้ เฮ้อ รู้แบบนี้ข้าน่าจะเอากระเป๋าไอเท็มมาพกติดตัวไว้ "
เซ็ทถอนหายใจยาวด้วยความรู้สึกเสียดาย จากนั้นเขาได้นั่งลงกับพื้น
" ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวข้าจะไปหาฟืนกับไม้ที่พอจะทำที่พักของพวกเราได้แล้วกัน ฝากท่านทั้งสองดูแลมิลิสกับพาเดียด้วยครับ "
ลุงมอริสหันหลังเดินเข้าป่าไป พร้อมกับมือที่กระชับมีดพกประจำตัวไว้แน่น
" ให้ข้าไปด้วยไหม "
" ไม่เป็ไรครับท่านเซ็ท ข้าจะรีบไปรีบกลับ "
" ถ้าอย่างนั้นก็ระวังตัวด้วยนะลุงมอริส ถ้าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ให้รีบวิ่งกลับมาตรงนี้ด่วนที่สุดเลยนะครับ "
" เข้าใจแล้ว ข้าจะระวังตัวดีๆ ท่านทั้งสองก็ด้วยนะครับ "
หลังจากที่พูดจบลุงมอริสก็เดินเข้าป่าเพื่อหากิ่งไม้แห้ง เขาใช้มืดที่มือค่อยๆฟันต้นไม่เพื่อเปิดทาง
" นี่เชน เ้าคิดว่าเราสองคนจะสู้มอนสเตอร์พวกนั้นไหวไหม ตอนนี้ข้าใช้สกิลได้เยอะพอสมควรแล้วด้วย เ้าก็ใช้เวทย์มนต์ได้ แถมเราทั้งคู่ยังเพิ่มประสิทธิภาพอาวุธได้อีก "
เซ็ทมีความคิดที่จะลอบเล่นงานมอนสเตอร์ก่อนที่พวกมันจะเริ่มโจมตี เมื่อเชนได้ยินดังนั้นเขาก็นิ่งคิดสักครู่
" อืม มีโอกาสชนะสูงอยู่ แต่เราแพ้ด้านจำนวนต้องจัดการพวกมันให้เร็วที่สุด ห้ามยืดเยื้อเป็อันขาด ไม่อย่างนั้นเราตายแน่ "
" สรุปแล้วเ้าเอาด้วยใช่ไหมเชน "
" เอาสิ รีบไปจัดการให้จบก่อนที่ลุงมอริสจะกลับมาเถอะ "
จากนั้น เซ็ทและเชนรีบมุ่งหน้าไปยังช่องเขาที่มีมอนสเตอร์มากมายรออยู่ พวกเขาเคลื่อนที่ไปด้วยความเร็ว ผ่านต้นไม้ใหญ่ ก้อนหินตามทาง เชนใช้เวทย์แสงช่วยเสริมพลังในการเคลื่อนที่ ส่วนเซ็ท เขาได้ใช้สกิล Boost สลับกับการวิ่งปกติ เพื่อไม่ให้สูญเสียพลังเวทย์มากเกินไป
โดยเซ็ทนั้นตามหลังเชนอยู่เล็กน้อย
เมื่อเขาเข้าใกล้จุดหมาย สิ่งที่อยู่ตรงหน้าทำให้เกิดความประหลาดใจเป็อย่างมาก
" เชน มาหลบตรงนี้ก่อน "
เซ็ทพูดเชิงกระซิบในขณะที่เขานั่งหลบโดยใช้หินก้อนใหญ่ที่ทับซ้อนกันเป็จุดกำบัง
" ให้ตายสิ นั่นมันอะไรกัน "
เชนอุทานด้วยความใกับสิ่งที่เห็น มอนสเตอร์พวกนั้นกำลังถูกคนที่มีความสามารถต่อสู้ขั้นสูงเล่นงานอยู่
" ไม่อยากเชื่อสายตาเลย คนๆนั้นรับมือกับสัตว์ประหลาดจำนวนมากมายขนาดนี้ด้วยตัวคนเดียวหรือนี่ "
เซ็ทพูดขึ้นขณะกำลังจ้องมองผ่านซอกก้อนหินอย่างเอาจริงเอาจัง
เบื้องหน้าของพวกเขาปรากฏภาพ หญิงสาวคนหนึ่งในชุดที่เหมือนกับพวกเบ็นใส่ ใบหน้าของเธอมีผ้าปิดบังไว้อยู่ เธอต่อสู้ด้วยท่าทางที่พริ้วไหวสวยงาม แต่ก็หนักหน่วงทุกท่วงท่า
" นั่นสิ แต่ว่าคนๆนั้นเป็ใครกัน ข้ารู้สึกเหมือนเคยเจอที่ไหนมาก่อน "
" ท่าทางที่สุดยอดแบบนั้น … ข้ารู้แล้ว นักฆ่าสาวคนที่ฝากข้อความให้เรายังไงล่ะเชน "
เมื่อเห็นท่าทางของบุคคลปริศนา เซ็ทนึกถึงเหตุการณ์เฉียดตาย ทำให้เขานึกขึ้นได้
" ใช่จริงๆด้วย "
เชนลุกขึ้นยืนและตอบกลับมาทันที
" เดี๋ยวสิเชน นั่งลงเดี๋ยวนี้ ถ้าพวกมันเห็นเราก็ซวยไปด้วยหรอก "
เซ็ทเอื้อมมือไปดึงชายเสื้อของเชนในทันทีที่เขาลุกขึ้นยืน
" ปล่อยข้า ข้าจะไปช่วยนาง ถึงจะมีฝีมือแค่ไหนแต่ตัวคนเดียวรับมือมอนสเตอร์ขนาดนี้ไม่ไหวหรอก "
" เดี๋ยวสิ เอาจริงหรือเชน "
" ข้าจะนำไปก่อน พอข้าใช้เวทย์แสงล่อพวกมันแล้วเ้าจะทำยังไงก็เื่ของเ้า จัดการพวกมันให้ได้มากที่สุด "
เมื่อพูดจบ เชนะโข้ามก้อนหินที่เขาหลบอยู่ และรีบวิ่งไปที่หญิงสาวคนนั้นทันที ในมือของของ กระชับคันธนูไว้แน่น
" ด … เดี๋ยวสิ เ้าจะโยนภาระให้ข้าแบบนี้ไม่ได้น่ะเชน เชนนนน "
เซ็ทตะโดนเรียกเพื่อนของเขา แต่ก็ไม่ทันการณ์ ตอนนี้เชนได้เข้าใกล้จุดปะทะแล้ว
" ทางนี้ไอ่พวกโสโครก รับนี่ไปซะ "
★ Sunshine arrows strike ★
เขาง้างสายธนูสุดแขน ในขณะที่เพิ่มพลังอาวุธ พร้อมยิงออกไปด้วยเวทย์แสงที่เจิดจ้า
ฟริ้ง
เมื่อหญิงสาวคนนั้นหันมามองเห็นเชนพอดี เธอได้ตัดสินใจกระโจนหนีการโจมตีของเชน
ตู้มมม
มอนสเตอร์พวกนั้นตกอยู่ในความสับสนมึนงง พวกมันหยุดนิ่งไม่เคลื่อนไหว
" เอาเลยเซ็ทตอนนี้แหละ ตาเ้าแล้ว "
เชนหันกลับมาะโให้สัญญาณเซ็ทเพื่อเริ่มการโจมตี
" เวลาแบบนี้ข้าควรจะทำอย่างไรดีล่ะ "
เขานึกถึงคำพูดเื่การใช้เวทย์มนต์ของเผ่ามนุษย์ที่ลุงมอริสและยาซิสอธิบายให้ฟังก่อนหน้า
" จินตนาการสินะ ไม่มีเวลาแล้วลองดูเลยแล้วกัน ถ้าศัตรูมีจำนวนมากกว่าเอาแบบนี้แล้วกัน "
เขาหลับตาแล้วนึกถึงวิชาเคมีที่เคยเรียนมาตอนอยู่โลกเดิม
" ะเิจะทำงานได้ อย่างแรกต้องมีเชื้อเพลิงเพื่อสร้างพลังงาน "
เซ็ทได้สร้างลูกไฟขึ้นบนฝ่ามือ และขว้างไปด้านหน้าทันที
" จากนั้นก็เติมออกซิเจนเข้าไปอีกอย่างนึง "
มืออีกข้างของเขาผลักอากาศเข้าไปในลูกไฟนั้นแต่เวทย์ะเิของเขาก็ยังไม่ทำงาน หลังจากนั้นลูกไฟก็ได้หายไป
" เชน ข้าจะให้สัญญาน เ้าใช้เวทย์แสงคลุมลูกไฟของข้าได้ไหม "
" ได้อยู่ เ้าจะทำอะไรกัน "
" เอาน่า ทำตามที่ข้าบอกก็พอ "
เซ็ทเริ่มใช้เวทย์มนต์สร้างลูกไฟอีกครั้ง ในครั้งนี้เขาอัดออกซิเจนปริมาณมากเข้าไปที่ลูกไฟนั้น
" เชนตอนนี้แหละ "
" อืม เข้าใจแล้ว "
★ Lighting wall ★
เชนได้สร้างเวทย์แสงที่ใช้จำกัดพื้นที่ครอบคลุมลูกไฟของเซ็ทไว้ จากนั้นเซ็ทได้ใช้ลูกไฟนั้นโจมตีเหล่ามอนสเตอร์ในทันที
ตู้มมมมม
ผลของเวทมนตร์ที่เซ็ทเพิ่งสร้างขึ้นมาได้ทำความเสียหายอย่างมหาศาล มอนสเตอร์พวกนั้นกระจัดกระจายไปคนละทาง ร่างกายของพวกมันขาดกระจายจากแรงะเิ มีเพียงไม่กี่ตัวเท่านั้นที่ยังเหลือรอด
ในตอนนั้นเอง มีมอนสเตอร์ตัวหนึ่งที่กระเด็นไปทางที่หญิงสาวคนนั้นหลบอยู่ มันคำรามเสียงดัง และง้างกรงเล็บที่แหลมคม หวังที่จะปลิดชีวิตเหยื่อตรงหน้า
" อ๊ากกก ไม่น่ะ "
หญิงสาวที่จนมุมไม่สามารถหนีไปไหนได้ ร้องะโด้วยความใ
ทันใดนั้นเองเซ็ทที่อยู่ไม่ไกลได้ชักดาบออกจากฝักและพุ่งตัวหันคมดาบนั้นฟันลงที่ต้นคอของมอนสเตอร์หมีด้วยแรงทั้งหมดที่มี
ฉับ
หัวของหมีั์ขาดออกจากบ่าและร่วงลงตรงพื้นหิมะระหว่างขาของหญิงสาว เืของมันกระเด็นไปทั่วบริเวณ ร่างของมันล้มทับหญิงสาวคนนั้นทันที
ฟลุบ
เซ็ทและเชนช่วยกันลากร่างไร้ิญญาของหมีั์ที่ทับหญิงสาวคนนั้น
" ไม่เป็ไรแล้วน่ะ พวกมันตายหมดแล้ว เธอาเ็ตรงไหนหรือเปล่า "
เชนยื่นมือมาเพื่อจะดึงหญิงสาวลุกขึ้นยืน ผ้าปิดหน้าของเธอได้หลุดออก เผยให้เห็นใบหน้าที่ถูกปิดบังใต้ผ้าผืนนั้น
เมื่อเชนได้เห็นใบหน้าของหญิงสาวชัดๆ เขาตกตะลึงยืนนิ่งไปในทันที
" ทรีเซีย ? เ้าคือทรีเซียใช่ไหม "
เชนรู้ชื่อของหญิงคนนั้นทั้งที่เธอยังไม่เคยบอกได้อย่างไร เื่นี้ได้เพิ่มความกังวลให้เซ็ทไปอีกเื่
" เ้ามาทำอะไรที่นี่กันทรีเซีย "
" รู้ชื่อข้าได้อย่างไร เ้าปีศาจ "
พรึบ
ทรีเซียก้าวถอยหลังพร้อมชักมีดพกสองเล่มออกมาจากด้านหลัง และตั้งท่าเตรียมโจมตี
" เย็นก่อนทรีเซีย นี่ข้าเองข้าเป็คนที่เคยอยู่กับพี่สาวเธอที่กองทัพของจักรวรรดิไง "
เชนเดินเข้าหาทรีเซียด้วยความคุ้นเคยพร้อมใบหน้าที่ยิ้มแย้ม
" ข้าไม่รู้จักเ้า เลิกพูดจาไร้สาระได้แล้ว "
" เดี๋ยวก่อนๆ ทั้งสองคนใจเย็นๆ เชนเธอคนนี้น่าจะยังใอยู่ อย่าเพิ่งถามอะไรมากนักเลย "
" ไม่รู้จักข้า อย่างนั้นหรือ … ไม่รู้จักสิน่ะ "
จากใบหน้าที่ยิ้มแย้มของเชนในตอนแรกเริ่มค่อยๆเศร้าลงทีละน้อย เชนยืนก้มหน้าหลังจากได้ยินคำพูดของทรีเซีย
" เ้าชื่อทรีเซียใช่ไหม ว่าแต่ทำไมเ้าถึงได้มาสู้กับมอนสเตอร์มากมายขนาดนี้ล่ะ "
ทรีเซียเก็บมีดที่ถืออยู่และเดินเข้ามาใกล้เซ็ท เธอนั่งลงบนโขดหินที่เต็มไปด้วยเืของมอนสเตอร์
" ข้าตั้งใจจะมาล่ามอนสเตอร์ป่า เก็บค่าประสบการณ์เพื่อรอพวกเ้านี่แหละ แต่ดันมาเจอกับสัตว์ประหลาดหมีพวกนี้ "
" รอพวกเราอย่างนั้นหรือ ทำไมกัน "
เซ็ทนั่งลงข้างๆ และเอ่ยถามทรีเซียด้วยความสงสัย
" เ้าน่าจะเห็นข้อความที่ข้าส่งให้แล้วนี่ ว่าจะมีการส่งมอบทาสที่ท่าเรือของโดเว็น "
" ใช่พวกเราเห็นแล้ว เ้า้าจะบอกอะไร "
ทรีเซียลุกขึ้นและเดินไปที่ศพของมอนสเตอร์หมีตัวที่อยู่ใกล้ที่สุด และเริ่มใช้มีดกรีดไปที่อกของมัน เธอได้ยื่นมือไปใกล้ตรงแผลที่เธอกรีด จากนั้นได้มีแสงบางอย่าง พุ่งออกมาจากศพมอนสเตอร์ แสงน้้นเคลื่อนที่เข้ามาที่มือของทรีเซีย
" เดี๋ยวข้าจะบอกทุกอย่างให้ฟัง ตอนนี้พวกเ้าควรรีบเก็บพลังเวทย์จากมอนสเตอร์พวกนี้ก่อนที่มันจะสลายไป "
เชนที่ยืนอยู่ห่างออกไป เขาได้เก็บเกี่ยวพลังเวทย์จากศพมอนสเตอร์ได้จำนวนหนึ่งแล้ว เมื่อเซ็ทเห็นดังนั้น เขาได้วิ่งไปที่เชนทันที
" เ้ารู้เื่นี้ด้วยหรือ "
เชนนิ่งไปสักพักก่อนจะตอบด้วยความอ้ำอึ้ง
" อ … อืมรู้สิ ลุงมอริสเคยบอกข้าไว้ "
" ไหน ขอข้าลองบ้าง ต้องกรีดหน้าอกพวกมันใช่ไหมทรีเซีย "
" ไม่จำเป็ แค่เอามือไปวางบนร่างพวกมันก็ได้แล้ว ที่ข้ากรีดเพราะว่าจะใช้เวลาเก็บเกี่ยวน้อยกว่า "
" เข้าใจแล้วแค่วางมือบนร่างพวกมันสินะ "
เซ็ทเดินตรงไปที่ปากทางเข้าช่องเขา ตรงที่มีศพของมอนสเตอร์มากมาย แต่ยังไม่ทันที่เขาจะวางมือลงบนศพ เมื่อเขาเดินไปใกล้จุดนั้น แสงพลังเวทย์มากมายจากมอนสเตอร์ได้ถูก Artifact ดูดกลืนเข้าไปจนหมด
สิ่งที่เกิดขึ้นได้สร้างความใให้พวกเขา โดยเฉพาะทรีเซีย ที่เพิ่งเคยเห็นจี้ของเซ็ทเป็ครั้งแรก
" นี่มันอะไรกัน เ้าดูดพลังเวทย์มากมายขนาดนั้นได้ในครั้งเดียวได้อย่างไร อุปกรณ์เวทย์อย่างนั้นหรือ "
ทรีเซียที่กำลังตกตะลึงกับสิ่งที่เห็นเธอรู้สึกกลัวกับสิ่งที่ไม่เข้าใจ แม้แต่ตัวของเซ็ทเองก็สับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้นเช่นกัน
" ข้าก็ไม่รู้เื่อะไรมากมายเกี่ยวกับจี้นี้หรอก รู้แค่ว่ามันเป็ของสำคัญ เป็กุญแจเพียงหนึ่งเดียวที่จะพาข้ากลับบ้านได้ "
" เ้าเป็เผ่ามนุษย์ ที่มีจิติญญาของปีศาจ แล้วยังอุปกรณ์เวทย์ด้วยอย่างนั้นหรือ ข้าเข้าใจเหตุผลที่เบ็นพุ่งเป้าหมายมาที่เ้าแล้ว "
ทรีเซียพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง แต่สิ่งที่เธอพูดนั้นทำให้เซ็ทยิ่งสับสนเข้าไปอีก
" เดี๋ยวน่ะ เ้าบอกว่าข้าเป็เผ่ามนุษย์อันนี้ข้าพอจะเข้าใจ แต่ว่าจิติญญาของปีศาจเนี่ย เ้าคงเข้าใจผิดแล้ว พวกเราสองคนไม่ใช่ปีศาจหรอกน่ะ "
เซ็ทพยายามพูดให้ทรีเซียเข้าใจ แต่ถึงพูดอย่างไรก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความจริงที่ตัวเขาเองยังไม่รู้
" เ้าคนที่ชื่อเชน เ้ารู้เื่ทั้งหมดอยู่แล้วใช่ไหม "
ทรีเซียหันไปพูดกับเชนที่กำลังทำท่าทางกังวล
" เ้าหน่ะ เป็ปีศาจเต็มตัวเลยนี่ ถึงจะกดพลังตัวเองไว้แค่ไหน แต่เ้าไม่มีวันปกปิดมันได้ตลอดไปหรอก ออร่าปีศาจของเ้ามันฟุ้งกระจายไปทั่ว "
เมื่อเชนได้ยินคำพูดนั้นของทรีเซีย เขาได้เดินตรงมาที่เธอและใช้มือปิดปากเธอไว้
" พอได้แล้ว เ้าพูดเยอะเกินไปแล้วทรีเซีย "
" เดี๋ยวน่ะเชน นี่มันเื่อะไรกัน ข้างงไปหมดแล้วบอกความจริงข้ามาเดี๋ยวนี้ เ้ากำลังปิดบังอะไรอยู่ "
เซ็ทน้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความโมโหสุดขีด ที่ถูกปิดบังเื่สำคัญมาตลอดเวลา
" ข้าก็เป็ผู้ช่วยของเ้าไงจะเป็ใครไปได้อีก "
คำตอบของเชนที่พูดด้วยความใจเย็นพร้อมใบหน้าที่ยิ้มแย้มขณะที่เขาเดินเข้ามาจับไหล่เซ็ท ทำให้เซ็ทโกรธมากกว่าเดิม
พลั่กกก
เซ็ทผลักเชนอย่างแรง จนร่างของเขากระเด็นไปและล้มลง แต่เชนยังคงทรงตัวไว้ได้
" ข้าไม่ตลก บอกความจริงข้ามาเดี๋ยวนี้ "
เซ็ทชักดาบที่เอวออกมากระชับไว้แน่น ด้วยความโมโหสุดขีดบวกกับคำสาปของดาบ ทำให้เขาถูกดาบต้องคำสาปครอบงำอีกครั้ง
ร่างกายของเขาปกคลุมไปด้วยออร่าสีดำปนม่วงที่พวยพุ่งออกมาจากดาบเล่มนั้น สายตาที่ว่างเปล่าไร้ความรู้สึก และความกดดันมหาศาล ทำให้ทรีเซียไม่สามารถทนพลังนั้นได้ จนเธอเกือบจะหมดสติไป
" ทรีเซีย หนีไปให้ไกลจากตรงนี้ เ้านี่กำลังจะคลั่งแล้ว "
เชนะโบอกทรีเซียถึงสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า
" พ … พลังมหาศาลอะไรขนาดนี้ เ้าเป็ตัวอะไรกันแน่ "
ด้วยพลังอันมากมายมหาศาล ทรีเซียยืนตัวสั่น ขาแข็งจนไม่สามารถเคลื่อนที่ไปจากจุดนั้นได้
" ไปสิ ตั้งสติหน่อยหนีไปไม่งั้นเ้าตายแน่ ข้าจะพยายามหยุดความบ้าคลั่งนี้ไว้เอง "
" ข … ข้าเข้าใจแล้ว "
หิมะที่พื้นแหวกเป็ทางจากการเคลื่อนที่ของทรีเซีย ตอนนี้เธอหนีไปไกลพอสมควรแล้ว
" เอาล่ะ ตอนนี้เหลือแค่เ้ากับข้าแล้ว ปีศาจสองตนจะเริ่มห่ำหั่นกันตอนนี้ "
เชนได้ปลดกระดุมเสื้อออก เขาดึงเสื้อลงมาอยู่ที่เอว จนเผยให้เห็นอักขระประหลาดบนร่างกายของเขา
จากนั้นเขาหายใจเข้าสุดปอด และได้ปลดปล่อยพลังมหาศาลออกมา อักขระบนตัวเขาส่องแสงออกมาพร้อมพลังนั้น
บึ้มมม
" ข้าจะเริ่มก่อน ขอให้เ้าได้สติคืนมาเถอะ แล้วข้าจะอธิบายทุกอย่างให้ฟัง ถ้าข้าทำเกินไปก็ต้องขอโทษเ้าด้วยเซ็ท "
กับดักิญญา
★ Soul Trappers ★
ในตอนนี้ได้เกิดวงเวทย์เขตแดนปีศาจขึ้นรอบตัวทั้งคู่ นี่เป็ครั้งแรกที่เชนใช้เวทย์มนต์อื่นนอกจากเวทย์แสง
เมื่อเซ็ทถูกโจมตี ร่างกายของเขาที่ถูกครอบงำได้เริ่มการปกป้องตัวเองโดยอัตโนมัติ เซ็ทง้างดาบสุดแขน และพุ่งมาที่เชนด้วยความเร็วพร้อมออร่าพลังปีศาจ
" ไม่ทันการณ์ เ้านี่เร็วเกินไป ถ้าอย่างนั้นลองนี่หน่อยเป็ไง "
พันธนาการอสูร
★ Confinement Devil ★
เชนได้ใช้เวทย์จากพลังปีศาจในตัวเขา สร้างโซ่เวทย์จำนวนมากขึ้นมา โซ่เ่าั้ได้เชื่อมต่อกับเขตแดนก่อนหน้าและพุ่งเข้ามัดแขนขาของเซ็ทไว้แน่น
กรอดดด
เซ็ทที่ถูกพันธนาการกำลังกัดฟันแน่น ตอนนี้ท่าทางของเซ็ทไม่เหลือเค้าเดิม เหมือนตอนนี้เขาถูกครอบงำโดยสมบูรณ์แล้ว
แต่เซ็ทในร่างปีศาจร้าย ก็ไม่สามารถขัดขืนพันธนาการของเชนที่สุดแสนทรงพลัง โซ่เ่าั้ค่อยๆดูดออร่าจากตัวเซ็ททีละน้อย
ในที่สุดเซ็ทก็สงบลง แต่นอกจากออร่าปีศาจโซ่นั้นได้ดูดพลังชีวิตของเซ็ทเข้าไปด้วย มือเขาที่กระชับดาบไว้แน่นค่อยๆคลายออกในที่สุดดาบนั้นก็หลุดจากมือ ร่างของเขาได้ร่วงลงสู่พื้นและแน่นิ่งไป
" ข้าขอโทษที่ทำให้เ้าเป็แบบนี้ แต่ข้าไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว ขอโทษจริงๆเพื่อน อย่าเพิ่งตายน่ะ ข้าจำเป็ต้องพึ่งพาเ้าจริงๆ "