บทที่ 28 สบายหรือไม่?
“ให้พี่สาวตรวจดูหน่อยว่าเ้าโตขึ้นจริงหรือไม่?”
ภายในห้อง เมื่อเห็นท่าทางเคอะเขินของคุณชายน้อยตรงหน้า หงจู่ยิ่งกล้ามากขึ้น ก้าวเข้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ยื่นมือออกไปจะถอดเสื้อผ้าของอีกฝ่าย
“นี่...ไม่เหมาะสมกระมัง”
หลี่จื่อเย่ถอยหลังสองก้าว พูดด้วยสีหน้าลำบากใจ
“มีอะไรไม่เหมาะสมกัน ตอนเด็ก ๆ ก็เคยเห็นมาแล้วไม่ใช่หรือ?”
หงจู่พูดด้วยรอยยิ้มที่สดใสยิ่งขึ้นบนใบหน้า
“ตอนนั้นข้ายังเด็ก ไม่รู้ความอะไร” หลี่จื่อเย่พูดด้วยสีหน้าเขินอาย
“ตอนนี้โตแล้วหรือ?”
หงจู่ยื่นมือออกไปลูบไล้แผงอกของอีกฝ่าย พร้อมกับค่อย ๆ เลื่อนลงต่ำ
“เดี๋ยว...เดี๋ยวนี้เลยหรือ?”
หลี่จื่อเย่สะดุ้งโหยง ถอยหลังอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ถอยไปอีกก็จะชนเตียง
“โอ๊ย!” หลี่จื่อเย่เสียหลัก ล้มไปข้างหลังในทันที ขณะที่ล้มเขาก็คว้าตัวสตรีตรงหน้าโดยไม่รู้ตัว
“กรี๊ด!” หงจู่ร้องด้วยความใ ร่างของนางก็ล้มลงตามไปด้วย
ดังนั้น ร่างของทั้งสองคนจึงนอนทับกันอยู่บนเตียง
ใบหน้านั้นอยู่ใกล้แค่เอื้อม ััได้ถึงกลิ่นกายหอมละมุนของอีกฝ่าย หลี่จื่อเย่เผยรอยยิ้มแห่งชัยชนะออกมา
“สบายหรือไม่?” หงจู่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแ่เบา
“สบายมาก” หลี่จื่อเย่ตอบรับไปคำหนึ่ง แต่จู่ ๆ ก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ มือทั้งสองข้างของเขาบีบเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว ทันใดนั้นความรู้สึกนุ่มนิ่มก็แล่นผ่านมา
แย่แล้ว!
หลี่จื่อเย่ใจนเหงื่อเย็นผุดขึ้นมาบนศีรษะทันที
“อ๊ากกก!”
ภายในห้องเสียงร้องด้วยความเ็ปดังขึ้นมา ทำเอาบรรดาคนรับใช้ในจวนตระกูลหลี่ที่อยู่ด้านนอกใจนไม่กล้าพูดอะไรออกมา
คุณชายเป็อะไรอีกแล้ว?
ฉินเซียนจื่อก็ยังอยู่ที่นี่นี่นา!
ณ ริมทะเลสาบ ฉินเอ๋อร์นั่วและจางซอมซ่อต่างยิ้มมุมปาก เห็นได้ชัดว่าพวกเขารู้สึกสะใจมาก
สมน้ำหน้า!
“พี่หงจู่... ข้าไม่ได้ตั้งใจ”
ภายในห้อง หลี่จื่อเย่ขดตัวอยู่บนพื้น เจ็บจนยืดเอวไม่ขึ้น พูดอย่างตะกุกตะกัก
“แต่ข้าตั้งใจ”
หงจู่กำมือขวาแน่น ดวงตาวาบขึ้นด้วยรอยยิ้มอันตรายพลางกล่าวว่า “จื่อเย่น้อย โตเป็หนุ่มจริง ๆ ด้วย”
หลี่จื่อเย่เห็นมือขวาของนางที่กำแน่นจนร่างกายท่อนล่างสั่นสะท้านอีกครั้ง เขาจึงยิ้มเอาใจพลางกล่าวว่า “พี่หงจู่ พวกเรามาคุยเื่งานกันเถิด”
“ตอนนี้นึกได้แล้วหรือว่าจะคุยเื่งาน? พูดมาสิ มีธุระอะไรถึงได้ตามหาข้า”
หงจู่เดินมานั่งที่โต๊ะแล้วกล่าวว่า “เพื่อไม่ให้เสียเวลาของเ้า ข้าต้องเร่งเดินทางติดต่อกันสามวันสามคืน จนม้าตายไปตั้งหลายตัว”
“พี่หงจู่ลำบากแล้ว”
หลี่จื่อเย่ลากเก้าอี้มานั่งตรงหน้าหญิงสาว จากนั้นรินน้ำชาถ้วยหนึ่ง ส่งให้อย่างประจบ
หงจู่รับถ้วยชามาดื่มอึกหนึ่ง ความโกรธในใจก็คลายลงบ้าง
นางจะฆ่าเขาได้หรือ? แน่นอนว่าไม่ได้ ใครใช้ให้เขาเป็คุณชายเล่า คนเรานั้นเปรียบเทียบกันไม่ได้ ช่างน่าโมโหเสียจริง
“พี่หงจู่ ข้ามีบุตรนอกสมรสของตระกูลอวิ่นแห่งเมืองหลวงอยู่คนหนึ่ง”
หลี่จื่อเย่กล่าวเบา ๆ “เนื่องจากถูกนายหญิงใหญ่แห่งตระกูลอวิ่นไล่ล่า จึงจำต้องหนีไปเป็โจรที่เขาฉีเหลียนนอกเมืองอวี๋โจว เมื่อไม่นานมานี้ ข้าเพิ่งจะปราบเขาได้”
“บุตรนอกสมรสของตระกูลอวิ่นหรือ?”
หงจู่ประหลาดใจ พลางกล่าวว่า “อย่างไร เ้า้าใช้ประโยชน์จากเขาหรือ?”
“อืม”
หลี่จื่อเย่พยักหน้าแล้วกล่าวต่อไปว่า “พี่หงจู่เชี่ยวชาญศิลปะการปลอมตัว ช่วยปลอมตัวให้เขาแล้วส่งไปยังเมืองหลวงได้หรือไม่?”
“คนผู้นี้ไว้ใจได้หรือ?” หงจู่ขมวดคิ้วถาม
“พี่หงจู่ปกติท่านไม่เคยถามคำถามเช่นนี้เลยนี่” หลี่จื่อเย่กล่าว
“ก็เพราะท่านเป็คุณชายน้อยผู้สูงศักดิ์ ข้าจึงต้องระมัดระวังในทุกเื่ อย่างไรเล่า” หงจู่พูดอย่างหงุดหงิด “เข้าใจแล้ว ข้าจะเพิ่มส่วนผสมพิเศษเล็กน้อยตอนปลอมตัวให้เขา และข้าจะเร่งปรุงยาถอนพิษให้เ้าโดยเร็วที่สุด”
“รู้อยู่แล้วว่าพี่หงจู่รักข้าที่สุด ขอกอดหน่อย”
หลี่จื่อเย่แสดงสีหน้ายินดี ยื่นแขนทั้งสองออกไปหวังจะกอดนาง
“อย่าเชียวนะ!”
หงจู่ยื่นนิ้วชี้ออกไปกดที่หน้าผากของอีกฝ่าย ห้ามเ้าตัวน้อยที่คิดจะฉวยโอกาส
โตเป็หนุ่มแล้ว ไม่เพียงแต่ไร้ยางอายเท่านั้น แต่เขายังกล้าทำจริง ๆ อีกด้วย
ต่อไปต้องระวังตัวให้มากขึ้น!
“เ้าไปตามเขามาเถิด” หงจู่พูด
“ได้!”
เขาขานรับเสียงหนึ่ง แล้วลุกขึ้นเดินออกไปนอกห้องทันที
ที่สวนหลังบ้าน ณ ริมทะเลสาบ ฉินเอ๋อร์นั่วและจางซอมซ่อเห็นหลี่จื่อเย่เดินออกมา สีหน้าของทั้งสองมีความแปลกประหลาดอยู่เล็กน้อย
“ข้าขอออกไปธุระข้างนอกสักหน่อย”
หลี่จื่อเย่ยิ้มแหย ๆ แล้วรีบเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
เสียงร้องโหยหวนเมื่อครู่นี้ ช่างทำให้เข้าใจผิดได้ง่ายเหลือเกิน
“ทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ เ้าเด็กคนนี้กำลังทำอะไรกันแน่?” จางซอมซ่อถามอย่างสงสัย
“ข้าก็ไม่รู้” ฉินเอ๋อร์นั่วส่ายหน้าพูดเรียบ ๆ ว่า “แต่ดูเหมือนจะเกี่ยวข้องกับหัวหน้าโจรคนนั้น”
และแล้ว เมื่อพระอาทิตย์ตกดิน หลี่จื่อเย่ก็แอบพาชายคนหนึ่งที่สวมหมวกปีกกว้างเข้ามาในจวนตระกูลหลี่
ฉินเอ๋อร์นั่วกวาดตามองชายที่อยู่ใต้หมวกปีกกว้างเพียงแวบเดียว ก็จำแนกตัวตนของเขาได้
เป็เขาจริง ๆ…
ภายในห้อง หลี่จื่อเย่พาอวิ่นควางเข้ามา ขณะที่หงจู่กำลังจัดเรียงขวดโหลต่าง ๆ บนโต๊ะเครื่องแป้ง หลากสีสันสวยงามยิ่งนัก
“พี่หงจู่ ข้าฝากเขาไว้กับท่านแล้ว” หลี่จื่อเย่กล่าว
“อืม” หงจู่พยักหน้าพูดเรียบ ๆ ว่า “เ้าออกไปทำธุระของเ้าได้แล้ว”
หลี่จื่อเย่ส่งสายตาบอกให้ชายตรงหน้าโชคดี แล้วรีบออกจากห้องไป
อวิ่นควางเห็นแววสะใจในสายตาของคนก่อนหน้า อดรู้สึกหนาวสันหลังไม่ได้
หลี่จื่อเย่เดินตรงมาที่ริมทะเลสาบหลังจากออกมาจากห้อง
“ไม่เลวนี่เ้าหนู แม้แต่หัวหน้าโจรนั่นเ้าก็ยังจัดการได้” จางซอมซ่อพูด
“แค่เื่เล็กน้อย” หลี่จื่อเย่ยิ้มกว้างพลางกล่าว
“แล้วถามอะไรเขามาได้บ้าง?” ฉินเอ๋อร์นั่วที่อยู่ข้าง ๆ ถามขึ้นทันที
“เขาชื่ออวิ่นควาง เป็คนของเฉียนจวงตระกูลอวิ่นในเมืองหลวง เหล็กเพลิงบริสุทธิ์นั่นก็คือสิ่งที่เขาขโมยมาจากคลังสมบัติของตระกูลอวิ่น”หลี่จื่อเย่ตอบตามความจริง “แต่เขาก็ไม่รู้ว่าในโลกนี้มีสิ่งใดที่มีพลังหยินบริสุทธิ์เทียบเท่ากับเหล็กเพลิงบริสุทธิ์นั้น เขาเพียงแต่บอกว่าตระกูล อวิ่นมีตำราชื่อ ‘คัมภีร์แห่ง์’ ที่บันทึกข้อมูลของสมบัติล้ำค่าแปลกประหลาดมากมาย บางทีอาจจะพอหาเบาะแสได้บ้าง”
“คัมภีร์แห่ง์?” จางซอมซ่อได้ยินดังนั้นก็แสดงสีหน้าประหลาดใจ กล่าวว่า “ตำราที่เหลือเพียงบางส่วนนี้กลับอยู่ที่ตระกูลอวิ่นหรือ”
“ท่านรู้จักสิ่งนี้หรือ?”
คราวนี้ถึงคราวที่หลี่จื่อเย่ต้องประหลาดใจบ้าง ไฉนคนแก่ผู้นี้จึงรู้ไปเสียทุกเื่
“เคยได้ยินมา” จางซอมซ่อพยักหน้า แล้วกล่าวว่า “ว่ากันว่า ผู้ที่เขียนตำราเล่มนี้เป็คนร่วมสมัยกับบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งราชวงศ์ต้าซาง คนผู้นี้ท่องเที่ยวไปทั่วเก้าแคว้น บันทึกสิ่งที่ได้เห็นได้ยินลงในตำรา ภายในนั้นบันทึกเื่ราวของสมบัติล้ำค่าแปลกประหลาดและเื่ราวประหลาดมากมายที่ผู้คนไม่เคยได้ยินมาก่อน”
“เช่นนั้นแล้ว ยิ่งต้องหาวิธีให้ได้หนังสือเล่มนี้มา”
ดวงตาของหลี่จื่อเย่วาบขึ้นด้วยแววกระหาย หากสามารถหาสิ่งของที่มีคุณสมบัติหยินบริสุทธิ์ในระดับเดียวกับเหล็กเพลิงบริสุทธิ์ได้ เขาก็จะสามารถหาคนมาหลอมกระบี่เล่มหนึ่งเป็ของตัวเองได้
“ตระกูลอวิ่นในเมืองหลวงไม่ใช่คนที่จะรับมือได้ง่าย การเข้าไปในตระกูลอวิ่นเพื่อเอาของ ก็ไม่ได้ง่ายกว่าการเข้าสำนักไท่เสวียสักเท่าไหร่” จางซอมซ่อเตือน
“ข้ารู้”
หลี่จื่อเย่ได้สติกลับมา ยิ้มพลางกล่าวว่า “ดังนั้น ข้าถึงต้องเอาอวิ่นควางคนนี้มาใช้ประโยชน์ เขาก็เป็คนตระกูลอวิ่น ย่อมคุ้นเคยกับตระกูลอวิ่นเป็อย่างดี”
“หญิงผู้นั้น มีวิชาพรางโฉมหรือ?”
ด้านข้าง ฉินเอ๋อร์นั่วดูเหมือนจะเดาอะไรบางอย่างออก จึงถามขึ้น
หลี่จื่อเย่แสดงสีหน้าประหลาดใจ แล้วพยักหน้า กล่าวว่า “ท่านอาจารย์ช่างฉลาดยิ่งนัก พี่หงจู่เก่งกาจในวิชาพรางโฉมจริง ๆ ข้าเตรียมจะเปลี่ยนโฉมอวิ่นควางคนนี้ จากนั้นส่งเข้าไปในเมืองหลวง หาโอกาสแล้วส่งเข้าไปในตระกูลอวิ่น”
“ยอดเยี่ยม!”
จางซอมซ่อชูนิ้วโป้ง แล้วกล่าวว่า “เ้าเด็กคนนี้ ช่างมีความคิดชั่วร้ายเต็มเปี่ยมจริง ๆ”
“ขอบคุณสำหรับคำชม” หลี่จื่อเย่ยิ้มกว้าง