“ อะไรนะคะ!? “
ทั้งปิ่นมณีและทุกคนที่อยู่ใน ณ.ที่ตรงนั้นต่างใกับสิ่งที่เอกพจน์พูดออกมาเพื่อขอเธอ เว้นแต่ชัยที่มีท่าทีใเล็กน้อยแต่ก็มีรอยยิ้มเล็กๆ
“ จะบ้าหรือไงพ่อ เธอเป็ใครมาจากไหนเราก็ไม่รู้ เรายังไม่รู้จักเธอเลยด้วยซ้ำ “
“ แต่ชัยต้องแต่งงานก่อนอายุครบ 25 ปีนะ “
“ แต่เราจะแน่ใจได้ไงคะว่าใช่เธอ “
“ แม่ลองคิดดีๆ ไตร่ตรองดีๆ สิ่งที่พระอาจารย์ท่านพูดดูสิ และพ่อสังเกตุเห็นทุกอย่างที่นั่น ทุกอย่างที่เกิดขึ้น “
มณีรัตน์ยืนนิ่งคิ้วขมวดด้วยอารมณ์ไม่พอใจกับการตัดสินใจของสามีพร้อมกับกอดอกของตัวเอง สุธาราเห็นอย่างนั้นจึงใช้โอกาสนี้ในการร่ายมนต์ใส่ลลินให้มีอารมณ์ไม่พอใจพุ่งขึ้นมาอย่างที่ไม่เคยเป็
“ จริงอย่างที่น้ามณีรัตน์พูดค่ะ! มันไม่ถูกต้อง! ชัยต้องเป็ของหนู หนูรักหนูหวงของหนู ใครหน้าไหนจะมาแย่งชัยไปจากหนูไม่ได้ โดยเฉพาะคนชั้นต่ำอย่างยัยนี่! “
“ หยุดเดี๋ยวนี้นะลลิน! คุณไม่มีสิทธิ์พูดกับเธออย่างนี้! “
ชัยที่ได้ยินคำพูดดูถูกปิ่นมณีจากปากของลลินเขาจึงรีบพูดปกป้องเธอทันทีและด้วยอารมณ์ที่ไม่พอใจอย่างที่ไม่เคยเป็เช่นกันแล้วเดินเข้ามาพร้อมกับยืนกั้นกลางระหว่างลลินกับปิ่นมณีพร้อมกับมองเธอด้วยสายตาที่ไม่พอใจอย่างมาก
“ คุณปกป้องมันงั้นเหรอ! มันเล่นของอะไรใส่คุณล่ะ หรือได้กันแล้ว! “
เมื่อเธอพูดอย่างนั้นออกมาสุภาพรแม่ของเธอจึงดึงแขนเธอทันทีและตบหน้าเธอเข้าอย่างจังด้วยอารมณ์ไม่พอใจ ลลินหันหน้ามามองสุภาพรผู้เป็แม่ของเธอด้วยน้ำตาพลางจับที่แก้มของเธอเบาๆด้วยความเจ็บจากแรงมือ
“ ลูกพูดแบบนั้นออกมาได้ไง! พ่อแม่ไม่เคยสอนเลยนะ ถึงเธอจะเป็คนรับใช้ แต่เธอก็เป็คนเหมือนกับเรา เธอต่างกับเราตรงไหน? ตอบแม่มาสิลลิน! “
ลลินร้องไห้ออกมาแล้ววิ่งออกไปขึ้นไปชั้นสองและเข้าห้องพักของตัวเองไปพร้อมกับปิดประตูด้วยอารมณ์ สุภาพรถอนหายใจและส่ายหัวด้วยอารมณ์เศร้าใจที่ลลินทำตัวก้าวร้าวอย่างนั้นใส่กับคนอื่น เธอหันมามองปิ่นมณีพร้อมเดินมาเข้ามาหาเธอ
“ ป้าขอโทษแทนลลินด้วยนะหนู เธอคงรักชัยมากเกินไป จนทำให้เธอขาดสติ “
“ ไม่เป็ไรค่ะ หนูเข้าใจ “
สุภาพรส่งรอยยิ้มออกมาด้วยความจริงใจแล้วหันไปหาเอกพจน์
“ พจน์ เราควรรีบจัดงานแต่งให้กับชัยเถอะ เหลือพรุ่งนี้แค่วันเดียว มะรืนชัยก็จะอายุครบ 25 ปีแล้ว และฉันจะเป็ผู้ปกครองให้กับเธอเอง “
“ ทำไมถึง.. “
“ ชัยเขาก็เป็หลานฉันเหมือนกันนะ “
เอกพจน์มีใบหน้าและแววตาที่ซาบซึ้งสุภาพรอย่างมากที่เธอยอมเป็ผู้ปกครองให้กับปิ่นมณีในงานแต่งงานครั้งนี้และไม่มีความโกรธเคืองแต่อย่างใดกับการแต่งงานที่ผิดแผน เพราะแทนที่เ้าสาวควรจะเป็ลลินลูกสาวของเธอแต่กลับกลายเป็ผู้หญิงคนอื่นแทน
“ ขอบใจนะ “
สุภาพรยิ้มออกมาด้วยความจริงใจพลางพยักหน้าเล็กๆ
“ แล้วเอกล่ะคะพ่อ เขาต้องแต่งงานพร้อมกับชัยนิ “
เอกพจน์มีรอยยิ้มออกมาพร้อมกับมองไปที่มณีรัตน์ภรรยาของเขาที่เอ่ยถามพร้อมกับสีหน้าที่สงสัยก่อนที่เขาจะหันไปมองสุธาราที่ยืนอยู่ข้างๆเอก
“ เธอคนนั้นไง “
ทุกคนมองไปที่สุธาราเป็ตาเดียว เธอมีอาการที่งุนงงกับคำพูดของเขาพร้อมกับท่าทีที่ทำตัวไม่ถูก เอกพจน์เดินเข้าไปหาเธอแล้วมองเอกเล็กน้อยก่อนจะหันกลับมาหาเธอด้วยรอยยิ้ม
“ เธอช่วยแต่งงานกับเอกลูกชายลุงได้ไหม? “
คำขอของเอกพจน์มันที่ให้เธอรู้สึกทำตัวไม่ถูกมากขึ้นกับคำขอนั้น เพราะเธอไม่้าแต่งงานกับใครและไม่้าใช้ชีวิตคู่กับใครโดยเฉพาะลูกชายผู้เป็ศัตรู ผู้ที่ฆ่าพ่อแม่ของเธอ เธอมองสายตาที่มีความหวังของเอกพจน์ที่แสดงออกมาอย่างชัดเจนในคำตอบของเธอ สุธาราครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะคิดได้ว่าถ้าเธอได้เลื่อนตำแหน่งจากคนใช้ไปเป็สะใภ้ เธอน่าจะหาคนชั่วที่เหลือได้ไม่ยาก เธอสูดหายใจเข้าลึกๆก่อนที่จะตอบออกมาอย่างจำใจ
“ ถ้ามันช่วยเขาได้ หนูก็ยินดีค่ะ เขาช่วยเหลือไว้ตั้งเยอะ แค่นี้ ทำไมหนูจะช่วยไม่ได้คะ “
“ แล้วหนูล่ะ ว่าไง? “
เอกพจน์หันไปถามปิ่นมณีที่ยืนเก้ๆกังๆพร้อมคิดไตร่ตรองกับคำขอนั้น ซึ่งถ้าเธอได้แต่งงานกับชัยเธอจะยังสามารถอยู่ช่วยเหลือได้ และทำได้อย่างเต็มที่ แต่เธอก็รู้สึกเซ็งไม่ใช่น้อย เพราะสิ่งที่เธอมาเพราะปกป้องคนบริสุทธิ์ ไม่ใช่แต่งงานกับใคร
“ หนูก็ยินดีเช่นกันค่ะ ถ้าช่วยเขาได้ หนูก็เต็มใจ “
คำตอบของเธอยิ่งทำให้เอกพจน์มีความสุขมากยิ่งขึ้น มณีรัตน์เห็นลูกๆของตนดูทีมีความสุขกันถึงแม้จะพยายามปิดมันไว้แต่ก็ยังคงดูออกอยู่ดี เธอจึงมีรอยยิ้มออกมาอย่างสุขใจและยอมรับคำตัดสินของเอกพจน์สามีของเธอ
“ พ่อคะ ถ้างั้นเรามาเริ่มเตรียมของกันเลยดีกว่าค่ะ “
.
.
.
ณ ถ้ำสิปางค์
อาจารย์ของปิ่นมณีที่นั่งสมาธานศิลอยู่ในถ้ำแห่งนั้น ท่านลืมตาขึ้นมาเนื่องจากท่านรับรู้ถึงสถานะการณ์ในตอนนี้พร้อมกับสีหน้าที่เคร่งเครียดกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ไป
“ ต่อจากนี้ไป เ้าจะต้องเตรียมพร้อมรับมือกับทุกสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ และชีวิตเ้าก็จะเปลี่ยนไปปิ่นมณี เพราะข้าคงจะอยู่ช่วยเ้าต่อไปได้ไม่นาน... “ .
.
.
.
.
เช้ารุ่งขึ้นวันถัดมาทุกคนต่างเตรียมจัดสถานที่และของที่ใช้ในวันแต่งงานเว้นแค่ลลิน ที่ไม่ได้ลงมาช่วยจัดเตรียมงานแต่งงานครั้งนี้ด้วย ระหว่างที่ทุกคนนั้นกำลังวุ่นวายจัดเตรียมงานก็มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาในคฤหาสน์
“ ไงพจน์ “
เอกพจน์และทุกคนในที่นั้นหันไปมองทางต้นเสียงที่เอ่ยทักทายและพบว่ามีกลุ่มผู้ชาย 5 คนยืนยิ้มอยู่ คนแรก วราวุธ คนที่ 2 ประทีป คนที่ 3 มานพ คนที่ 4 บุญมี และคนสุดท้าย มานิต ทุกคนล้วนเป็เพื่อนกับเอกพจน์ั้แ่สมัยเด็ก และหนึ่งในนั้นเป็สามีของสุภาพรนั้นก็คือวราวุธ ส่วนที่เหลือไม่มีภรรยา
“ เห้ยทุกคน! ดีใจจังที่มากันได้ “
ทุกคนเข้าส่วมกอดกันด้วยความดีใจที่ไม่ได้เจอกันนาน
“ ต้องมาสิ งานแต่งงานลูกชายเพื่อนทั้งที “
“ แต่งานแต่งลูกชายฉัน คู่ของเขาไม่ใช่...”
“ เห้ยคิดมากน่ะเพื่อน สุภาพรเล่าให้ฉันฟังหมดแล้ว ฉันเข้าใจ ถ้าเป็ฉัน ฉันก็ทำแบบนั้นเหมือนกัน “
วราวุธพูดยิ้มๆและจับไปที่ไหล่ของเอกพจน์เบาๆเป็การปลอบใจเขาเพื่อไม่ให้คิดมากเกินไป เขาพยักหน้าพร้อมกับยิ้มเล็กๆ
“ ว่าแต่ไหนล่ะว่าที่ลูกสะใภ้ของนาย “
มานพพูดพลางชะเง้อมองหา
“ รอแป๊ปนะ แม่ช่วยเรียกว่าที่ลูกสะใภ้เรามาหน่อยสิ มาทำความรู้จักกันหน่อย “
เอกพจน์หันไปบอกกับมณีรัตน์ที่กำลังยืนจัดสถานที่อยู่ใกล้ๆ เธอพยักหน้ายิ้มๆแล้วเดินไปที่สวนหลังคฤหาสน์
.
.
.
สองพี่น้องอยู่ที่ร้านตัดชุด เอกกับชัยกำลังลองชุดแต่งงานที่เป็ชุดไทย ทั้งคู่ดูตื่นเต้นกันมากโดยเฉพาะชัย ที่ส่องกระจกไปยิ้มไป
“ นายดูร่าเริ่งผิดปกติน่ะชัย ตอนที่เ้าสาวเป็ลลิน ไม่เห็นนายกระตือรืนร้นอย่างนี้เลย แต่พอเป็ปิ่นมณี... “
“ อะไรครับพี่ ก็ปกตินิครับ ว่าแต่พี่ก็ดูกระตือรือร้นไม่ต่างกันนะ “
สองหนุ่มหัวเราะชอบใจกันยกใหญ่ และเอกก็เงียบไปครู่หนึ่งเมื่อคิดอะไรขึ้นมาได้
“ แต่ที่เธอแต่งงานกับเรา มันไม่ใช่ความรักนะ มันเป็ความจำเป็ที่ต้องทำ เพื่อช่วยเรา “
ชัยเห็นพี่ชายตนมีใบหน้าที่เศร้าเล็กๆ เขาเลยเอาไหล่ไปชนเบาๆ
“ ไม่เอาหน่าพี่ แต่อย่างน้อยพวกเธอก็ยอมทำเพื่อเรา ทั้งที่เราแทบที่จะไม่เคยทำอะไรให้กับเธอเลย แต่ถ้าหลังจากแต่งงานกันแล้ว พวกเธอจะไปจากเรา เราก็ทำได้แค่ปล่อยเธอไปครับ “
เอกหันหามาชัย เขายิ้มให้กับเอก เอกยิ้มออกมาเล็กน้อยแล้วถอนหายใจสั้นๆ
“ ก็จริง สิ่งที่เราพอจะทำให้เธอได้ คือปล่อยเธอไป ถ้าเธอ้า แต่น่าเสียดายนะ ที่ชาวีไม่ได้มาร่วมงานด้วย “
" ทางมหาลัยเรียกตัวไปกระทันหันแบบนั้น จะว่าอะไรได้ล่ะ เพื่ออนาคต "
.
.
.
มณีรัตน์เดินนำสุธาราและปิ่นมณีทั้งสองคนมาที่เอกพจน์กับเพื่อนๆอีก 5 คนที่กำลังยืนรออยู่
“ ว่าที่ลูกสะใภ้ของเรามาแล้วค่ะ “
มณีรัตน์พาเธอสองคนขึ้นมาข้างหน้า ทั้งคู่มีรอยยิ้มที่สดใสให้แก่พวกเขา แต่เมื่อทันทีที่สุธาราเห็นพวกเขาทุกคน เธอนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนที่แววตาเธอมีสีแดงและหายไป
“ พวกคนชั่ว พวกเ้ามาหาข้าถึงที่เลยนะ ก็ดี ข้าจะได้ไม่ต้องเหนื่อยตามหา ข้าจะได้ฆ่าพวกเ้าได้ง่ายๆ “
เธอคิดในใจพร้อมยิ้มอย่างมีเลิสในเล็กน้อย ปิ่นมณีที่ยืนข้างๆ เธอมองสุธาราเล็กน้อยและมีสีหน้ากังวลเล็กๆกับความคิดของเธอ