ตงตงหลับไหลเป็รอบที่สามของวันด้วยความอ่อนเพลีย เหตุเพราะหลังดื่มยาเทียบที่สามหมดแล้ว ครึ่งชั่วยามถัดมาเขาก็อาเจียนเืสีแดงเข้มออกมากองหนึ่ง จากตอนแรกที่ตั้งใจจะนั่งทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และจะลองเลียบเคียงถามข้อมูลของร่างนี้กับอาซานก็เป็อันต้องล้มเลิกไปก่อนเพราะร่างกายไม่ไหว
การหลับครั้งนี้เขาได้ฝันถึงเด็กหนุ่มปริศนาอีกครั้ง ต่างกันที่ยามนี้เขาเห็นใบหน้าและรูปร่างของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน และมันทำให้เขาใมากทีเดียว ด้วยเด็กหนุ่มผู้นี้มีหน้าตาและรูปร่างเหมือนกับเขายามเป็วัยรุ่นไม่ผิดเพี้ยน ต่างกันเพียงสีตาที่ของเขาเป็สีดำแต่ของเด็กคนนี้เป็สีน้ำตาลอ่อน ซึ่งต้องยอมรับว่าั์ตาสีนี้ยิ่งขับให้ใบหน้าของเด็กหนุ่มดูมีเสน่ห์ยิ่งขึ้นไปอีก
"ตงตง จงอย่าลืมว่าข้าก็คือเ้าและเ้าก็คือข้า จากนี้ไปฝากดูแลทุกคนที่นี่ด้วยนะ" ร้อยยิ้มแห่งความสุขปรากฏบนใบหน้าเด็กหนุ่มชนิดที่เรียกได้ว่ายิ้มจนตาหยี ก่อนที่ร่างของเด็กหนุ่มจะค่อย ๆ สลายกลายเป็ละอองระยิบระยับร่วงหล่นใส่ตัวเขา ตอนนั้นเองที่เขาได้รับความทรงจำต่าง ๆ ของหานเสวี่ยตง รวมถึงความรู้สึกรักใคร่ผูกพันต่อผู้คนในครอบครัวของเด็กหนุ่มผู้นี้ ความรู้สึกเหล่านี้ค่อย ๆ ซึมซับเข้าสู่จิตใจของเขาจนอิ่มเอม และหลอมรวมจิติญญาของหานเสวี่ยตงกับจิติญญาของตงตงเข้าไว้ด้วยกันอย่างเกือบสมบูรณ์
ใช่แล้ว...มันแค่เกือบสมบูรณ์เพราะความทรงจำที่ได้รับมาจากหานเสวี่ยตงนั้น กลับไม่มีความทรงจำใน่หลังอายุเจ็ดขวบอยู่เลย มันว่างเปล่าประดุจคนความจำเสื่อม เื่นี้ตงตงคิดว่าเขาคงต้องลองหาสาเหตุและไล่ถามเื่ราวกับคนในสกุลหานดู ขณะกำลังคิดวิเคราะห์เื่ราวในหัว ภาพฝันและการรับรู้ก็ถูกตัดไป
ล่วงเข้าสู่ยามเว่ย (13.00-14.59 น.) ตงตงก็รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา ครานี้เขารู้สึกได้ว่าตัวเขาก็คือหานเสวี่ยตงจริง ๆ และเป็มาตลอด เพียงแต่จิติญญาส่วนหนึ่งได้ไปท่องเที่ยวที่โลกอื่นจนได้ความทรงจำของโลกนั้นกลับมาเติมเต็ม่ความทรงจำ่หลังเจ็ดขวบก็เท่านั้น
"อาซาน" ตงตงส่งเสียงเรียกบ่าวรับใช้ข้างกาย
"คุณชายน้อย ท่านรู้สึกอย่างไรบ้างขอรับ ยังอ่อนเพลียอยู่หรือไม่" อาซานยังคงกล่าวด้วยน้ำเสียงเป็กังวลและห่วงใยในเ้านาย
"ข้ารู้สึกดีขึ้นบ้างแล้ว เ้าช่วยพยุงข้าขึ้นนั่งหน่อย" ตงตงตอบกลับด้วยภาษาของคนยุคนี้ตามความทรงจำที่เพิ่งได้รับมาตอนหลับ แม้เขาจะเป็นักแปลนิยายจีนโบราณ แต่ก็ไม่เคยได้เอามาใช้พูดจริง ๆ ในชีวิตประจำวัน หากไม่ได้ความทรงจำในส่วนของหานเสวี่ยตงมา เขาคงจะพูดตะกุกตะกักอยู่ไม่น้อย
"คุณชายจะกินโจ๊กสักหน่อยไหมขอรับจะได้มีแรง" อาซานประคองคุณชายของตนนั่งเรียบร้อยแล้วก็เดินไปรินน้ำมาให้อีกฝ่ายพลางถามไถ่เื่โจ๊กไปด้วย
"ข้าไม่อยากกินโจ๊ก เ้าไปบอกให้คนครัวต้มน้ำถั่วแดงใส่น้ำตาลทรายแดงให้ข้าสักถ้วยดีกว่า" ตงตงแจ้งความประสงค์ของตัวเองไป ส่วนในใจกลับคิดว่าหากในยุคนี้มีโอวันตินก็คงจะดี ร่างกายเสียเืแบบนี้ควรจะต้องหาอะไรหวาน ๆ ดื่มจะได้มีแรง
"เอ่อ ได้ขอรับคุณชาย" อาซานรับคำแล้วเดินไปห้องครัวทันที แม้ในใจจะยังงง ๆ กับการสั่งงานเป็เื่เป็ราวของเ้านายตัวเองก็ตาม ด้วยั้แ่เกิดเหตุกับคุณชายน้อยตอนอายุเจ็ดหนาว คุณชายน้อยก็ไม่เคยพูดจายาว ๆ แบบนี้สักครา
ฝ่ายตงตงเห็นอาซานเดินทำหน้าสงสัยออกไป ตัวเองก็สงสัยด้วย "หรือเรายังพูดจาต่างไปจากคนที่นี่นะ? คงต้องระวังให้มากขึ้นซะแล้ว" พอเตือนตัวเองในใจเสร็จแล้วก็หันมาสนใจร่างกายที่ตอนนี้กลายมาเป็ของตัวเองต่อ "พันหัวแบบนี้คงล้มหัวแตกชัวร์ ส่วนรอยช้ำที่หน้าท้องนี่ก็คงเพราะตอนล้มไปกระแทกของแข็งที่วางอยู่ในวิถีด้วยสินะ" ตงตงยังคิดเอาง่าย ๆ ว่าที่มาของแผลเหล่านี้คืออุบัติเหตุล้มหัวฟาดพื้น ไม่ได้คิดถึงเื่ต่อยตีหรือโดนใครทำร้ายแม้แต่น้อย จนกระทั่งมีเสียงโวยวายร้อนใจดังขึ้นภายในห้อง
"เสี่ยวตง! นี่ไอ้เผยเหิงมันทำน้องพี่เจ็บหนักเพียงนี้เลยหรือ " เสียงดุดันของคุณชายใหญ่หานเสวี่ยเฟิงดังขึ้นอย่างโมโหเมื่อเห็นสภาพของน้องชายตัวเอง แต่เมื่อเห็นน้องชายทำสีหน้าใ ก็รีบปรับอารมณ์ให้เป็ปกติแล้วเดินไปกอดน้องชายแล้วเอ่ยปลอบอย่างอ่อนโยน
"เสี่ยวตงไม่ต้องกลัวนะ พี่ใหญ่กลับมาแล้ว ใครทำร้ายเ้า พี่ใหญ่ย่อมไม่ปล่อยให้มันลอยนวลแน่"
@@ พี่ชายดูจะรักน้องมากเลยนะคะทุกคน โกรธใหญ่แล้ว อนาคตเห็นคนสปอยล์น้องแน่นอนค่ะ @@