หลังจากหว่านซีพักฟื้นหลังคลอดเสร็จสิ้นความสนใจของทุกคนที่มีต่อซาลาเปาน้อยก็ลดลงไป
เทียบกับเรื่องราวนอกตำหนักแล้ว นอกจากที่หว่านซีพักฟื้นหลังคลอดจุดสนใจทั้งมวลของเรือนหลังในยามนี้อยู่ที่หลิวเจียซื่อมากที่สุด แม้ว่าเว่ยซื่อจูซื่อและคนอื่นๆ จะได้รับความโปรดปรานเช่นกันแต่ผู้ที่โดดเด่นมากที่สุดก็ยังหนีไม่พ้นหลิวเจียซื่ออยู่ดี
ต่งเอ้อซื่อกำลังตั้งครรภ์และไม่สามารถรับการโปรดปรานได้ดังนั้นแม้ว่านางจะทั้งอิจฉาทั้งขมขื่นที่หลิวเจียซื่อและคนอื่นๆ ได้รับความรักนางก็ยังรู้สึกยินดีที่ยามนี้หว่านซีไม่ใช่คนที่ได้รับความโปรดปรานเพียงผู้เดียวอีกต่อไป
ตอนนี้หว่านซีให้กำเนิดบุตรชายคนแรกขององค์ชายและได้รับการแต่งตั้งเป็นชายารองต่งเอ้อซื่อรู้สึกหวาดระแวงและรู้ว่าไม่สามารถปล่อยให้อีกฝ่ายมีอำนาจไปได้มากกว่านี้ ดังนั้นเพื่อเลี่ยงไม่ให้องค์ชายเก้ายื่นมือเข้ามาจัดการต่งเอ้อซื่อจึงรีบมอบอำนาจหน้าที่ต่างๆ ของเรือนหลังให้กับอิ่นหมัวมัวซึ่งอยู่ข้างกายนางเป็นผู้จัดการแทน
ความจริงแล้วหว่านซีไม่ได้สนใจเรื่องการจัดการเรือนหลังเลยสักนิด เพียงมีหมัวมัวทั้งสี่ในจวนก็เพียงพอที่จะทำให้ต่งเอ้อซื่อหมดอำนาจไปได้แล้วเศษเสี้ยวอำนาจที่เหลือนั้นนางไม่สนใจเลยจริงๆ ถ้าตราบใดที่องค์ชายยังโปรดนางจะมีอำนาจในมือหรือไม่ก็ไม่มีผลอะไรทั้งนั้น
ในวันที่หว่านซีพักฟื้นหลังคลอดเสร็จแล้ว นางได้ยินว่าต่งเอ้อซื่อพูดถึงงานเลี้ยงของครอบครัวไม่จำเป็นต้องคิดให้มากความ นางก็รู้ว่าต่งเอ้อซื่อเพียงต้องการยืมมือของหลิวเจียซื่อมาเหยียดหยามตนเองเท่านั้น
หลิวเจียซื่อจะได้รับความโปรดปรานหรือไม่ หว่านซีไม่เคยสนใจแต่กลับเป็นจ้าวเจียซื่อที่ไม่เคลื่อนไหวเลยทำให้นางรู้สึกเสมือนก่อนช่วงพายุมาเยือนแต่ไม่ว่านางจะมีความคิดแบบไหน หว่านซีก็ไม่มีทางปล่อยให้จ้าวเจียซื่อทำสำเร็จอย่างแน่นอน
ในชีวิตที่แล้ว จ้าวเจียซื่อและต่งเอ้อซื่อพรากทุกอย่างไปจากนางรวมถึงชีวิตของนางด้วยดังนั้นในชีวิตนี้ นอกจากตำแหน่งซื่อเชี่ยอนุภรรยาที่แสนต่ำต้อยแล้วนางจะไม่เหลืออะไรให้จ้าวเจียซื่อทั้งนั้น
หว่านซีที่หายเงียบไปเกือบห้าสิบวันปรากฏตัวต่อหน้าทุกคนอีกครั้งนางไม่ได้อ้วนขึ้นหลังคลอดหรือหน้าตาซีดเซียวตามที่ทุกคนจินตนาการไว้ตรงกันข้าม นางคืนสู่รูปร่างที่ผอมเพรียวก่อนตั้งครรภ์ได้อย่างรวดเร็ว การแต่งตัวอย่างพิถีพิถันของนางยังทำให้นางดูงามสง่าและเปล่งประกายมากกว่าเดิมเสียอีก
หว่านซีหลังคลอดบุตรแล้วยามนี้เปี่ยมเสน่ห์ของหญิงสาวเต็มตัวต่งเอ้อซื่อเห็นแล้วก็แทบจะกัดฟันสีเงินของนางให้แหลกพลางบิดผ้าเช็ดหน้าในมือนึกเสียใจว่าเหตุใดนางถึงพูดมากเกี่ยวกับการจัดงานเลี้ยงของครอบครัวออกมาได้
รูปโฉมของหวันเหยียนหว่านซีหลังคลอดนั้นมีเสน่ห์เปล่งปลั่งยิ่งกว่าเดิมด้วยซ้ำหากเป็นเช่นนี้ต่อไปแล้วจะทำให้สตรีในเรือนหลังคนอื่นๆ มีชีวิตอยู่ได้อย่างไรเดิมทีต่งเอ้อซื่อต้องการใช้ประโยชน์จากความโปรดปรานของหลิวเจียซื่อในการกดข่มนางหากแต่บัดนี้ เห็นทีงานเลี้ยงครอบครัวนั้นคงกลับกลายเป็นงานที่จะช่วยเชิดชูความโดดเด่นของหว่านซีให้องค์ชายสังเกตนางได้ง่ายขึ้นไปอีก
หลิวเจียซื่อมีสีหน้าสับสนเช่นกัน เดิมนางนึกว่าหลังจากที่หว่านซีคลอดแล้วผิวพรรณของนางจะซีดเซียวไม่ผ่องใสคงต่างจากนางที่แต่งตัวอย่างงดงามอวดความโดดเด่นในฐานะคนที่จะกลายเป็นที่โปรดปรานอันดับหนึ่งแทนหว่านซีทว่าแทนที่นางจะได้กดข่มอีกฝ่ายกลับเป็นว่าอีกฝ่ายต่างหากที่เปลี่ยนนางให้กลายเป็นใบไม้เขียวเพื่อขับเน้นความงามของตนเองไปเสียอย่างนั้น
หลิวเจียซื่อมองไปยังใบหน้างดงามชวนตื่นตะลึงของหว่านซีก่อนจะหันกลับไปอย่างรวดเร็วแต่กลับพบว่าอิ้นถังกำลังมองหว่านซีอย่างไม่ละสายตา ถึงตอนนี้หลิวเจียซื่อก็ระลึกได้ว่าการที่นางได้รับความโปรดปรานจนถึงทุกวันนี้เป็นเพราะหว่านซีกำลังพักฟื้นหลังคลอดและไม่อาจถวายการปรนนิบัติต่อองค์ชายไม่ใช่เพราะว่านางสวยกว่าอีกฝ่าย
ชั่วขณะนั้น จิตใจของหลิวเจียซื่อก็เหมือนถูกขวดเครื่องปรุงรสพลิกคว่ำใส่แยกไม่ออกว่าเป็นรสชาติแบบใด ท่าทีหยิ่งผยองของหลิวเจียซื่อก็ชะงักงันไปโดยไม่รู้ตัวนางยังคงเห็นว่าแท้จริงแล้วอิ้นถังให้ความสำคัญกับหว่านซีอยู่ไม่เสื่อมคลายดังนั้นนางจึงไม่กล้าแสดงออกเหมือนเมื่อครู่อีกเกรงว่าความตั้งใจของนางอาจจะทำให้อิ้นถังขุ่นเคืองและอาจจะส่งผลให้นางสูญเสียความโปรดปรานที่มีอยู่ไปทั้งหมด
อิ้นถังไม่ได้เห็นหน้าหว่านซีมาเกือบห้าสิบวันแล้วและนับตั้งแต่พริบตาที่นางปรากฏตัว เขาก็ไม่เหลือสายตาไว้มองคนอื่นอีกต่อไป
ชายหนุ่มยืนขึ้น ทักทายนางพลางยื่นมือมาจับมือนางไว้ก่อนพาไปนั่งข้างๆ เขาโดยไม่สนใจสีหน้าไม่พอใจของต่งเอ้อซื่อซึ่งนั่งอยู่อีกด้านหนึ่งเช่นเดียวกับที่ไม่ใส่ใจการแสดงออกของสตรีทั้งหลายในเรือนหลังหว่านซีนั่งข้างอิ้นถัง เฝ้ามองท่าทางของทุกคนด้วยสีหน้าราบเรียบในใจรู้สึกเยาะหยันแต่เบื้องหน้าก็ยังคงสงบนิ่งเช่นเดิม
ต่งเอ้อซื่อคู่ควรกับการเป็นต่งเอ้อซื่อ แม้แต่การตั้งครรภ์ก็ไม่อาจหยุดนางได้
ถูกต้อง เมื่อนึกถึงหลิวเจียซื่อ แม้ว่านางจะไม่ถูกเปรียบเทียบความโดดเด่นแต่สุดท้ายแล้วนางจะต้องรู้สึกชิงชังในความโปรดปรานของอิ้นถังที่มีต่อหลิวเจียซื่ออย่างแน่นอนแต่น่าเสียดายที่นางได้เตรียมใจไว้แล้ว
สำหรับต่งเอ้อซื่อเองเพราะนางกำลังตั้งครรภ์จึงไม่อาจได้รับความโปรดปรานในยามนี้นางได้แต่เฝ้าดูผู้อื่นรับความโปรดปรานที่ตนปรารถนาอย่างยิ่งไปต่อหน้าต่อตาดังนั้น เทียบกับหว่านซีแล้วต่งเอ้อซื่อจะกลายเป็นคนที่โกรธเคืองในเรื่องนี้เสียเอง
เมื่อเร็วๆ นี้ แม้ว่าจำนวนครั้งที่อิ้นถังเข้าไปในเรือนหลังมีไม่มากเกินไปแต่ก็มีประมาณสิบครั้ง หลิวเจียซื่อผู้งดงามที่สุดได้เวลาถึงหกในสิบครั้ง เว่ยซื่อโจวซื่อสองครั้งสำหรับจูซื่อ และจ้าวเจียซื่อที่ถูกอิ้นถังทอดทิ้งนั้นแม้แต่น้ำแกงยังไม่เหลือให้ดื่มเลยแม้แต่น้อย ดังนั้นจึงไม่แปลกที่หลิวเจียซื่อจะรู้สึกหยิ่งผยองขึ้นมา
โชคดีที่หว่านซีคาดไว้แล้วว่าสตรีในเรือนหลังเหล่านี้ไม่ยอมอยู่เฉยอย่างแน่นอนดังนั้นนางจึงแต่งตัวอย่างประณีตเพื่อกดข่มความเย่อหยิ่งของหลิวเจียซื่อและในขณะเดียวกันก็สามารถสร้างปัญหาให้กับต่งเอ้อซื่อได้ด้วย
ส่วนสิ่งที่เรียกว่า ปฏิบัติต่อผู้อื่นเช่นเดียวกับที่ปฏิบัติต่อตนเอง นั้นนางสามารถรับประกันได้ว่านางจะไม่ลงมือกับเด็กที่ไร้เดียงสาแต่นางไม่สามารถรับประกันได้ว่านางจะไม่สร้างปัญหาให้กับต่งเอ้อซื่อและคนอื่นๆ
ชีวิตก็เช่นนี้! เมื่อมีการให้มาก็ย่อมต้องมีการตอบแทนกลับ
ต่งเอ้อซื่อภูมิใจที่นางเป็นพระชายาไม่ใช่หรือ นางไม่ใช่เคยคิดมาตลอดหรือว่านางสามารถเหยียบย่ำชีวิตของใครก็ได้เพียงเพราะว่านางเป็นพระชายาหว่านซีจะทำให้ความจริงบอกกับนางเองว่าจะฐานะชายาเอกนั้นไม่ได้หมายถึงทุกอย่าง และความรักที่อิ้นถังมอบให้กับพวกนางก็เป็นเพียงเศษเสี้ยวที่เหลือรอดออกมาจากมือของหว่านซีเพียงเท่านั้น
หว่านซีต้องการบอกต่งเอ้อซื่อและบรรดาสตรีพวกนั้นเหลือเกินว่าไม่ว่าจะเป็นด้านความงามหรือความรัก ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่สามารถเปรียบเทียบกับนางได้ไม่ว่าคนเหล่านี้จะเหน็ดเหนื่อยวางแผนสักเพียงไรสุดท้ายแล้วพวกนางก็จำต้องยอมสยบต่อหว่านซีในที่สุด
ตอนนี้ สิ่งที่ต่งเอ้อซื่อใช้อย่างสิ้นเปลืองมากที่สุดไม่ใช่อำนาจที่นางคิดว่ามีอยู่ในกำมือแต่เป็นความอดทนของอิ้นถังต่างหากเมื่อความอดทนของอิ้นถังหมดไปในวันใดชะตากรรมของนางอาจเลวร้ายยิ่งกว่าพระชายาขององค์ชายห้าและคนอื่นๆแม้หว่านซียังคงรักษามารยาทที่มีต่อชายาเอก แต่กับอิ้นถังเกรงว่าเขาคงไม่ให้แม้แต่เกียรติขั้นที่ต่ำที่สุดต่ออีกฝ่ายด้วยซ้ำ
ในอดีตหว่านซีไม่เข้าใจ นางคิดอย่างไร้เดียงสาว่าตราบใดที่นางรักษาหน้าที่ของตนไม่ทะเลาะวิวาทหรือสร้างปัญหา นางก็สามารถมีชีวิตที่ปลอดภัยได้แต่นางลืมไปว่าคนไม่มีเจตนาทำร้ายเสือ แต่เสือกลับมีใจทำร้ายคน[1]
ท้ายที่สุดแล้ว ในโลกนี้ การเป็นปีศาจร้ายก็ยังดีกว่าจะทำสิ่งใดก็ไม่จำเป็นต้องเกรงกลัวคนอื่นคนที่น่ากลัวกลับกลายเป็นพวกที่ร้ายกาจและเจ้าเล่ห์เลวทรามเหล่านั้นใช่แล้วในใจของต่งเอ้อซื่อ คงคิดว่าคนอื่นก็เหมือนกับนางที่คอยแต่จะคำนวณอยู่ตลอดเวลาว่าจะทำอย่างไรเพื่อที่จะสามารถเอาเปรียบผู้อื่นได้
น่าเสียดายที่ต่งเอ้อซื่อลืมไปว่าในราชวงศ์นี้ไม่มีการเลื่อนฐานะจากสนมชายาไปเป็นชายาเอกเว้นเสียแต่ว่าฮ่องเต้จะออกพระราชโองการสถาปนาแต่งตั้งให้เป็นชายาเอกหากไม่มีราชโองการ ตำแหน่งของชายาเอกนั้นก็จะว่างลง หากไม่มีการแต่งงานใหม่ก็จะไม่มีการเลื่อนสถานะของอนุภรรยาไปเป็นภรรยาเอกอย่างเด็ดขาด
แน่นอน หว่านซีไม่มีทางเตือนต่งเอ้อซื่อเป็นแน่ตรงกันข้ามนางจะพยายามยั่วยุจุดอ่อนของต่งเอ้อซื่อต่อไป และค่อยๆผลักให้นางลงไปสู่หุบเหวในที่สุด
ความงามพิสุทธิ์ของหว่านซีดึงดูดความสนใจของผู้คนเสมอมาเมื่อก่อนความงามของนางยังเจือความอ่อนเยาว์อยู่บ้างแต่ยามนี้นางเบ่งบานเย้ายวนด้วยความงามที่มีเสน่ห์แบบสตรีเต็มตัวอย่างแท้จริงคิ้วเรียวยาวงดงามแก้มนวลเนียนขาวใส ดวงตาเปล่งประกายดั่งมีน้ำหล่อเลี้ยงช่างเป็นใบหน้าที่งดงามอ่อนช้อยราวกับเทพธิดา
พวกนางทั้งหมดแต่งกายด้วยชุดพิธีการและแต่งหน้าอย่างประณีตแต่เมื่อมองแวบเดียว พวกนางสามารถแยกความแตกต่างระหว่างเมฆและโคลน[2]ได้ ไม่ต้องพูดถึงต่งเอ้อซื่อแม้แต่หลิวเจียซื่อที่เดิมต้องการแข่งขันก็ราวกับกำลังนั่งอยู่บนพรมเข็มเต็มไปด้วยความทรมาน
ถ้าเป็นไปได้ พวกนางต่างก็อยากกระโจนไปฉีกทึ้งดวงหน้างดงามของหว่านซีออกเป็นชิ้นๆ เช่นกัน
อิ้นถังหันศีรษะไปมองและเห็นมือขาวประดุจหยกของหว่านซีถือถ้วยชาการแสดงที่ทั้งเกียจคร้านและสง่างามนั้นเจือเสน่ห์ทำให้ผู้คนรู้สึกรักใคร่จนไม่ยอมวาง
เป็นนางปีศาจตนหนึ่งจริงๆ
อิ้นถังถอนหายใจ ดวงตาทั้งคู่มองไปรอบๆ อย่างไม่ตั้งใจ จึงทันเห็นการแสดงออกของหลิวเจียซื่อและคนอื่นๆชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อย อดไม่ได้ที่จะมองไปทางต่งเอ้อซื่อข้างๆเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ เห็นการแสดงออกที่ไม่พอใจของนางเปรียบเทียบกับใบหน้าที่ยิ้มแย้มของหว่านซีเขาคิดว่าหว่านซีเป็นผู้รู้สถานการณ์รู้จักรุกและถอย ไม่เหมือนคนอื่นๆ ที่รู้เพียงวิธีการหึงหวงเพียงเท่านั้น
หว่านซีสัมผัสได้ถึงการจ้องมองของอิ้นถังและอดไม่ได้ที่จะยิ้มตอบกลับไปดวงตาของนางเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและไว้วางใจท่าทางพึ่งพาเขาอย่างสุดหัวใจนั้นทำให้อิ้นถังใจเต้นรัวเขาเอื้อมมือไปกุมมือของนางที่วางอยู่บนโต๊ะดวงตาของหว่านซีมีแววของความเขินอายเจือปนอยู่ชั่วครู่หนึ่ง ทว่านางไม่ดึงมือกลับแต่แสดงให้คนอื่นเห็นอย่างโจ่งแจ้งว่านางได้รับความโปรดปรานมากเพียงใด
อิ้นถังไม่เคยสนใจความคิดเห็นของคนอื่น เขามีแผนที่จะลงโทษเหล่าสตรีในเรือนหลังอยู่แล้วดังนั้นไม่เพียงแต่ไม่ยับยั้งตัวเอง แต่เขากลับเพิกเฉยต่อผู้อื่นโดยสิ้นเชิงและสั่งให้งานเลี้ยงเริ่มได้
ดวงตาของต่งเอ้อซื่อเปลี่ยนเป็นสีแดงด้วยความโกรธขณะที่นางจ้องเขม็งไปที่มือของคนสองคนซึ่งสอดประสานกันโดยไม่สนใจรอบข้างแววตาของนางเปี่ยมด้วยเจตนาร้ายที่ส่งความเย็นไปถึงกระดูกสันหลังหว่านซีหันหน้าไปสบตากับต่งเอ้อซื่อ โดยไม่กลัวความอาฆาตพยาบาทในดวงตาของนางเลย ตรงกันข้ามมุมปากของนางยกขึ้นเล็กน้อย ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความยั่วยุ
"มีอะไรหรือ" อิ้นถังถามเอ่ยถามอย่างสงสัยเมื่อเห็นหว่านซีนั่งนิ่ง
หว่านซีหลุบดวงตาลง ก่อนจะเงยศีรษะขึ้นและมองชายหนุ่มด้วยท่าทางเศร้าสร้อยทำท่าจะดึงมือที่จับกันไว้แน่นออกอิ้นถังเพิ่มแรงที่จับมือนางเอาไว้โดยไม่รู้ตัวพร้อมกับหันมองตามทิศทางที่นางมองไปจึงได้เห็นแววตาจ้องมองประดุจต้องการฉีกเนื้อคนเป็นชิ้นๆของต่งเอ้อซื่อ "พระชายา คงเหนื่อยมากแล้วเจ้าบ่าวสุนัขพวกนี้ก็ไม่ช่วยปรนนิบัตินายของเจ้าให้พักผ่อนเลยหรือ“
เมื่ออิ่นหมัวมัวและตงกูกูได้ยินคำพูดนี้ก็รีบก้าวไปข้างหน้าสองก้าว แต่ก่อนที่พวกนางจะทันได้พยุงต่งเอ้อซื่อก็ถูกผู้เป็นนายสลัดออกอย่างไม่ไยดี
ต่งเอ้อซื่อมองไปที่หว่านซีด้วยดวงตาเจือแววขมขื่นระคนเย้ยหยัน "หม่อมฉันไม่เห็นด้วยกับคำพูดขององค์ชาย หม่อมฉันรู้ดีว่าตนเองเหนื่อยหรือไม่เพียงแต่ว่า...ไม่รู้ว่าน้องสาวหวันเหยียนเพียงไม่อยากให้หม่อมฉันแย่งความโดดเด่นของนางหรือเพียงเพราะองค์ชายคิดว่าหม่อมฉันไม่คู่ควร”
หว่านซีผลิยิ้มอ่อนหวาน เงยหน้าขึ้นมองอิ้นถังและพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน"องค์ชาย ถ้าพระชายาไม่เหนื่อยก็ไปห้องเสวยกันเถอะเพคะ!”
อย่างไรเสียนางก็ไม่ใช่คนที่กำลังท้องอยู่แล้ว ในเมื่อต่งเอ้อซื่อเต็มใจที่จะฝืนตัวเอง ก็มีเพียงตัวนางเองและลูกในท้องเท่านั้นที่ต้องทนทุกข์ทรมานในอนาคต หากเด็กจะสุขภาพไม่ดีหรือต่งเอ้อซื่อต้องทนทุกข์ทรมานกับการคลอดบุตรก็เป็นความผิดที่เกิดจากนางเอง ไม่เกี่ยวกับผู้อื่นทั้งสิ้น
อิ้นถังจ้องต่งเอ้อซื่อด้วยสายตาเย็นเยียบจากนั้นจึงจับมือของหว่านซีเดินเข้าไปในห้องเสวยด้วยกันสตรีที่เหลืออยู่ไม่มีใครเป็นคนโง่เขลา เมื่อพวกนางเห็นท่าทางรักใครทะนุถนอมของอิ้นถังที่มีต่อหว่านซีก็ไม่มีใครคิดจะสร้างเรื่องขึ้นมาอีกในยามนี้
บรรยากาศของงานเลี้ยงครอบครัวคล้ายจะชื่นมื่นปรองดองแต่ในความเป็นจริงกลับมีคลื่นใต้น้ำอยู่ตลอดเวลาทว่าพวกนางต่างถูกยึดโยงเข้าหากันโดยอิ้นถังต่างฝ่ายต่างยินยอมเก็บงำกรงเล็บของตนเองเอาไว้ชั่วคราว
อิ้นถังมีมาตรวัดอยู่ในใจตนเอง ไม่ว่าจะเป็นต่งเอ้อซื่อหรือหลิวเจียซื่อเขาก็จดจำการกระทำของพวกนางเอาไว้ในใจทั้งหมด
อย่าคิดว่าบุรุษนั้นต้องใจกว้างหากเป็นคนที่พวกเขาใส่ใจ จะใจกว้างกว่านี้ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่แต่หากไม่ใช่คนที่อยู่ในใจแล้ว จิตใจนี้ไม่เพียงไม่กว้างขวางแต่ยังเปี่ยมด้วยความอาฆาตพยาบาทอีกด้วย
[1] หมายความว่า ถึงไม่มีเจตนาทำร้ายผู้ใด แต่คนอื่นกลับมีเจตนาที่จะทำร้ายเรา
[2] การเปรียบเทียบของซึ่งแตกต่างกันมาก