บทที่ 19 : จะเอาทุกสิ่ง
สะใภ้รองมาเคาะประตูบ้านสามั้แ่เช้าตรู่ ซ่งอี้หรานรออยู่ก่อนแล้ว เธอเปิดประตูแทบจะทันทีจนจางซียังสงสัย นางหมูอ้วนนี่ตื่นเช้าั้แ่เมื่อไร? เมื่อเห็นสภาพของซ่งอี้หรานตอนนี้เธอแทบยกมือขยี้ตา นี่ใช่น้องสะใภ้สามจะกละคนเดิมหรือ? ซ่งอี้หรานตอนนี้เพียงแค่ดูอวบอัด โครงหน้ากลับมาสะสวย ใกล้เคียงสมัยก่อนแต่งงานแล้ว
“น้องสะใภ้สามตื่นแล้วเหรอจ๊ะ? พี่มารบกวนแต่เช้า พอดีว่า่บ่ายพี่ต้องไปทำงานเก็บแต้มต่อน่ะจ่ะ” สะใภ้รองยิ้มจริงใจ
“ฉันตื่นเช้าอยู่แล้วค่ะ พี่สะใภ้รองเข้ามาก่อน” ซ่งอี้หรานเดินนำหน้าสะใภ้รองเข้าบ้าน ตอนนั้นเองหางตาเธอเหลือบไปเห็นหัวเล็กๆ สามหัวกำลังแอบมองมาจากหลังต้นไม้ฝั่งตรงข้ามบ้านเธอ “นั่นอาซั่วกับลูกๆ ของพี่ไม่ใช่เหรอคะ?”
สะใภ้รองถอนหายใจ “เ้าเด็กพวกนี้อยากรู้อยากเห็น เอาแต่พูดว่าจะมาเล่นกับพี่อาเถา เธอก็อย่าปิดกั้นเด็กเลยนะ พี่น้องกันทั้งนั้น ดีกว่าให้ไปคบกับไอ้เด็กลูกแม่ม่ายนั่นเป็ไหนๆ”
จางซีได้ยินคนพูดว่าเ้าเด็กโกวจื่อนั่นดูมีเนื้อมีหนังขึ้นเยอะหลังจากซ่งอี้หรานเริ่มกลับตัวกลับใจใหม่ เสื้อผ้าก็ใส่เสื้อตัวเก่าของอาเถา จะบอกว่าเก่าก็ไม่เชิง เพราะสภาพของมันดีกว่าเด็กหลายคนในหมู่บ้าน สะใภ้รองเจ็บใจนักที่น้องสะใภ้สามข้ามหัวเธอไปดีกับบ้านแม่ม่ายนั่น คนทั้งหมู่บ้านคงหัวเราะเยาะเธอลับหลัง
“เขาชื่อโกวจื่อ และเขาเป็เด็กดี พี่สะใภ้รองอย่าเรียกเขาแบบนั้นอีกนะคะ”
“ได้ๆ โกวจื่อก็โกวจื่อ ว่าแต่น้องสะใภ้สามให้หลานๆ เข้ามาเล่นด้วยได้ไหม? พี่จะคอยดูไม่ให้เ้าเด็กตัวเหม็นพวกนี้ดื้อรบกวนพวกเรา” สะใภ้รองแอบยิ้มร้าย ถ้าลูกของเธอสามารถเข้าบ้านนี้ได้ก็จะมีเนื้อให้กิน!
“ค่ะ เด็กๆ เข้ามาก่อน” เด็กน้อยสามคนวิ่งออกมาจากหลังต้นไม้แล้ววิ่งมาหาซ่งอี้หรานกันเป็แถว
“อาสะใภ้สามสวัสดีค่ะ!” ลูกสาวสองคนของสะใภ้รองพูดพร้อมกัน ทั้งสองมองสีหน้าซ่งอี้หรานตาไม่กะพริบ มารดาบอกว่าหากเอาใจอาสะใภ้สามได้ ก็จะมีเนื้อให้กิน มีลูกอมตรากระต่ายขาวให้กินด้วย
“สวัสดีจ้ะ” ซ่งอี้หรานเอ็นดูหลานๆ แม้พวกพี่สะใภ้จะนิสัยไม่น่าคบหา แต่เด็กพวกนี้ล้วนเป็ผ้าขาว ทำตามคำสั่งสอนของบิดามารดา เนื้อในของพวกเขาก็เป็แค่เด็กไร้เดียงสา
เฉินซั่วเดินยิ้มแป้น “อาสะใภ้สามครับ ผมมาหาพี่เถา”
“พี่เถากำลังกินโจ๊กหมูอยู่ในครัว อาซั่วไปหาเขาซิ อาเถาต้องดีใจมากแน่” เ้าของร่างเดิมไม่อยากให้บ้านใหญ่ของเฉินซานมายุ่มย่ามกับชีวิต เพราะกลัวจะชักพาคนพวกนั้นมาแย่งกินแย่งใช้
“ครับ!” อาซั่วถูกแม่บังคับ เด็กน้อยไม่คิดยุ่งกับอาสะใภ้สาม ต่อให้อาสะใภ้รองจะใส่ร้ายแม่เขาอย่างไรก็ช่าง เขาจะไปเล่นและไปเก็บผักป่ากับพี่ชาย เื่ของผู้ใหญ่อาซั่วขอไม่ยุ่งเกี่ยว
เฉินซั่ววิ่งเข้าบ้านไปหาพี่ชาย สะใภ้รองร้อนใจกลัวลูกสะใภ้ใหญ่จะแย่งอาหารกินจนหมด หล่อนรีบผลักหลังลูกสาวสองคนให้วิ่งตามเฉินซั่วไป
“เด็กก็มีสังคมของเด็ก เราปล่อยพวกเขาไปเล่น แล้วเรามาทำงานกันเถอะ”
“ค่ะ” ซ่งอี้หรานรู้ความคิดของพี่สะใภ้รอง เธอเดินพาอีกฝ่ายเข้าบ้านไปนั่งที่ห้องนั่งเล่น จากนั้นนำอุปกรณ์ปักผ้าออกมา เธอให้สะใภ้รองดูงานปักที่เธอยังทำไม่เสร็จ
สะใภ้รองมองลายปักพยัคฆ์โบยบินด้วยสายตายากจะเชื่อ “นี่น้องสะใภ้ปักเองทั้งหมดเหรอ?”
“ค่ะ วันนี้พี่สะใภ้ลองฝึกลายที่ง่ายกว่านี้ก่อนนะคะ” ซ่งอี้หรานนำผ้าเนื้อหยาบมาให้สะใภ้รองลองปัก
“ทำไมเนื้อผ้าที่พี่ปักกับที่เธอปักต่างกันขนาดนี้ล่ะ? แบบนี้พี่จะปักสวยกว่าเธอได้ยังไง?”
“นี่เป็การฝึก ฉันจะเอาผ้าเนื้อดีให้พี่ลองผิดลองถูกได้ยังไงคะ” ผ้าเนื้อดีต้องใช้เงินและคูปองไม่น้อย พี่สะใภ้รองคิดเอาเปรียบเธอเกินไปแล้ว ซ่งอี้หรานจึงพูดขึ้นว่า “ครั้งหน้าพี่ต้องเอาผ้ามาเองนะคะ ผ้าเนื้อหยาบของฉันหมดแล้ว”
สะใภ้รองอ้าปากค้าง เงินเธอก็ไม่มี ไม่ต้องพูดถึงคูปองผ้า เสื้อผ้าของลูกสาวสองคนเธอหน้าด้านขอชุดที่คุณแม่หลินจะตัดให้เฉินซานมาตัดให้ลูกของเธอแทน “พี่ไม่มีผ้าหรอก จะทำยังไงดีล่ะ”
“ผ้าเก่าๆ ก็ได้ค่ะ พอพี่สะใภ้ปักจนงานสามารถขายได้ฉันจะเอาผ้าแบบเดียวกับที่ฉันปักให้พี่นะคะ” ในเมื่ออยากเห็นแก่ตัว เธอก็จะใจแคบไม่ให้อีกฝ่ายทำสำเร็จ คนแบบสะใภ้รองนี้น่ากลัว ได้คืบจะเอาศอก
“งั้นพี่จะลองกลับไปถามคุณแม่ดู” สะใภ้รองมองบนหนึ่งที ในที่สุดนางจิ้งจอกนี่ก็หางโผล่ ใครว่าปรับปรุงตัวเป็คนใหม่ที่ดีกว่าเดิม ที่แท้ก็ยังขี้เหนียวกับพี่น้องด้วยเื่เล็กน้อยเหมือนเดิม!
“มาเริ่มกันเลยนะคะ” ซ่งอี้หรานอยากทำงานของตัวเองแล้วเช่นกัน การสอนพี่สะใภ้รองทำให้งานของเธอช้าลง
‘จ๊อก!’ เสียงท้องจางซีคำรามออกมาดังสนั่นห้องนั่งเล่น ซ่งอี้หรานทำทีเป็ไม่ได้ยิน
แต่สะใภ้รองกลับพูดขึ้นมาเอง “ทำน้องสะใภ้สามหัวเราะแล้ว เมื่อเช้าพี่ไม่ได้กินมื้อเช้ามา จริงๆ พี่เก็บไว้ให้ลูกสาวสองคน เธอก็รู้ว่าพี่มีแต่ลูกสาว อยู่ในบ้านไม่กล้าเงยหน้าสู้พี่สะใภ้ใหญ่กับแม่สามีด้วยซ้ำ อดมื้อกินมื้อพี่ไม่ว่า ขอแค่ให้เสี่ยวจี้กับเสี่ยวผิงได้กินเพิ่มสักคำ”
ใบหน้าของจางซีมีแต่ความเศร้าหมอง จริงบ้างเท็จบ้าง เธอตั้งใจอดข้าวเช้าเพื่อมาหาของกินดีๆ บ้านน้องสะใภ้สาม หากซ่งอี้หรานไม่ให้ก็หน้าเนื้อใจเสือเกินคน เพราะขนาดบ้านโกวจื่อหล่อนยังช่วยเหลือ
“พี่สะใภ้กินโจ๊กหมูสับไหมคะ วันนี้ฉันทำเป็มื้อเช้า” ซ่งอี้หรานไม่มีทางปฏิเสธ แต่เธอคิดว่าตอนนี้โจ๊กหมูไม่น่าจะเหลือแล้ว
“จริงเหรอ!? พี่กินได้เหรอ!?” สะใภ้รองวางเข็มกับด้ายในมือ หล่อนจับมือเนียนนุ่มของสะใภ้สามเขย่าแรงๆ ด้วยความตื่นเต้น หล่อนวางแผนในใจว่าจะแสร้งปักไม่เป็เสียที เพื่อพาตัวเองและลูกมากินของดีๆ ที่นี่
“ฉันจะหลอกพี่ไปทำไมละคะ แต่ฉันทำไว้ไม่เยอะนัก อยู่กันแค่สองคนแม่ลูกเลยทำไว้แค่พอกินค่ะ”
“อาเถาตัวแค่นั้นเขากินไม่หมดหรอก งั้นพี่ไปกินโจ๊กก่อนนะ เสร็จแล้วจะรีบกลับมาเรียนรู้งาน!” สะใภ้รองรีบเดินไปยังห้องครัวราวกับกลัวว่าซ่งอี้หรานจะเปลี่ยนใจ
ซ่งอี้หรานมองตามหลังพี่สะใภ้รอง แววตาของเธอมีความรำคาญใจซุกซ่อนไว้
จางซีเข้ามาในห้องครัวเห็นอาซั่วกำลังยกชามใบใหญ่ซดจนหมด จากนั้นเ้าเด็กน้อยก็เรอออกมาดังๆ ทำเอาเด็กๆ บนโต๊ะหัวเราะชอบใจกันยกใหญ่
เสี่ยวจี้กับเสี่ยวผิงเห็นมารดาเดินเข้ามาก็รีบลงจากเก้าอี้แล้ววิ่งไปหา “แม่คะ เมื่อกี้น้องเถาให้พวกเรากินโจ๊กหมู มันอร่อยมาก จีจี้ไม่เคยกินมาก่อนเลย อาซั่วกินหมดหม้อจนเรอออกมาเสียงดังเลยค่ะ”
เสี่ยวจี้กล่าว ส่วนน้องสาวอาผิงพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม
อาซั่วหูแดงด้วยความเขินอาย ตอนแรกเขาปฏิเสธอาเถาแล้วว่าไม่กิน พี่ชายคนนี้นำโจ๊กหมูหอมๆ มาล่อตรงหน้า เขาอดใจไม่ไหวชิมไปคำเล็กๆ ใครจะรู้ว่าอาหารนี่อร่อยจนเขาเผลอเคี้ยวลิ้นตัวเอง ตอนแรกเกรงใจไม่อยากแย่งอาหารพี่เถา แต่ตอนนี้เกรงว่าแม้แต่ชามก็ไม่ต้องล้างเพราะเขากินเกลี้ยงมาก!
อาเถาเห็นป้าสะใภ้รองก็ยิ้มแหย “ป้าสะใภ้รองมาหาพี่สาวเหรอครับ?”
สะใภ้รองได้ยินว่าโจ๊กหมดแล้ว เธอแสร้งฉีกยิ้ม “เปล่าจ้ะ ป้ามากินข้าวเช้าบ้านอาเถาน่ะ โจ๊ะยังเหลืออยู่ไหม?”
เสี่ยวผิงส่ายหน้า “พวกเรากินหมดแล้วค่ะ!”
“หมด! ใครให้พวกแกกินหมดฮะ!? ต้องเป็เฉินซั่วแน่” สะใภ้รองมองอาซั่วด้วยใบหน้าอำมหิต นี่ซินะ เหตุผลที่สะใภ้ใหญ่บังคับให้ลูกชายตามมาด้วย มาเพื่อแย่งของกินไปจนหมด!
เฉินซั่วรู้สึกลำบากใจ เขาอยากปฏิเสธ ทว่าเขาเป็คนสุดท้ายที่กินมันจนหมดจริงๆ
อาเถารีบปกป้อง “โจ๊กนี่ของผมนะ ผมจะให้อาซั่วกินหรือให้ใครกินก็ได้”
สะใภ้รองรีบเปลี่ยนสีหน้า “ป้าไม่ได้ว่าอาเถานะ เมื่อครู่แม่เธอให้ป้ามากินโจ๊ก”
“มันหมดแล้วล่ะครับ” อาเถาเก็บชามของทุกคนไปล้าง ลูกสาวสองคนของจางซีไปช่วยล้าง ส่วนอาซั่วช่วยเช็ดชามให้แห้ง
สะใภ้รองเจ็บใจนัก เธอยังไม่ยอมแพ้ เดินไปเปิดตู้หาของอย่างไร้ความระอายใจ จางซีตาโตเมื่อในตู้กับข้าวของบ้านสามเต็มไปด้วยแป้งบดละเอียด ข้าวสาร แป้งข้าวโพด เนื้อหมูสามชั้นติดมัน กระดูกซี่โครงหมู และมีปลาตัวใหญ่ตากแห้ง
“ป้าสะใภ้รองหาอะไรเหรอครับ” อาเถาถามด้วยความหวังดี หากค้นไม่เจอ พวกเขาจะได้ช่วยหา
“อาเถา บ้านเธอมีเนื้อเยอะขนาดนี้เลยเหรอ!?” จางซีคิดว่าต่อให้เฉินซานเป็ทหารก็ไม่น่าจะมีคูปองเนื้อเยอะขนาดนี้
“บางอย่างผมกับโกวจื่อก็ล่ามาได้จากในป่า ปลาตากแห้งนี่ผมเป็คนจับมันได้ เราเลยประหยัดเงินกับคูปองไปได้บางส่วน” นี่เป็คำตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้เท่าที่อาเถาจะตอบได้ เด็กน้อยจะไม่บอกใครเด็ดขาดนอกจากคุณปู่คุณย่า คุณยาย และพ่อ ว่าที่บ้านเขาได้กินเนื้อทุกวัน วันละสามเวลา!
…………………………………https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiOTkyNzgwIjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO2k6Mjk3OTQzO30