ไม่ใช่แค่กู้ชีฉ่าวที่สังเกตเห็นว่าด้ายแมงมุมขาดแต่หานอวิ๋นซีเองก็สังเกตเห็นได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน
ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ล่ะ?
หรือว่า...
“ฮ่าฮ่ายุงพิษเป็นศัตรูของแมงมุมอย่างไรล่ะ! พิษของมันสามารถสู้กันได้”
กู้ชีฉ่าวหัวเราะเบาๆโอบหานอวิ๋นซีอย่างแน่นหนาแล้วหมุนตัวไปรอบๆ ในฝูงยุงพิษ ราวกับไม่ได้ปล่อยยาพิษอะไรออกไปทว่าเพียงพริบตา ยุงพิษทั้งหมดก็หนีไปด้วยความตื่นตระหนกหลายตัวก็ตายร่วงหล่นกับพื้น
ระบบล้างพิษของหานอวิ๋นซีคอยส่งเสียงเตือนอยู่ตลอดบางทีก็เตือนนางถึงพิษของยุง บางทีก็เตือนถึงพิษของลูกดอกแมงมุมและเตือนนางว่าสิ่งที่กู้ชีฉ่าวปล่อยออกมานั้นมีพิษ
กู้ชีฉ่าวเหตุผลที่ชายผู้นี้ไม่กลัวยุงพิษเพราะเขาคุ้นเคยกับวิธีต่อสู้กับพิษด้วยยาพิษอย่างไรล่ะ!
ต่อสู้กับพิษด้วยยาพิษนั้นถือได้ว่าทรงพลังอย่างมาก
เมื่อยุงพิษกระจายออกไปกู้ชีฉ่าวก็พาหานอวิ๋นซีหลบหนีต่อไป ในขณะที่ชายหน้ากากดำและนักฆ่าหญิงในชุดเขียวก็ตามมาติดๆ
ลูกดอกสีดำโจมตีครั้งแล้วครั้งเล่ากู้ชีฉ่าวใช้ความพยายามในการหลบลูกดอกของชายหน้ากากดำมากกว่าหลบการโจมตีของยุงพิษเสียอีก
ตราบใดที่สามารถเข้าไปในป่าภูเขาได้ลูกดอกก็จะถูกขัดขวางและพวกเขาสามารถหลบหนีได้เร็วขึ้น
ความเร็วของกู้ชีฉ่าวนั้นเร็วมากจนหานอวิ๋นซีได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นแรงในขณะที่อยู่ในอ้อมแขนของเขาคิดไม่ถึงเลยว่าชายรูปงามผู้หนึ่งที่นุ่มนวลและน่าหลงใหลอย่างมากจะมีเสียงหัวใจที่เต้นของชายชาตรีเช่นนี้ได้
ความเร็วของกู้ชีฉ่าวที่เร็วมากพออยู่แล้วอย่างไรก็ตามความเร็วของชายหน้ากากดำก็เร็วจนน่ากลัวเช่นกัน
ถ้าพวกเขาไม่ฉวยโอกาสหนีออกมาก่อนและหนีอย่างรวดเร็วเช่นนี้เดาว่าพวกเขาคงถูกจับไปนานแล้ว
เมื่อกู้ชีฉ่าวกำลังจะเข้าไปในป่าทันใดนั้นลูกดอกสีดำก็บินผ่านเขาไป ชนกับลำต้นของต้นไม้และกระดอนกลับมา
เป็นลูกดอกที่ทรงพลังอะไรเช่นนี้!
ตอนนี้กู้ชีฉ่าวลังเลอยู่ครู่หนึ่งและหลบไปทางด้านข้าง
ต้องรู้ว่าในการแข่งขันระหว่างยอดฝีมือกับยอดฝีมือนั้นผลลัพธ์มักเกิดจากความประมาทเท่านั้น ไม่ใช่จากความแข็งแกร่งแต่อย่างใด
ในขณะที่กู้ชีฉ่าวเหม่อลอยไปเสี้ยววินาทีชายหน้ากากดำก็ไล่ตามเขาและคว้าแขนของหานอวิ๋นซีไว้
กู้ชีฉ่าวคว้าเอวของหานอวิ๋นซีและยื่นมือออกไปเพื่อตีเขาชายหน้ากากดำก็คว้าหานอวิ๋นซีไว้แน่นด้วยมือข้างหนึ่งและยกฝ่ามือขึ้นเพื่อกั้นไว้ด้วยมืออีกข้าง
หานอวิ๋นซีตีชายในชุดดำอย่างสุดชีวิตจากนั้นก็กัดลงไปแล้ววางยาพิษ แต่พิษนั้นไม่มีผลใดๆ ต่อชายชุดดำ
พระเจ้ารู้ดีว่าเขาเป็นคนโหดร้ายเป็นผีดิบ หรือเป็นคนอันตราย!
หานอวิ๋นซีไม่มีเวลาที่จะหาคำตอบกับคำถามนี้เห็นได้ชัดว่าความแข็งแกร่งของนางไม่ได้มากเท่าชายหน้ากากดำนางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ดึงกริชออกมาเพื่อจะแทงทว่าดาบยาวของนักฆ่าหญิงในชุดเขียวกลับพุ่งเข้ามาจากด้านข้างทำให้นางปล่อยมือด้วยความตกใจ เกือบจะถูกนักฆ่าหญิงในชุดเขียวตัดมือขาดไปแล้ว
น่ากลัวเกินไป!
นักฆ่าหญิงในชุดเขียวและนักฆ่าหน้ากากดำค่อยๆทยอยมาถึงทีละคน กู้ชีฉ่าวก็ตกอยู่ในสถานการณ์ที่โดนล้อมอีกครั้ง
เขาจับมือหานอวิ๋นซีแน่นด้วยมือข้างหนึ่งและจัดการกับชายหน้ากากดำด้วยมืออีกข้างหนึ่งโดยไม่ได้สนใจนักฆ่าหญิงในชุดเขียวและนักฆ่าคนอื่นๆ เลย
ประกายความชั่วร้ายฉายแววในดวงตาของนักฆ่าหญิงในชุดเขียวดาบก็หักเหและแทงไปตรงหน้าของกู้ชีฉ่าว!
กู้ชีฉ่าวและชายหน้ากากดำที่ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมอ่อนข้อให้กันและกันความแข็งแกร่งเองก็สมดุลกันด้วย หากจะหลบดาบยาวของนักฆ่าหญิงในชุดเขียวกู้ชีฉ่าวไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องปล่อยหานอวิ๋นซี
อย่างไรก็ตามหากเขาปล่อยมือ หานอวิ๋นซีก็จะตกอยู่ในเงื้อมมือของชายหน้ากากดำทันทีเมื่อครู่แค่โชคดีที่ฉกนางมาได้เท่านั้น มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะแย่งนางมาจากชายหน้ากากดำด้วยเพราะสถานการณ์ตอนนี้ฝ่ายตรงข้ามมีจำนวนมากกว่า
ทำอย่างไรดีล่ะ?
เมื่อเห็นว่าดาบยาวของนักฆ่าหญิงในชุดเขียวใกล้เข้ามา!
อย่างไรก็ตามแม้ในช่วงเวลาคับขันเช่นนี้กู้ชีฉ่าวยังคงลังเล
ทันใดนั้นหานอวิ๋นซีก็พูดเสียงดังว่า “ปล่อยมือ”จากนั้นก็หมุนตัวอย่างรวดเร็วเพื่อให้หลุดพ้นจากมือของกู้ชีฉ่าวและเตะเขาออกไป
เช่นเดียวกับที่กู้ชีฉ่าวก้าวถอยหลังดาบยาวของนักฆ่าหญิงในชุดเขียวแทงมาตรงหน้าและหานอวิ๋นซีก็ถูกดึงโดยชายหน้ากากดำ
ทุกอย่างดูเหมือนจะจบลงแล้ว...
แต่ใครจะรู้ในขณะเดียวกัน มีเพียงเสียงแหลมๆ แหวกสายลม “ฟิ้ว...”
เห็นลูกธนูแหลมคมทะลุผ่านอากาศและยิงเข้าที่แขนของชายหน้ากากดำ
ลูกธนูที่แหลมคมนั้นดูเหมือนจะมีพลังในการเปิดโลกถึงขั้นทำให้เกิดการเคลื่อนไหวที่รุนแรงของกระแสลมโดยรอบ
ลูกธนูที่แหลมคมนั้นเร็วราวกับสายฟ้าที่ตกลงมาจากท้องฟ้าบุกไปทางไหนก็แหลกราบไปทางนั้น ทะลวงภูเขาลงไปจนถึงพื้นมหาสมุทร ไม่อาจต้านทานได้!
ไม่มีใครคาดคิดว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นด้วยความตื่นตระหนก ชายหน้ากากดำก็ถอนมือออกอย่างรวดเร็วลูกธนูแหลมคมนั้นผ่านแขนเสื้อของชายหน้ากากดำไป แม้ว่าจะไม่โดนแต่พลังที่บรรจุอยู่ในลูกธนูแหลมคมนั้นก็ผลักชายหน้ากากดำให้กระเด็นออกไป
“ลูกธนูเหล็กบริสุทธิ์!”นักฆ่าหญิงในชุดเขียวอุทาน
เหล็กบริสุทธิ์เป็นเหล็กที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก มีเพียงราชวงศ์เทียนหนิงเท่านั้นที่ใช้มันและลูกธนูเหล็กบริสุทธิ์นั้นเป็นของฉินอ๋องแห่งเทียนหนิงเท่านั้น!
หลงเฟยเยี่ยมาแล้ว!
หานอวิ๋นซีที่หลุดจากการควบคุมของทั้งสองฝ่ายก็ล้มลงในทันทีแต่เมื่อได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้นมา นางก็หันหน้าไปมองโดยสัญชาตญาณ
เห็นร่างสูงหยิ่งยโสลงมาจากท้องฟ้าและลงมาข้างหลังนางลักษณะของเขาสง่างามราวกับเทพเจ้า ใบหน้าก็เย็นชาราวกับปีศาจมือข้างหนึ่งไว้ข้างหลังและอีกข้างหนึ่งถือคันธนู เล็งไปที่ชายสวมหน้ากากสีดำ
เป็นเขา!
หลงเฟยเยี่ย!
เป็นเขาที่มา!
เขาไม่ทอดทิ้งนางไม่เคยทำให้นางผิดหวัง ไล่ตามฝูงยุงพิษมาแล้ว
ในขณะนี้หานอวิ๋นซีถึงกับลืมสถานการณ์ของตนเอง แม้ว่านางจะล้มลงทันที แต่หัวใจของนางก็ไม่กลัวอีกต่อไปนางเด้งตัวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ราวกับว่าเมื่อผู้ชายคนนี้ปรากฏตัวนางจะปลอดภัยอย่างแน่นอน
“หลงเฟยเยี่ย!”
ชายหน้ากากดำถอนหายใจด้วยความโล่งอกเดิมทีกลัวหลงเฟยเยี่ยจะตามมาข้างหลังดังนั้นเขาจึงออกหน้ามาเพื่อพาหานอวิ๋นซีออกไป ใครจะรู้ว่าการแทรกแซงของกู้ชีฉ่าวทำให้เวลาล่าช้า
เขาควรจะคิดได้นานแล้วว่าหากฝูงยุงพิษมาถึงหลงเฟยเยี่ยก็คงมาถึงแล้วเช่นกัน
ในเวลานี้ชายหน้ากากดำอยู่ใกล้กับหานอวิ๋นซีมากที่สุด ดวงตาที่ดุร้ายของเขามืดมนไม่ได้สนใจคำเตือนจากลูกธนูของหลงเฟยเยี่ยและพุ่งเข้าหาหานอวิ๋นซีอีกครั้งทันที
“ฟิ้ว…”
มีเสียงทะลุผ่านอากาศอีกครั้งลูกธนูเหล็กบริสุทธิ์ร่อนลงมาอย่างสง่างามราวกับว่ามันสามารถทะลุทะลวงท้องฟ้าและผืนดินได้อย่างไรอย่างนั้น
ด้วยลูกธนูนี้พระเจ้ารู้ดีว่าหลงเฟยเยี่ยมีพละกำลังภายในมากเพียงใด ทุกคนต่างตกตะลึงแต่ชายหน้ากากดำยังคงไม่ยอมแพ้ ในขณะที่ไล่ตามหานอวิ๋นซีก็จับตาดูลูกธนูที่แหลมคมและพร้อมที่จะหลบได้ทุกเมื่อ
อย่างไรก็ตามสิ่งที่เหนือความคาดหมายยิ่งกว่าก็คือทันทีที่ลูกธนูเหล็กบริสุทธิ์ถูกปล่อยออกไปหลงเฟยเยี่ยก็เหาะตามลงมาทันที พร้อมกับใบหน้าที่เย็นชาราวกับเทพเจ้า
เมื่อเห็นสิ่งนี้ดวงตาของชายหน้ากากดำเต็มไปด้วยความเย็นชา และปาลูกดอกออกไป!
อย่างไรก็ตามหลังจากปาออกไปสองสามดอก เป้าหมายไม่ใช่เพื่อยิงหลงเฟยเยี่ย แต่เพื่อวางยาพิษ
ต้องรู้ว่าศิลปะการต่อสู้ของหลงเฟยเยี่ยนั้นไม่มีใครเทียบได้แต่เขาไม่เข้าใจยาพิษและยาพิษคือจุดอ่อนของเขา!
“มีพิษ!”
หานอวิ๋นซีอุทานขณะนี้เวลานี้นางสูงจากพื้นเพียงประมาณสามเมตรและอาจจะร่วงลงมาจนกระดูกแตกเป็นชิ้นๆได้ทุกเมื่อ
ลูกธนูแหลมพุ่งเข้าหาชายหน้ากากดำทำให้เขาต้องหลบและพลาดโอกาสที่จะคว้ามือของหานอวิ๋นซีอย่างไรก็ตามผงยาที่เขาปล่อยออกมาก็กระจายอยู่รอบๆ หานอวิ๋นซี
ถ้าเขาไม่ได้ตัวนางไปก็ต้องทำลายให้สิ้นซาก มากกว่าที่จะปล่อยให้หลงเฟยเยี่ยได้ไป!
หากหลงเฟยเยี่ยไม่หยุดและลงมือต่อไปละก็ต้องถูกวางยาพิษอย่างแน่นอน
แต่ใครจะรู้ว่าหลงเฟยเยี่ยไม่ได้สนใจพิษในอากาศและเหาะลงไปต่ำ
ในตอนที่หานอวิ๋นซีกำลังจะร่วงหล่นลงบนพื้นแขนที่แข็งแรงก็อุ้มนางขึ้นมาอยู่ในอ้อมแขนจากนั้นก็หมุนตัวลงบนพื้นและยืนอย่างมั่นคง
การเคลื่อนไหวนั้นสง่างามและงดงามอย่างสุดจะพรรณนาหานอวิ๋นซีมองดูรูปร่างที่สมบูรณ์แบบและเย็นชาของเขาโดยหวังว่าช่วงเวลาอันตรายเช่นนี้จะไม่ผ่านไป
เมื่อเห็นหลงเฟยเยี่ยเพิกเฉยต่อพิษในอากาศและช่วยเหลือคนชายหน้ากากดำก็ตกตะลึง เป็นไปได้หรือไม่ว่าหลงเฟยเยี่ยจะไม่กลัวพิษ?
ชั่วขณะหนึ่งเขาเองก็ไม่ได้สนใจมากขนาดนั้น จึงพูดอย่างเคร่งขรึมว่า “ถอย!”
ถ้าหลงเฟยเยี่ยไม่สนใจเรื่องพิษละก็ทุกคนที่อยู่ตรงหน้าในตอนนี้ก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา
ต้องถอยกลับเท่านั้น!
และในเวลานี้กู้ชีฉ่าวกลับจู่โจมไปที่นักฆ่าหญิงในชุดเขียว ชายหน้ากากดำเห็นสิ่งนี้จึงเข้าไปดึงนักฆ่าหญิงในชุดเขียวออกและขว้างลูกดอกไปที่กู้ชีฉ่าว
ด้วยบทเรียนที่ได้รับจากอดีตกู้ชีฉ่าวยังคงมีความกลัวต่อลูกดอก และหลบไปด้านข้างอยู่หลายครั้งในตอนที่กำลังจะไล่ตามไปอีกครั้งชายหน้ากากดำก็พานักฆ่าหญิงในชุดเขียวหายเข้าไปในป่าข้างๆ แล้ว
กู้ชีฉ่าวไม่ได้นิ่งเฉยเขาเหวี่ยงแส้และหยุดนักฆ่าที่เหลือไว้ ในขณะเดียวกันมู่ชิงอู่และซ่างกวนที่ตามมาถึงก็ร่วมต่อสู้กับพวกเขาอย่างรวดเร็ว
หลงเฟยเยี่ยไม่ได้ไล่ตามไปสายตาของเขาจับจ้องไปที่ชายหน้ากากดำในระยะไกล มองจนกระทั่งแผ่นหลังนั้นลับหายไปเขาขมวดคิ้วแน่นขึ้นทันใด พร้อมกับกระอักเลือดสีดำออกมาเต็มปาก
ผงพิษจากชายหน้ากากดำไม่มีผลอะไรกับกู้ชีฉ่าวและหานอวิ๋นซีหานอวิ๋นซีเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านพิษ หากไม่ล้างพิษในทันที ก็ยังมีภูมิคุ้มกันที่ดีกว่าคนอื่นๆและการแพร่กระจายของพิษจะใช้เวลานานกว่าคนธรรมดาส่วนกู้ชีฉ่าวก็ชำนาญด้านการใช้พิษในการโจมตีผงพิษที่ปล่อยออกมานั้นจึงทำอะไรเขาไม่ได้เช่นกัน
อย่างไรก็ตามหลงเฟยเยี่ยแตกต่างออกไป เพียงครู่เดียวพิษก็็กระจายไปทั่วร่างกายของเขาแล้ว
ชายหน้ากากดำปล่อยพิษออกมามากเกินไปหานอวิ๋นซีเองก็ไม่สามารถบอกได้ว่ามันเป็นพิษอะไรเช่นกัน
“ท่านปล่อยข้าข้าจะได้รีบตรวจสอบ” นางพูดอย่างเร่งรีบ ความตื่นตระหนกเผยออกมาทั่วใบหน้าของนางจนตัวเองไม่ได้สังเกตด้วยซ้ำ
หลงเฟยเยี่ยเหลือบมองใบหน้าเล็กๆที่ลุกลี้ลุกลนของนาง เขาไม่ได้พูดอะไรมากและปล่อยมือ
หานอวิ๋นซีหันมาเผชิญหน้ากับหลงเฟยเยี่ยและเริ่มสแกนระบบการล้างพิษทันทีการสแกนนี้ เผยให้เห็นสารพิษสามประเภท
เจ้าชายหน้ากากดำบ้านั่นสมควรตายจริงๆเป็นไปได้หรือไม่ว่าพิษที่ติดอยู่บนลูกดอกของเขานั้นแตกต่างกันทั้งหมด?
เมื่อเห็นเลือดบนริมฝีปากของหลงเฟยเยี่ยหานอวิ๋นซีก็ไม่ได้คิดอะไรมาก นางยืนเขย่งเท้าและยื่นมือออกไป
แต่หลงเฟยเยี่ยกลับคว้ามันไว้และพูดอย่างไม่พอใจว่า“เจ้าจะทำอะไร?”
เขาที่รักความสะอาดอย่างมากและเกลียดการถูกผู้อื่นแตะต้องตัวตั้งแต่ยังเด็กโดยเฉพาะการสัมผัสใบหน้าของเขา
“เก็บตัวอย่างเลือดเอามาวิเคราะห์อย่างไรล่ะข้าจะได้ระบุได้ว่าพิษสามชนิดนี้คืออะไร”หานอวิ๋นซียังคงรีบร้อนและไม่ได้คิดมากเกี่ยวกับเรื่องนี้
หลงเฟยเยี่ยลังเลอยู่ครู่หนึ่งเบนสายตาไปทางอื่นไม่มองนาง และปล่อยมือของนางอย่างช้าๆ
ความจริงจังเผยอยู่บนใบหน้าซีดของหานอวิ๋นซีนางเขย่งเท้าอีกครั้ง ยื่นนิ้วชี้ไปแตะที่มุมปากของหลงเฟยเยี่ยเบาๆและเช็ดเลือดเบาๆ ราวกับว่ายังไม่เพียงพอ นางจึงเช็ดมันอีกสองสามครั้ง
สัมผัสที่ละเอียดอ่อนปลายนิ้วสัมผัสริมฝีปากบางของเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ เป็นสัมผัสที่อ่อนนุ่ม ดูจักจี้และมีความรู้สึกแปลกๆ ที่อธิบายไม่ได้
หลงเฟยเยี่ยมองนางโดยไม่รู้ตัวอย่างไรก็ตามหานอวิ๋นซีจดจ่ออยู่กับพิษในร่างกายของหลงเฟยเยี่ยจะไปรู้ได้อย่างไรว่าการกระทำนี้คลุมเครือเพียงใด
นางยังคงจริงจังมากหลังจากเก็บตัวอย่างเลือดเพียงพอแล้ว นางก็รีบปล่อยมือทันที
และการปล่อยมือไปนี้ทำให้หลงเฟยเยี่ยรู้สึกราวกับว่าเขาได้สูญเสียบางสิ่งไปอย่างกะทันหันเป็นความรู้สึกสูญเสียที่ยากจะพรรณนา
ให้ตายเถอะเขาเป็นคนหมกมุ่นอยู่กับความสะอาดมาโดยตลอดทั้งยังรังเกียจสัมผัสของสตรียิ่งกว่าสิ่งใด แต่เมื่อเผชิญหน้ากับสตรีผู้นี้หลังจากที่เขาสูญเสียการต่อต้านทางจิตใจ ก็รู้สึกไม่พอใจ ยังไม่พอ!อยากทำต่ออีกอย่างนั้นหรือ?
ความรู้สึกที่ไม่สามารถควบคุมได้ทำให้หลงเฟยเยี่ยรู้สึกรังเกียจอีกครั้งเขาหลีกเลี่ยงการจ้องมองและหันไปมองกู้ชีฉ่าว
หานอวิ๋นซีจะไปรู้ได้อย่างไรว่าหลงเฟยเยี่ยกำลังคิดอะไรอยู่ทันทีที่นางเก็บตัวอย่างเลือด ก็นั่งยองลงทันทีและถอดถุงยาที่พกติดตัวออกมา...