เจี่ยนหรานกลับไปถึงออฟฟิศของแผนกธุรกิจได้ยินเพื่อนร่วมแผนกกำลังวิจารณ์ท่านประธานคนใหม่อยู่
แต่ละคนพูดจนน้ำลายกระเซ็นราวเหมือนกับเข้าใจท่านประธานคนใหม่เสียมากมายเต็มประดา
เพื่อนร่วมงานชื่อหลินเม่ยมองเห็นเจี่ยนหรานก็รีบลากมาร่วมกลุ่ม “เจี่ยนหราน เธอนี่โชคดีจริงๆ ได้ทำงานข้างกายท่านประธานเป็ครั้งแรก”
เจี่ยนหรานยิ้มจืดๆ“ทำงานน่ะ อยู่ข้างกายใครไม่สำคัญหรอก ถ้าเธอคิดว่าทำงานข้างกายท่านประธานแล้วดีต่อไปได้เจอเื่แบบวันนี้อีกจะให้ผู้จัดการส่งเธอไปนะ”
เย่เม่ยรีบเข้ามาแกว่งมือ“ถึงจะบอกว่าท่านประธานคนใหม่ของเราเป็หนุ่มหล่อมีสเน่ห์เสน่ห์แต่สายตากับท่าทางนั่นไม่ใช่คนที่พวกเราเหล่ากุ้งฝอยจะเข้าใกล้ได้”
“อีกเดี๋ยวท่านประธานคนใหม่จะมาเดินตรวจสอบตามปกติทุกคนกลับไปที่นั่งตั้งใจทำงาน” จ้าวจวินฉิง ผู้จัดการแผนกธุรกิจเดินเข้ามาในออฟฟิศสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชา
ท่านประธานคนใหม่จะมาเดินตรวจสอบตามปกติ!
พอได้ยินข่าวนี้เจี่ยนหรานก็กลืนน้ำลายอย่างช่วยไม่ได้ตื่นเต้นจนหัวใจแทบจะกระเด็นกระดอนออกมาจากช่องคอ
ฉินเยว่สามีที่เพิ่งแต่งงานของเธอเป็ท่านประธานคนใหม่ความเป็จริงข้อนี้เธอยังต้องใช้เวลามาค่อยๆทำความเข้าใจ ใน่เวลาสั้นๆ นี้เธอยังไม่ได้เตรียมตัวจะเผชิญหน้ากับเขาเลย
เพื่อนร่วมงานคนอื่นๆต่างกลับไปที่นั่งแล้ว เหลือเพียงเจี่ยนหรานที่ยังยืนเหม่ออย่างโง่เง่าอยู่ที่เดิมจ้าวจวินฉิงมองเจี่ยนหราน “เจี่ยนหราน เธอยังมีเื่อะไรอีก?”
“ไม่มีค่ะ” เจี่ยนหรานได้สติขึ้นมา แอบกำหมัด รีบกลับไปยังที่นั่งเปิดคอมพิวเตอร์ตรวจสอบข้อมูลลูกค้า
ไม่ถึงชั่วขณะ ลิฟท์ส่งเสียงดังติ้งต่องฉินเยว่ภายใต้การห้อมล้อมของกลุ่มคนก็ปรากฎปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งต่อหน้าเจี่ยนหราน
แต่โชคดีที่ฉินเยว่เพียงแค่ทักทายพนักงานของแผนกเท่านั้นฟังจ้าวจวินฉิงรายงานเื่งานอย่างเรียบง่ายอีกครั้งก็นำกลุ่มคนจากไป
พอฉินเยว่ไปแผนกธุรกิจก็วุ่นวายขึ้นมาอีกครั้งแม้แต่จ้าวจวินฉิงที่ปกติเอาจริงเอาจังยังอดไมไหวเม้าท์มอยกับทุกคนไปหลายประโยค
ทุกคนพูดถึงแต่เื่ท่านประธานสุดหล่อที่หล่อจนไร้เหตุผลว่ายังไม่แต่งงานหรือแต่งงานแล้วกันแน่?
เจี่ยนหรานฟังคำวิจารณ์ของพวกเขาแล้วไม่ได้พูดอะไรสักคำในใจคิดว่าถ้าให้คนกลุ่มนี้รู้ว่ามีชื่อของเธอเขียนอยู่ในทะเบียนสมรสของท่านประธานเธอจะถูกผู้หญิงกลุ่มนี้ถลกหนังทั้งเป็ไหมนะ?
่เวลาทำงานของวันนี้ภายใต้ความตื่นตระหนกและวุ่นวายใจนับว่าผ่านไปแล้วบรรดาเพื่อนร่วมงานต่างกลับไปหมดแล้วเจี่ยนหรานถึงเพิ่งจะเลิกงาน
งานตอนกลางวันเสร็จแล้วตอนกลางคืนเธอควรจะใช้จิตใจเช่นไรไปเผชิญหน้ากับฉินเยว่ดี?
เจี่ยนหรานไม่รู้จริงๆไม่รู้แม้แต่ว่าควรจะกลับไปยัง“บ้าน” ของเธอกับฉินเยว่หรือไม่
ออกจากประตูใหญ่ของบริษัทเจี่ยนหรานเคยชินกับการเลี้ยวขวามาถึงเพื่อไปยังทางเข้าบีB ของสถานีรถไฟใต้ดินสวนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของรถไฟใต้ดินเดินมาได้ระยะทางสั้นๆ ถึงก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่า ตอนนี้เธออยู่ด้วยกันกับสามีที่เพิ่งแต่งงานกัน
อพาร์ทเมนต์ของฉินเยว่ห่างจากบริเวณสวนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไม่ไกลนั่งรถบัสแค่สามสถานี ป้าย ถ้าเดินน่าจะประมาณครึ่งชั่วโมงก็ถึงแล้ว
เจี่ยนหรานมองดูเวลาตอนนี้เพิ่งห้าโมงกว่า ยังไงเสียก็ยังไม่ได้คิดให้ดีว่าจะเผชิญหน้ากับฉินเยว่อย่างไรเธอเลยเลือกจะเดินกลับบ้าน จะได้คิดเื่ของทั้งสองคนให้ดีๆพอดี
เมื่อกลับมาถึงด้านล่างของอาคารที่พักเจี่ยนหรานตัดสินใจไปซื้อพวกผักและเนื้อที่ซูเปอร์มาเก็ตของสดด้านข้างไม่ว่าเื่ใหญ่แค่ไหน เติมท้องให้เต็มสิถึงจะสำคัญที่สุด
เธอไม่รู้ว่าฉินเยว่ชอบทานอะไรจึงเอามือถือออกมาคิดจะโทรถามแต่ก็กังวลอีกว่าอีกฝ่ายจะไม่สะดวกรับโทรศัพท์ดังนั้นเลยวางมือเก็บมือถือคืนที่เดิม
เลือกซื้อวัตถุดิบทำอาหารเสร็จแล้วก็หิ้วกลับบ้าน
ห่างจากลิฟท์ไม่เท่าไหร่เจี่ยนหรานเห็น เงาร่างที่ทั้งแปลกหน้าและคุ้นเคยเขาหันหน้าเข้าหาลิฟท์ ยืนตัวตรงแน่ว ชุดสูทสีเทาอ่อนเมื่อถูกเขาสวมแล้วแลดูดีมาก
ฉินเยว่ยืนตัวตรงอยู่ตลอดเขารูปร่างดีมาก มองไกลๆ แล้ว เหมือนทิวทัศน์ที่งดงาม
จนถึงตอนนี้เจี่ยนหรานยังคงไม่เข้าใจผู้ชายที่รูปร่างโดดเด่นเช่นนี้แถมยังเป็ประธานของบริษัทใหญ่ทำไมถึงมานัดบอดได้ แถมยังชอบเธอที่ “แสนจะธรรมดา” ด้วย?
“คุณกลับมาแล้วหรือ” เจี่ยนหรานเดินเข้าไป พยายามทักทายเขาอย่างธรรมดาที่สุด
“อืม” ฉินเยว่หันมามองเธอ บนใบหน้าไม่มีสีหน้าแปลกใจที่ได้เห็นเธอยังคงเรียบเฉย
เจี่ยนหรานยิ้มบางๆให้ และยืนนิ่งอยู่ข้างกายเขา
เธอเพียงแค่มองเขาแวบหนึ่งรู้สึกราวกับว่าวันนี้ผู้ชายคนนี้ไม่เหมือนเดิมอยู่บ้างแต่ตรงไหนไม่เหมือนเดิมนั้นในเวลาสั้นๆ ยังนึกไม่ออก
แอบเหลือบลอบมองแวบทางหางตาแวบหนึ่งที่แท้วันนี้เขาสวมแว่นตากรอบสีทองทั่วร่างทำให้ยิ่งดูเงียบสงบและเก็บตัวมากขึ้น
เจี่ยนหรานแอบถอนหายใจในใจผู้ชายคนนี้เพียงแต่พูดเยอะหน่อยตอนพบกันครั้งที่สองเท่านั้นปกติแล้วเป็คนสงวนคำพูด เธออยากจะเป็ฝ่ายกระชับความสัมพันธ์แต่ก็ไม่รู้จะลงมือเริ่มอย่างไร
แถมตอนนี้รู้ฐานะที่ทำให้คนช็อกของเขาอีกเจี่ยนหรานยิ่งไม่รู้ว่าควรจะเริ่มเข้าใกล้เขาอย่างไรดี
ขณะกำลังคิดอยู่จู่ๆ ฉินเยว่ก็ยื่นมือข้างหนึ่งมาหาเธอเจี่ยนหรานถอยหลังไปก้าวนึงตามสัญชาตญาณเพิ่มระยะห่างระหว่างเธอกับเขา
“เอาของมาให้ผมหิ้วเถอะ” เขาพูดเสียงนุ่มนวล ไม่ได้โกรธที่เธอรักษาระยะห่างระหว่างกันอย่างไม่ได้ตั้งใจเข้ามาเอาเพียงแค่ยื่นมือมารับถุงในมือของเธอไปตามใจชอบ
เจี่ยนหรานรู้สึกใบหน้าร้อนผ่าวเขาแค่คิดจะช่วยเธอหิ้วถุงเท่านั้นส่วนเธอกลับคิดเหลวไหลไร้สาระไปถึงไหนๆแล้ว
ก้มศีรษะมองมือใหญ่แข็งแรงของฉินเยว่หิ้วของถุงใหญ่เหมือนไม่หนักเท่าไหร่ความอบอุ่นก็แผ่ซ่านในหัวใจเธอ
เจี่ยนหรานคิดในแง่ดีว่าต่อให้ไม่มีความรัก ต่อให้เขาเป็ประธานใหญ่ของบริษัทแต่ขอเพียงทั้งสองคนร่วมแรงร่วมใจในการแต่งงานนี้ก็จะสามารถอยู่ร่วมกันได้เป็อย่างดี
พวกเขาเข้าไปในลิฟท์ในขณะที่ลิฟท์เคลื่อนตัวก็ไม่มีใครพูดอะไรเลย
พอกลับถึงบ้านฉินเยว่นำสิ่งของไปวางไว้ในครัวแล้วพูดเสียงนุ่มนวลอีกว่า“ผมทำอาหารไม่ค่อยเป็ คืนนี้ต้องรบกวนคุณแล้ว”
“คุณไปทำธุระของคุณเถอะ เื่ทำอาหารไว้เป็หน้าที่ของฉันเอง” เจี่ยนหรานวางกระเป๋าเสร็จ ก็ถอดเสื้อนอกออกสวมผ้ากันเปื้อน
“ขอบใจ!” เขาพูดเสียงเบา
“คุณเกรงใจเกินไปแล้ว” เจี่ยนหรานเค้นรอยยิ้มขึ้น ยิ้มจนเก้อเขินเล็กน้อย
พวกเขาเป็สามีภรรยากันแล้วแต่การอยู่ด้วยกันกลับยังเหมือนคนแปลกหน้าสองคน
เธอคิดว่าภรรยาทำอาหารให้สามีทานเป็เื่ที่ถูกต้องเหมาะสมส่วนท่าทีที่เขาพูดกับเธอ แทบไม่รู้สึกว่าเว้นระยะห่างระหว่างทั้งสองคนเลย
เจี่ยนหรานคิดว่าถึงแม้จะเป็การแต่งงานที่ไม่มีความรักเป็พื้นฐานก็ไม่ควรจะอยู่ด้วยกันเหมือนคนแปลกหน้า
เธอไม่คิดมากอีกต่อไปหันหลังเข้าห้องครัว ซาวข้าวแล้วเทลงในหม้ออย่างคล่องแคล่วเลือกผัก ล้างผัก ...
ผ่านไปครู่หนึ่งหางตาของเจี่ยนหรานเหลือบไปเห็นเงาร่างสูงใหญ่ยืนอยู่ที่ประตูทางเข้าห้องครัว
“ถ้ามีอะไรให้ช่วย คุณบอกมาได้นะ” ฉินเยว่ยืนตัวตรงแน่วอยู่ที่นั่น น้ำเสียงยังคงนุ่มนวลเหมือนปกติ แต่กลับน่าฟังและมีความละอายปนนิดๆ
“คุณรออีกหน่อย เดี๋ยวก็ทำเสร็จแล้ว” เจี่ยนหรานชะโงกศีรษะออกมาดูนาฬิกาที่แขวนไว้บนผนังห้องนั่งเล่นตอนนี้หนึ่งทุ่มครึ่งแล้ว เขาคงจะหิวแย่
ในใจครุ่นคิดพรุ่งนี้เลิกงานจะต้องตรงกลับมาเลยทำอาหารให้เสร็จเร็วขึ้นหน่อยเขากลับบ้านมาจะได้ทานอาหารที่เธอลงมือทำเอง
ไม่ว่าฉินเยว่จะมีศักดิ์ฐานะเช่นไรแต่การแต่งงานครั้งนี้เธอเป็คนตัดสินใจเองจะต้องพยายามทำให้เป็่เวลาที่ดี