จอมยุทธ์ซุปตาร์

    ตอนที่ 80 ค่ำคืนอันอบอุ่น Re

            ไป่ชิงหยุนถามไป่ฉีด้วยสีหน้าจริงจัง  ส่วนไป่เหลียนฮวานั้นมองหญิงสาวในอ้อมแขนของลูกชายตัวเองอย่างสนอกสนใจ


            “นี่ผู้จัดการของผมครับ  ชื่อเมิ่งชิงชิง  ตอนขากลับเธอมีไข้  ผมกลัวว่าถ้าปล่อยให้ขับรถกลับคนเดียวอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้  ก็เลยจะให้เธอมานอนค้างที่นี่คืนหนึ่งครับ” ไป่ฉีอธิบายสาเหตุที่อุ้มเมิ่งชิงชิงเข้ามาในห้อง


            “งั้นก็แล้วไป  อุ้มเธอเข้าไปในห้องของพ่อกับแม่ก่อนไป  ที่รักคุณช่วยเตรียมผ้ากับกะละมังใส่น้ำไปเช็ดตัวให้....เอ่อ” ไป่ชิงหยุนมองลูกชายเป็นเชิงต้องการจะถามชื่อผู้จัดการสาวของไป่ฉี


            “เธอชื่อ เมิ่งชิงชิงครับ” ไป่ฉีตอบ


            “อือ ที่รักช่วยเช็ดตัวให้คุณเมิ่งด้วยนะ  ให้ไป่ฉีเช็ดตัวให้คงไม่เหมาะเท่าไหร่” ไป่ชิงหยุนกล่าว


            ไป่ฉีอุ้มเมิ่งชิงชิงเข้าไปในห้องนอนของพ่อกับแม่  ส่วนไป่ชิงหยุนก็จัดแจงปูที่นอนให้  ไป่ฉีวางเมิ่งชิงชิงลง  แล้วเดินออกไปนอกห้อง  ส่วนแม่ของเขาก็เดินสวนเข้าไปเพื่อเช็ดตัวให้กับเธอ


            “ขอโทษที่รบกวนนะคะ” เมิ่งชิงชิงกล่าว


            “ไม่เป็นไรหรอกจ๊ะหนู  รอแปปนึงนะ  แม่ให้ไป่ฉีไปทำโจ๊กให้แล้ว  ถึงจะเป็นโจ๊กสำเร็จรูปก็เถอะ  ทานได้ใช่ไหม” ไป่เหลียนฮวาถาม


            “ทานได้ค่ะ” เมิ่งชิงชิงตอบ


            “มาแล้วครับ  พี่ชิงชิงมาทานโจ๊กก่อน  เดี๋ยวจะได้ทานยาลดไข้” ไป่ฉีถือถาดที่มีชามโจ๊กเข้ามา  เขาใส่หมูสับกับต้นหอมนิดหน่อย  รวมทั้งตอกไข่ไก่ลงไปด้วยอีก 1 ฟอง  เพื่อให้ดูน่าทานขึ้น


            “แม่ครับเดี๋ยวผมดูแลพี่ชิงชิงเอง  ว่าแต่พ่อกับแม่จะนอนที่ไหนล่ะครับ” ไป่ฉีถาม  เพราะห้องนี้เป็นห้องนอนห้องเดียวในห้องเช่านี้


            “ไม่เป็นไร  เดี๋ยวแม่กับพ่อไปนอนตรงห้องนั่งเล่นตรงที่ลูกนอนประจำก็ได้  คอยเช็ดตัวให้พี่เขานะ  ตรงซอกคอกับข้อพับ  ทำได้ใช่ไหม” ไป่เหลียนฮวาถาม


            “ได้ครับ  พ่อกับแม่ไปพักเถอะ  เดี๋ยวผมดูแลพี่ชิงชิงเองครับ” ไป่ฉีกล่าว  ก่อนที่ไป่เหลียนฮวาจะลุกออกไปจากห้อง  ทิ้งให้ไป่ฉีและเมิ่งชิงชิงอยู่ด้วยกันภายในห้อง


            ด้านนอกไป่เหลียนฮวาได้บอกกับไป่ชิงหยุนว่าไป่ฉีจะอยู่ดูแลผู้จัดการสาวเอง  ทั้ง 2 สบตากันก็อย่างเข้าใจ  มีหรือพวกเขาจะไม่รู้ไป่ฉีกับผู้จัดการสาวเป็นอะไรกันมากกว่าการเป็นดารากับผู้จัดการแน่ ๆ  ดังนั้นพวกเขาจึงทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นปล่อยให้ทั้งคู่ได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน  และไปเตรียมที่นอนตรงจุดที่ไป่ฉีนอนประจำ


            ภายในห้องนอน

            ไป่ฉีประคองเมิ่งชิงชิงให้พิงอกของเขา  พร้อมกับตักโจ๊กขึ้นมาเป่าให้พออุ่น ๆ  แล้วป้อนให้กับเธอ  ส่วนเมิ่งชิงชิงตอนนี้เธอรู้สึกเวียนหัวและมึนเพราะพิษไข้  จึงยอมให้ไป่ฉีป้อนโจ๊กเข้าปากแต่โดยดี


            “อื้อ ร้อน” เมิ่งชิงชิงร้องขึ้นมา  เพราะโจ๊กที่กินเข้าไปมันยังร้อนอยู่


            “โจ๊กยังร้อนอยู่เหรอครับ” ไป่ฉีถาม  เมิ่งชิงชิงพยักหน้า  ไป่ฉีคิดสักพัก  เขาก็หันมาหาเมิ่งชิงชิง


            “ผมไม่เคยป้อนข้าวคนป่วยเลยไม่รู้ว่ามันอุ่นหรือยังร้อนอยู่  แต่ผมมีวิธี” ไป่ฉีกล่าว


            “ยังไงก็ได้  ฉันอยากกินให้เสร็จเร็ว ๆ จะได้นอนซักที” เมิ่งชิงชิงกล่าว  ดวงตาหยาดเยิมของเธอทำให้ไป่ฉีรู้สึกว่าพลังหยางในร่างกายกำลังกระเพื่อมอย่างรุนแรง


            สิ่งที่ไป่ฉีทำหลังจากฟังเมิ่งชิงชิงพูด  มันทำให้เมิ่งชิงชิงตาเบิกกว้าง  เพราะไป่ฉีทำการตักโจ๊กเข้าปากตัวเอง  จากนั้นเขาก็ใช้มือข้างซ้ายประคองศีรษะของเธอแล้วเอาปากประกบกับเธอ  ก่อนจะส่งเอาโจ๊กอุ่น ๆ  เข้าไปในปากของเธอ และเธอถูกไป่ฉีบังคับให้กลืนโจ๊กที่เขาป้อนเข้าไป


            “อื้อ” เมิ่งชิงชิงที่โดนจู่โจมกะทันหันพยายามจะขัดขืน  แต่ไม่รู้ทำไมเธอกลับรู้สึกมีความสุข  ทั้ง ๆ ที่ถูกไป่ฉีล่วงเกินขนาดนี้


            ไป่ฉียังคงป้อนโจ๊กให้เมิ่งชิงชิงแบบปากต่อปากจนหมดชาม  หลังจากเขาป้อนคำสุดท้ายแล้วก็พบว่าตอนนี้ใบหน้าของเมิ่งชิงชิงแดงราวกับมะเขือเทศด้วยความเขินอาย  ตามตัวมีเหงื่อออกเยอะมาก  นั่นถือเป็นเรื่องดีสำหรับคนเป็นไข้  เขาหยิบยาลดไข้พร้อมกับน้ำให้เธอ


            เมื่อเมิ่งชิงชิงทานยาเรียบร้อยแล้ว  ไป่ฉีก็ประคองเธอให้นอนลง  แล้วนำผ้าชุบน้ำบิดหมาด ๆ มาเช็ดตามแขนกับคอให้


            “นายจะฆ่าฉันใช่ไหม” เมิ่งชิงชิงพูดอย่างไม่พอใจ  แม้เธอจะมีความสุขที่ไป่ฉีดูแลเธอ  แต่เธอก็หงุดหงิดที่ถูกไป่ฉีฉวยโอกาสจูบเธอหลายครั้งจากวิธีการป้อนโจ๊กให้คนป่วยที่คนปกติเขาไม่ทำกัน


            “ก็ผมไม่รู้ว่ามันร้อนหรือไม่ร้อน  ถ้าเข้าปากผมแล้วมันไม่ร้อน  พี่ชิงชิงก็กินได้ไงครับ” ไป่ฉีเผยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา


            “คน ลา มก” เมิ่งชิงชิงกล่าว


            “นี่ขนาดไม่สบายนะเนี่ย  ยังด่าผมได้  นอนเถอะครับ  ผมเช็ดตัวให้เสร็จแล้ว” ไป่ฉีกล่าว  พร้อมกับยกกะละมังกับผ้าออกไปเพื่อเปลี่ยนน้ำ  ส่วนเมิ่งชิงชิงก็ค่อย ๆ ผลอยหลับไป  เพราะพิษไข้


            หลังจากหลับไปได้สักพัก  เมิ่งชิงชิงรู้สึกร้อนและไม่สบายตัว  จึงนอนพลิกซ้ายทีขวาที  สักพักเธอก็รู้สึกว่าตัวเธอถูกยกขึ้น  แล้ววางลงบนบางอย่างที่เย็นสบาย  เมื่อเธอรู้สึกเย็นสบาย  เธอจึงเข้าสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง  โดยไม่ได้รู้เลยว่าเธอกำลังนอนอยู่บนตัวของไป่ฉี  ส่วนหัวของเธอก็กำลังหนุนหน้าอกของไป่ฉีอยู่  โดยไป่ฉีใช้แขนของเขาโอบกอดเธอไว้ในอ้อมแขนเพื่อไม่ให้เธอตกจากตัวเขา  ใช้ตัวเองเป็นเตียงให้เธอนอน  ขณะเดียวกันเขาก็ใช้พลังปราณของเขาขับพิษไข้ออกจากร่างกายของเธอ  และใช้ปราณหยินในตัวห่อหุ้มร่างกายของตัวเอง  เพื่อให้เมิ่งชิงชิงได้หลับอย่างสบาย


            “พรุ่งนี้ไข้น่าหาย” ไป่ฉียังคงดูแลเมิ่งชิงชิงต่อจนถึงเช้า


            เวลาตี 4 กว่า ๆ เมิ่งชิงชิงก็หายไข้เป็นปลิดทิ้ง  เธอเริ่มรู้สึกตัวและพยายามที่จะขยับตัว  แต่กลับพบว่ามีบางอย่างทำให้เธอขยับไม่สะดวก  เธอจึงลืมตาขึ้น  สิ่งที่เธอเห็นอย่างแรกคือยอดอกกับท่อนแขนของชายหนุ่ม  พอเงยหน้ามองก็ทำให้เธอรู้ว่าเธอกำลังนอนอยู่บนตัวไป่ฉี


            “พี่ชิงชิง  หายดีแล้วสินะครับ” ไป่ฉียกศีรษะขึ้นมาจากหมอนเพื่อมองหญิงสาวในอ้อมกอดของเขา  ทำให้เมิ่งชิงชิงสะดุ้ง


            “อย่าบอกนะว่านายให้ฉันนอนทับแบบนี้ตั้งแต่ฉันหลับน่ะ” เมิ่งชิงชิงถาม  ตอนนี้เธอรู้สึกอายมาก


            “ครับ  หลับสบายไหมครับ  นี่ยังเหลือเวลาอีก 1 ชั่วโมง  นอนต่อสักหน่อยไหม” ไป่ฉีกล่าว


            “ใครจะไปหลับลงกันล่ะ” เมิ่งชิงชิงที่ยังนอนอยู่บนตัวไป่ฉี  กำลังมองหน้าไป่ฉีที่ใช้ตัวเองเป็นเตียงให้กับเธอ


            “นอนเป็นเพื่อนผมหน่อยนะครับ  ผมยังไม่ได้นอนเลย” ไป่ฉีพูดออดอ้อน


            “ก็ได้  อ๊ะ” เมิ่งชิงชิงรับปากยังไม่ทันไร  ไป่ฉีก็กระชับวงแขนของเขาให้แน่นขึ้น  ทำให้หน้าของเมิ่งชิงชิงแนบไปกับอกแน่น ๆ ของเขา


            “ขอบคุณที่ยอมตามใจผมนะครับ” ไป่ฉีกล่าว


            “อือ นอนเถอะ  แล้วก็...ขอบใจนะ” เมิ่งชิงชิงกล่าว  ตามปกติแล้วเธอจะไม่ยอมเข้าใกล้ไป่ฉีในระยะขนาดนี้  แต่เพราะไป่ฉีคอยดูแลเธอตลอดทั้งคืน  เธอจึงอยากตอบแทนเขาบ้าง  อีกอย่างกลิ่นหอมเย็นจากตัวของไป่ฉีก็ทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายมาก  ไม่นานเธอก็หลับไปอีกครั้งหนึ่ง


            เวลาล่วงเลยถึงตี 5 ครึ่ง  ไป่ฉีที่งีบไปได้นิดหน่อยก็ตื่นขึ้น  เขามองหญิงสาวที่นอนหลับในอ้อมแขนของเขา  ทำให้เขามีความสุขไม่น้อย  หากเป็นในโลกเดิมที่เขาจากมา  หญิงสาวเมื่ออายุได้ 15 ปี  ก็สามารถออกเรือนได้แล้ว  เพียงแต่ในโลกใบนี้และประเทศนี้  หากจะแต่งงานกันจะต้องมีอายุอย่างน้อย 18 ปีบริบูรณ์ และต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองอีกด้วย


            “พี่ชิงชิงครับ  ตื่นได้แล้ว” ไป่ฉีปลุกเมิ่งชิงชิงที่กำลังหลับอย่างสบายบนตัวเขา


            “อือ” เมิ่งชิงชิงเริ่มรู้สึกตัว  ฉับพลันเหตุการณ์เมื่อวานนี้จนถึงเมื่อชั่วโมงก่อนก็แล่นเข้ามาในหัว  ทำให้เธอกระโดดพรวดถอยห่างออกจากไป่ฉีทันที  ส่วนไป่ฉีนั้นก็จ้องมองปฏิกิริยาของเมิ่งชิงชิงด้วยความขบขัน


            “หยุดหัวเราะเลยนะ” เมิ่งชิงชิงรู้สึกใบหน้าร้อนผ่าว  เมื่อเธอนึกถึงเรื่องเมื่อคืน


            “เดี๋ยวผมไปเตรียมน้ำกับผ้าเช็ดตัวให้นะครับ  เสร็จแล้วผมต้องอาบน้ำเตรียมไปโรงเรียนเรียน” ไป่ฉีกล่าว  ก่อนที่จะลุกออกไป และกลับเข้ามาพร้อมกะละมังใส่น้ำอุ่น  พร้อมกับผ้า 1 ผืนสำหรับให้เมิ่งชิงชิงเช็ดตัว


            “ขอบใจนะ  นายไปอาบน้ำเถอะ  เดี๋ยวฉันจัดการตัวเองเสร็จแล้วจะไปนั่งรอที่ห้องนั่งเล่น” เมิ่งชิงชิงกล่าว  ไป่ฉีพยักหน้าแล้วเดินออกจากห้องไป


            หลังไป่ฉีออกจากห้องไปแล้ว  เมิ่งชิงชิงถอดเสื้อของเธอออก  แล้วใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาด ๆ เช็ดทำความสะอาดร่างกาย  ตอนนี้เธอรู้สึกเหนียวตัวมากจนอยากอาบน้ำ  แต่เพราะเธอเพิ่งหายไข้  เลยยังไม่อยากอาบน้ำเพราะกลัวไข้จะกลับ  เมื่อเช็ดตัวเสร็จแล้วเธอก็แต่งตัว และรวบผมตามความเคยชิน


            “อ๊ะ ปิ่นไปไหนแล้ว” เมิ่งชิงชิงมองหาปิ่นปักผมที่ไป่ฉีให้  ไม่นานเธอก็พบว่ามันวางอยู่บนผ้าขาวที่โต๊ะเครื่องแป้งในห้อง  เธอจึงหยิบมันขึ้นมา  ทำผมทรงง่าย ๆ แล้วปักด้วยปิ่นปักผม  ก่อนจะเดินออกจากห้อง


            “อ้าว หายดีแล้วเหรอจ๊ะหนูชิงชิง” ไป่เหลียนฮวาถาม


            “ค่ะ ไม่มีไข้แล้ว” เมิ่งชิงชิงตอบ  พร้อมกับเดินไปนั่งที่โต๊ะในห้องนั่งเล่น


            “เจ้าลูกชายฉันคงไม่ได้ทำอะไรแปลก ๆ ใช่ไหม” ไป่ชิงหยุนถาม


            “ค...ค่ะ ไม่ได้ทำอะไรแปลก ๆ เลยค่ะ” เมิ่งชิงชิงตอบ  แต่เธอเห็นว่าไป่ชิงหยุนยกยิ้มขึ้นราวกับรู้ว่าเธอโกหก


            “ไอ้ลูกชายแกล่วงเกินคนป่วยงั้นเหรอ ห๊ะ” ไป่ชิงหยุนตะโกนไปทางห้องน้ำ  ซึ่งตอนนี้ประตูห้องน้ำถูกเปิดออก  ไป่ฉีเดินออกมาในสภาพนุ่งผ้าขนหนูผืนเดียว


            “ล่วงเกินอะไรล่ะครับ  ผมช่วยดูแลคนป่วยทั้งคืนเลยนะ” ไป่ฉีกล่าว  ก่อนจะเดินมาหยิบชุดนักเรียนแล้วเดินกลับเข้าไปในห้องน้ำอีกรอบ


            “ขอโทษแทนลูกของน้าด้วยนะ” ไป่ชิงหยุนกล่าว


            “ไม่เป็นไรค่ะ  ทางนี้ก็ต้องขอโทษที่มารบกวนนะคะ” เมิ่งชิงชิงกล่าว


            หลังจากเมิ่งชิงชิงอยู่ร่วมทานมื้อเช้ากับครอบครัวของไป่ฉี  เธอรู้สึกว่าไป่ฉีโชคดีที่มีพ่อแม่คอยเอาใจใส่  ไม่เหมือนกับเธอ  หากเธอไม่มีคุณปู่คอยดูแล  เธอคงไม่ต่างอะไรจากเด็กกำพร้าที่วัน ๆ ไม่ได้เจอพ่อกับแม่ของเธอเลย


            “เป็นอะไรไปจ๊ะ ลูกน้าล่วงเกินหนูเหรอ” ไป่เหลียนฮวาดูเป็นกังวล


            “เปล่าค่ะ  ที่บ้านหนู  ตั้งแต่เด็กหนูไม่ค่อยได้เจอพวกท่านเลยค่ะ  พวกท่านทำแต่งานไม่มีเวลามาหาเลย  พอเห็นครอบครัวของคุณน้า หนูก็เลย.....” เมิ่งชิงชิงดูเศร้าอย่างเห็นได้ชัด


            “งั้นพี่ก็สร้างครอบครัวของพี่เองสิครับ” ไป่ฉีเอ่ยขึ้น


            “ฉันทำแต่งานนะไป่ฉี  จะมีเวลาไปพวกงานนัดบอร์ดดูตัวแบบนั้นได้ยังไงกันล่ะ” เมิ่งชิงชิงกล่าว


            “แล้วพี่ไม่คิดจะบอกเรื่องระหว่างเราเหรอครับ” ไป่ฉีถาม


            “ไอ้ลูกชาย  ยะ...อย่าบอกนะว่าแกกับหนูชิงชิง  ดะ....ได้กันแล้ว” ไป่ชิงหยุนพูดติดขัดทันที


            “ไม่ใช่ค่ะคุณน้า คือ....” เมิ่งชิงชิงเองก็ไม่รู้จะอธิบายยังไง  ส่วนไป่ฉีก็ยกยิ้มขึ้น  เขาขอแกล้งคนเพิ่งหายไข้เล็กน้อยคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง


            “พี่ชิงชิง  ขืนใจผมครับ” ไป่ฉีพูดจบ  ทั้งบ้านก็เงียบเป็นเป่าสาก  จากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงดัง


            [[[ห๋า]]] 0[]0!


            หลังจากนั้นเมิ่งชิงชิงต้องแก้ตัวพัลวัน  ในใจก็นึกสาปแช่งไป่ฉีที่อยู่ ๆ ก็หาเรื่องให้เธอแต่เช้าหลังจากที่เธอหายไข้  แต่มื้ออาหารเช้าวันนี้  เธอกลับรู้สึกอบอุ่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูก


            “ผมไปโรงเรียนก่อนนะครับ” ไป่ฉีเปิดประตูเตรียมออกจากห้องเช่า  แล้วหันมากล่าวลากับพ่อแม่ของเขา  ก่อนจะเดินออกไป  โดยมีมิ่งชิงชิงกล่าวลาทั้ง 2  ก่อนเดินตามไป่ฉีออกไปเช่นกัน

    ____________________________

    อ่านต่อยาว ๆ ครับ บางตอนอาจจะมีเก็บกำลังใจบ้างนะครับ ^^