ไป่ชิงหยุนถามไป่ฉีด้วยสีหน้าจริงจัง ส่วนไป่เหลียนฮวานั้นมองหญิงสาวในอ้อมแขนของลูกชายตัวเองอย่างสนอกสนใจ
“นี่ผู้จัดการของผมครับ ชื่อเมิ่งชิงชิง ตอนขากลับเธอมีไข้ ผมกลัวว่าถ้าปล่อยให้ขับรถกลับคนเดียวอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ ก็เลยจะให้เธอมานอนค้างที่นี่คืนหนึ่งครับ” ไป่ฉีอธิบายสาเหตุที่อุ้มเมิ่งชิงชิงเข้ามาในห้อง
“งั้นก็แล้วไป อุ้มเธอเข้าไปในห้องของพ่อกับแม่ก่อนไป ที่รักคุณช่วยเตรียมผ้ากับกะละมังใส่น้ำไปเช็ดตัวให้....เอ่อ” ไป่ชิงหยุนมองลูกชายเป็นเชิงต้องการจะถามชื่อผู้จัดการสาวของไป่ฉี
“เธอชื่อ เมิ่งชิงชิงครับ” ไป่ฉีตอบ
“อือ ที่รักช่วยเช็ดตัวให้คุณเมิ่งด้วยนะ ให้ไป่ฉีเช็ดตัวให้คงไม่เหมาะเท่าไหร่” ไป่ชิงหยุนกล่าว
ไป่ฉีอุ้มเมิ่งชิงชิงเข้าไปในห้องนอนของพ่อกับแม่ ส่วนไป่ชิงหยุนก็จัดแจงปูที่นอนให้ ไป่ฉีวางเมิ่งชิงชิงลง แล้วเดินออกไปนอกห้อง ส่วนแม่ของเขาก็เดินสวนเข้าไปเพื่อเช็ดตัวให้กับเธอ
“ขอโทษที่รบกวนนะคะ” เมิ่งชิงชิงกล่าว
“ไม่เป็นไรหรอกจ๊ะหนู รอแปปนึงนะ แม่ให้ไป่ฉีไปทำโจ๊กให้แล้ว ถึงจะเป็นโจ๊กสำเร็จรูปก็เถอะ ทานได้ใช่ไหม” ไป่เหลียนฮวาถาม
“ทานได้ค่ะ” เมิ่งชิงชิงตอบ
“มาแล้วครับ พี่ชิงชิงมาทานโจ๊กก่อน เดี๋ยวจะได้ทานยาลดไข้” ไป่ฉีถือถาดที่มีชามโจ๊กเข้ามา เขาใส่หมูสับกับต้นหอมนิดหน่อย รวมทั้งตอกไข่ไก่ลงไปด้วยอีก 1 ฟอง เพื่อให้ดูน่าทานขึ้น
“แม่ครับเดี๋ยวผมดูแลพี่ชิงชิงเอง ว่าแต่พ่อกับแม่จะนอนที่ไหนล่ะครับ” ไป่ฉีถาม เพราะห้องนี้เป็นห้องนอนห้องเดียวในห้องเช่านี้
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวแม่กับพ่อไปนอนตรงห้องนั่งเล่นตรงที่ลูกนอนประจำก็ได้ คอยเช็ดตัวให้พี่เขานะ ตรงซอกคอกับข้อพับ ทำได้ใช่ไหม” ไป่เหลียนฮวาถาม
“ได้ครับ พ่อกับแม่ไปพักเถอะ เดี๋ยวผมดูแลพี่ชิงชิงเองครับ” ไป่ฉีกล่าว ก่อนที่ไป่เหลียนฮวาจะลุกออกไปจากห้อง ทิ้งให้ไป่ฉีและเมิ่งชิงชิงอยู่ด้วยกันภายในห้อง
ด้านนอกไป่เหลียนฮวาได้บอกกับไป่ชิงหยุนว่าไป่ฉีจะอยู่ดูแลผู้จัดการสาวเอง ทั้ง 2 สบตากันก็อย่างเข้าใจ มีหรือพวกเขาจะไม่รู้ไป่ฉีกับผู้จัดการสาวเป็นอะไรกันมากกว่าการเป็นดารากับผู้จัดการแน่ ๆ ดังนั้นพวกเขาจึงทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นปล่อยให้ทั้งคู่ได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน และไปเตรียมที่นอนตรงจุดที่ไป่ฉีนอนประจำ
ภายในห้องนอน
ไป่ฉีประคองเมิ่งชิงชิงให้พิงอกของเขา พร้อมกับตักโจ๊กขึ้นมาเป่าให้พออุ่น ๆ แล้วป้อนให้กับเธอ ส่วนเมิ่งชิงชิงตอนนี้เธอรู้สึกเวียนหัวและมึนเพราะพิษไข้ จึงยอมให้ไป่ฉีป้อนโจ๊กเข้าปากแต่โดยดี
“อื้อ ร้อน” เมิ่งชิงชิงร้องขึ้นมา เพราะโจ๊กที่กินเข้าไปมันยังร้อนอยู่
“โจ๊กยังร้อนอยู่เหรอครับ” ไป่ฉีถาม เมิ่งชิงชิงพยักหน้า ไป่ฉีคิดสักพัก เขาก็หันมาหาเมิ่งชิงชิง
“ผมไม่เคยป้อนข้าวคนป่วยเลยไม่รู้ว่ามันอุ่นหรือยังร้อนอยู่ แต่ผมมีวิธี” ไป่ฉีกล่าว
“ยังไงก็ได้ ฉันอยากกินให้เสร็จเร็ว ๆ จะได้นอนซักที” เมิ่งชิงชิงกล่าว ดวงตาหยาดเยิมของเธอทำให้ไป่ฉีรู้สึกว่าพลังหยางในร่างกายกำลังกระเพื่อมอย่างรุนแรง
สิ่งที่ไป่ฉีทำหลังจากฟังเมิ่งชิงชิงพูด มันทำให้เมิ่งชิงชิงตาเบิกกว้าง เพราะไป่ฉีทำการตักโจ๊กเข้าปากตัวเอง จากนั้นเขาก็ใช้มือข้างซ้ายประคองศีรษะของเธอแล้วเอาปากประกบกับเธอ ก่อนจะส่งเอาโจ๊กอุ่น ๆ เข้าไปในปากของเธอ และเธอถูกไป่ฉีบังคับให้กลืนโจ๊กที่เขาป้อนเข้าไป
“อื้อ” เมิ่งชิงชิงที่โดนจู่โจมกะทันหันพยายามจะขัดขืน แต่ไม่รู้ทำไมเธอกลับรู้สึกมีความสุข ทั้ง ๆ ที่ถูกไป่ฉีล่วงเกินขนาดนี้
ไป่ฉียังคงป้อนโจ๊กให้เมิ่งชิงชิงแบบปากต่อปากจนหมดชาม หลังจากเขาป้อนคำสุดท้ายแล้วก็พบว่าตอนนี้ใบหน้าของเมิ่งชิงชิงแดงราวกับมะเขือเทศด้วยความเขินอาย ตามตัวมีเหงื่อออกเยอะมาก นั่นถือเป็นเรื่องดีสำหรับคนเป็นไข้ เขาหยิบยาลดไข้พร้อมกับน้ำให้เธอ
เมื่อเมิ่งชิงชิงทานยาเรียบร้อยแล้ว ไป่ฉีก็ประคองเธอให้นอนลง แล้วนำผ้าชุบน้ำบิดหมาด ๆ มาเช็ดตามแขนกับคอให้
“นายจะฆ่าฉันใช่ไหม” เมิ่งชิงชิงพูดอย่างไม่พอใจ แม้เธอจะมีความสุขที่ไป่ฉีดูแลเธอ แต่เธอก็หงุดหงิดที่ถูกไป่ฉีฉวยโอกาสจูบเธอหลายครั้งจากวิธีการป้อนโจ๊กให้คนป่วยที่คนปกติเขาไม่ทำกัน
“ก็ผมไม่รู้ว่ามันร้อนหรือไม่ร้อน ถ้าเข้าปากผมแล้วมันไม่ร้อน พี่ชิงชิงก็กินได้ไงครับ” ไป่ฉีเผยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา
“คน ลา มก” เมิ่งชิงชิงกล่าว
“นี่ขนาดไม่สบายนะเนี่ย ยังด่าผมได้ นอนเถอะครับ ผมเช็ดตัวให้เสร็จแล้ว” ไป่ฉีกล่าว พร้อมกับยกกะละมังกับผ้าออกไปเพื่อเปลี่ยนน้ำ ส่วนเมิ่งชิงชิงก็ค่อย ๆ ผลอยหลับไป เพราะพิษไข้
หลังจากหลับไปได้สักพัก เมิ่งชิงชิงรู้สึกร้อนและไม่สบายตัว จึงนอนพลิกซ้ายทีขวาที สักพักเธอก็รู้สึกว่าตัวเธอถูกยกขึ้น แล้ววางลงบนบางอย่างที่เย็นสบาย เมื่อเธอรู้สึกเย็นสบาย เธอจึงเข้าสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง โดยไม่ได้รู้เลยว่าเธอกำลังนอนอยู่บนตัวของไป่ฉี ส่วนหัวของเธอก็กำลังหนุนหน้าอกของไป่ฉีอยู่ โดยไป่ฉีใช้แขนของเขาโอบกอดเธอไว้ในอ้อมแขนเพื่อไม่ให้เธอตกจากตัวเขา ใช้ตัวเองเป็นเตียงให้เธอนอน ขณะเดียวกันเขาก็ใช้พลังปราณของเขาขับพิษไข้ออกจากร่างกายของเธอ และใช้ปราณหยินในตัวห่อหุ้มร่างกายของตัวเอง เพื่อให้เมิ่งชิงชิงได้หลับอย่างสบาย
“พรุ่งนี้ไข้น่าหาย” ไป่ฉียังคงดูแลเมิ่งชิงชิงต่อจนถึงเช้า
เวลาตี 4 กว่า ๆ เมิ่งชิงชิงก็หายไข้เป็นปลิดทิ้ง เธอเริ่มรู้สึกตัวและพยายามที่จะขยับตัว แต่กลับพบว่ามีบางอย่างทำให้เธอขยับไม่สะดวก เธอจึงลืมตาขึ้น สิ่งที่เธอเห็นอย่างแรกคือยอดอกกับท่อนแขนของชายหนุ่ม พอเงยหน้ามองก็ทำให้เธอรู้ว่าเธอกำลังนอนอยู่บนตัวไป่ฉี
“พี่ชิงชิง หายดีแล้วสินะครับ” ไป่ฉียกศีรษะขึ้นมาจากหมอนเพื่อมองหญิงสาวในอ้อมกอดของเขา ทำให้เมิ่งชิงชิงสะดุ้ง
“อย่าบอกนะว่านายให้ฉันนอนทับแบบนี้ตั้งแต่ฉันหลับน่ะ” เมิ่งชิงชิงถาม ตอนนี้เธอรู้สึกอายมาก
“ครับ หลับสบายไหมครับ นี่ยังเหลือเวลาอีก 1 ชั่วโมง นอนต่อสักหน่อยไหม” ไป่ฉีกล่าว
“ใครจะไปหลับลงกันล่ะ” เมิ่งชิงชิงที่ยังนอนอยู่บนตัวไป่ฉี กำลังมองหน้าไป่ฉีที่ใช้ตัวเองเป็นเตียงให้กับเธอ
“นอนเป็นเพื่อนผมหน่อยนะครับ ผมยังไม่ได้นอนเลย” ไป่ฉีพูดออดอ้อน
“ก็ได้ อ๊ะ” เมิ่งชิงชิงรับปากยังไม่ทันไร ไป่ฉีก็กระชับวงแขนของเขาให้แน่นขึ้น ทำให้หน้าของเมิ่งชิงชิงแนบไปกับอกแน่น ๆ ของเขา
“ขอบคุณที่ยอมตามใจผมนะครับ” ไป่ฉีกล่าว
“อือ นอนเถอะ แล้วก็...ขอบใจนะ” เมิ่งชิงชิงกล่าว ตามปกติแล้วเธอจะไม่ยอมเข้าใกล้ไป่ฉีในระยะขนาดนี้ แต่เพราะไป่ฉีคอยดูแลเธอตลอดทั้งคืน เธอจึงอยากตอบแทนเขาบ้าง อีกอย่างกลิ่นหอมเย็นจากตัวของไป่ฉีก็ทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายมาก ไม่นานเธอก็หลับไปอีกครั้งหนึ่ง
เวลาล่วงเลยถึงตี 5 ครึ่ง ไป่ฉีที่งีบไปได้นิดหน่อยก็ตื่นขึ้น เขามองหญิงสาวที่นอนหลับในอ้อมแขนของเขา ทำให้เขามีความสุขไม่น้อย หากเป็นในโลกเดิมที่เขาจากมา หญิงสาวเมื่ออายุได้ 15 ปี ก็สามารถออกเรือนได้แล้ว เพียงแต่ในโลกใบนี้และประเทศนี้ หากจะแต่งงานกันจะต้องมีอายุอย่างน้อย 18 ปีบริบูรณ์ และต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองอีกด้วย
“พี่ชิงชิงครับ ตื่นได้แล้ว” ไป่ฉีปลุกเมิ่งชิงชิงที่กำลังหลับอย่างสบายบนตัวเขา
“อือ” เมิ่งชิงชิงเริ่มรู้สึกตัว ฉับพลันเหตุการณ์เมื่อวานนี้จนถึงเมื่อชั่วโมงก่อนก็แล่นเข้ามาในหัว ทำให้เธอกระโดดพรวดถอยห่างออกจากไป่ฉีทันที ส่วนไป่ฉีนั้นก็จ้องมองปฏิกิริยาของเมิ่งชิงชิงด้วยความขบขัน
“หยุดหัวเราะเลยนะ” เมิ่งชิงชิงรู้สึกใบหน้าร้อนผ่าว เมื่อเธอนึกถึงเรื่องเมื่อคืน
“เดี๋ยวผมไปเตรียมน้ำกับผ้าเช็ดตัวให้นะครับ เสร็จแล้วผมต้องอาบน้ำเตรียมไปโรงเรียนเรียน” ไป่ฉีกล่าว ก่อนที่จะลุกออกไป และกลับเข้ามาพร้อมกะละมังใส่น้ำอุ่น พร้อมกับผ้า 1 ผืนสำหรับให้เมิ่งชิงชิงเช็ดตัว
“ขอบใจนะ นายไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวฉันจัดการตัวเองเสร็จแล้วจะไปนั่งรอที่ห้องนั่งเล่น” เมิ่งชิงชิงกล่าว ไป่ฉีพยักหน้าแล้วเดินออกจากห้องไป
หลังไป่ฉีออกจากห้องไปแล้ว เมิ่งชิงชิงถอดเสื้อของเธอออก แล้วใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาด ๆ เช็ดทำความสะอาดร่างกาย ตอนนี้เธอรู้สึกเหนียวตัวมากจนอยากอาบน้ำ แต่เพราะเธอเพิ่งหายไข้ เลยยังไม่อยากอาบน้ำเพราะกลัวไข้จะกลับ เมื่อเช็ดตัวเสร็จแล้วเธอก็แต่งตัว และรวบผมตามความเคยชิน
“อ๊ะ ปิ่นไปไหนแล้ว” เมิ่งชิงชิงมองหาปิ่นปักผมที่ไป่ฉีให้ ไม่นานเธอก็พบว่ามันวางอยู่บนผ้าขาวที่โต๊ะเครื่องแป้งในห้อง เธอจึงหยิบมันขึ้นมา ทำผมทรงง่าย ๆ แล้วปักด้วยปิ่นปักผม ก่อนจะเดินออกจากห้อง
“อ้าว หายดีแล้วเหรอจ๊ะหนูชิงชิง” ไป่เหลียนฮวาถาม
“ค่ะ ไม่มีไข้แล้ว” เมิ่งชิงชิงตอบ พร้อมกับเดินไปนั่งที่โต๊ะในห้องนั่งเล่น
“เจ้าลูกชายฉันคงไม่ได้ทำอะไรแปลก ๆ ใช่ไหม” ไป่ชิงหยุนถาม
“ค...ค่ะ ไม่ได้ทำอะไรแปลก ๆ เลยค่ะ” เมิ่งชิงชิงตอบ แต่เธอเห็นว่าไป่ชิงหยุนยกยิ้มขึ้นราวกับรู้ว่าเธอโกหก
“ไอ้ลูกชายแกล่วงเกินคนป่วยงั้นเหรอ ห๊ะ” ไป่ชิงหยุนตะโกนไปทางห้องน้ำ ซึ่งตอนนี้ประตูห้องน้ำถูกเปิดออก ไป่ฉีเดินออกมาในสภาพนุ่งผ้าขนหนูผืนเดียว
“ล่วงเกินอะไรล่ะครับ ผมช่วยดูแลคนป่วยทั้งคืนเลยนะ” ไป่ฉีกล่าว ก่อนจะเดินมาหยิบชุดนักเรียนแล้วเดินกลับเข้าไปในห้องน้ำอีกรอบ
“ขอโทษแทนลูกของน้าด้วยนะ” ไป่ชิงหยุนกล่าว
“ไม่เป็นไรค่ะ ทางนี้ก็ต้องขอโทษที่มารบกวนนะคะ” เมิ่งชิงชิงกล่าว
หลังจากเมิ่งชิงชิงอยู่ร่วมทานมื้อเช้ากับครอบครัวของไป่ฉี เธอรู้สึกว่าไป่ฉีโชคดีที่มีพ่อแม่คอยเอาใจใส่ ไม่เหมือนกับเธอ หากเธอไม่มีคุณปู่คอยดูแล เธอคงไม่ต่างอะไรจากเด็กกำพร้าที่วัน ๆ ไม่ได้เจอพ่อกับแม่ของเธอเลย
“เป็นอะไรไปจ๊ะ ลูกน้าล่วงเกินหนูเหรอ” ไป่เหลียนฮวาดูเป็นกังวล
“เปล่าค่ะ ที่บ้านหนู ตั้งแต่เด็กหนูไม่ค่อยได้เจอพวกท่านเลยค่ะ พวกท่านทำแต่งานไม่มีเวลามาหาเลย พอเห็นครอบครัวของคุณน้า หนูก็เลย.....” เมิ่งชิงชิงดูเศร้าอย่างเห็นได้ชัด
“งั้นพี่ก็สร้างครอบครัวของพี่เองสิครับ” ไป่ฉีเอ่ยขึ้น
“ฉันทำแต่งานนะไป่ฉี จะมีเวลาไปพวกงานนัดบอร์ดดูตัวแบบนั้นได้ยังไงกันล่ะ” เมิ่งชิงชิงกล่าว
“แล้วพี่ไม่คิดจะบอกเรื่องระหว่างเราเหรอครับ” ไป่ฉีถาม
“ไอ้ลูกชาย ยะ...อย่าบอกนะว่าแกกับหนูชิงชิง ดะ....ได้กันแล้ว” ไป่ชิงหยุนพูดติดขัดทันที
“ไม่ใช่ค่ะคุณน้า คือ....” เมิ่งชิงชิงเองก็ไม่รู้จะอธิบายยังไง ส่วนไป่ฉีก็ยกยิ้มขึ้น เขาขอแกล้งคนเพิ่งหายไข้เล็กน้อยคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง
“พี่ชิงชิง ขืนใจผมครับ” ไป่ฉีพูดจบ ทั้งบ้านก็เงียบเป็นเป่าสาก จากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงดัง
[[[ห๋า]]] 0[]0!
หลังจากนั้นเมิ่งชิงชิงต้องแก้ตัวพัลวัน ในใจก็นึกสาปแช่งไป่ฉีที่อยู่ ๆ ก็หาเรื่องให้เธอแต่เช้าหลังจากที่เธอหายไข้ แต่มื้ออาหารเช้าวันนี้ เธอกลับรู้สึกอบอุ่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูก
“ผมไปโรงเรียนก่อนนะครับ” ไป่ฉีเปิดประตูเตรียมออกจากห้องเช่า แล้วหันมากล่าวลากับพ่อแม่ของเขา ก่อนจะเดินออกไป โดยมีมิ่งชิงชิงกล่าวลาทั้ง 2 ก่อนเดินตามไป่ฉีออกไปเช่นกัน
____________________________
อ่านต่อยาว ๆ ครับ บางตอนอาจจะมีเก็บกำลังใจบ้างนะครับ ^^