เพราะเต๋าของอู๋เซิ่งนั้นอิสระไร้พันธนาการจึงไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัวไม่มีเต๋าหลักเต๋ารองทุกเต๋าที่ฝึกล้วนเป็เต๋าหลักได้ทั้งหมด นี่คือการสร้างเส้นทางของตัวเองขึ้นมาเลือกเส้นทางที่ไม่เหมือนจักรพรรดิอู๋ซูหรือจักรพรรดิกระบี่เป็เส้นทางของตัวอู๋เซิ่งเอง
“หืมเกิดอะไรขึ้น”เมี่ยวอิงเยว่และเมี่ยวจื่อมาถึงตำหนักก็รับรู้ได้ถึงปราณฟ้าดินกำลังไหลไปรวมตัวกันที่ห้องของอู๋เซิ่ง
“อู๋เซิ่งกำลังทำอะไร”เมี่ยวจื่อกล่าว
ทั้งสองรีบเดินไปยังห้องของอู๋เซิ่งทันทีเมื่อมาถึงพวกนางก็เห็นร่างของอู๋เซิ่งกำลังนั่งอยู่บนดอกบัวสีทองขนาดใหญ่และรอบๆมีดอกบัวขนาดเล็กลอยู่กลิ่นอายที่ล้ำลึกแผ่ออกมาเรื่อยๆ
“นี่มันอะไร”เมี่ยวจื่อไม่เคยเห็นภาพแบบนี้มาก่อน
“เป็ปรากฎการณ์เมื่อเขาฝึกฝนดูเหมือนจะเป็เพราะทักษะบ่มเพาะของเขาด้วย” เมี่ยวอิงเยว่กล่าว
“ฟู่!!!!!!!!!!”
จู่ๆดอกบัวขนาดเล็กที่ปกคลุมไปด้วยเพลิงก็ปรากฎกลิ่นอายเต๋าจางๆแผ่ออกมาเห็นได้ชัดว่าอู๋เซิ่งเริ่มตระหนักรู้เต๋าอัคคีแล้วเล็กน้อย
“เขาฝึกฝนทักษะอัคคีด้วยงั้นเหรอ”เมี่ยวจื่องุนงง เพราะพี่สาวของนางนั้นฝึกฝนทักษะเหมันต์อู๋เซิ่งที่เป็ศิษย์ก็ควรจะฝึกฝนทักษะเหมันต์เช่นกันแต่อู๋เซิ่งกลับฝึกฝนทักษะอัคคีที่เป็ขั้วตรงกันข้าม
“เขาเป็นักปรุงยาย่อมฝึกฝนการควบคุมเพลิงเป็หลักดังนั้นไม่แปลกหรอกถ้าเขาจะฝึกฝนทักษะอัคคีแล้วอีกอย่างข้ายังไม่ได้ถ่ายทอดทักษะให้กับเขาเลยเขาจะฝึกฝนทักษะเหมันต์ได้อย่างไรละ”เมี่ยวอิงเยว่กล่าว
หลังจากนั้นทั้งสองก็ไม่ได้รบกวนอู๋เซิ่งและปล่อยให้อู๋เซิ่งฝึกฝนไปพริบตา 3 วันก็ผ่านไป เวลา 3 วันนี้อู๋เซิ่งไม่ได้ถูกรบกวนจากคนอื่นเพราะถึงอย่างไรที่นี่ก็คือตำหนักของประมุขใครจะกล้าเข้ามาก่อกวน
อู๋เซิ่งลืมตาขึ้นแม้พลังบ่มเพาะจะไม่เพิ่มขึ้นแต่ความลึกซึ้งของเต๋ากลับเพิ่มขึ้นมาก
“เมื่อข้ากำหนดเส้นทางได้แล้วการฝึกฝนก็ไม่ยากแต่ข้าไม่ควรรีบและค่อยๆฝึกฝนไปดีกว่า” อู๋เซิ่งกล่าว
“ฝึกฝนเสร็จแล้วก็เตรียมตัวให้พร้อม”เสียงของเมี่ยวอิงเยว่ดังขึ้น
“ถึงเวลาแล้วงั้นเหรอ”อู๋เซิ่งกล่าว
อู๋เซิ่งและเมี่ยวอิงเยว่ได้ไปที่ลานกว้างซึ่งตอนนี้เหล่าผู้าุโและศิษย์หลายคนได้มารวมตัวกันพวกเขาอยากจะเห็นว่าศิษย์ของประมุขเป็คนแบบไหนเมื่อพวกอู๋เวิ่งมาถึงสายตาทุกคู่ต่างก็มองมาทันที
“นั่นหนะเหรอศิษย์สืบทอดของประมุข”
“ยังเด็กอยู่เลยอายุพึ่งจะ13-14 เท่านั้น”
“ไม่เ้าดูให้ดีพลังบ่มเพาะของเขามาถึงระดับก่อกำเนิด่กลางแล้วอีกไม่นานก็ทะลวงขั้นแล้ว”
“จริงด้วยด้วยวัยเพียงเท่านี้แต่กลับมีพลังสูงถึงขั้นนี้แล้วงั้นเหรอ เขาเป็ใครมาจากไหนกัน”ผู้าุโหลายคนใ แม้แต่บรรดาศิษย์ยังอ้าปากค้าง
ต้วนหนิงเอ๋อและต้วนซิวเอ๋อได้รับจดหมายจากตระกูลต้วนมาแล้วจึงไม่แปลกใจนักแต่ถึงอย่างไรพวกเขาก็ยังทึ่งกับความเร็วในการบ่มเพาะของอู๋เซิ่งมากเช่นกัน
“น้องเล็กของข้าตอนนี้กลายเป็หนุ่มหล่อแล้ว”ต้วนหนิงเอ๋อยกยิ้มออกมา
“หลังจากนี้เ้าก็ไม่สามารถเข้าไปกอดเขาได้ตามใจแล้ว”ต้วนซิวเอ๋อเตือนทันที
“ไม่จริงสำหรับข้าเขายังเด็กอยู่” ต้วนหนิงเอ๋อส่ายหัวไม่ยินยอม
“เ้าอยากให้เซิ่งเอ๋อต้องอับอายงั้นเหรออีกอย่างต่อจากนี้เซิ่งเอ๋อจะต้องพบเจอกับการทดสอบมากมายหากเ้าเอาแต่ี้เีเ้าจะถูกเซิ่งเอ๋อนำไปไกลและยากที่จะตามทัน” ต้วนซิวเอ๋อแสดงสีหน้าจริงจัง
ต้วนหนิงเอ๋อรับรู้ได้เช่นกันตอนแรกนางคิดว่าอู๋เซิ่งจะต้องถึงระดับิญญาแล้วใน 4 ปีมานี้แต่เห็นได้ชัดว่าอู๋เซิ่งจงใจกดพลังของตัวเองไว้เพื่อสร้างรากฐานไม่งั้นพลังคงแซงนางที่อยู่ระดับก่อกำเนิดขั้นสูงไปแล้ว
“เอาละเริ่มพิธีได้”เมี่ยวอิงเยว่กล่าว
หลังจากนั้นอู๋เซิ่งก็กล่าวคำสาบานที่จะไม่ทรยศต่อสำนักและเริ่มร่ายคำกล่าวที่เมี่ยวอิงเยว่เตรียมเอาไว้จากนั้นก็ทำพิธีรับตำแหน่งศิษย์สืบทอดอย่างเป็ทางการจนกระทั่งถึงขั้นตอนสุดท้าย
“ในขั้นตอนสุดท้ายศิษย์สืบทอดของประมุขจำเป็ต้องยอมรับการท้าทายจากศิษย์ในรุ่นเดียวกันให้ได้หากพ่ายแพ้การสืบทอดตำแหน่งก็จะถูกยกเลิกทันที” ผู้าุโสูงสุดกล่าว
"ดูเหมือนเขาจะรอเวลานี้อยู่สินะ" เมี่ยวจื่อเย้ยหยัน
“ศิษย์ที่มีอายุไม่เกิน16 ปี ทุกคนสามารถท้าทายได้ แต่จะกำจัดแค่ 10 คนเท่านั้นใครจะเป็คนออกมาท้าทายพวกเ้าก็ตกลงกันเอง” เมี่ยวอิงเยว่กล่าว
“ข้าซ่งมู่ศิษย์สายในขอท้าประลอง” ชายหนุ่มคนหนึ่งพุ่งขึ้นมาในมือถือหอกจิตต่อสู้ปะทุขึ้น
“อู๋เซิ่งขอคำชี้แนะด้วย” อู๋เซิ่งนำมีดสั้นเหมันต์ออกมาและก้าวออกไปเผชิญหน้ากับอีกฝ่าย
“ข้าขอดูหน่อยว่าเ้าคู่ควรกับตำแหน่งนั้นหรือไม่”ซ่งมู่ยกหอกขึ้นและแทงออกไป
เสียงร้องคำรามดังขึ้นหอกกลายเป็อสรพิษขนาดใหญ่ตรงเข้าหาอู๋เซิ่งทันทีอู๋เซิ่งยกยิ้มก่อนที่ย่างก้าวที่ซับซ้อนจะปรากฎและหลบการโจมตีได้อย่างง่ายดายจากนั้นก็ไปปรากฎตัวด้านหลังของอีกฝ่ายมีดสั้นจ่อที่คอของอีกฝ่ายอย่างเงียบเชียบ
“อะไรกัน”ซ่งมู่ตื่นตระหนกเขามองตามความเร็วของอีกฝ่ายไม่ทันทีเลย
“ขอบคุณที่ชี้แนะ”อู๋เซิ่งกล่าว
“อะไรกันจบแล้วงั้นเหรอ”
“ข้าไม่เห็นอะไรเลยความเร็วนั่นมันอะไร”
“ซ่งมู่เองก็เป็ระดับก่อกำเนิดขั้นกลางเหมือนกันทำไมถึงต่างกันขนาดนี้”หลายคนถึงกับใกับความเร็วของอู๋เซิ่ง
“ต่อไปข้าเอง”ชายหนุ่มอีกคนพุ่งขึ้นมา
“ขอคำชี้แนะด้วย”
อู่เซิ่งตั้งท่าอีกฝ่ายคือก่อกำเนิดขั้นสูงเห็นได้ชัดว่าในระดับเดียวกันพวกเขามองออกมาว่าใช่คู่มือของอู๋เซิ่ง
“รับมือ”
ชายหนุ่มถือกระบี่เคลื่อนไหวเข้าหาอู๋เซิ่งกระบี่กวัดแกว่งไปมาด้วยรวมเร็วปราณกระบี่ที่คมกริบโจมตีใส่อู๋เซิ่งอย่างต่อเนื่อง
“การโจมตีแบบนี้ไม่มีทางโดนข้าหรอก”อู๋เซิ่งเคลื่อนไหวหลบได้อย่างง่ายดายอีกครั้ง
“ถ้าเป็แบบนี้ละ”ชายหนุ่มะเิพลังใช้ทักษะที่ทรงพลังออกมารอบๆอู๋เซิ่งปรากฎกระบี่นับสิบเล่มโจมตีจากทุกทิศทาง
“ก็บอกแล้วไงว่าการโจมตีของเ้าอ่านง่ายเกินไป”อู๋เซิ่งขยับเท้าเล็กน้อยก็หลบการโจมตีทั้งหมดได้ราวกับอู๋เซิ่งไม่ได้ขยับตัว
“ฝึกฝนทักษะเคลื่อนไหวถึงขั้นลึกซึ้งขนาดนี้เลยงั้นเหรอ”ผู้าุโคนหนึ่งมองเห็นถึงความจริงกล่าวขึ้น
“ไม่เพียงแค่นั้นต่อให้ฝึกฝนมาหนักแค่ไหนหากไร้ประสบการณ์ไม่มีทางทำแบบนี้ได้แน่4 ปีที่ประมุขหายตัวไปนางคงจะฝึกฝนให้กับเขาในระดับหนึ่งแล้ว” ผู้าุโอีกคนกล่าว
“หึพวกไม่ได้เื่ หากข้าลงมือรับรองเลยว่าเ้านั่นไม่มีโอกาสได้แสดงพลังด้วยซ้ำ”ศิษย์สืบทอดคนหนึ่งเค้นเสียง เขาอายุ 20 ปีแล้วถึงระดับกอกำเนิดขั้นสมบูรณ์จึงไม่สามารถท้าทายได้
“ใช่แล้วและนอกจากพวกเราศิษย์สืบทอดที่แข็งแกร่งส่วนใหญ่ออกไปหาประสบการณ์ด้านนอกยังไม่กลับมาหากพวกเขากลับมาเ้าเด็กนั่นคงไม่ได้แสดงความสามารถแน่” ศิษย์อีกคนแสดงความไม่พอใจ