ตงซิงอีและพี่ชายฝาแฝดทั้งสองได้ขอร้องบิดามารดาเพื่อออกเดินทางท่องเที่ยวหาความรู้เพิ่มประสบการณ์ในยุทธภพด้วยวัยเพียง 15 ปี
บิดามารดาในตอนนี้คอยอบรมดูแลน้องน้อยฝาแฝด 3 คนอีกรุ่นที่กำลังเติบใหญ่อยู่ที่สำนักพยัคฆ์ทมิฬ ทำให้พวกเขาไม่ถูกเข้มงวดมากนัก แต่บิดามารดาก็ยังห่วงใย ไม่อยากให้พวกเขาออกไปโลกภายนอกเพียงลำพังเท่าใดนัก
แต่ก็ต้องจำยอม ด้วยพวกเขาเติบโตมากแล้วในวัย 15 หนาวพร้อมออกเรือนได้ทุกคน แต่ไม่มีใครยินยอมออกเรือน หากไม่ให้ออกไปหาประสบการณ์จากโลกภายนอกเลย ใครกันจะอยากเติบโตเพียงในสำนักแล้วแต่งงานออกเรือนเลี้ยงลูก แทบไม่ได้ใช้ชีวิตท่องเที่ยวหรือเจอสิ่งอื่นใดเลย
พวกเขารู้ว่าบิดามารดาส่งองครักษ์เงาแอบติดตามมาดูแลพวกเขาอยู่ห่างๆ ั้แ่ย่างเท้าออกจากสำนักพยัคฆ์ทมิฬเพียงก้าวแรก ทั้งสามคนจึงนัดแนะกันว่าจะกลับมาเจอกันในอีก 5 ปีข้างหน้าในวันเดียวกันนี้ที่จุดนัดพบ เมื่อตกลงกันได้แล้วจึงพากันปั่นหัวเหล่าองครักษ์และแยกย้ายกันหนีไปคนละทิศคนละทาง ตามแต่ที่ตนตั้งใจไว้แต่แรกว่าจะไปศึกษาหาความรู้ในที่ใด
ตงซิงอีออกเดินทางตามหาท่านเทพโอสถในหุบเขาลี้ลับที่อยู่ห่างไกล ด้วยอยากเรียนรู้วิชาแพทย์และการปรุงยาพิษเพิ่มมากขึ้น จากที่เคยศึกษาจากมารดาตน นางชื่นชอบยาสมุนไพรทุกชนิดและชอบจดจำสรรพคุณวิธีใช้ต่างๆ มาก ด้วยนางเป็คนช่างจดช่างจำมาั้แ่เด็ก
แม้ไม่รู้ว่าทางข้างหน้าจะเจอกับอันตรายหรืออุปสรรคใด แต่ตงซิงอีเลือกทางของนางเช่นนี้ ท่านแม่บอกว่าอย่าหวาดกลัวอนาคต เมื่อพบเจอปัญหาต้องมีสติให้มากเท่านั้นจึงจะเอาตัวรอดได้ หากหวาดกลัวหรือขาดสตินั่นคือหนทางแห่งจุดจบ นางจึงไม่กลัวสิ่งใด ขอเพียงนางได้ทำตามใจปรารถนา
นางและพี่ชายฝาแฝดทั้ง 2 มีหยกแบบเดียวกันและจี้ห้อยคอที่มีเืวิเศษของมารดาบรรจุอยู่ เพื่อไว้ใช้รักษาอาการาเ็ปางตายหรือพิษชนิดรุนแรงได้ ท่านแม่ให้พวกเขาเก็บไว้มาั้แ่เด็ก เพียงหยดเดียวสามารถรักษาชีวิตไว้ได้ ในจี้ห้อยคอมีเืเพียงพอให้ตงซิงอีและพี่ชายฝาแฝดใช้ได้หลายครั้ง ด้วยมารดาห่วงใยพวกตนกลัวจะเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น เมื่อยามออกเดินทางท่องเที่ยวในยุทธภพ บางคนรู้หน้าไม่รู้ใจ จึงต้องระวังไว้ดีกว่าแก้
ตงซิงอีใช้วิชาตัวเบาที่ฝึกฝนอย่างชำนาญมาั้แ่เด็กหลบหนีจากองครักษ์เงาของบิดามารดาอย่างรวดเร็ว จนสลัดหลุดไปได้ทั้งหมด นางจึงได้แวะพักที่หมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่ง ก่อนจะปลอมตัวเป็ชายเช่นที่มารดาเคยสอนนาง ทุกอย่างที่มารดานางทำได้ ล้วนส่งต่อให้นางและพี่ๆ สืบทอด แม้หลายอย่างที่มารดาสอนสั่งจะแปลกประหลาด ไม่เคยมีผู้ใดเคยทำมาก่อน แต่กลับได้ผลดีเสมอ นางจึงชอบที่จะเรียนรู้สิ่งแปลกใหม่จากมารดา รวมทั้งการปลอมตัวเป็ชายที่แเี
เมื่อปลอมตัวแล้วเสร็จ ตงซิงอีหาซื้อม้าพันธุ์ดีฝีเท้าเร็วมา 1 ตัว ด้วยตอนหลบหนีได้ทิ้งม้าตัวโปรดเอาไว้ให้เหล่าองครักษ์ไม่ระแคะระคาย
จากนี้คือการเริ่มต้นเดินทางผจญภัยผู้เดียวของนางเป็ครั้งแรก ช่างน่าตื่นเต้นยิ่งนัก
การเดินทางไปยังหุบเขาลี้ลับยากลำบากนัก ทั้งยังห่างไกลผู้คน มีสัตว์ป่าดุร้ายมากมายตลอดทาง นางต้องต่อสู้เอาชีวิตรอดอยู่หลายครา กว่าจะไปถึงยังหุบเขาแห่งนั้น ท่านเทพโอสถช่างรักสันโดษนัก หนีผู้คนมาอยู่ห่างไกล ซ้ำยังมีอุปสรรคมากมายขวางกั้นไม่ให้คนตามหาโดยง่าย
นางใช้เวลาเดินทางอยู่หลายเดือนจนคิดว่าถึงเรือนของท่านเทพโอสถแล้ว กลางหุบเขาลี้ลับ เรือนนี้เป็เรือนขนาดกลาง เงียบเชียบเหมือนไม่มีคนอยู่ รอบๆ เรือนมีสมุนไพรมากมาย ทั้งยังมีพืชพิษหลายชนิดปลูกอยู่ใกล้ๆ หน้าประตู
ตงซิงอีชอบปรุงยาพิษและสมุนไพรเล่นกับมารดามาั้แ่เด็ก นางมียาถอนพิษและยาวิเศษล้ำค่ามากมาย ทั้งมีที่มารดาจัดเตรียมไว้ให้พวกเขาทั้ง 3 คนก่อนออกเดินทางอีกมากมายในถุงสัมภาระใบใหญ่ของนาง พิษเล็กน้อยรอบๆ เรือนเพียงแค่นี้ไม่อาจทำอะไรนางได้
ตงซิงอีเดินผ่านพืชพิษไปหน้าประตูเรือนอย่างไม่สะทกสะท้านอันใด ก่อนเคาะเรียกผู้ที่อยู่ด้านในออกมาเปิดประตูเรือนให้ นางเคาะเรียกอยู่นานแต่กลับไม่มีใครออกมาเลย นางจึงยืนรออยู่และหยิบยาถอนพิษสารพัดที่ช่วยกันปรุงกับมารดามากินไป 1 เม็ด เพื่อป้องกันพิษอื่นๆ ที่อาจมีอีกแถวประตู ก่อนจะเดินไปมองดูรอบๆ อีกครั้งว่ามีพืชชนิดใดบ้างที่น่าสนใจ
สักพักมีเสียงเปิดประตูเบาๆ และมีคนชะโงกหน้าโผล่ออกมามองซ้ายมองขวาหาอะไรสักอย่าง ตงซิงอีที่กำลังก้มลงเก็บสมุนไพรพิษที่ดอกสวยงามมาสำรวจดูอยู่จึงได้หันไปมองตามเสียงนั้น
นางมองเห็นชายชราหนวดเคราขาวกำลังทำท่าทางแปลกๆ เหมือนมองหาอะไรสักอย่างอยู่ จึงเดินเข้าไปหาเขาพร้อมกับสมุนไพรพิษดอกงามในมือ
“นี่เ้ากล้าเด็ดสมุนไพรข้ารึ บังอาจนัก มันมีพิษร้ายแรงรู้หรือไม่ เ้าไม่กลัวตายรึ!?”
“ข้าก็ยังหายใจดีอยู่ ยังไม่ตายสักหน่อยนี่เ้าคะ”
ตงซิงอีพูดไปพลางมองหน้าชายชราอย่างสงสัย หรือว่านี่คือเทพโอสถรึ เหตุใดดูเหมือนตาแก่ขี้บ่นอย่างไรอย่างนั้น ไม่เหมือนมารดานางที่งดงาม ทั้งยังรู้วิชาแพทย์และยาพิษเช่นกันอีก ช่างต่างกันราวฟ้ากับดิน ท่านผู้เฒ่าผู้นี้จะสอนนางได้หรือไม่นะ
“เ้าไม่รู้สึกอันใดจริงๆ รึ? ได้กินยาอะไรเข้าไปหรือไม่?”
“ข้ามียาถอนพิษพกมามากมายเ้าค่ะ ทั้งที่ปรุงเองทั้งมารดาปรุงให้ ท่านสนใจหรือไม่ วันนี้ข้าตั้งใจมาแลกเปลี่ยนหาความรู้เพิ่มจากท่านเทพโอสถ แต่ข้าเคาะประตูอยู่นานกลับไม่มีใครออกมา ท่านคือท่านเทพโอสถหรือเป็พ่อบ้านเ้าคะ?”
ตงซิงอีลองถามหยั่งเชิงดูก่อน ด้วยไม่แน่ใจว่าท่านเทพโอสถจะใช่ชายชราผู้นี้หรือไม่
“เ้ามียาถอนพิษแบบใดกัน เหตุใดสามารถป้องกันสมุนไพรพิษของข้าได้?”
ชายชราไม่ตอบคำถามนางเื่เทพโอสถแต่ถามถึงยาถอนพิษของนาง ทั้งทำท่าทางสนอกสนใจอย่างมาก พลางทำจมูกฟุดฟิดดมกลิ่นยา
“ข้าจะให้ท่านเทพโอสถดูเท่านั้นเ้าค่ะ หากท่านไม่บอกข้า ข้าจะกลับแล้ว”
ตงซิงอีเห็นชายชราไม่สนใจนาง เพียงสนใจยาของนางจึงแสร้งทำเป็ก้าวขาจะเดินหนีกลับ ทั้งที่กว่าจะเดินทางมาถึงเรือนแห่งนี้ช่างยากลำบากนัก
“เ้าอย่าเพิ่งไป ข้าเอง! ข้าคือเทพโอสถ เ้าเข้ามาพูดคุยกับข้าได้แม่นางน้อย เชิญๆ”
ตงซิงอีลอบอมยิ้มอย่างพอใจที่นางจะได้ศึกษาวิชาแพทย์กับท่านเทพผู้นี้สักที หลังจากดั้นด้นตามหามานาน