รักซึมลึก Love in Deep

    EP.1

              ณ ริมชายหาดทะเลหัวหินตอนเช้าตรู่ บรรยากาศค่อนข้างเงียบสงบ ผู้คนเบาบางตา หญิงสาวนั่งเหม่อมองดูพระอาทิตย์ขึ้น ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ   ความสวยงามของวิวทิวทัศน์เบื้องหน้าไม่ได้ทำให้จิตใจเธอปลอดโปร่งหรือลดความหนักอึ้งให้เบาบางลงไปได้เลย เธอมองดูฟองคลื่นที่ซัดสาดเข้าหาหาดทราย เธอค่อยๆลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินสาวเท้าก้าวเข้าไปหาน้ำทะเลเรื่อยๆ

                 สายตาคู่นึงจับจ้องมองเธอมาสักพักใหญ่ๆ จากในร้านกาแฟที่ห่างจากที่เธออยู่ไม่มากนัก ชายหนุ่มสบถออกมาเสียงดังก่อนที่เขาจะรีบลุกขึ้นและวิ่งออกไปจากร้านตรงเข้าไปหาเธอ เขาวิ่งตามเธอลงไปในน้ำก่อนจะคว้าแขนเธอไว้แน่น เธอสะดุ้ง๻๷ใ๯จากแรงบีบกระชากจากฝ่ามือเขาก่อนจะเซถลาล้มลงในเกลียวคลื่นที่ซัดเข้ามาพอดี น้ำทะเลไหลเข้าทั้งปากและจมูกจนเธอไอสำลักออกมาหน้าดำหน้าแดง ก่อนที่เขาฉุดกระชากลากถูเธอขึ้นมาจากทะเล

                  “ แค่กๆ โอ๊ยย คุณจะบ้าเหรอไง ปล่อยนะฉันเจ็บ ” พอทันทีที่ตั้งตัวได้เธอรีบ๻ะโ๠๲บอกเขาเสียงดัง เเววตาเขียวปัดมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความไม่พอใจ

                 “ โธ่โว๊ย! ถ้าจะฆ่าตัวตายช่วยไปตายไกลๆ ร้านผมหน่อยได้ไหม! ”

            เขาพูดเสียงดังก่อนจะจ้องหน้าเธอ ฝ่ามือเขายังจับแขนเธอแน่น

                “ ฉันไม่ได้จะฆ่าตัวตายซะหน่อย คุณเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า! ”

                “ เดี๋ยว.. ที่คุณเดินดุ่มๆ ลงไปในน้ำนี่คุณไม่ได้คิดจะฆ่าตัวตาย ”

                “ ไม่ใช่ ฉันแค่อยากจะเล่นน้ำเฉยๆ มันเครียดๆ เลยกะจะว่ายน้ำเล่นแค่นั้นเอง”

                “ ขอโทษที ผมเข้าใจผิดไปเอง ก็ท่าทางคุณมันทำให้คิดไปแบบนั้น ผมเห็นคุณมานั่งเหม่อที่เดิมมา 2 วันแล้ว ผมก็เลยคิดว่าคุณจะ.. ”

                “ ไม่เป็๞ไรค่ะ คุณจะปล่อยฉันได้หรือยัง? ” เธอก้มลงมองดูมือของเขาที่ยังจับแขนเธอแน่น

            ชายหนุ่มมองมาที่มือของเขาก่อนจะคลายฝ่ามือออกจากแขนของเธอ

                  “ คุณบอกว่าเห็นฉันนั่งอยู่ที่นี่มา 2 วันแล้ว? ” สายตาเธอมองเขาด้วยความสงสัย ก่อนจะสำรวจสายตามองชุดเสื้อกล้ามสีขาว กางเกงวอร์มและรองเท้ากีฬาที่เปียกโชกด้วยน้ำทะเล พอๆ กับตัวเธอที่เปียกไป๻ั้๫แ๻่หัวจรดเท้า

                  “ นั่นร้านกาแฟผม ผมเห็นคุณมานั่งซึมเหม่ออยู่นานเป็๲ชั่วโมงๆ วันนี้ยังจะเดินดุ่มๆ ลงทะเลอีก ใครไม่คิดแบบนั้นก็แปลกแล้ว”

            พอพูดจบเขาก็เดินผละออกไป โดยไม่ได้จะสนใจฟังว่าเธอจะพูดอะไรต่ออีก เธอก้าวเท้าตามเขาก่อนจะตัดสินใจเอื้อมมือไปดึงชายเสื้อด้านหลังเขาเอาไว้ ชายหนุ่มชะงักเล็กน้อยก่อนจะหันกลับมามองหน้าเธอ

                 “ คุณรับสมัครพนักงานเพิ่มบ้างไหมคะ พอดีฉันอยากหางานทำค่ะ ”

            ชายหนุ่มมองหน้าเธอนิ่งก่อนจะใช้สายตาสำรวจใบหน้าและรูปร่างเธอ

                 “ ก็อาจจะ.. แต่ตอนนี้คงไม่ ”

                 “ เอ่อ.. รับเพิ่มอีกสักคนได้ไหมคะ ตอนนี้ฉันเพิ่งตกงาน ให้ทำงานอะไรในร้านก็ได้ค่ะ ” เธอกลืนน้ำลายลงคอขณะที่พูดไปด้วย ชายหนุ่มเงียบไปพักนึงก่อนจะจ้องหน้าเธอนิ่ง

                 “ ไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วไปหาผมที่ร้านตอน 9 โมงครึ่ง อย่ามาสายนะ”

                 “ ขอบคุณมากค่ะ ”

                 “ ผมยังไม่ได้รับคุณเข้าทำงาน ผมยังไม่รู้เลยว่าคุณชื่ออะไร ประวัติรายละเอียดของตัวคุณ เดี๋ยวมาที่ร้านค่อยคุยกันอีกทีก็แล้วกัน ”

                 “ เอ่อ.. ได้ค่ะ” เธอพูดตอบและยิ้มให้เขาเล็กน้อย เธอยืนมองดูเขาเดินกลับไปที่ร้านกาแฟ ก่อนจะเดินกลับไปโรงแรมที่เธอพัก

                เธออาบน้ำแต่งตัวใหม่ เลือกสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงยีนต์เข้ารูป ตอนนี้เธอแค่อยากหาอะไรทำไปก่อนสักพักหลังออกจากงาน เธอถอนหายใจพลางครุ่นคิดก่อนจะคว้ากระเป๋าและเดินออกจากห้องไป

                เธอเดินตรงเข้าไปที่ร้านกาแฟขนาดใหญ่ทรงโมเดริ์นที่ตั้งอยู่ห่างจากชายหาดไปเล็กน้อย พอผลักเปิดประตูเข้าไป กลิ่นแรกที่ลอยมาแตะจมูกเธอคือกลิ่นหอมๆ ของกาแฟ กลิ่นของขนมที่เพิ่งอบเสร็จใหม่ๆ และกลิ่นหอมหวานของกลิ่นวนิลาอ่อนๆ ภายในร้านตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์โทนสีขาวสะอาดตา เธอมองรอบๆ ร้านที่ตอนนี้เริ่มมีทั้งนักท่องเที่ยวคนต่างชาติและคนไทยเข้ามานั่ง เสียงพูดคุยกันเบาๆ เธอเดินตรงไปที่เค้าเตอร์กาแฟก่อนจะเอ่ยปากถามพนักงานสาวหน้าตาจิ้มลิ้มคนหนึ่งที่ยิ้มทักทายเธอ

                   “ เอ่อ.. คือฉันมาหาเ๽้าของร้านค่ะ ตอนนี้เขาอยู่ที่ร้านหรือยังคะ ”

                   “ ใช่ที่จะมาสมัครงานหรือเปล่าคะ พอดีคุณธีร์แจ้งไว้ ตอนนี้คุณธีร์อยู่ที่ห้องด้านในค่ะ”

                  “ ใช่ค่ะ ”

                 พนักงานสาวยิ้มให้ก่อนจะบอกให้เธอเดินตามไป เธอเดินตามเข้าไปในร้านก่อนจะเดินมาหยุดที่หน้าห้องที่อยู่ด้านในสุดของร้าน พนักงานสาวเคาะประตูก่อนจะมีเสียงตอบดังมาจากด้านห้อง

                 “ ขอบคุณค่ะ ” เธอพูดกับพนักงานหญิงคนนั้น ก่อนที่เธอจะเดินออกไป

                 เธอผลักประตูห้องเข้าไป สิ่งแรกที่สายตาของเธอเห็นคือ รูปภาพงานศิลปะจำนวนมาก ที่ติดบนผนังและวางกระจัดกระจายรอบๆ ห้อง ก่อนจะหันกลับมามองดูผู้ชายที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้หนังหลังโต๊ะทำงาน เธอมองสบสายตาเขาก่อนจะยกมือขึ้นไหว้เขา

                  “ นั่งสิ ” เขาชี้มาที่เก้าอี้ด้านหน้าโต๊ะทำงานของเขา

                 เธอเดินเข้าไปนั่งลงที่เก้าอี้ตามที่เขาบอกก่อนจะชะงักไปเล็กน้อยขณะมองดูใบหน้าของเขา ใบหน้าหล่อเหลาราวกับนายแบบและดวงตาสีน้ำตาลเข้มๆ ที่ตอนนี้กำลังมองดูเธออยู่เช่นกัน เธอรู้สึกว่าคุ้นหน้าคุ้นตาเหมือนเคยเห็นเขาที่ไหนมาก่อน ก่อนจะทันได้คิดอะไรต่อ เสียงทุ่มต่ำที่ทักมาก็ทำให้เธอหลุดจากภวังค์

                 “ นี่คุณ ได้ยินที่ผมบอกไหม ”

                 “ คะ เอ่อ..เมื่อกี้คุณพูดอะไรนะคะ ” เธอยิ้มให้เขาแก้เก้อก่อนจะถามกลับไป

                 “ นี่ใบสมัครงาน คุณชื่ออะไร ” เขายื่นใบสมัครงานส่งมาให้เธอ

                 “ ชื่อเมลดาค่ะ เรียกลดาก็ได้ค่ะ ”

                 เธอรับใบสมัครมาอ่านก่อนจะหยิบปากกาขึ้นมากรอกชื่อและประวัติจนเสร็จก่อนจะยื่นกระดาษส่งคืนให้เขา เขากรอกสายตาอ่านรายละเอียดในใบสมัครก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาถามเธอ

                 “ เพิ่งเรียนจบ.. แล้วทำไมถึงออกจากงาน? ”

                 “ เอ่อ.. พอดีงานที่ทำไปไม่ตรงกับที่เรียนมาแล้ว..” เธอพูดตอบเขาและไม่ได้พูดอะไรต่อ ก่อนจะนิ่งเงียบไป

                  ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยขณะมองดูท่าทางอ้ำๆอึ้งๆ ของเธอ สายตาเขามองสำรวจดูใบหน้าเกลี้ยงเกลาหมดจดของเธอ ดวงตากลมโต ริมฝีปากปางรูปกระจับที่ตอนนี้เคลือบด้วยสีลิปสติกสีชมพูอ่อนๆ ก่อนจะชะงักเล็กน้อยเมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมาสบสายตาเขา

                 “ ตกลงคุณจะจ้างฉันทำงานหรือเปล่าคะ ”

                 “ อืม.. คุณเริ่มงานวันนี้เลยแล้วกัน เดี๋ยวให้เจนแนะนำให้ว่าคุณต้องทำอะไรบ้าง เงินเดือนและรายละเอียดอื่นๆ ตามที่ระบุใน  ใบสมัคร ”

                  “ ขอบคุณมากๆ ค่ะ ”

                 เธอยิ้มกว้างให้เขาด้วยความโล่งใจและยกมือขึ้นไหว้เขาก่อนจะเดินออกจากห้องไปพร้อมกับผู้หญิงชื่อเจนซึ่งเป็๞คนเดียวกับที่เดินพาเธอมาส่งที่ห้องทำงานของเขา

                 สายตาของเขามองตามเมลดาที่เดินออกไปจากห้อง ก่อนจะหยิบใบสมัครขึ้นมาดูอีกรอบ บริษัทที่เธอเพิ่งจะลาออกเป็๲บริษัทในเครือของธุรกิจครอบครัวของเขาเอง