20 เคล็ดวิชา (เง็ก)เซียนสุรา
“ เอ่อ คุณชาย ท่านจะเอาแตงโมมาทำอะไรเจ้าคะ หรือว่าจู่ ๆ ท่านอยากจะทานผลไม้ขึ้นมา ?” ซูฟ่านฟ่านเอ่ยถามชายหนุ่มด้วยความฉงนที่จู่ ๆ อีกฝ่ายเกิดอยากจะได้แตงโมขึ้นมากระทันหัน แต่นางก็รับคำและรีบออกไปสั่งให้ทางครัวจัดแตงโมมาให้เสียมหลอหลงตามที่เขาต้องการ “ แตงโมที่ท่านต้องการมาแล้วเจ้าค่ะคุณชาย ท่านจะให้ข้าผ่าให้ท่านเลยมั้ยเจ้าคะ?” แม่นางเกาลี่เหมยเอ่ยถามชายหนุ่มหลังจากที่นางวางแตงโมผลใหญ่ลูกหนึ่งลงบนโต๊ะ พร้อมทั้งวางมีดกับจานไว้เตรียมพร้อมที่จะผ่า “ ขอบใจเจ้ามากแม่นางเกา แต่ข้าต้องการใช้งานมันเช่นนี้ ไว้เสร็จงานแล้วข้าจะผ่ามันแล้วแบ่งให้พวกเราทุกคนได้ลิ้มชิมรสชาติของมัน” เสียมหลอหลงเอ่ยขอบคุณเกาลี่เหมย พร้อมกับชี้ให้ทุกคนดูที่ผลของแตงโมที่วางอยู่บนโต๊ะ ก่อนจะบอกทุกคนว่าคำตอบของเขาอยู่ที่แตงโมลูกนี้ “ ท่านหมายความว่าอย่างไรเจ้าคะคุณชายเสียมหลอ แตงโมลูกนี้คือคำตอบของท่านเช่นนั้นหรือ?” ซูฟ่านฟ่านเอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยสงสัย แต่ก่อนที่อาหลงจะตอบคำถามของนาง กลับมีเสียงเสียงหนึ่งชิงเอ่ยตอบตัดหน้าเสียก่อน “ คุณชายเสียมหลอ ท่านจะบอกว่าโลกของเรามีรูปร่างทรงกลมดังเช่นแตงโมลูกนี้ใช่หรือไม่?” เป็นคุณชายรองซ่งผานผู้ปราดเปรื่องนั่นเองที่เป็นผู้เอ่ยประโยคนั้นออกมา ซึ่งสมแล้วกับที่เขาได้รับการยกย่องว่ามีสติปัญญาเป็นเลิศเหนือผู้อื่น “ นับถือ ๆ สมแล้วที่คุณชายรองได้รับยกย่องให้เป็นยอดบัณฑิตอันดับสองแห่งเมืองเทียนหยาง” เสียมหลอหลงประสานมือกล่าวแสดงความเลื่อมใสอีกฝ่ายด้วยใจจริง ก่อนจะอธิบายให้ทุกคนทราบว่า โลกที่พวกเราอาศัยอยู่นี้มีรูปร่างทรงกลมดังเช่นแตงโมผลนี้ จากนั้นเขาจึงชี้ไปที่แตงโมลูกที่วางอยู่บนโต๊ะ แล้วชี้ไปที่บริเวณตรงกึ่งกลางของลูกแตงโม พร้อมทั้งสมมุติว่าจุด ๆ นี้คือแคว้นต้าหยางของเรา ถ้าหากเราเดินทางเป็นเส้นตรงไปทางทิศประจิม(ตะวันตก)ไปเรื่อย ๆ เราจะเดินทางผ่านอิ้นตู้(อินเดีย) ,ปาจีซือถ่าน(ปากีสถาน) , อาฟู่ฮ่าน(อัฟกานิสถาน) , อีหล่าง(อิหร่าน) , ถู่เอ่อฉี(ตุรกี) , ซีล่า(กรีซ) , อี้ต้าลี่(อิตาลี่) , ฝ่ากั๋ว(ฝรั่งเศส) , ซีปานหยา(สเปน) , ผูเถาหยา(โปรตุเกส) จากนั้นล่องเรือผ่านมหาสมุทรแอตแลนติค ก่อนจะไปขึ้นฝั่งที่เหม่ยกั๋ว(สหรัฐอเมริกา) จากนั้นก็ล่องเรืออีกครั้งผ่านมหาสมุทรแปซิฟิค จนไปถึงรือเปิ่น(ญี่ปุ่น) สุดท้ายก็จะกลับมาขึ้นฝั่งที่แผ่นดินจงกั๋วของเรา “ เมื่อเดินทางต่อมาอีกเรื่อย ๆ ก็จะกลับมาถึงจุดเดิมก็คือแคว้นต้าหยางของเรา” อาหลงชี้นิ้วกลับมายังจุดเดิมซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นบนลูกแตงโม ก่อนที่คนส่วนใหญ่จะทำหน้าประหลาดใจ เพราะต่างไม่เคยได้ยินชื่อแคว้นที่ชายหนุ่มเอ่ยถึงมาก่อน “ คุณชายเสียมหลอ ถ้าเป็นจริงดังเช่นท่านว่า ข้าขอถามท่านว่าระยะทางจากจุดเริ่มต้นจนกลับมาถึงจุดเดิมเป็นระยะทางเท่าไหร่?” ซ่งผานเอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยความอยากรู้ ก่อนที่เสียมหลอหลงจะตอบให้ทุกคนในห้องฟังว่า ระยะทางทั้งหมดเกือบ 80,000 ลี้(40,000 กม.) ซึ่งถ้าต้องเดินทางตามเส้นทางนั้น อาจจะต้องใช้เวลานับสิบปี และไม่แน่ใจว่าจะมีชีวิตรอดจากการเดินทางนี้หรือเปล่า “ แปดหมี่นลี้ ท่านล้อเล่นหรือเปล่าคุณชาย ใยระยะทางถึงได้ไกลถึงเพียงนั้น?” เกาลี่เหมยเป็นฝ่ายเอ่ยถามขึ้นบ้างด้วยความประหลาดใจ ในขณะที่หลิวว่านซานก็สอบถามกับเสียมหลอหลงว่าจะมีคนที่สามารถรอดชีวิตจากการเดินทางดังกล่าวจนกลับมาจุดเดิมได้หรือไม่ ซึ่งเสียมหลอหลงตอบว่าตนเองก็ไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกัน “เรื่องในจินตนาการของท่านช่างน่าตื่นเต้นเร้าใจเสียจริง แต่ข้าว่ามันเป็นเรื่องยากที่จะพิสูจน์ว่าสิ่งที่ท่านกล่าวมานั้นเป็นความจริง ใช่หรือไม่คุณชายเสียมหลอ?” คุณชายรองกล่าวกับอีกฝ่าย ก่อนจะหันไปทางปราชญ์หญิงเพื่อให้นางสรุปผลการประลอง ซึ่งนางกับซูฟ่านฟ่าน รวมทั้งใต้เท้าหลิวและฉินอี้เซียนต่างเห็นพร้อมกันให้ทั้งคู่เสมอกันไปในรอบนี้ เพราะถึงแม้เสียมหลอหลงจะสามารถตอบถูกและรู้ในสิ่งที่ซ่งผานเล่าและถามมา แต่สิ่งที่ชายหนุ่มเองเล่ามาก็ไม่สามารถพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่ามันเป็นจริงได้เช่นกัน ถึงแม้ว่าทุกคนจะคิดว่าสิ่งที่เขาเล่าน่าเชื่อถือและมีความเป็นไปได้มากแค่ไหนก็ตาม “ ผ่านการประลองมาแล้วสามรอบ ยังไม่สามารถรู้ผลแพ้ชนะ ถ้าเป็นเช่นนี้ข้าคงต้องสุ่มจับหัวข้อที่จะตัดสินชิงดำขึ้นมาอีกครั้ง” “ หัวข้อต่อไปที่จะเป็นข้อตัดสินแพ้ชนะในคืนนี้ก็คือ....การร่ำสุรา” เกาลี่เหมยเอ่ยประกาศให้ทุกคนในห้องทราบ หลังจากที่นางทำทีเป็นสุ่มหยิบเลือกหัวข้อขึ้นมาใหม่ แต่จริง ๆ แล้วคือนางได้ตระเตรียมการแผนสำรองไว้แต่แรกแล้ว “ เอ่อ...แม่นางเกา ข้าว่าท่านเปลี่ยนหัวข้อใหม่เถิด พวกเราก็เห็นและรู้ดีกันอยู่ว่าคุณชายเสียมหลอไม่ถนัดในการร่ำสุรา ข้าเกรงว่าจะเป็นการเอาเปรียบอีกฝ่ายจนเกินไป และคุณชายเสียมหลออาจจะเมามายเอาได้” ซ่งผานแสร้งทำเป็นมีน้ำใจต่ออีกฝ่าย ในขณะที่ในใจกลับกระหยิ่มยิ้มย่องกับชัยชนะที่รออยู่ข้างหน้าไม่ไกลเกินเอื้อม “ นั่นนะสิ ฮัสแบนด์ เอ่อ คุณชาย ท่านอย่าได้ประลองเลย ท่านไม่ถนัดดื่มสุรา ขอเปลี่ยนหัวข้อใหม่เถิดเจ้าคะ” ฉินอี้เซียนกล่าวออกมาด้วยความเป็นห่วงชายหนุ่มที่นางมีใจให้ ในขณะที่แม่นางหลิวว่านซานก็คัดค้านและยับยั้งไม่ให้พี่หลงของนางประลองในครั้งนี้ เพราะบิดาของนางเล่าให้ฟังว่า ในบรรดาคุณชายทั้งสามของสกุลซ่ง นับว่าคุณชายรองซ่งผานเป็นเซียนสุราอย่างแท้จริงเพราะฉะนั้นหากอาหลงยังดึงดันดื้อรั้นที่จะประลอง ก็คงต้องพบกับความพ่ายแพ้อย่างย่อยยับเป็นที่แน่นอน “ ขอบคุณทุก ๆ คนที่เป็นห่วง แต่ว่าลูกผู้ชาย ถ้าได้เอ่ยวาจาแล้วก็มิอาจคืนคำได้ แม่นางเกาท่านจัดเตรียมสุรามาได้เลย เกาลี่เหมยสั่งให้เสี่ยวเอ้อไปนำสุรานารีแดงที่ทางหอหมักบ่มไว้เป็นเวลานานนับหลายสิบปี ออกมาให้ทั้งคู่ได้เริ่มประลองการร่ำสุรา “ เชิญคุณชายรองเริ่มก่อนเจ้าค่ะ กติกาให้แต่ละฝ่ายผลัดกันดื่มคนละ 10 จอก ใครที่ไม่สามารถดื่มต่อไปได้ จะทำให้อีกฝ่ายกลายเป็นผู้ชนะในที่สุด” “ อ่าว์ ยอดสุรา ๆ เชิญคุณชายเสียมหลอลองดู รับรองท่านจะติดใจในรสชาติอันหอมหวานของเหล้านารีแดงไหนี้” ซ่งผานเอ่ยเชิญชวนอีกฝ่าย หลังจากที่เขาจัดการยกเหล้าขึ้นดื่ม 10 จอกติดต่อกัน ส่วนอาหลงทำหน้าเหมือนบอกบุญไม่รับ ทำให้ทุกคนเข้าใจว่าเขาไม่ถนัดในการร่ำสุรา และต้องจำใจประลองอย่างช่วยไม่ได้ “ อ่าว์ สุราดี ๆ ถ้าจะให้ดี น่าจะต้องมีดนตรีขับกล่อมสักหน่อย คงจะได้บรรยากาศมากกว่านี้ ท่านว่ามั้ยคุณชายรอง?” เสียมหลอหลง เอ่ยกับซ่งผาน หลังจากที่เขาจัดการยกจอกสุรา 10 จอกแรกสาดลงผ่านลำคอเป็นที่เรียบร้อย “ ฮ่า ๆ ๆ เช่นนั้นก็ดี ต้องวานแม่นางฉินช่วยบรรเลงดนตรีเพื่อเสริมสร้างบรรยากาศ มิทราบจะได้หรือไม่?” คุณชายรองเอ่ยกับฉินอี้เซียน จากนั้นจึงหันมากล่าวกับคู่ประลองว่า ถ้าหากตัวอาหลงสามารถเอาชนะเขาในการประลองดื่มสุราได้ เขาจะให้แม่นางฉินเปลี่ยนมาดูแลชายหนุ่มทันที “ เจ้าจะได้เปลี่ยนไปปรนนิบัติคุณชายเสียมหลอหรือไม่ ก็อยู่ที่ฝีมือการร่ำสุราของคุณชายแล้วนะแม่นางฉิน ฮ่า ๆ” ซ่งผานกล่าวพร้อมหัวเราะทิ้งท้าย เหมือนเป็นเยาะเย้ยอีกฝ่ายว่าคงไม่มีปัญญาที่จะมาต่อกรกับเซียนสุราเช่นตนได้ “ พี่หลง ข้าว่าท่านหยุดการประลองเถอะเจ้าค่ะ ข้าขอร้องล่ะ” หลิวหว่านชิงวิงวอนชายหนุ่มให้หยุดการประลองไว้เพียงแค่นี้ เพราะไม่อยากให้ชายในดวงใจของนางต้องมีอันเมามายและพ่ายแพ้คู่ประลองอย่างหมดรูป ซึ่งตอนนี้นางไม่จำเป็นต้องปิดบังฐานะสตรีของตนอีกต่อไป เพราะดูเหมือนว่าทุกคนจะดูออกหมดแล้วว่านางไม่ใช่บุรุษ “ ฮัสแบนด์ ท่านพอแค่นี้เถอะ ท่านอย่าทำให้ทุกคนต้องเป็นห่วงท่านมากไปกว่านี้เลยเจ้าค่ะ ถึงแม้จะต้องแพ้ก็ไม่เห็นจะเป็นไร” ฉินอี้เซียนที่กำลังเตรียมจะบรรเลงเพลงเอ่ยเกลี้ยกล่อมชายหนุ่มอีกแรง ก่อนจะหันไปสบตากับแม่นางหลิวเหมือนเป็นการร้องขอให้นางช่วยทำอะไรสักอย่าง ก่อนที่อะไร ๆ จะแย่จนแก้ไขไม่ได้ “ ขอบใจพวกเจ้าที่เป็นห่วง แต่ว่าข้าไม่เป็นไร วางใจเถอะ” อาหลงหันมากล่าวกับอี้เซียนรวมทั้งหว่านชิงด้วยสายตาที่ขอบคุณในความห่วงใยของพวกนางทั้งสอง “ เอาล่ะ คุณชายเสียมหลอ ข้าดื่มไปอีก 10 จอก รวมเป็น 50 จอกแล้ว ต่อไปเป็นตาของท่านแล้ว” คุณชายรองเอ่ยกับอีกฝ่ายด้วยความประหลาดใจ เมื่อเห็นว่าคู่ประลองของเขาที่ดูเหมือนจะเป็นพวกคอแป๊บ กลับยังยืนหยัดร่ำสุราต่อกรกับเขาได้นานขนาดนี้ ก่อนจะเอ่ยชมอีกฝ่ายจากใจจริง “ ข้าไม่นึกว่าท่านจะมีฝีมือในการร่ำสุราที่ไม่เลวเลย นึกว่าท่านจะถนัดเฉพาะในการดื่มชาเท่านั้น” อาหลงจัดการซดสุรานารีแดงเลิศรสทั้ง10 จอกลงไปอย่างรวดเร็วโดยยังไม่มีอาการเมาให้เห็นแต่อย่างใด ซึ่งที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่า คืนสุดท้ายก่อนที่เขาจะเดินทางออกจากหุบเขายอดเซียน อาจารย์สี่ที่เป็นเซียนกวีรวมทั้งเป็นสุดยอดนักดื่มขั้นเทพได้สอนสุดยอดเคล็ดวิชาในการร่ำสุราให้กับเขานั่นเอง “ ข้าดื่มหมดทั้งสิบจอกแล้ว รอบต่อไปขอเชิญคุณชายรอง” อาหลงเอ่ยกลับอีกฝ่าย หลังจากที่เขาดื่มในส่วนของตนหมดทั้ง 10 จอกแล้ว ก่อนจะหันไปปรบมือชมเชยฝีมือเพลงพิณของฉินอี้เซียนที่กำลังบรรเลงด้วยจังหวะที่เร้าใจ เข้ากับบรรยากาศการประลองร่ำสุราที่กำลังดุเดือดเลือดพล่าน อีกทั้งไม่ลืมที่จะหันไปสบตาพร้อมกับพยักหน้าให้กับแม่นางหลิวที่นั่งลุ้นและเอาใจช่วยเขาอยู่ข้าง ๆ ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วยาม ทั้งสองฝ่ายผลัดกันดื่มคนละ 10 จอก จนกระทั่งแต่ละฝ่ายดื่มกันมาถึงรอบที่ 12 ซึ่งแต่ละฝ่ายต่างดื่มมาคนละ 120 จอกแล้ว โดยทั้งคุณชายรองซ่งผานและเสียมหลอหลงต่างเริ่มมีอาการมึนเมาบ้างเล็กน้อย แต่ก็ยังไม่มีใครยอมแพ้ใคร “ ...โอ้ เหล้าจ๋า ไหนลองหันมาดูหน่อยซิ ยิ้มซิ ๆ ที่รัก ยิ้มนาน ๆ อย่าด่วนใจดำทำรำคาญ ข้าจะแต่งงานกับเจ้าใต้แสงเดือน...” เสียมหลอหลงฮัมเพลง “เหล้าจ๋า” เพลงดังในโลกอนาคตที่เขาจากมาออกมาอย่างอารมณ์ดี พร้อมทั้งหันไปสบตาฉินอี้เซียนและหลิวหว่านชิงอย่างมีความหมาย ส่วนเพลงที่เขาร้อง เขาได้เปลี่ยนสรรพนามจากคำว่า “ฉัน” มาเป็นคำว่า “ข้า” แทน เพื่อให้เข้ากับยุคสมัยโบราณนี้ “ ...ข้ามีฟ้าเป็นมุ้ง ข้ามียุงเป็นเพื่อน ข้ามีพื้นดินเหมือนอย่างพื้นเรือน นกหนูเป็นเพื่อน กล่อมเตือนให้สุขใจ” ในขณะที่ฉินอี้เซียนพยายามเล่นพิณเพื่อให้เข้ากับท่วงทำนองที่เสียมหลอหลงกำลังร้องออกมา ทางด้านแม่นางหลิวก็จ้องมองชายในดวงใจของนางไม่วางตา ส่วนซูฟ่านฟ่านและเกาลี่เหมยถึงแม้จะยังไม่ได้มีจิตปฏิพัทธ์ต่อชายหนุ่มดังเช่นหญิงสาวอีกสองนาง แต่พวกนางต่างก็รู้สึกทึ่งและอดที่ชื่นชมในตัวชายหนุ่มผู้นี้ไม่ได้เช่นกัน “ ทำไมบทเพลงที่ท่านขับขานเมื่อครู่ถึงฟังดูแปลก ๆ พวกข้าไม่เคยได้ยินได้ฟังที่ไหนมาก่อนเลย แต่ถึงกระนั้นข้ากลับรู้สึกว่ามันฟังดูเรียบง่าย แถมยังสื่อความหมายและอารมณ์ได้ดีทีเดียว” ซูฟ่านฟ่านเอ่ยชมชายหนุ่มจากใจจริง ในขณะที่คุณชายรองซ่งผานเริ่มจะเกิดอารมณ์หึงหวงขึ้นมาบ้าง เมื่อเขาเห็นว่าคนรักของตนเกิดสนใจในตัวคู่ประลองของตนขึ้นมาบ้างแล้ว “ คุณชายรอง ถึงตาท่านแล้ว เชิญ” เสียมหลอหลงเอ่ยกับซ่งผาน หลังจากที่เขาดื่มจนครบ 180 จอกแล้ว โดยตอนนี้คุณชายรองเริ่มมีอาการมึนเมาให้เห็นแล้ว ทั้งนี้ฉายาเซียนสุราของเขาสามารถดื่มได้ 150 จอกแบบสบาย ๆ แต่ตอนนี้เขาดื่มเกินกำหนดมาตั้ง 30 จอก ทำให้เริ่มจะคุมสติตนเองไม่อยู่ อีกทั้งเมื่อเห็นว่าคู่ประลองที่ดูเหมือนจะเป็นพวกคออ่อนกลับยังยืนหยัดซดสุรากับตนโดยไม่มีทีท่าที่จะเพลี่ยงพล้ำให้กับเขาเลยสักนิด มิหนำซ้ำดูเหมือนว่าฟ่านฟ่านคนรักของตนก็เกิดสนใจในตัวบัณฑิตไร้ชื่อผู้นี้ไม่น้อย ทำให้เขาสติแทบหลุดด้วยความเมาและพิษรักแรงหึง “ เจ้า เจ้าทำไมถึงได้คอแข็งขนาดนี้ ไม่เคยมีใครชนะข้าในการร่ำสุราแม้แต่คนเดียว เพราะว่าข้าคือเซียนสุรา ส่วนพวกนั้นอย่างมากก็ดื่มได้ไม่เกิน 100 จอก แต่ว่าเจ้า...เจ้า” “ คุณชายรอง ท่านเป็นอย่างไรบ้าง ท่านไหวหรือเปล่าเจ้าคะ?” ซูฟ่านฟ่านเอ่ยต่อชายคนรักด้วยความเป็นห่วง เมื่อนางเห็นว่าเขาเริ่มมีอาการเมามายให้เห็น และกำลังจะเพลี่ยงพล้ำให้กับอีกฝ่ายอย่างไม่น่าเชื่อ ส่วนฉินอี้เซียนและหลิวหว่านชิงกลับมีท่าทีที่สบายใจมากขึ้น เพราะพวกนางเห็นว่าชายในดวงใจของพวกนางมีอาการมึนเมาแค่เล็กน้อย ต่างกับคุณชายรองที่เริ่มจะมีอาการเมามายอย่างเห็นได้ชัด และเริ่มพูดจาเหมือนคนที่ไม่มีสติสัมปชัญญะหลงเหลืออยู่อีกต่อไป “ เจ้า เจ้าฝึกวิชาร่ำสุรานี้มาจากผู้ใด ใยเจ้าถึงสามารถเอาชนะเซียนสุราอย่างข้าได้ อุอุอุ อ๊วกกกก ๆ ” พูดจบซ่งผานก็อ้วกออกมา หลังจากพยายามฝืนดื่มต่อ แต่สุดท้ายก็ไม่ไหว และต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ให้กับชายตรงหน้าซ้ำรอยน้องสามของตนอีกคน “ วิชาที่ข้าเรียนมามีชื่อว่า เง็กเซียนสุรา(แปลว่าฮ่องเต้ของเหล่าเซียน) เพราะฉะนั้นจึงสามารถชนะเซียนสุราได้ ฮ่า ๆ ข้าเพียงล้อท่านเล่น ท่านอย่าได้ถือสา ข้าเพียงแค่โชคดีเท่านั้น ถ้าประลองกันใหม่อีกครั้ง คงเป็นข้าที่พ่ายแพ้ให้กับยอดเซียนสุราเช่นท่าน” อาหลงเอ่ยกับคุณชายรองพร้อมกับสบตากับเขาอย่างจริงใจ จนทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าเขามีความจริงใจจริง ๆ หาได้เสแสร้งแกล้งทำไม่ “ ยินดีด้วยคุณชายเสียมหลอ ข้าขอยอมแพ้ สมแล้วที่น้องสามเคยบอกว่าท่านเป็นยอดคน แม่นางฉิน เจ้ากลับไปนั่งกับคุณชายเสียมหลอเถอะ” คุณชายรองเอ่ยกับฉินอี้เซียน พร้อมทั้งแสดงความยินดีกับอีกฝ่ายอย่างใจจริง ถึงแม้ว่าเขาจะรู้สึกอับอายและเสียหน้ามากแค่ไหนก็ตาม “ คุณชายรอง ท่านอย่าได้กล่าวเช่นนี้ วันนี้ได้รับการชี้แนะจากยอดบัณฑิตเช่นท่าน ถือเป็นวาสนาของข้า วันหน้าถ้าไม่รังเกียจ ข้าขอเป็นเจ้ามือเลี้ยงท่านบ้าง” เสียมหลอหลงเอ่ยต่ออีกฝ่าย พร้อมกับบอกว่าจะเชิญสี่หงส์ดรุณมาร่วมโต๊ะพร้อมหน้าให้ได้ ก่อนจะบอกให้ซูฟ่านฟ่านพาคุณชายรองไปพักผ่อน “ ข้าลาก่อนคุณชายเสียมหลอ ข้าน้อยขอลาใต้เท้า แม่นางหลิว แม่นางฉิน ไว้พบกันใหม่ หวังว่าท่านคงจะไม่ลืมสัญญาที่รับปากไว้กับข้า” ซ่งผ่านกล่าวคำลา ก่อนจะขอตัวไปพักผ่อน โดยมีซูฟ่านฟ่านและเกาลี่เหมยเป็นคนพยุงพาไปพักที่ห้อง ซึ่งก่อนที่ปราชญ์หญิงจะขอตัวจากไป นางได้เอ่ยขอบคุณเสียมหลอหลงที่ช่วยให้นางได้เปิดหูเปิดตา และได้มุมมองรวมทั้งแนวคิดใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ยิ่งกว่าการอ่านตำรามาทั้งชีวิตของนางซะอีก “ พี่หลง พวกเรากลับบ้านกันเถอะ ข้ากับท่านพ่อจะไปส่งท่านเอง” ..................................................................................................................................... คุยกันหลังฉาก ...... ขออภัยที่มาล่าช้า และผิดนัดมาหลายวันนะครับ สำหรับตอนนี้ก็ได้ข้อสรุปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ว่าใครเป็นผู้ชนะในการประลองร่ำสุรา ส่วนตอนต่อไปจะเป็นเช่นไร มาติดตามต่อกันได้ จะพยายามอัพให้เร็วที่สุดครับ ขอบคุณทุกท่านที่ยังติดตามอ่าน และขออภัยอีกครั้งที่อาจจะลงล่าช้า ขอบคุณอีกครั้งครับ THANK YOU THREE TIMES….……………………………………………………………………………………………..สุดยอดข้อคิด พิชิตความสุขและความสำเร็จในชีวิต“ ในชีวิตของข้ามีวันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอยู่สองวัน คือวันที่ข้าเกิด และวันที่ข้าค้นพบว่า ข้าเกิดมาเพื่ออะไร?”