หลังจากที่เฉินต๋าจัดเตรียมที่พักให้เยี่ยสือเรียบร้อย ก็ออกไปข้างนอกสืบเสาะข่าวคราว
หลังผ่านไปสองชั่วยาม[1] เฉินต๋าฝืนยิ้มกลับมาอยู่ข้างกายเยี่ยสือ “คุณชายขอรับ ข้าถามไถ่มาอย่างชัดแจ้งแล้ว มู่เฉินมีรูปลักษณ์ที่โดดเด่น ประสบความสำเร็จั้แ่ยังเยาว์ บิดาเป็นักปรุงโอสถขั้นสาม...”
เยี่ยสือมองเฉินต๋า ยิ้มอย่างจนใจ พูดตอบ “ลุงเฉิน เ้าไม่ต้องปลอบโยนข้า ข้ารู้ว่ามู่เฉินเป็คนเช่นไร ข้ารู้ทุกสิ่ง ว่ากันว่ามู่เฉินเ้าชู้ยิ่งนัก มีคู่รักมากมายนับไม่ถ้วน แต่่นี้ได้ยินว่า เขาสำรวมขึ้นมาก สาเหตุเป็เพราะหลงใหลหนุ่มน้อยผู้หนึ่งนามจวงอวี๋”
“ได้ยินว่าหนุ่มน้อยนามจวงอวี๋ผู้นี้ มีรูปลักษณ์งามปานล่มเมือง คนชอบเขามีมากเหลือคณานับ คุณชายตระกูลดังนับไม่ถ้วน เต็มใจใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเพื่อเขา มู่เฉินก็เป็หนึ่งในนั้นเช่นกัน”
เฉินต๋ายิ้มกระอักกระอ่วน พลางตอบ “คุณชาย ท่านรู้ทุกอย่างแล้วหรือขอรับ”
เยี่ยสือพยักหน้า พูดขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ “ใช่แล้ว! ในโรงน้ำชามีแต่คนพูดถึงเขาในทุกๆ ที่ หากข้าไม่รู้ เห็นทีจะมิได้”
“คุณชาย ได้ยินว่า ่นี้มู่เฉินกักตนฝึกฝนแล้ว ดูเหมือนว่าจะไปบำเพ็ญเพียรแล้วนะขอรับ” เฉินต๋าพูดปลอบ
เยี่ยสือพูดขึ้นอย่างไม่เห็นด้วย “แม่น้ำูเายังเปลี่ยนง่ายสันดานสิเปลี่ยนยาก ข้าว่าเขามิได้ไปฝึกบำเพ็ญเพียรหรอก แต่ว่า ไม่มีเงินแล้ว อับอายที่จะพบปะผู้คน ถึงได้หลบซ่อนตัว”
เฉินต๋ามองเยี่ยสือก่อนจะเอ่ย “คุณชาย ท่านอย่าพึ่งท้อแท้จนเกินไป คุณชายมู่เฉินยังเยาว์ บางทีผ่านไปไม่กี่ปีอาจดีขึ้นก็ได้นะขอรับ”
เยี่ยสือขบฟัน บนใบหน้าปรากฏความสับสนอยู่หลายส่วน
“ลุงเฉิน ในมือของพวกเรา ยังเหลือศิลาทิพย์อยู่อีกเท่าไรหรือ” เยี่ยสือถามขึ้น
เฉินต๋าตอบเจื่อนๆ “เหลืออยู่ยี่สิบก้อนขอรับ” เยี่ยสือถูกไล่ออกมา เยี่ยสวินไม่เคยให้ความสำคัญกับบุตรชายคนนี้มาโดยตลอด แม้แต่ค่าเดินทางก็ไม่ให้
เยี่ยสือกัดฟันพูด “มีแค่ยี่สิบก้อนแล้วหรือ! ลุงเฉิน เ้าลองไปดูสิ มีหอสุราใด้าคนแล่เนื้อหรือไม่”
เฉินต๋ามองเยี่ยสือด้วยความลำบากใจ ก่อนจะพูด “คุณชาย จะอย่างไรท่านก็เป็ซวงเอ๋อร์ผู้หนึ่ง จะไปทำเื่เชือดหมูฆ่าแพะอะไรนั่นทั้งวัน จะให้ผู้อื่นหัวเราะเยาะเอาได้”
เยี่ยสือพูดแย้งขึ้น “นอกจากสิ่งนี้ ข้าเองก็ทำอย่างอื่นไม่เป็เช่นกัน! ยิ่งกว่านั้นสิ่งนี้ก็ได้เงินเร็ว หากเขาเห็นว่าข้าทำงานได้ดี อาจได้เนื้อมากินเพิ่มมื้อหนึ่งก็เป็ได้”
หลังจากที่มารดาของเยี่ยสือตายจากไป อาหารของเยี่ยสือก็เปลี่ยนเป็แย่ลง เพื่อให้กินอิ่ม เยี่ยสือมักจะไปที่โรงครัวของตระกูลเยี่ยเพื่อช่วยงาน หาอะไรกินเล็กๆ น้อยๆ ไปด้วย เยี่ยสือเรียนรู้ในครัวอยู่หลายปี แม้มิได้เรียนทักษะการปรุงอาหารจนสำเร็จ ทว่าฝีมือการใช้มีดเชือดหมูฆ่าแพะ กลับทำได้สมบูรณ์แบบ
เฉินต๋าหวนนึกถึงสิ่งที่เยี่ยสือต้องเผชิญเมื่อครั้งอยู่ในตระกูลเยี่ย ก็เกิดเป็ความโกรธไม่พอใจที่สั่งสมมานาน เฉินต๋ามองเยี่ยสือ พูดขึ้นอย่างจนใจ “คุณชาย ท่านกินน้อยลงหน่อยเถิด ผู้คนต่างชื่นชอบหนุ่มน้อยร่างบางกันทั้งนั้น”
เยี่ยสือกัดฟันกรอด พูดขึ้นด้วยความขุ่นเคืองเล็กน้อย “ก็ข้าโตมาเป็เช่นนี้ จะให้ข้าทำอย่างไรได้”
เฉินต๋าตอบอย่างจนปัญญา “คุณชาย หากให้คนตระกูลมู่ ล่วงรู้ว่าท่านไปช่วยงานในหอสุรา คงมิค่อยดีนัก”
เยี่ยสือก้มหน้าลง เอ่ยด้วยน้ำเสียงหดหู่ “เช่นนั้นหากไม่ทำงานเป็คนแล่เนื้อ ข้าก็ทำอย่างอื่นไม่เป็!”
เฉินต๋ามองเยี่ยสือก่อนจะเอ่ย “ไม่ว่าจะอย่างไร พวกเราก็ไปตระกูลมู่ก่อนสักรอบเถิดขอรับ”
เยี่ยสือกัดริมฝีปาก แล้วพยักหน้าตอบ “ได้”
เชิงอรรถ
^ หนึ่งชั่วยาม เท่ากับ สองชั่วโมง