บ่วงรักเมียเฉิ่ม

    ตอนที่ 2 คู่ชีวิต? (1)

    ฝนที่ตกหนักในยามสองทุ่มกว่าทำให้การจราจรในกรุงเทพฯ ที่ตัดขัดอยู่แล้วยิ่งเลวร้ายเข้าไปใหญ่ เหลืออีกแค่ไม่กี่ซอยก็จะถึงซอยเข้าบ้านเขาอยู่แล้วแต่ฝนก็ตกกระหน่ำลงมาราวกับฟ้ารั่ว ทำให้รถที่ตอนแรกเคลื่อนตัวได้บ้างหยุดชะงักขนาดจะกระดึ๊บก็ยังยาก และนั่นก็สร้างความหงุดหงิดให้กับสหัสวัตไม่น้อย

                ชายหนุ่มถอนหายใจเบื่อหน่ายออกมาครั้งแล้วครั้งเล่ามองซ้ายมองขวาเผื่อว่าจะเห็นเส้นทางที่สามารถหักพวงมาลัยไปยังเลนด้านที่มันจะช่วยให้รถเคลื่อนไปได้มากกว่านี้แต่ก็เปล่าประโยชน์ เพราะไม่ว่าจะเลนด้านไหนรถก็จอดนิ่งไม่ต่างกันทั้งนั้น

                เขาสบถออกมาเบาๆเพราะความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานหนักทั้งวันกอปรกับต้องมาเหนื่อยหน่ายกับการจราจรบนท้องถนน ทำให้คนที่สุขุมกลายเป็๲คนขี้โมโหไปได้ง่ายๆโชคดีที่รถของเขาอยู่ด้านนอกสุดที่ติดกับขอบฟุตปาธเพราะเมื่อเหลือบไปมองทางซ้ายมือของตนเองอีกครั้งสายตาก็สะดุดเข้ากับตึกแถวที่มีร้านอาหารตามสั่ง เป็๲ร้านที่ดัดแปลงจากทาวน์เฮาส์ที่พักอาศัยสามชั้นโดยชั้นล่างสุดเปิดเป็๲ร้านอาหารตามสั่ง

                ตอนนี้มีลูกค้านั่งอยู่ในร้านบ้างประปรายคาดว่าคงนั่งหลบฝนพร้อมกับกินอาหารค่ำ อยู่ๆ เขาก็รู้สึกหิวขึ้นมาตงิดๆจำได้ว่า๻ั้๫แ๻่เที่ยงยังไม่ได้กินอาหารหนักอะไรเลยสักนิด เพราะแฟ้มงานและรายงานประจำปีที่มีเสนอมาให้ตรวจและลงนามกองล้นโต๊ะจนไม่อาจกระดิกตัวไปไหนได้

                ครั้นเมื่อรถสามารถขยับไปได้อีกราวๆสามเมตรเขาจึงไม่ลังเลที่จะเลี้ยวเข้าไปจอดตรงด้านหลังร้าน แล้ววิ่งฝ่าสายฝนเข้าไปนั่งในร้านจากนั้นก็สั่งอาหารทันที...

     

                อาหารหอมกรุ่นควันฉุยที่วางลงตรงหน้าทำให้สหัสวัตผุดรอยยิ้มด้วยความพึงพอใจเขาเอ่ยขอบคุณเ๽้าของร้านที่น่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับแม่เขาเบาๆนางยิ้มอย่างอารีให้เขา ก่อนจะขอตัวจากไป

                ชายหนุ่มหยิบช้อนส้อมที่มีจัดเตรียมไว้ในกล่องพลาสติกกันฝุ่นออกมากำลังจะตักกินเป็๞คำแรก แต่ทว่า...

                ความหิวมลายหายไปกลายเป็๲ความหงุดหงิดขึ้นมาทันทีแต่ด้วยนิสัยไม่ชอบโวยวายจึงทำให้เขาสงบสติอารมณ์ได้ไม่ยาก พร้อมกับมองไปรอบๆร้านเพื่อจะหาตัวช่วยที่เขาพอจะบอกกล่าวได้

            แต่ดูท่าจะยากอยู่สักหน่อย เพราะเ๯้าของร้านผู้หญิงวัยกลางคนผู้นั้นกำลังง่วนอยู่กับการผัดๆทอดๆ อาหารให้ลูกค้ารายอื่น

                ส่วนผู้ชายสูงวัยอีกคนที่คาดว่าน่าจะเป็๲สามีของนางก็กำลังเก็บเงินลูกค้าโต๊ะด้านนอกสุดและขณะที่เขากำลังคิดว่าจะทนๆ กินมันเข้าไปก็ได้ก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งเดินผ่านโต๊ะไป เสียงทุ้มจึงรีบเรียกรั้งไว้ทันที

                “น้องครับ”

                ธมนที่เพิ่งกลับออกมาจากการล้างจานในครัวหันขวับทันทีที่ได้ยินเสียงห้วนเข้มเอ่ยเรียกจากทางด้านหลังก่อนจะพบกับหนุ่มหล่อคมเข้มแบบไทยแท้ที่แต่งตัวเนี้ยบไม่เข้ากับสภาพร้านแบบบ้านๆของเธอ

                “ค่า”รับคำออกไปทันทีเมื่อรู้สึกได้ว่าลูกค้าหนุ่มคนนี้หน้าตึงๆ คล้ายกับไม่พอใจอะไรสักอย่าง

                “พี่สั่งกะเพราไก่ ไม่ใส่ถั่วฝักยาวนะครับ”เขาบอกก่อนจะเลื่อนสายตาไปมองที่จานอาหารที่ยังไม่มีร่องรอยของการตักกิน

                ธมนมองตามสายตาของเขาใบหน้าเนียนใสจืดเจื่อนนิดๆ ก่อนจะเอ่ยขอโทษขอโพยเขาไม่หยุด

                “ต้องขอโทษด้วยจริงๆ นะคะ รบกวนพี่รอสักครู่นะคะเดี๋ยวหนูไปทำมาให้ใหม่ค่ะ”ว่าพร้อมกับรีบยกจานอาหารออกไปโดยไม่รอให้เขาอนุญาต

                สหัสวัตเห็นดวงตากลมโตหวานมีแววสำนึกผิดก่อนที่เธอจะรีบเดินไปตรงจุดที่ทำอาหาร บอกบางอย่างแก่หญิงเ๯้าของร้านคนนั้นแล้วนางก็รีบทำอาหารให้เขาใหม่ทันที

                ผ่านไปเพียงไม่กี่นาทีชายหนุ่มก็ได้กินกะเพราไก่ไร้ถั่วฝักยาวสมใจคงเพราะความหิวและการต้องรอคอยนาน จึงทำให้เขาจัดการอาหารในจานจนหมดเกลี้ยงก่อนจะกระดกดื่มน้ำเปล่าไม่เย็นจนหมดขวด

                เมื่อเรียบร้อยก็หันไปยกมือเรียกสาวน้อยหน้าใสตาโตคนนั้นซึ่งเขาสังเกตได้ว่าเธอแอบมองเขาอยู่ตลอดเวลาคงกลัวว่าเขาจะไม่พอใจอะไรอีกหรือเปล่ากระมัง

                “คิดเงินด้วยครับ”เขาเอ่ยเมื่อเธอมาหยุดยืนที่หน้าโต๊ะของเขา

                สาวน้อยรีบส่ายหน้าจนผมหน้าม้ากระจายไปมาแล้วจึงเอ่ย

                “ไม่เป็๲ไรค่ะพี่ต้องรอข้าวนานไม่ต้องจ่ายหรอกค่ะ”

            ที่ร้านนี้พ่อกับแม่และเธอเองบอกกล่าวกันเอาไว้เสมอว่าความพอใจของลูกค้าคือสิ่งสำคัญการบริการต้องอย่าให้ขาดตกบกพร่องและถ้ามีข้อผิดพลาดก็อย่าละเลยที่จะยอมรับและแก้ไข

            ซึ่งก่อนหน้าที่จะนำอาหารจานใหม่มาเสิร์ฟให้เขาแม่ก็กระซิบบอกกับเธอแล้วว่าอย่าเก็บเงินลูกค้ารายนี้

                “ไม่เป็๞ไรครับผิดพลาดกันได้พี่ไม่ถือหรอก รับไปเถอะครับ”

            สหัสวัตเอ่ยก่อนจะยื่นธนบัตรห้าร้อยบาทให้ แต่สาวน้อยยังคงเม้มปากแน่นและไม่ยอมเอื้อมมือออกมารับ เขาจึงจำเป็๲ต้องวางธนบัตรไว้บนโต๊ะพร้อมกับลุกขึ้นยืนด้วยอยากกลับไปพักผ่อนเต็มทีแล้ว

                “ขอบคุณนะครับ”

            เขาว่าแค่นั้นก่อนจะเดินจากไปโดยที่ธมนได้แต่มองตามไปด้วยความไม่สบายใจเพราะทักท้วงไม่ทันไหนจะเงินค่าอาหารที่เขายังไม่ได้รับเงินทอนนั่นอีก...