การประลองครั้งที่สองพวกเขาทำได้ดีขึ้นเล็กน้อยแต่ก็ถูกแผนการของเมฆครามหลอกล่อให้เข้าไปสู้ด้านในแนวต้นไม้ทำให้พลาดท่าครั้งนี้หลินหลินถูกกำจัดเป็คนแรกต่อด้วยฟ้าใส กระต่ายหมายจันทร์และัคำรามพลังชีวิตของเมฆครามสุดท้ายแล้วเหลืออยู่ที่ 55%
ครั้งที่สามพลังชีวิตของเมฆครามอยู่ที่50%
ครั้งที่สี่นับว่าค่อนข้างดีเมฆครามเกือบจะพลาดท่าถูกสังหารแต่ก็สามารถใช้ทักษะกลืนกินโลหิตพลิกเกมกลับมาได้พลังชีวิตเหลืออยู่ 31%
ครั้งที่ห้าใกล้เคียงกับการประสบความสำเร็จมากที่สุดใครจะรู้ว่าเมฆครามจะสามารถอาศัยช่องว่างพริบตาเดียวพลิกเกมทั้งกระดานพลังชีวิตสุดท้ายของเมฆครามอยู่ที่ 8% น่าเสียดายเป็อย่างมาก
สุดท้ายแล้วในรอบที่สิบพวกเขาก็สามารถสังหารเมฆครามได้สำเร็จแต่ก็ต้องแลกมาด้วยชีวิตของคนถึงสี่คน เหลือแค่กระต่ายหมายจันทร์ที่รอดเป็คนสุดท้ายด้วยพลังชีวิตเล็กน้อยเท่านั้น
แม้จะทำสำเร็จแล้วแต่พวกเขากลับยังไม่พอใจเลยสักนิดถึงอย่างไรก็เป็การต่อสู้แบบสี่ต่อหนึ่ง ในความเป็จริงพวกเขาควรจะเอาชนะได้โดยที่ไม่ต้องเสียคนในทีมไปเลยด้วยซ้ำ
ดังนั้นการประลองจึงยังดำเนินต่อไปหลังจากผ่านไปห้าสิบรอบในที่สุดพวกเขาก็สามารถเอาชนะได้โดยที่ไม่ต้องเสียใครไปเมฆครามปรบมืออย่างชื่นชมให้กับพัฒนาการของเพื่อนๆ ส่วนหนึ่งก็เพราะคนทั้งสี่เริ่มคุ้นเคยและจับทางเทคนิคต่างๆของเขาได้แล้วจึงสามารถวางแผนรับมือได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
โชคดีที่การประลองแบบส่วนตัวจะไม่ถูกนับเก็บเป็สถิติไม่อย่างนั้นสถิติของคนทั้งสี่คงน่าอนาจอย่างมาก ตายกันไปคนละเกือบห้าสิบรอบแต่กลับมีแต้มสังหารแค่น้อยนิดขณะที่เมฆครามมีสถิติสังหารไปแล้วเกือบสองร้อยแต้ม แต่ตายไปเพียงไม่กี่สิบรอบเท่านั้น
“เอาละพวกเราไปพักกันก่อนเถอะพักกันให้เต็มที่แล้วออนไลน์กลับเข้ามาอีกรอบเพื่อเข้าร่วมหอคอยแห่งเผ่าพันธุ์”เมฆครามเอ่ยสั้นๆก่อนจะนัดฟ้าใสกับหลินหลินให้ไปเจอกันที่ร้านอาหารใกล้ๆกับหอพักของตนหลินหลินมีรถดังนั้นการเดินทางจึงง่ายกว่าเมฆครามมาก
คิดถึงเื่นี้เขาก็วางแผนที่จะซื้อรถสักคันเหมือนกันเพราะหลังจากที่ฟ้าใสย้ายมาอยู่ที่บ้านหลังใหม่เธอจะต้องใช้รถเพื่อเดินทางไปโรงเรียนในอนาคตก็ต้องใช้เพื่อเดินทางไปมหาวิทยาลัยอีกด้วย
พอฟ้าใสรู้ว่าเมฆครามซื้อบ้านแล้วทั้งยังวางแผนที่จะซื้อรถเธอก็รีบเสนอความคิดของตัวเองออกมาทันทีตอนนี้เธอกับเสี่ยวหลินพักอยู่ในห้องเดียวกันภายในหอพักใกล้โรงเรียนปกติเธอก็จะไปไหนมาไหนด้วยกันกับเสี่ยวหลินมาตลอด เธอเสนอให้เสี่ยวหลินย้ายมาอยู่ที่บ้านด้วยกันเพราะมันมีห้องนอนว่างอยู่อีกสองห้องจะย้ายมาอยู่ฟรีหรือจะจ่ายค่าเช่าเหมือนกับตอนที่อยู่หอพักก็ได้หลังจากนั้นเธอก็ยังสามารถไปโรงเรียนพร้อมกับเสี่ยวหลินได้เหมือนเดิม
เมฆครามฟังแล้วก็ไม่คิดว่าเป็ปัญหาอะไรเขาหันไปถามเสี่ยวหลินเพราะคิดว่าเธออาจจะอึดอัดใจที่จะต้องมาอยู่ที่บ้านของเขา เสี่ยวหลินกลับไม่ได้คิดอะไรมากเพราะเธอสนิทกับฟ้าใสเป็อย่างมากความสัมพันธ์ดีเหมือนกับพี่น้องแท้ๆมากกว่าเพื่อนสนิทเสียอีก ถ้าจะต้องอยู่ในหอพักคนเดียวเธอก็คงต้องเหงาอย่างมากเลยยินดีย้ายมาอยู่กับฟ้าใสเธออยากจะจ่ายค่าเช่าแต่เมฆครามปฏิเสธและบอกว่าฟ้าใสยังต้องพึ่งพาเสี่ยวหลินในการเดินทางดังนั้นก็ถือว่าต่างคนต่างพึ่งพาอาศัยกันแม้ว่าค่าเช่าเล็กน้อยจะไม่ใช่ปัญหาสำหรับเสี่ยวหลินแต่การทำแบบนี้ก็จะช่วยให้รู้สึกเป็กันเองมากกว่า
ตกลงกันได้แล้วเมฆครามก็ย้ำให้ทั้งสองเตรียมตัวเก็บข้าวของเตรียมย้ายออกเอาไว้ด้วยเพราะบ้านพักนั้นจะพร้อมในวันพรุ่งนี้รอให้เขาจัดการอะไรต่างๆเกี่ยวกับบ้านเสร็จก็จะให้สองสาวย้ายมาได้ตลอดเวลา
ในเมื่อไม่จำเป็ต้องรีบซื้อรถแล้วเมฆครามจึงวางแผนใหม่ขึ้นมาตอนนี้นอกจากกระต่ายหมายจันทร์แล้วทุกคนในทีมต่างก็ออนไลน์ด้วยหมวกเล่นเกมที่มีการเชื่อมต่อค่อนข้างห่วยถ้าเทียบกับเครื่องเกมแบบแคปซูลเขาจึงวางแผนที่จะซื้อแคปซูลเกมมาให้กับคนอื่นๆ ตัวเขากับฟ้าใสย่อมต้องมีกันคนละเครื่องของเสี่ยวหลินก็ถือเป็ของขวัญมอบให้กับผู้ถือหุ้นในธุรกิจของเขา ส่วนัคำรามก็ควรจะมีเอาไว้สักเครื่องหนึ่งเพราะมันจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเขาได้ด้วย
น่าเสียดายที่มันต้องใช้เวลาสักหน่อยเนื่องจากราคาของแคปซูลนั้นอยู่ที่สองถึงสามแสนเครดิตเลยทีเดียวถึงจะมีเงินทุนจากเสี่ยวหลินแต่เมฆคราม้าเก็บเงินส่วนนั้นเอาไว้ลงทุนซื้อวัตถุดิบสำคัญในอนาคตแม้ว่าแคปซูลเกมอาจจะช่วยให้ผ่านการทดสอบหอคอยแห่งเผ่าพันธุ์ง่ายขึ้นแต่เขาก็ค่อนข้างเชื่อในศักยภาพของเพื่อนๆในทีมอยู่มากถ้าเป็ความยากระดับ A พวกเขาน่าจะผ่านได้อย่างแน่นอนแต่ความยากระดับ S นั้นได้แต่หวังว่าพวกเขาจะมีสติมากพอ
หลังมื้ออาหารเมฆครามก็ได้ออนไลน์กลับเข้ามาในเกมอีกรอบพร้อมกับส่งยาชุดใหม่ไปให้นักรบไร้พ่ายหลังจากปรุงยาอีกชุดเขาก็เดินทางไปที่หอคอยแห่งเผ่าพันธุ์ทันที
“จุ๊ๆ มีคนมาลองทดสอบอีกแล้ว” ผู้เล่นหลายคนที่พักจากการเก็บระดับมักจะเลือกมาพักอยู่ที่ใกล้ๆหอคอยแห่งเผ่าพันธุ์ส่วนใหญ่แล้วพวกเขามักจะเป็คนที่ล้มเหลวจากการทดสอบและคาดหวังว่าจะมีคนที่ล้มเหลวแบบเดียวกับตนเองเพิ่มขึ้น
“เอ้ะนั่นไม่ใช่อันดับหนึ่งของเมืองตอนนี้หรอกเหรอ?” ผู้เล่นคนหนึ่งอุทานออกมาดึงความสนใจของทุกคนไปในทันทีเมฆครามใช้เวลาหลายชั่วโมงไปกับการประลองฝึกฝนให้เพื่อนๆแต่เขาก็ยังคงเป็อันดับหนึ่งในเมืองอยู่ดีความเร็วในการเก็บระดับของเขาทำให้ทุกคนจดจำชื่อเมฆาหวนคืนเอาไว้ในใจแล้ว
“สหายเมฆาหวนคืน ฉันชื่อว่าอันซื่อมาจากกิลด์สมาพันธ์ตะวันจันทราได้ยินมาว่านายเป็ผู้เล่นอิสระนี่ สนใจมาเข้าร่วมกิลด์สมาพันธ์ตะวันจันทราไหมถ้านายเข้าร่วมฉันยินดีที่จะช่วยพูดกับกลุ่มการเงินตะวันจันทราเพื่อมอบตำแหน่งระดับสูงให้กับนาย”เมฆครามเหลือบมองนักเวทที่มีระดับเท่ากับเขาอันซื่อคนนี้ฝีมือค่อนข้างดีน่าเสียดายที่เป็คนเย่อหยิ่งและประมาททำให้เขาผิดพลาดในจุดสำคัญและสูญเสียตำแหน่งของตนเองในอนาคต
“ไม่ละ ฉันไม่มีความคิดที่จะเข้าร่วมกิลด์ในตอนนี้”เมฆครามปฏิเสธอย่างเรียบเฉยโดยเฉพาะกับกิลด์สมาพันธ์ตะวันจันทรา รอให้เขามีความแข็งแกร่งและมั่นคงมากพอเขาจะทำลายกิลด์นี้เพื่อชำระแค้นและทำให้แน่ใจว่ากลุ่มการเงินตะวันจันทราไม่สามารถยื่นมือเข้ามาในเกมา์ได้อีกหลังจากนั้นเขาก็จะทำให้ตระกูลฟู่ที่เป็เ้าของกลุ่มการเงินตะวันจันทราต้องเสียใจ
อันซื่อมีสีหน้ามืดครึ้มในทันที “สหาย นายควรจะคิดให้ดีๆนะกิลด์สมาพันธ์ตะวันจันทราจะกลายเป็กิลด์ที่แข็งแกร่งเป็อันดับหนึ่งของเขตนี้ถ้านายมาเข้าร่วมกับพวกเรามันจะดีต่อตัวนายเองแต่ถ้านายไม่เข้าร่วมในอนาคตนายอาจจะต้องเจอกับปัญหา”
เมฆครามไม่สนใจคำขู่ของเขาเลยสักนิดชายหนุ่มหัวเราะเอ่ยว่า “ถ้ากิลด์สมาพันธ์ตะวันจันทราเอาชนะกิลด์สิงโตครองฟ้ากับกิลด์ดาบแห่งโลกาได้ค่อยมาพูดกับฉัน”
อันซื่อเงียบไปทันทีแม้จะอ้างว่ากิลด์ตนเองเป็อันดับหนึ่งแต่เขาย่อมรู้ดีว่าตอนนี้ภาษีของกิลด์ทั้งสามนั้นอยู่ในระดับเดียวกันกลุ่มการเงินไห่สือไม่ได้มีอำนาจน้อยไปกว่ากลุ่มการเงินตะวันจันทราเลย กิลด์สิงโตครองฟ้าเองก็เป็กิลด์ที่แข็งแกร่งและเริ่มต้นมาได้ดีในอนาคตยากจะบอกว่ากิลด์ไหนจะสามารถครองความเป็หนึ่งได้
อันซื่อมองเมฆครามด้วยสายตาเ็าเขาคิดว่าอีกฝ่ายเย่อหยิ่งจนเกินไปแม้จะมีฝีมือดีแต่ก็เป็แค่ผู้เล่นอิสระคนหนึ่งเท่านั้น คิดว่าตนเองเป็ใครกันถึงได้พูดราวกับว่าตนเองมีสิทธิ์เลือกได้มากมายเขาสั่งให้คนไปสืบเื่ของเมฆาหวนคืนในทันที ในเมื่อใช้ไม้อ่อนไม่สำเร็จเขาก็ต้องลองไม้แข็งบ้าง
ทันทีที่เข้าสู่หอคอยแห่งเผ่าพันธุ์เมฆครามก็ยืนอยู่บนสะพานที่ว่างเปล่าและถูกล้อมเอาไว้ด้วยความว่างเปล่าที่เงียบงันเช่นกัน
เขาเดินไปที่ปลายสะพานก่อนจะมองเห็นหนังสือเล่มหนึ่งตั้งเอาไว้สิ่งนี้ถูกเรียกว่า ‘บันทึกแห่งอัลทรา’ว่ากันว่าบันทึกเล่มนี้มีไว้เพื่อมอบบททดสอบที่เหมาะสมกับแต่ละคนถ้าหากสามารถผ่านบททดสอบไปได้ก็จะได้รับรางวัลจากเทพีอัลทราเป็สิ่งตอบแทน
เมฆครามย่อมมีความเข้าใจเกี่ยวกับเนื้อเื่ของเกมมากกว่าผู้เล่นทั่วไปเื้ัของา์ก็คือการต่อสู้ระหว่างปีศาจและทวยเทพ ในบรรดานั้นมีตัวละครสำคัญที่จะเข้ามามีบทบาทใกล้ชิดกับมนุษย์อยู่หลายตนเทพีที่ผู้เล่นคุ้นเคยที่สุดก็คือเทพีเซทราผู้ดูแลปกปักษ์ เทพีอัลทราผู้รอบรู้ และเทพีอิลดรานักรบผู้สง่างาม
ในทางกลับกันก็มีปีศาจบางตนที่เข้ามามีบทบาทเกี่ยวพันกับผู้เล่นเป็อย่างมากซึ่งนี่เป็เื่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
เมฆครามแตะไปที่หนังสือทันใดนั้นก็มีหน้าต่างปรากฏขึ้นมาด้านหน้าของเขาโดยมีการเอ่ยถึงการทดสอบแห่งเผ่าพันธุ์ที่สามารถเลือกระดับความยากของการทดสอบได้แน่นอนว่ารางวัลก็จะขึ้นอยู่กับความยากนั้นและหากทดสอบล้มเหลวก็ต้องรออีกเจ็ดวันถึงจะสามารถเข้าทดสอบได้ใหม่อีกครั้ง
เมฆครามเลือกความยากระดับ Sอย่างไม่ลังเล ระบบถามย้ำอีกครั้งซึ่งเขาก็ตอบตกลงไป
ภาพเบื้องหน้าแปรเปลี่ยนไป กลายเป็ภาพสุสานที่มืดมิดและเงียบสงัดเมฆครามกระชับหอกกางเขนเซทราและโล่วีรบุรุษพร้อมกับรีดเร้นประสาทััอย่างจริงจังแม้ว่าเขาจะมีความรู้เกี่ยวกับการทดสอบระดับ S แต่เขาก็ไม่เคยเข้ารับการทดสอบด้วยตนเองมาก่อนดังนั้นเขาจึงไม่ประมาทแม้แต่นิดเดียว
ตอนที่เขาเป็ซิลเวอร์เขาเข้ารับการทดสอบระดับ A ในฐานะอัศวินเผ่าพันธุ์มนุษย์ตอนนั้นเขาต้องเจอกับการประลองแห่งวีรบุรุษที่จะต้องเผชิญหน้ากับ NPC ที่แข็งแกร่งจำนวนสิบคน แต่ละคนล้วนมีความสามารถและเทคนิคที่น่าทึ่งต้องใช้ความพยายามอย่างมากเขาถึงสามารถเอาชนะมาได้และได้รับรางวัลตอบแทน
แต่เมฆครามคิดไม่ถึงเลยว่าการทดสอบความยากระดับS คู่ต่อสู้ของเขากลับมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นทว่าหนึ่งเดียวนั้นกลับเป็สิ่งที่ยากจะเอาชนะได้ด้วยระดับของตนเองอย่างแท้จริงหรืออาจจะเรียกว่าไม่มีทางเอาชนะได้เลยก็ว่าได้
ร่างบนหลังม้าปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าของเขาสวมชุดเกราะแวววาวเต็มยศดูน่าเกรงขาม ทว่าั้แ่่ลำคอขึ้นไปกลับว่างเปล่าแม้ว่าระดับของมันจะถูกกดเอาไว้เพื่อไม่ให้เอาเปรียบผู้เล่นจนเกินไปแต่เมฆครามก็รู้จักสัตว์อสูรตรงหน้าเป็อย่างดี
‘ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะต้องสู้กับอัศวินไร้หัวดูลาฮาน!’
สัตว์อสูร อัศวินไร้ศีรษะดูลาฮาน ระดับ 25(สัตว์อสูระดับบอส)(หายากมาก)
พลังชีวิต 40,000
พลังโจมตี 600 พลังโจมตีเวทมนต์ 500
พลังป้องกัน 200 พลังป้องกันเวท200
ทักษะ : บุกสังหาร, แทงทะลวง , ิญญาอาฆาต , ลมหายใจอาชาเพลิง
เมฆครามลอบถอนหายใจ ถือว่าเกมยังไม่ใจร้ายจนเกินไปดูลาฮานตัวจริงนั้นมีทักษะยืดยาวจนไม่สามารถเรียงเอาไว้ได้ครบถ้วนเลยด้วยซ้ำ จะว่าไปแล้วบอสในระยะหลังๆของเกมก็ไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลรายการทักษะได้แล้วแต่เท่าที่เขารู้ดูลาฮานน่าจะมีทักษะโจมตีอย่างน้อยสามสิบรูปแบบ ที่น่ากลัวที่สุดก็คือไม่ใช่แค่ตัวดูลาฮานแม้แต่ม้าที่ขี่อยู่ก็ยังมีทักษะโจมตีเป็ของตนเองเช่นกัน
เผชิญหน้ากับดูลาฮานทำให้เมฆครามรู้สึกถึงแรงกดดันที่รุนแรงไม่แปลกใจเลยที่ทำไมถึงไม่มีใครเคยผ่านการทดสอบความยากระดับ S มาก่อนนอกจากชาโดว์จะว่าไปแล้วชาโดว์ก็สมกับที่เป็ผู้เล่นอันดับหนึ่งอย่างแท้จริง สามารถผ่านการทดสอบที่ยากนรกแตกแบบนี้ได้ช่างเป็คนที่น่านับถือ
ม้าของดูลาฮานหายใจฟึดฟัดเสียงดังก่อนจะพุ่งตัวเข้าหาเมฆครามอย่างดุร้ายทันทีที่เข้าระยะโจมตีดูลาฮานก็ใช้ทักษะบุกสังหารออกมาความเร็วของดูลาฮานที่อยู่บนหลังม้านั้นน่ากลัวมาก
เมฆครามระวังตัวอยู่ตลอดเวลาเขาจึงตอบสนองอย่างรวดเร็วเช่นกันร่างสูงกลิ้งม้วนหลบการโจมตีไปอย่างงดงาม การต่อสู้บนหลังม้ามีทั้งข้อดีและข้อเสียข้อดีก็คือความเร็วและระยะโจมตีที่กว้างขึ้นอีกทั้งยังทำให้ศัตรูโจมตียากขึ้นแต่ข้อเสียก็คือการโจมตีไปยังศัตรูที่อยู่ต่ำกว่าตนเองมากเกินไปก็ไม่ใช่เื่ง่ายเช่นเดียวกัน
เมฆครามสวนกลับด้วยทักษะบุกสังหารหอกกางเขนเซทราแทงเข้าไปที่ร่างของดูลาฮาน
615!
เมฆครามยิ้มอย่างพึงพอใจ ดูลาฮานเป็สัตว์อสูรประเภทปีศาจดังนั้นพลังโจมตีของหอกกางเขนเซทราจึงส่งผลต่อมันได้รุนแรงกว่าปกติ
ชายหนุ่มไม่ได้รีบร้อนโจมตีหลังจากแทงไปได้อีกครั้งเขาก็รีบถอยห่างออกมาทำให้รอดพ้นจากการเหวี่ยงหอกของดูลาฮานได้อย่างหวุดหวิด
ความเร็วของดูลาฮานนั้นประมาทไม่ได้อย่างเด็ดขาดอีกทั้งพลังโจมตีของมันก็มากพอที่จะพรากพลังชีวิตของเขาไปได้หนึ่งในห้าในพริบตาดังนั้นเมฆครามจึงต่อสู้อย่างรัดกุมและไม่โจมตีอย่างไร้สติ
ถ้าเปลี่ยนเป็ตัวเขาในอดีตมันคงยากมากที่จะเผชิญหน้ากับดูลาฮานได้แบบนี้แต่เมฆครามในตอนนี้มีประสบการณ์เล่นเกมกว่าห้าปี ความเข้าใจและความชำนาญอยู่ในระดับที่ไม่มีใครตามทันดูลาฮานอาจจะเป็สัตว์อสูรที่ร้ายกาจอย่างมากแต่เทียบกับสัตว์อสูรที่เขาเคยเจอ่ปีท้ายๆในฐานะซิลเวอร์ก็ไม่ถือว่าเป็อันใดแม้แต่ชาโดว์เขายังเคยสู้ตัวต่อตัวมาแล้วเลย
เมฆครามใช้จุดอ่อนของดูลาฮานให้เป็ประโยชน์มันเคลื่อนไหวรวดเร็วแต่มีจุดอ่อนที่การกลับตัวทว่าเมฆครามก็ไม่ได้บุกโจมตีด้านหลังเพราะม้าของดูลาฮานมีเทคนิคที่สามารถใช้เท้าของมันถีบไปด้านหลังได้เขาจึงเลือกโจมตีจากด้านข้างแม้จะเสี่ยงถูกดูลาฮานเหวี่ยงหอกสวนกลับแต่เขาก็สามารถหลบได้ทุกครั้ง
ดูลาฮานใช้ทักษะแทงทะลวงออกมาแต่กลับโจมตีได้เพียงอากาศทั้งยังถูกเมฆครามใช้แทงทะลวงสวนกลับไปด้วย
กางเขนแห่งแสง!
1621!
ความเสียหายที่รุนแรงปรากฏขึ้นนี่ก็คือทักษะประจำหอกกางเขนเซทรา
พลังชีวิตของดูลาฮานลดลงไปแล้ว 20%ในเวลาไม่นานนัก ด้วยอัตรานี้เมฆครามย่อมสามารถกำจัดมันได้อย่างไม่มีปัญหาอย่างไรก็ตามเขายังคงเคลื่อนไหวโดยไม่มีความประมาทเพราะทักษะที่น่ากลัวที่สุดของดูลาฮานยังไม่ถูกใช้ออกมา