บทนำ
เสียงฟ้าร้องในยามค่ำคืนดังก้องราวกับหัวเราะเยาะข้าที่กำลังร่วงหล่นสู่ความมืด
ข้าถูกยิงพื้นใต้เท้าถล่มลงขณะทำภารกิจปราบอสูรกายพี่น้องของข้ายืนมองจากเบื้องบนอย่างไร้อารมณ์ ราวกับการตกลงไปของข้าไม่สำคัญอันใด
ข้า...ผู้ไร้พลังเวท มานาน้อยนิด เป็เพียงหน่วยสนับสนุนที่พยายามฝึกดาบ อ่านคัมภีร์เวทหวังแค่ให้ผู้คนมองเห็นคุณค่าของตน
ในฐานะทายาทของตระกูลผู้ยิ่งใหญ่ข้าไม่หวังเป็ผู้สืบทอด ขอแค่ให้ท่านพ่อ ท่านแม่ และพี่น้อง... มองข้าบ้างก็พอ
แต่มันคงเป็เพียงความหวัง...ที่ไม่มีวันเป็จริง
ในยามที่ข้าร่วงหล่นความทรงจำก็พรั่งพรู วันเวลาในวัยเด็ก กิจกรรมในครอบครัว ทุกภาพล้วนไร้เงาของข้า
ข้าคงเป็เพียงความผิดพลาดของตระกูลนี้...อานี่หรือคือความตาย?
ข้าหัวเราะเย้ยหยันต่อโชคชะตา...แต่มันช่างแปลกแสงสีขาว?
กึก!
ตูม!
ััแรกที่โอบล้อมร่างคือความเย็นะเืน้ำ?
ข้าเกือบปล่อยให้ตนจมหายไปหากแต่ในใจยังะโ “มันยังไม่จบ!”
กับน้ำเพียงเท่านี้จะมาหยุดข้าไม่ได้!ข้ารวบรวมสติ ว่ายขึ้นสู่ผิวน้ำ
“แค่ก ๆ...” ข้าไอหนักก่อนมองไปรอบตัว...นี่ไม่ใช่ถ้ำ ไม่ใช่โลกเดิมที่ข้าจากมา
สิ่งปลูกสร้างแปลกตาพาหนะที่มีแสงสว่าง แผ่นป้ายที่อ่านไม่ออก—ใช่แล้ว ข้ามาโผล่ที่ ต่างโลก แล้วจริงๆ “ข้า... มาอยู่ที่ใดกันแน่”
— ✦ —
โลกใบใหม่นี้อยู่ในกาแล็กซี่ทางช้างเผือกระบบสุริยะจักรวาลเดียวกับโลกเดิมของข้าผู้ที่ช่วยข้าไว้และสอนเื่ราวทุกอย่างคือชายผู้หนึ่ง
ข้าอยู่ในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประเทศที่เรียกว่า ไทย
โลกนี้มีสิ่งที่เรียกว่าวิทยาศาสตร์ เจริญเคียงคู่ไปกับศาสตร์ลี้ลับที่ยังคงซ่อนเร้นมีผู้ทำหน้าที่รักษาสมดุลระหว่างสองโลก—หมอผี จอมขมังเวท นักบวช...
อาจารย์ของข้าคือหนึ่งในนั้นท่านเป็ จอมขมังเวทสายเทา ผู้เคยอยู่ในสายมืด ก่อนจะหันสู่แสงสว่าง
แม้จะฝักใฝ่เวทมนตร์แต่ท่านก็เข้าใจเทคโนโลยีเป็อย่างดี พาข้าเปิดโลกกว้าง ปราบผี อสูรและแม้แต่หมอผีฝ่ายมืด
ท่านคือ พ่อคนที่สอง ของข้าอาจมากกว่าพ่อแท้ ๆ เสียอีก
“ข้าขอกราบลาพ่อครูนะครับ”ข้ากล่าวพลางพนมมือ
“ไปดีมาดีนะ”ท่านเอื้อมมือวางบนศีรษะ ข้ามิอาจกลั้นน้ำตาไว้ได้
— ✦ —
“พี่... ไปไม่ได้จริง ๆหรือ” เสียงสะอื้นของเด็กสาวดังขึ้น ลูกสาวของอาจารย์คู่กับสามีของเธอ—ศิษย์พี่ของข้า ที่เราเคยมีรอยร้าว แต่ตอนนี้... ไม่เหลืออีกแล้ว
“ไม่ได้หรอก ถึงเวลาแล้ว”ข้ายิ้มบาง ๆ
“พี่น้องกันตลอดไป”ศิษย์พี่ของข้าชนหมัด “ถ้ามีบุญร่วมกัน คงได้พบกันอีก”
“พร้อมหรือยังโยม”พระสงฆ์ผู้ห่มจีวรสีเหลืองถาม ข้าพนมมือรับคำ ท่านคืออาจารย์อีกคนผู้สอนเื่กรรมและสัจธรรม เป็ผู้ดับไฟแค้นในใจข้า
“สีหน้าเจริญขึ้นแล้ว”ท่านว่า “ไม่มีมารแห่งความแค้นหลงเหลือ”
“ขอรับ” ข้าตอบแม้จะรู้สึกโหวงในอก
“อย่าเศร้าเลยโยมหากยังไม่ถึงนิพพาน เรายังเวียนว่ายตายเกิด หากมีบุญร่วมกัน... ย่อมได้พบกันอีก”
เรามุ่งหน้าเข้าสู่ป่าลับแลบริเวณที่เชื่อว่าเป็รอยแยกของมิติ
ข้าตั้งสมาธิอธิษฐานไปยังจุดที่้ากลับ
“ไปทางนั้น โยมประตูเปิดแล้ว” พระอาจารย์ชี้
“ข้าขอกราบลา...”ข้าก้มลงกราบ
“คำสอนสุดท้าย...จงมีสติอยู่ทุกเมื่อ”
เมื่อแสงจ้าแผดผ่านข้าหรี่ตาลง และสิ่งที่เห็นถัดมาคือ...ความมืด
ข้าเดินต่อทะลุผ่านความว่างเปล่า จนในที่สุด...ท้องฟ้าสีคราม ใช่ ข้ากลับมาแล้ว
โลกเดิม...ข้ายืนยันสิ่งนั้นจากร่างัสีขาวบนฟ้าที่แผ่ปีกอย่างสง่างาม หลายปีผ่านไปข้าสูดลมหายใจเต็มปอด ะโออกไปอย่างภาคภูมิ “ข้า เรวิช โคลเวอร์... กลับมาแล้ว!”