บทที่ 11 สาวใช้คนนั้นเป็คนของหลี่เหมยลี่
ตอนตีสี่
เส้าอวิ่นเฉินตื่นขึ้นมาก็ได้ยินเสียงลมหายใจสม่ำเสมอดังมาจากด้านข้าง เมื่อเหลือบมองไปก็เห็นว่าหญิงสาวข้างกายหลับสนิทไปแล้ว ผมยาวนุ่มสลวย ผ้าห่มสีครีมคลุมขึ้นมาถึงคาง เธอสงบเสงี่ยมราวกับลูกแมวตัวน้อยที่ว่าง่าย
ริมฝีปากบางปิดสนิท ไม่มีความโหวกเหวกเหมือนตอนกลางวัน เขาก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาก
หัวใจที่แข็งกระด้างของเส้าอวิ่นเฉินที่ฝึกฝนมาั้แ่เด็กในกองทัพอ่อนลงไปชั่วขณะในตอนนี้
...
เยี่ยชิงหวนหลับสนิทกว่าปกติ เมื่อตื่นขึ้นมาอีกทีก็เป็เวลาเที่ยงของวันรุ่งขึ้นแล้ว
เธอกอดผ้าห่มลุกขึ้นนั่ง หาวหวอด แล้วก็อึ้งไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่ข้าง ๆ
เธอหลับลึกเกินไปหรือเปล่านะ?
เสียงตอนที่เส้าอวิ่นเฉินตื่นนอนดังขนาดนั้น แต่เธอกลับไม่ได้ยินเลยสักนิด?
เยี่ยชิงหวนเปิดผ้าห่มลงจากเตียง ล้างหน้าแปรงฟันอย่างลวก ๆ แล้วก็ลงไปชั้นล่างเพื่อกินอาหารเช้า
แต่เพิ่งเดินมาถึงหัวบันได ก็ได้ยินเสียงหลี่เหมยลี่ กำลังคุยกับสาวใช้ดังมาจากห้องนั่งเล่นตรงชั้นหนึ่ง
“เป็ยังไงบ้าง?” หลี่เหมยลี่พยายามกดเสียงตัวเองให้ต่ำลง แต่บังเอิญว่าตำแหน่งของเยี่ยชิงหวนอยู่ตรงมุมเฉียงของบันไดพอดิบพอดี
เธอชะเง้อคอมองลงไปด้านล่างอย่างนึกสงสัย แล้วก็ชะงักไปชั่วครู่
ที่แท้ก็เป็สาวใช้ที่สวมเดรสเกาะอกเมื่อคืนนี้ ที่กล้าแม้กระทั่งฉีกกางเกงในของเส้าอวิ่นเฉินนั่นเอง
“เขาสนใจเธอไหม?”
“ฉันไม่ทันได้สังเกตค่ะ แต่คุณชายดูไม่เต็มใจเท่าไร” สาวใช้ตอบด้วยใบหน้าแดงก่ำ เห็นได้ชัดว่ากำลังเธอประหม่า แม้แต่พูดก็ยังติดขัด “หลังจากนั้นคุณนายเยี่ยก็มา ฉันเลยไม่ได้ทำต่อ…”
“จะกลัวยัยนั่นทำไม เธอก็แค่ของประดับในตระกูลเส้าเท่านั้น ถ้าอวิ่นเฉินชอบเธอ ฉันจะให้เธอกลับไปทำอีก” หลี่เหมยลี่ดูไม่ค่อยพอใจนัก
“คุณนายใหญ่คะ เื่นี้ฉันทำไม่ได้จริง ๆ คุณไปหาคนอื่นเถอะค่ะ ฉัน…”
ใบหน้าของสาวใช้แดงก่ำไปหมด พูดอึกอักแต่ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มพูดอย่างไรดี
“หือ? ฉันบอกเธอแล้วไงล่ะ เธอก็รับเงินไปแล้วนะ นี่เธอ…” ไม่ว่าอย่างไรหลี่เหมยลี่จะไม่แพ้ยอมแพ้ง่าย ๆ
เยี่ยชิงหวนเข้าใจในทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น ที่แท้สาวใช้คนนี้ก็เป็คนที่หลี่เหมยลี่ส่งมาเองเหรอ
เธอไม่สามารถทนมองแม่สามีบังคับให้คนดีทำเื่ชั่วได้เลยจริง ๆ จึงก้าวเท้าลงบันไดไป ก่อนจะเอ่ยเสียงใสทำลายบรรยากาศอึดอัดในห้องรับแขก “คุณแม่ อรุณสวัสดิ์ค่ะ”
ได้ยินเสียงของเยี่ยชิงหวน หลี่เหมยลี่ก็ชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็รีบไล่สาวใช้ออกไป
เธอเดินไปข้างหน้าเยี่ยชิงหวนด้วยสีหน้าบูดบึ้ง ก่อนจะต่อว่าเธอ “เธอไม่มีมารยาทเลยจริง ๆ นี่กี่โมงแล้ว ออกจากคุกมาไม่กี่วัน ก็ตื่นสายมันทุกวัน!”
หลี่เหมยลี่จ้องมองเยี่ยชิงหวนอย่างสงสัย “เธอไม่ได้เพิ่งตื่นนอนจริง ๆ ใช่ไหม?”
“ขอโทษนะคะคุณแม่ หนูก็ไม่ได้อยากตื่นสายขนาดนี้หรอก แต่เมื่อคืนหนูเหนื่อยมากเพราะต้องดูแลอวิ่นเฉิน ตอนเช้าอวิ่นเฉินตื่นมาก็ไม่ได้ปลุกหนู เลยตื่นสายไปหน่อยน่ะค่ะ” เยี่ยชิงหวนหาวหวอด ใบหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด ‘อย่างจริงใจ’
ถึงอย่างไรเส้าอวิ่นเฉินก็ไม่อยู่ เธอจะอ้างชื่อเขามาสร้างอำนาจในบ้านตระกูลเส้า เขาก็คงไม่รู้หรอก
นอกจากนี้ สิ่งที่เธอพูดก็เป็ความจริง ไม่มีอะไรให้ต้องรู้สึกผิดเลยด้วยซ้ำ
แน่นอน คำพูดของเธอเหมือนะเิที่ทรงพลัง หลี่เหมยลี่ดูใมาก “เธอว่าอะไรนะ เมื่อคืนเธอนอนห้องเดียวกับอวิ่นเฉินเหรอ?”
“ใช่แล้วค่ะ” เยี่ยชิงหวนพยักหน้า แล้วกดเสียงต่ำลง ก่อนจะพูดว่า “คุณแม่คะ ยังมีคนรับใช้อยู่ ช่วยเบาเสียงหน่อย…”
เมื่อเห็นท่าทางเขินอายของเธอ หลี่เหมยลี่ก็หัวเราะออกมาทันที “ดีจริง ๆ ดีจังเลย ถ้าอย่างนั้นก็พักผ่อนให้เต็มที่นะ!”
สาวใช้กำลังเก็บโต๊ะอาหาร แต่หลี่เหมยลี่กลับสั่งให้พวกเขาหยุดในทันที “เร็วเข้า เอาสเต๊กเนื้อที่เพิ่งอบเสร็จใหม่ ๆ ในครัวมาเสิร์ฟ สะใภ้ใหญ่ยังไม่ได้กินอะไรเลย จะเก็บไปทำไม”
เยี่ยชิงหวนสวมรองเท้าแตะเดินลงบันไดขั้นสุดท้าย หางตาเชิดขึ้นเป็รอยยิ้มเล็กน้อย เธอปล่อยให้หลี่เหมยลี่วุ่นวายไปคนเดียว
สิ่งที่เธอคาดเดาไว้ดูเหมือนว่าจะไม่ผิดไปเลย ถึงแม้เส้าอวิ่นเฉินจะพิการ แต่ก็ยังมีสถานะพิเศษในตระกูลเส้า ตราบใดที่ทำให้ทุกคนคิดว่าเธอกับเส้าอวิ่นเฉินรักใคร่กลมเกลียวกันได้ เธอก็จะได้รับสถานะของคุณนายในตระกูลเส้าอย่างที่ควรจะเป็!
ถึงแม้นี่จะเป็เพียงแผนการขั้นแรกของเธอก็ตาม