第 四十二 章
"เล่ามาให้ข้าฟังเดี๋ยวนี้ว่าเจ้าทำสิ่งใดลงไปบ้าง"จื่อหลงตวาดเสียงดัง ความคิดคล้ายว่าตัวเองถูกคนสนิททรยศหักหลังเข้าให้แล้ว หากแต่เขารู้ดีว่าปู้เฉินนั้นภักดีต่อเขาเพียงใดจิตใต้สำนึกความหวาดระแวงเรื่องนั้นจึงไม่มี เพียงแค่ครั้งนี้เขาไม่อาจครองสติเอาไว้ได้จึงมิอาจรับรู้ว่ามีเรื่องใดเกิดขึ้นกันแน่ จริงอยู่มีช่วงเวลาหนึ่งที่ยาออกฤทธิ์ ทำให้เขาลืมเลือนเรื่องราวไปบ้าง ด้วยร่างกายของเขานั้นถูกหล่อเลี้ยงมาด้วยพิษหลายชนิด จึงทำให้ยาที่กินเข้าไปออกฤทธิ์ได้ไม่นาน ยามนี้สติเขากลับมาครบถ้วนสมบูรณ์แล้วจึงได้อยากรู้เรื่องราวที่ขาดหายไปบางส่วน
"ข้าน้อยขอโทษที่ตัดสินเรื่องทุกอย่างโดยพลการ แต่หากทิ้งช่วงให้เนิ่นนานเกรงว่าคุณชายฟ่านอาจจะไม่มีทางรอด ดังนั้น...ดังนั้นข้าน้อยจึงได้นำร่างที่อ่อนแอไปยังสถานที่ลับแห่งหนึ่งที่แม้แต่ท่านอาจารย์ก็มิอาจสืบค้นเจอ"ปู้เฉินตอบเสียงเบา ประสานมือก้มหน้านิ่งยอมรับผิดที่ลุแก่อำนาจไป
"แม้กระทั่งข้า เจ้าก็ไม่ยอมบอกอย่างนั้นหรือ"จื่อหลงใบหน้าดำมืดด้วยโทสะ หากเขาเข้าใจดีถึงความหวังดีดังนั้นจึงไม่ระบายความโกรธนั้นออกมาเพื่อให้อีกฝ่ายต้องเสียน้ำใจ
"ข้าน้อยขออภัยขอรับ ระยะนี้ตัวท่านเองก็ไม่ปลอดภัยเท่าใดนัก หากจะขจัดเสี้ยนหนามให้หมดสิ้น จำต้องใช้วิธีถอนฟืนออกจากเตาเพื่อหยุดน้ำเดือด ข้าน้อยจึงอยากขอให้ท่านอดทนอีกนิด ข้าน้อยขอเอาชีวิตเป็นประกันว่าคุณชายฟ่านจะต้องดีขึ้นในเร็ววัน และปลอดภัยจากการคุกคามแน่นอน"จื่อหลงได้ฟังก็ถอนหายใจหนัก
"ข้าเชื่อเจ้า เขา...เป็นเช่นไรบ้างข้าจำได้เลือนรางว่าเขาบาดเจ็บหนัก สติข้าขาดๆหายๆจำเรื่องราวได้บางส่วนรู้แต่ว่าเขาบาดเจ็บ แม้ว่าจะพยายามเค้นหาความจริงจากไห่เปียวสติก็ยังไม่กลับคืนมาเต็มที่ ข้าสืบความจากไห่เปียวก็ยังไม่ได้ความมากนัก"
"คุณชายฟ่านบาดเจ็บสาหัสขอรับ อีกอย่างที่ข้าต้องบอกกับท่านตอนนี้คุณหนูสามเป็นผู้ดูแลคุณชายฟ่าน"
"เจ้าหมายความว่าอย่างไรไม่รู้หรือว่านางมีจิตคิดร้ายต่อเสี่ยวเสวียนเพียงใด"
"อย่าพึ่งร้อนใจไปขอรับ ตอนแรกข้าเองก็คิดไม่ตกว่าจะช่วยชีวิตคุณชายฟ่านได้อย่างไร พอคิดเช่นนั้นข้าจึงตัดสินใจไปหาคุณหนูสาม เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้นางฟัง สุดท้ายแล้วนางเข้าใจและยินดีช่วยเหลือ อีกเรื่องหนึ่งที่เป็นเรื่องน่ายินดีในความโชคร้าย บัดนี้นางกำลังตั้งครรภ์ขอรับอาจเพราะเรื่องนี้ทำให้นางอ่อนโยนลง"ปู้เฉินบอกเรื่องน่ายินดี ส่วนเรื่องคุณชายเซิงหว่านที่เสียชีวิตเพราะน้ำมือนางเขามิได้เอ่ยออกมา
"ขอบใจเจ้ามาก ข้าขอบใจเจ้าจริงๆปู้เฉินหากไม่ได้เจ้าแล้ว ข้าเองก็ไม่รู้ว่าจะทำเช่นไร เรื่องนี้นับว่าข้าโง่งมยิ่งแล้วนึกประมาทไห่เปียว เพราะข้าไว้ใจท่านอาจารย์"
"เรื่องนี้ท่านอาจารย์ก็นับว่าโชคร้าย โดนไห่เปียววางยาเช่นกัน"ปู้เฉินหนักใจ จื่อหลงถอนหายใจอีกเฮือก
"เอาเถอะได้รู้เช่นนี้ข้าก็พอวางใจได้บ้าง มาเถอะเรามาจัดการเรื่องของไห่เปียวกันเถอะ ในเมื่อเขาคิดจะหลอกลวงข้า ข้าก็จะแสดงละครให้เขาดูสักเรื่อง"จื่อหลงกำหมัดแน่นจนได้ยินเสียงกระดูกบดกัน
"ใจเย็นก่อนเถอะขอรับ เรื่องนี้หากผลีผลามไปไม่ได้เป็นผลดีกับพวกเราเท่าไหร่ เพราะท่านอาจารย์ตอนนี้หาครองสติได้ไม่ ดีไม่ดีความลับของเราที่อยู่ในกำมือเกรงว่าจะไม่ปลอดภัยเสียแล้ว"ปู้เฉินระงับความโกรธของจื่อหลงเอาไว้เพราะรู้ดีว่ายามนี้จื่อหลงมีโทสะเต็มเปี่ยมยากที่จะระงับใจได้
"ข้ารู้..เรื่องนี้ข้ารู้ดี แต่ให้นึกแล้วข้าก็ประมาทคนเหล่านี้ไปจริงๆ"
"หาเป็นเช่นนั้นไม่ขอรับ ท่านเพียงแต่เชื่อใจเขา โดยเฉพาะไห่เปียวเขาร้ายกาจจนยากจะหยั่งถึงจริงๆ"ปู้เฉินกำหมัดข้างหนึ่งทุบลงบนฝ่ามือตนเองอีกข้างหนึ่งด้วยความเจ็บใจ
"อืม..ข้าจะทำให้ไห่เปียวเชื่อใจข้าอีกครั้ง เรามาเล่นละครนี้ด้วยกันเถอะ"
"ขอรับ!"ปู้เฉินรับปากเสียงหนักแน่น แน่นอนเขาเต็มใจจะทำเรื่องนี้อยู่แล้ว เพราะไห่เปียวนั้นไม่เป็นที่น่าไว้ใจกับเขาตั้งแต่แรกพบ ยิ่งทำเรื่องนี้ขึ้นมาอีกทำให้เขาเกลียดชังมากยิ่งขึ้นไปอีก
"แต่นายท่านขอรับจะเป็นไปได้อย่างไร ในเมื่อเราสองคนต่างก็ทำร้ายเขาจนบาดเจ็บสาหัสไปแล้ว"
"เรื่องนี้ไม่ยากเกินไป เจ้าก็รู้นี่ว่าไห่เปียวชื่นชอบข้าไม่น้อย แค่ละครตบตาง่ายๆคงไม่เกินความสามารถไปได้หรอก"จื่อหลงดวงตาดำมืด น้ำเสียงโหดเหี้ยมจนปู้เฉินนึกกลัวแทนไห่เปียว
"เช่นนั้น..."ปู้เฉินทอดหางเสียง
"เช่นนั้น..เจ้าก็ตามข้ามาเพียงผลักหัวเรือเข้าท่ามันก็จะตั้งตรงเองนั่นแหละ"สองคนหลังจากตกลงกันได้ก็เดินกลับไปยังห้องที่ไห่เปียวนอนบาดเจ็บอยู่ ร่างบางนอนกึ่งนั่งใช้มือข้างหนึ่งกุมหน้าอกที่ได้รับบาดเจ็บจนกระอักเลือดดำ อีกข้างเท้าศอกลงกับพื้นเพื่อพยุงตัว ใบหน้าซีดเผือดจนกลืนไปกับสีเสื้อ หอบน้อยๆ เพราะบาดเจ็บภายใน
"ไห่เปียว"จื่อหลงแสร้งใช้น้ำเสียงตื่นตระหนก ไห่เปียวมองด้วยความลังเลไม่แน่ในที่จื่อหลงกลับดำเป็นขาวเพียงเวลาไม่นาน
"จื่อหลง.."จื่อหลงคุกเข่าลงประคองร่างบางไว้ตรงขาตนเอง
"ข้าขอโทษ..ขอโทษที่ทำเจ้าบาดเจ็บ"น้ำเสียงจื่อหลงสลดลงเล็กน้อย
"หมะ..หมายความเช่นไร"ไห่เปียวแม้แต่จะเอ่ยปากยังต้องกัดฟันฝืน
"ข้าโมโหเจ้าที่ใช้ยานั่นกับข้า ทำให้ข้าอดน้อยใจไม่ได้"
"น้อยใจหรือขอรับ"
"อืม..ใช่แล้วข้าน้อยใจ เจ้าอาจจะไม่เชื่อ เมื่อครู่ยามที่ข้าลงมือกับเจ้าแล้วกลับไปนั่งคิดทบทวน..ข้า..ข้าก็รู้ใจตัวเองว่า ข้าคิดเช่นไรกับเจ้ากันแน่"ไห่เปียวดวงตาเปล่งประกายขึ้นทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น
"ท่านชอบข้าหรือ"ไห่เปียวอดยิ้มไม่ได้ จื่อหลงไม่ตอบคำ ได้แค่สบตาที่เจือเกล็ดน้ำตาแวววาวนั่น ปู้เฉินที่ยืนอยู่ด้านหลังกำหมัดแนบลำตัวสองข้างแน่น
"นายท่านขอรับ ให้ข้าเชิญท่านหมอเหยียนมาดูอาการดีหรือไม่"
"อืม ดี เจ้าไปเชิญมาเถอะ อ้อจริงสิ เรื่องที่เจ้าซัดฝ่ามือใส่เขา เจ้าสมควรที่ต้องขอโทษ"ปู้เฉินเม้มปากแน่นสายตาดื้อดึงไม่ยินยอม จื่อหลงถลึงตาใส่โดยไร้คำพูด
"ขอโทษ!"ปู้เฉินเอ่ยปากห้วนๆ
"อะไรนะ ข้าไม่ได้ยิน"ไห่เปียวอยู่ในอ้อมกอดขอจื่อหลงอดที่จะเหลิงตนไม่ได้ว่าเขาเข้าข้างตนเอง
"ขะ..ข้าขอโทษ"ปู้เฉินกลืนน้ำลายนคงคอด้วยความยากลำบากฝืนเอ่ยปากออกมา
"หึ!"จื่อหลงอดหัวเราะในใจมิได้ ด้วยรู้ดีถึงนิสัยคนของตนเอง
"เอาล่ะๆ เจ้าอย่าถือสาหาความเขาเลย ปู้เฉินเขาภักดีต่อข้าเมื่อเห็นข้าบันดาลโทสะ จึงพลั้งมือทำร้ายเจ้า ให้อภัยเขาได้หรือไม่"
"ขอรับ ในเมื่อท่านบอกเช่นนี้ข้าก็จะเชื่อท่าน"จื่อหลงสอดแขนเข้าใต้ขาพับอีกมือโอบประคองไห่เปียวไว้ในวงแขนอุ้มจนตัวลอยเดินออกจากห้องของตนเองไปยังห้องของไห่เปียว ค่อยบรรจงวางเขาลงอย่างนุ่มนวล
"ไห่เปียว"
"ขอรับ"ไห่เปียวช้อนตามองใบหน้าคมเข้มช้าๆ
"บอกข้าได้หรือไม่ ว่าเหตุใดเจ้าถึงคิดทำเรื่องเช่นนี้"
"ไห่เปียวเม้มริมฝีปาก เบือนหน้าหนี"จื่อหลงเห็นท่าทีเช่นนั้นก็ไม่บีบบังคับ คว้ามือขาวขึ้นมาวางบนมือตนเองแล้วตบหลังมือเบาๆ
"อย่าถือสาข้าเลย ข้าแค่โมโหไปชั่ววูบเท่านั้น"จื่อหลงแสร้งก้มหน้าลงเล็กน้อย น้ำเสียงอ่อนเบา ไห่เปียวเมื่อเห็นท่าทีเช่นนี้ก็อดสงสารไม่ได้
"บอกข้ามาก่อน เหตุใดท่านจึงเปลี่ยนไปแบบนี้ ทั้งที่ตอนแรกเมื่อท่านคืนสติ ท่านเกือบจะพรากชีวิตข้าด้วยซ้ำไป ไม่สมเหตุผลเอาเสียเลย"จื่อหลงถอนหายใจ
"จริง เมื่อตอนข้าคืนสติ ข้าก็โกรธเจ้าจริงๆ ฟ่านเสวียนนับได้ว่าเป็นผู้มีพระคุณต่อข้าเพราะเขาได้ช่วยชีวิตข้าไว้ในวัยเด็ก พอเจอเขาเช่นนี้ความรู้สึกจึงสับสนไปบ้าง และโกรธที่เจ้ากล้าลงมือกับเขา ดังนั้นพอข้ากลับเข้าไปนั่งคิดเพียงลำพังเพื่อทบทวนความคิดก็ให้รู้ว่าจริงแล้วข้ารักชอบผู้ใดกันแน่ ความรู้สึกที่ยามเจอหน้าแล้วหัวใจเต้นระส่ำ อยากเห็นรอยยิ้ม อยากรักให้สมอารมณ์แท้จริงคือใคร ข้าจึงอยากมาขอโทษเจ้า เห็นแก่ข้าได้หรือไม่"ไห่เปียวหัวใจพองคับอก ถึงแม้ว่าจื่อหลงจะไม่เอ่ยชื่อคนผู้นั้นออกมา แต่เขาก็พอเดาได้ว่าไม่พ้นเป็นตนเองแน่
"ข้าไม่โกรธท่าน จื่อหลง ขอเพียงท่านเห็นข้าอยู่ในสายตา รักข้าให้สมกับที่ข้ารักท่าน มันผู้ใดที่เป็นอุปสรรคกับสองเรา ข้าจะเป็นคนแผ้วถางทางนั้นเอง"ไห่เปียวยกมือขึ้นลูบจากขมับลงมายังคางบึกบึนของจื่อหลงช้าๆ
"เจ้ามันโง่งมนักไห่เปียว อย่าคิดทำอะไรเพื่อข้าเลย"
"เพื่อท่านไม่มีคำว่าไม่ได้ จริงสิ ข้าจะบอกท่านพ่อให้รื้อคดีของตระกูลท่านขึ้นมาใหม่ดีหรือไม่"จื่อหลงพยายามเก็บงำความโกรธกลืนลงท้อง ค่อยเงยหน้าขึ้นมาช้าๆ
"ไม่ต้องหรอก ข้าอยากทำมันด้วยตัวเอง ใช้ชื่อบิดาของเจ้าจะทำให้พวกเจ้าเดือดร้อนไปด้วย อ้อ! ใช่แล้ว เจ้ารู้เรื่องฟ่านเสวียนหรือไม่ยามนี้เขาเป็นเช่นไรแล้ว"ไห่เปียวกระตุกมือออกจากใบหน้าคมเข้าทันที
"อย่าเอ่ยถึงมัน หรือท่านเพียงหลอกข้าให้เลิกสนใจมัน"ไห่เปียวเสียงแข็ง
"เหลวไหล!" ข้าบอกว่าจะปล่อยวางเขาเพียงชั่วคราว ก็คือปล่อยวาง เพียงข้าอยากรู้ว่าเจ้ารู้ตื้นลึกเรื่องเขาถึงเพียงใดเท่านั้น เอาเถอะถ้าเจ้าไม่อยากเอ่ยก็อย่าพูดถึงเลย ข้าจะไปดูปู้เฉินว่าทำไมจึงช้านัก"ไห่เปียวรู้ถึงโทสะของจื่อหลงจึงรีบยกมือขึ้นรั้งต้นคอของเขาเอาไว้แน่น กระทั่งใบหน้าคมเกือบจะแนบติดใบหน้าตนเอง
"ท่าน..ท่านอย่าพึ่งโกรธ ข้าเพียงนึกน้อยใจ อีกอย่างข้าไม่เป็นไรมากท่านอยู่เป็นเพื่อนข้าเถอะ"
"นายท่าน"ไห่เปียวรั้งต้นคอของจื่อหลงลงมาจนริมฝีปากเกือบจะแนบกัน เสียงของปู้เฉินทำให้เขาชะงักหันไปมองด้วยความไม่พอใจ
"ท่านดูสิ ปู้เฉินคล้ายไม่พอใจ"
"อย่าพูดเหลวไหล เขาเพียงจะบอกว่าท่านหมอเหยียนมาแล้วต่างหาก ดูสิ"จื่อหลงใช้มือตนเองแกะสองมือที่ประสานตรงท้ายทอยออก พยักหน้าให้ปู้เฉิน
"ขออภัยขอรับนายท่าน"จื่อหลงไม่เอ่ยปากได้แต่โบกมือไปมา
"ท่านหมอเหยียน รบกวนท่านดูเขาหน่อยเถอะ"จื่อหลงขยับตัวลุกขึ้นเดินไปหาปู้เฉิน สองสายตาสบกันแน่วแน่ ครั้นหยุดยืนใกล้พอ ปู้เฉินจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
"ข้าคิดว่าที่นี่มีไส้ศึกแน่ขอรับ"
"จับได้หรือไม่"ปู้เฉินกระดิกใบหน้าเพียงนิด
"ปู้เฉิน เจ้าเตรียมสมุนไพรชั้นดีมาให้หมอเหยียนปรุงยาให้ไห่เปียว และคอยช่วยเหลือท่านหมอด้วย"จื่อหลงจงใจสั่งเสียงดังให้ไห่เปียวได้ยินชัดเจน เพื่อกันมิให้ไห่เปียวสงสัยยามที่หมอเหยียนปรุงยาให้กับฟ่านเสวียนและศิษย์น้องหญิงของเขา
"ขอรับนายท่าน"ปู้เฉินหมุนกายจากไปทิ้งให้หมอเหยียนตรวจอาการของไห่เปียวอย่างละเอียด แท้จริงแล้วหมอเหยียนทั้งแอบสูดดมหากลิ่นยาพิษและลอบสำรวจนิ้วมือที่เขาหยดยาลงไปทดสอบ จื่อหลงยืนกางขากอดอกมองดูคนทั้งคู่ด้วยสายตาคมกริบดุจใบมีดที่พร้อมจะเฉือนคนออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย