ตอนที่ 23: การเดิมพันของหมาป่า
เสียง “ปี๊บ...ปี๊บ...ปี๊บ...” สะดุดลงหนึ่งจังหวะ แล้วลากยาวกลายเป็เส้นฝืดฝืนในอากาศ ก่อนจะกลับคืนสู่จังหวะปกติราวกับหัวใจที่หกล้มแล้วลุกขึ้นยืนอีกครั้ง ห้องพยาบาลระดับสูงของหน่วยสารวัตรทหารขาวสะอาดจนคล้ายพิพิธภัณฑ์ความว่างเปล่า ผนังโพลิเมอร์สะท้อนแสง LED สว่างจ้าจนหนังตาคัน อากาศถูกฟอกจนกลิ่นยาฆ่าเชื้อบางเฉียบซ้อนด้วยโอโซนจากเครื่องมือแพทย์ ความเย็นคลานไปตามปลายเล็บจนชา เหมือนตัวเราถูกแช่ไว้ในแก้วไนโตรเจนเหลว
บนเตียงไฮเทค พันเอกวาเลริอุส ผู้เคยยืนตรงดุจเสาหิน กลับซีดเผือด เปียกเหงื่อเย็น ดวงตาที่เคยนิ่งสนิทเยี่ยงเลเซอร์ตัดเหล็กกลับเบิกกว้าง คล้ายเพิ่งเห็นเงามืดบางอย่างฉีกผืนโลกออกจากกัน เขากระพริบตาถี่ ไม่ใช่เพราะแสงจ้า แต่เพราะอยากขยี้ภาพสยองออกจากหัว
ลี ชุน ยืนกอดอกที่มุมห้อง สีหน้านิ่งราวกับคมมีดที่เพิ่งถูกลับ เธอมาที่นี่ไม่ใช่เพื่อเยี่ยม แต่เพื่อประเมินความเสียหายของคน และของระบบศรัทธาที่ทั้งฐานตั้งอยู่เหนือมัน
“อาการของเธอเป็อย่างไร?” เสียงของเธอเรียบเหมือนผิวกระจก แต่ด้านในคือพายุที่กำลังประเมินทิศลม
แพทย์สวมถุงมือสังเคราะห์ไม่เงยหน้า “สัญญาณชีพคงที่ ไม่มีาแภายนอก แต่วิถีคลื่นสมอง…เหมือนถูกพายุเฮอร์ริเคนถล่ม โครงข่ายประสาทบางส่วนช็อกชั่วคราว อาจต้องทำกายภาพบำบัดทางจิตหลายสัปดาห์”
“ยังนับว่าโชคดี ไม่กลายเป็เ้าชายนิทรา” เธอพึมพำเบาๆ
ทันใดนั้น วาเลริอุสสะดุ้งตื่น ลมหายใจชะงักคล้ายคนกำลังจมน้ำโผล่พ้นผิวน้ำ เขากวาดตามองพล่าน มือกำแน่นจนข้อขาว ก่อนสายตาจะแง้มความเกลียดกลัวไปหยุดที่เธอ
“เ้า!” เสียงเขาแหบพร่า “เ้าเห็นแล้วใช่ไหมนั่นไม่ใช่ ‘เด็ก’ แต่มันคือ อสูร
ลี ชุน ไม่ไหวเอน “ฉันเห็นเด็กที่ถูกต้อนจนมุม…และตอบโต้เพื่อป้องกันตัว”
วาเลริอุสหัวเราะ เสียงเหมือนโลหะขูดหิน “ป้องกันตัว เ้าตาบอดหรือไง นั่นคือ ‘การกลืนกิน’ มันดูดกินข้อมูลเข้าไป ความจำฉันเริ่มไหลออกจากตัวเหมือนเื ถ้าฉันไม่ตัดการเชื่อมต่อทัน…ฉันคงลืมแม้แต่ชื่อของตัวเอง!”
เขาสั่น ไม่ใช่เพราะหนาว แต่เพราะความจริงที่เขายอมรับว่ากลัว ลี ชุน สังเกตสายฟ้าแลบในดวงตาของผู้ชายที่ไม่ค่อยยอมให้ความกลัวมีขึ้นบนใบหน้า นั่นยืนยันความน่าสะพรึงของพลังในตัว “โนวา” ดีพอๆ กับรายงานเทคนิคทั้งหมดรวมกัน
“นั่นแหละเหตุผลที่เขาต้องอยู่ใต้การดูแลของฉัน” เธอเอ่ย “เขาคือะเิที่ยังไม่เข้าใจไส้ในของตัวเอง อย่าได้คิดทุบ มันมีแต่จะะเิเร็วขึ้น”
“สภาสูงไม่มีวันปล่อยให้เ้าลองอะไรบ้าๆ แบบนี้”
“พวกเขาเพิ่งอนุมัติ” เธอตอบทันควัน “ฉันมีเวลาสามเดือนพิสูจน์ว่าควบคุมเขาได้ หรือยืนยันว่าเขาคือภัยคุกคามที่ต้องปิดฉาก”
ห้องเงียบจนได้ยินเสียงเืไหล วาเลริอุสอ้าปาก คำพูดติดอยู่ระหว่างความหยิ่งและความจริง “เ้ากำลังเดิมพันด้วยทุกอย่าง…ด้วยชีวิต ‘หมาป่าทั้งฝูง’…เพื่อสิ่งมีชีวิตที่ไม่รู้จะเรียกว่าอะไร?”
“ฉันไม่ได้เดิมพันเพื่อเขา ฉันเดิมพันเพื่อ ‘ความจริง’” เธอเรียงคำ เหมือนหย่อนลูกะุลงรังเพลิง “เพื่อไม่ให้การตายของไซเลนท์กลายเป็าแที่ไร้ความหมาย”
ลี ชุน หันหลังเดินออก ประตูเลื่อนไร้เสียง วาเลริอุสค้างอยู่กับความพ่ายแพ้ และ “ศัตรูที่ไม่มีรูปทรง” คือความกลัวของเขาเอง
ห้องขังเดี่ยวระดับสูงสุดกล่องโลหะผิวด้านที่กลืนแสง ด้านในเปิด “สนามพลังสะกดจิต” ความถี่ต่ำๆ ฮัมขืนๆ กดใส่กระโหลกจนปวดตุบ อากาศเย็นยิ่งกว่าห้องพยาบาล กลิ่นโลหะจางเหมือนเืที่ลืมล้างจากใบมีด โนวาขดตัวที่มุม ปลายนิ้วซีด เขาหิว ไม่ใช่หิวข้าว แต่หิว “ความทรงจำ” ราวสัตว์ป่าที่สูดกลิ่นเืแล้วสติถดถอย
เสียงประตู “แกร๊ก ฉึบ” เลื่อนเปิด ลี ชุน เดินเข้ามาคนเดียว เงาของเธอยาวทาบพื้นโลหะราวมีดสองเล่ม
โนวาถอยจนชิดผนัง ดวงตาเบิก เขาไม่ได้กลัวเธอ เขากลัว “ตัวเอง” ที่กำลังกัดกร่อนจากด้านใน
“อย่าเข้ามา!” เขาะโ เสียงแตกพร่า “ข้าควบคุมมันไม่ได้!”
“ฉันรู้” เธอตอบคมและนิ่ง ก้าวหยุดในระยะที่คำนวณแล้วว่าปลอดภัยไม่ใช่ปลอดภัยจากเขาเท่านั้น แต่ปลอดภัยจาก “การเลือกที่อาจจะผิด” ของเธอเองด้วย
“เ้าจะมาฆ่าข้าหรือ?”
“ถ้าจำเป็ ใช่” เธอซื่อสัตย์จนคำตอบกลายเป็ยาสมานแผล “แต่ไม่ใช่ตอนนี้…ตอนนี้ฉันมาขอให้เ้าร่วม ‘เดิมพัน’”
เธอเล่า สภาสูงให้เวลาสามเดือน บ่าเสื้อของเธอที่ยอมให้วางมีดของการตรวจสอบและเป้าหมาย ควบคุมสิ่งที่อยู่ในตัวเขาให้ได้ก่อนที่ฝ่ายศัตรู “Exa-Cell” และผีเงา “เอคโค่-ซีโร่” จะยกทั้งสนามรบมาเคาะประตู
“เ้าเป็อาวุธ โนวา อันตรายและคาดเดายาก แต่บางทีเป็อาจสิ่งเดียวที่พอจะเจาะเกราะศัตรูได้” เธอพูดเหมือนอ่านคำจากบทที่เตรียมไว้ “ฉันจะฝึกเ้า…สอนให้เลือก ไม่ใช่ถูกเลือก เ้ามีสิทธิ์ปฏิเสธ แล้วถูกขังอยู่ที่นี่จนวันที่คลุ้มคลั่งและโดนปิดสวิตช์…หรือเ้าจะยอมก้าวเข้ามา”
โนวาเงยหน้า ม่านตาของเขายังเดือดปุดๆ ด้วยความหิวแบบไม่มีสิ้นสุด แต่ภายใต้โคลนดำมีประกายแสงเล็กๆ
“ทำไม…ทำไมท่านถึงช่วยข้า?”
“เพราะฉันเห็นมากกว่าสัญชาตญาณดิบในตัวเ้า” เธอย่อคำให้คม “ฉันเห็น ‘เจตจำนงจะปกป้อง’ตอนเ้าเจาะทางหนี ตอนเ้าหยุดเครื่องมือไม่ใช่หยุดคน นั่นไม่ใช่อสูร”
คำพูดนั้นเป็เชือกที่ขว้างลงไปในบ่อมืด โนวาคว้ามัน มือสั่นแต่กำแน่น
“ข้า…จะทำ”
เธอพยักหน้าเบาๆ (การกระทำเล็กน้อยที่เปลี่ยนชะตา) จากนั้นวางวัตถุหนึ่งไว้บนถาดสนามพลังพกพาข้างประตู กระบอกสีดำกะทัดรัด “สวิตช์ดับสนาม” ถ้าเธอต้องตัดฉากให้เืหยุด
ความลับ: ลี ชุน ตั้งค่า “มาตรวัดความอิ่มข้อมูล” ด้วยถ้าเขาดูดเกินขีดแดง ระบบจะลั่นสัญญาณและฉีดยาสะกดให้เขาหลับภายใน 0.7 วินาที
ห้องฝึกจิต โดมโลหะ้าสะท้อนเงาของคนสองคนกลางความเว้นว่าง บนโต๊ะโลหะวาง “ปลอกะุไหม้เกรียม” จากปืนของโกสต์ กลิ่นดินปืนที่ถูกกาลเวลาเก็บเข้าลิ้นชักยังแอบเล็ดลอด “บทเรียนแรกของเ้า ไม่ใช่กำแพง” ลี ชุน เอ่ย “แต่คือ ‘เขื่อน’ และ ‘ประตูระบายน้ำ’ พลังของเ้าคือแม่น้ำเชี่ยว อย่าเปิดให้มันท่วมห้อง แค่แง้มพอ ‘ตักได้หนึ่งแก้ว’”
คำอธิบายของเธอไม่ใช่เปรียบเทียน่ารักสำหรับเด็ก แต่เป็ภาษาปฏิบัติการของคนยิงธนูในพายุ เจาะจงเป้าหมายเดียว
“ััมัน” เธอสั่ง
โนวากลืนน้ำลาย เสียงในหัวเริ่มะโ ิญญานับล้านสับสนอลหม่าน เขายื่นปลายนิ้วแตะโลหะร้อนที่ไม่ร้อน
ทันทีนั้น
เสียงปืนสั่นบ่า แรงถีบวิ่งผ่านต้นแขน กลิ่นดินปืนแผดหน้า ความตั้งมั่นของมือปืนซ้อนทับด้วยการคำนวณลม 2.7 เมตรต่อวินาที เงาดำของครอว์เลอร์ที่ผวาดวงตาวาวโรด เสียงเนื้อแตกเมื่อะุเจาะผ่าน
ข้อมูลบ่าท่วม
“หยุด!” น้ำเสียงลี ชุน ไม่ดัง แต่ตัดได้เหมือนลวดร้อน “อย่าปล่อยให้มันลากเ้า เ้าต้องลากมัน เลือกแค่อย่างเดียวตามที่ฉันถาม ใครยิง?”
โนวาหายใจแรง เขาสร้าง “ภาพ” ในหัว เขื่อนสูงเท่าูเา ประตูระบายน้ำเล็กเท่าฝ่ามือ เขาหยุดน้ำทั้งทะเล แล้วแง้มให้ไหลเพียงสายเดียว
เขาเห็น ดวงตาขาวสงบนิ่งเหมือนหิมะของมือปืน
“โกสต์...” เขากระซิบ
“ดี ต่อไป เขายิงไปที่ไหน”
คลื่นข้อมูลพุ่งชนเขื่อนอีกระลอก โนสคมแบบทหารรับจ้าง มุมยกปากกระบอก 0.4 องศา เป้า: กระบังเหล็กเหนือเส้นประสาทรับกลิ่นของครอว์เลอร์ เพื่อตัดศูนย์ความโกรธของมันก่อนมันจะพุ่งซ้ำ
“เส้นประสาทรับกลิ่น เหนือโพรงจมูกมัน” โนวาตอบทันควัน พูดเสร็จเือุ่นๆ รินที่จมูก ผลข้างเคียงของการบีบ “ทางน้ำ”
ลี ชุน ไม่ถอย เธอยื่นผ้ากดจมูกให้เขามือข้างหนึ่งแตะหลังคอเขาเบาๆ แบบครูสอนดำน้ำที่กำลังตรึงนักเรียนไม่ให้ตระหนก
“รอบต่อไป ฉันไม่ถามอดีต ฉันจะถามถึง ‘เจตนา’”
เธอวาง “เศษกระจกจากหมวกนิรภัยของไซเลนท์” ลงอีกชิ้น รอยแตกเป็ลายสายฟ้าขนาดฝ่ามือ
“ัั แล้วบอกฉันว่าไซเลนท์ ‘ตั้งใจ’ ทำอะไรในนาทีสุดท้ายของเขา ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้น แต่สิ่งที่เขาเลือก”
โนวาลังเลเจ็บแปลบแบบแผลสดอยู่ใต้อก เขาแตะ เศษข้อมูลพวยพุ่ง
เสียงหายใจผ่านไมค์ในหน้ากาก “ฮึด” สั้นๆ / ตำแหน่งฝ่าเท้าหมุนฉับ / น้ำหนักตัวเทลงซ้ายเพื่อบังทางะุ / มุมมองผ่านไวเซอร์พร่าจากเื / สิ่งสุดท้ายภาพของ “พวกเรา” ในฐานะฝูงเดียวกันที่เขาผลักให้รอด
โนวากัดฟัน น้ำตาไม่ไหลแต่ดวงตาร้อน
“เขา…เลือกจะยืนแทนเรา เขาตั้งใจดึงไฟไหม้ให้หมดที่ตัวเอง เพื่อเปิดทางให้เราออก”
ลี ชุน หลับตาเสี้ยววินาทีเหมือนค้อมศีรษะให้คนที่จากไป จากนั้นกลับสภาพ “คนฝึก” อย่างรวดเร็ว
“ดีมาก…ตอนนี้ เปลี่ยนจาก ‘ตักหนึ่งแก้ว’ เป็ ‘หยดเดียว’”
เธอเพิ่มความยากขึ้น เพิ่มชิ้นส่วนตลับแมกกาซีนเก่า ซิปกระเป๋าของเคเลน เศษฝุ่นจากพื้นอุโมงค์ ข้อมูลไหลทะลักทุกทิศ โนวาเริ่มเวียนหัว หูอื้อราวมีทะเลซัดในกะโหลก เขาตรึงเขื่อน สร้างประตูเล็กลงๆ จนกลายเป็รูเข็ม
โป๊ก!
เืหยดที่สองจากจมูกลงพื้นโลหะ—เสียงชัดจนเหมือนค้อนตอกสติ
ผลกระทบ: ค่า “อิ่มข้อมูล” บนข้อมือลี ชุน วิ่งเข้าเหลือง เธอชั่งใจปล่อยต่ออีก 12 วินาทีก่อนฉีดหยุด
“พอ!” เธอตรึงมือเขา “การฝึกควบคุมไม่ได้ทำสำเร็จในวันเดียว แต่วันนี้เ้า ‘ควบคุมวาล์ว’ ได้แล้ว”
โนวาทรุดนั่ง หลังพิงดำพื้นเย็นลื่น หัวใจเต้นแรง แต่ในดวงตามีแสงที่เรียกว่า “ความหวัง” เป็ครั้งแรก
โรงอาหารยามดึก ไฟที่เปิดเพียงครึ่งหนึ่ง เสียงเครื่องกรองอากาศคลานตามเพดาน กลิ่นกาแฟค้างก้นถ้วยคลุกกับกลิ่นน้ำมันปืนจางๆ เบลซเอาแก้วเคาะโต๊ะ “กัง!” สะท้อนเหมือนลูกะุกระแทกผนัง
“ฉันไม่เชื่อว่าหัวหน้าทำแบบนี้” เบลซปะทุ “เอาชีวิตพวกเราทั้งฝูงไปเดิมพันกับไอ้เด็กนั่น!”
ด็อก ร่ายนิ้วยาวๆ ที่คุ้นกับมีดผ่าตัด หมุนแก้วพลาสติก “มันไม่ใช่เด็กล้วนๆ สิ่งที่อยู่ในตัวเขา…แก่เกินที่เราจะนิยามได้ง่าย”
“นั่นยิ่งแย่สิวะ!” เบลซสะบัด
เคเลนวางช้อนเบาๆ “แล้วไซเลนท์ตายฟรีหรือเขาตายเพื่อให้เรา ‘รอด’ …ตอนนี้ ‘เรา’ มีโนวาด้วย”
“อย่าเอาชื่อไซเลนท์มาอ้าง!” เสียงเบลซดังขึ้น ฝ่ามือกระทบโต๊ะอีกครั้ง
“พอ”
คำเดียวจากโกสต์ นุ่มแต่หนัก เขาวางแก้วดัง “ตึง” แล้วทอดสายตาไปทีละคน
“ไซเลนท์ตายเพื่อปกป้องฝูง ฝูงตอนนี้มีเขาอยู่ นี่คือวิธีที่เราทำให้ชื่อของไซเลนท์ ‘ยังยืน’เราเชื่อการตัดสินใจของผู้บัญชาการ และถ้าเดิมพันนี้พาเราตกผา ฉันจะเป็คนแรกที่รับผิดชอบปลดสลักให้จบอย่างสะอาด”
ประโยคสุดท้ายเย็นวาบเหมือนมีดลูบต้นคอ ความเงียบคลี่ตัวลงบนโต๊ะ ทุกคนได้ยิน “คำมั่น” ที่ไม่มีเครื่องหมายคำถาม
ด็อกถอนหายใจยาว “งั้นคืนนี้ฉันจะอัปเดตโปรโตคอลฉุกเฉิน ถ้าโนวาหลุดบ่วง ทุกคนรู้ทางหนีทีไล่ใช่ไหม”
เบลซยังควันกรุ่น แต่มุมปากแข็งของเขาคลายลง “รู้…แต่หวังว่าจะไม่ต้องใช้” เขาหยิบถุงมือ ติดคลิปโลหะเพิ่มเหมือนคนเพิ่มศรให้ซองธนูโดยไม่อยากยิง
จากวงสนทนานั้น ข่าว “เดิมพันของหัวหน้า” ลามไปทั่วฐานในคืนเดียว บางคนภาวนา บางคนลับมีด บางคนเขียนจดหมายลาตายแล้วฉีกทิ้ง ฝูงหมาป่าทั้งฝูงกำลังกลั้นหายใจพร้อมกับหัวหน้าของพวกเขา
ห้องฝึกจิตกลับสู่ความเงียบ โนวานั่งคุกเข่า ฝ่ามือยันพื้นเย็น หัวใจเต้นช้าลง เขาหลับตาสร้างรูปเขื่อนอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขาไม่สร้างสูงตระหง่านเขาก่อเป็คันดินเตี้ยๆ ที่พอให้สายตาเห็น “น้ำ” ไหลผ่านอย่างเป็ระเบียบ
“ฉัน…เห็นทุกอย่าง แต่ฉันเลือก ‘ดู’ เพียงสิ่งเดียว” โนวาพูดช้าๆ ราวกับกำลังอ่านกฎใหม่ของชีวิตให้ตัวเองฟัง
ลี ชุน โน้มตัว ส่งผ้าเย็นให้เขาซับเื เสียงเธอนุ่มลง “ดีมาก วันนี้พอแค่นี้ร่างกายแปลภาษาจิตเสมอ อย่าฝืนจนมันจำว่า ‘เจ็บ’ คือเงื่อนไขของการใช้พลัง”
เธอช่วยพยุงเขาลุก ััของครูที่ยอมรับศิษย์ ไม่ใช่ของผู้คุมที่ลากนักโทษ
ก่อนออกจากห้อง เธอหยุดที่ประตูวัด “การอิ่มข้อมูล”ไฟเล็กๆ ที่วิ่งจากเหลืองกลับเป็เขียว เธอยิ้ม รอยยิ้มที่จะมีน้อยครั้ง
เด็กชายที่หิวจนอยากกินทั้งโลก ค่อยๆ เรียนรู้การวางช้อน ลงมือ “ตักพอคำ” ครั้งแรกในชีวิต
แต่ลึกลงไป ลึกกว่าโดมฝึก ลึกกว่าเหล็กและคอนกรีตมี “มหาสมุทรสีดำ” กระเพื่อมอยู่ในจิตของโนวา เสียงิญญาไกลๆ โถมเข้าออกเหมือนคลื่นบาดาล กลิ่นเกลือสมมติลอยขึ้นชนเพดานความคิด
ที่ก้นสมุทรนั้นหินผาแห่ง “ผนึก” แบกรอยร้าวบางเท่าเส้นผมและเื้ัรอยร้าวนั้น มี “เงาร่าง” นั่งสงบนิ่งเหมือนรูปสลักที่กำลังหายใจ
เธอลืมตา
ดวงตาสีทองที่ไม่มีเงาสะท้อนของมนุษย์ เหมือนดวงอาทิตย์ที่ไม่จำเป็ต้องส่องเพราะทุกอย่างยอมโค้งให้แสง
ริมฝีปากของ “จักรพรรดินีภูติ” กระดิกยิ้มรอยยิ้มที่อ่านไม่ออกว่าเอ็นดูหรืออยากฆ่า
เติบโตอีกหน่อย…ภาชนะของข้า
จงแข็งแกร่ง เพื่อให้การทดสอบของเราหวานล้ำยิ่งขึ้น
รอยร้าวขยายเพียงเศษมิลลิเมตร พอให้เส้นลมเย็นจาก “ด้านนั้น” รั่วเข้ามาในบันไดเวียนแห่งสติ โนวาไม่รู้แต่ร่างกายเขาขนลุกวาบโดยไม่มีสาเหตุ เขาหันมองไหล่ซ้าย เหมือนถูกใครจ้องจากหลัง
ลี ชุน สังเกต สัญชาตญาณของเธอสะกิด เหมือนได้ยินเสียงไหม้ของสายฟ้าที่อยู่ใต้ดิน เธอพึมพำในหัว: “เวลาสามเดือนจริงๆ อาจสั้นกว่านั้น”
“พักเถอะ พรุ่งนี้เริ่มใหม่” เธอพูดเรียบๆ แต่ในหัวกำลังจัดตารางฝึกแบบไต่ระดับ: การแยกกลิ่นข้อมูล การสลับช่องสัญญาณ การปิด-เปิดวาล์วแบบภาคสนาม การทวนสอบแบบ ‘สนามรบจำลอง’ และโปรโตคอลตัดฉับถ้าดวงตาของเขาเปลี่ยนสีที่ไม่ควรเป็
โนวาพยักหน้า แสงในดวงตาเขาอุ่นขึ้น มีความเป็มนุษย์และนั่นเองที่ทำให้เธอ “ยอมเสี่ยง” ต่อไปอีกวัน