คู่เปิดสนามคู่แรกในกระดานหมากเกรียติยศ คู่ของป้อมอัศวินและปราสาทขุนนาง
และแล้วก็มาถึงวันที่รอคอย คู่เปิดสนามในปีนี้ คือ นักเรียนชั้นปี่หนึ่ง ของ ป้อมอัศวิน และปราสาทขุนนาง คู่ปรับั้แ่สมัยา เหล่าทโมนทั้งหลายแหล่ของป้อมอัศวินที่กำลังแต่งตัวตามตำแหน่งที่ตนได้รับ ในห้องแต่งตัว คุยหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน บรรยากาศสบาย ๆ พร้อมพกความมั่นใจมาเต็มที่ โดยมีเหล่าบรรดาตัวสำรองคอยช่วย เนื่องจากเครื่องแต่งกายของตัวเองมีเพียงแค่เสื้อสีแดง กางเกงสีดำ เท่านั้น
โดยส่วนใหญ่คนที่ช่วยจะเป็เฟลิโอน่าและ เรนอนมากกว่า ที่ถนัดเื่พวกนี้มากกว่าใคร โดยเฉพาะเครื่องแต่งกายของ คิงและ ควีนของสมรภูมิ ที่ยุ่งยากกว่าชาวบ้านเขา โดยเรนอนไปช่วยแต่งตัวให้มาทิลด้าที่ดำรงตำแหน่งควีน ส่วนเ้าชายคาโลก็มีนางกำนัลกิตติมศักดิ์จากเดมอสคอยจัดการเครื่องแต่งตัวให้
ร่างของเสธฯ คู่หู พร้อมสี่ผู้คุมกฎที่เดินถือน้ำประคองชีวิต เดินเข้ามาทางประตู เพื่อกล่าวปลุกใจเหล่ารุ่นน้องที่พวกเขาลงความเห็นว่าแสบที่สุด แทน หัวหน้าป้อม เซอร์เทวิส ฟิลลิปปี้ ที่ไปทำธุระให้มหาปราชญ์ ที่มีกำหนดกลับในวันพรุ่งนี้ เสียงพูดคุยเงียบกริบทันทีที่ทั้งหกก้าวเข้ามา บรรยากาศเป็การเป็งานกระจายไปทั่วห้อง เมื่อร่างของเฟรินเดินไปยังโรเวนที่ยืนอยู่ก่อนแล้ว
“ศึกนี้เป็ศึกแรก หมากกระดานเกียรติยศเปรียบเสมือนาขนาดย่อม ให้พวกเราได้เตรียมพร้อมสำหรับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นจริงในอนาคต ขอให้ทุกคนแสดงฝีมือให้เต็มที่ แพ้ชนะไม่สำคัญ ทำให้ดีที่สุดเป็พอ นี่คือน้ำศักดิ์สิทธิ์รวมใจ ขอให้ทุกคนดื่มเพื่อเป็ขวัญกำลังใจ และ เพื่อชัยชนะแห่งป้อมอัศวิน” เสียงทุ้มนุ่มนวลของเมจิคปริ๊นซ์ พูดขึ้น ขณะที่เหล่าผู้คุมกฎทั้งสี่ เดินแจกถ้วยน้ำให้ทุกคน ก่อนจะยกขึ้นดื่มพร้อมกัน เรียกความฮึกเหิมในจิตใจ มือหนาของเสธซ้ายล้วงไปในกระเป๋าก่อนจะหยิบบางอย่างออกมาให้เฟริน พร้อมพูดปลุกใจเป็ครั้งสุดท้าย
“นี่คือป้ายตราอาญาสิทธิ์แห่งป้อมอัศวิน ที่ฉันขอมอบให้เฟริน ั้แ่นี้ไป ขอให้ทุกคนเชื่อในคำบัญชาของเฟริน มอบความเชื่อใจ และ ชีวิต ไว้ในมือของเขา และจงจำไว้ จากนี้ไปคือของจริง ชีวิตทุกคนอยู่ในมือนาย” คำสุดท้ายที่โรเวนหันไปพูดกับ เฟรินที่พยักหน้า พร้อมชูป้ายที่ได้รับมาเหนือหัว เสียงโห่ร้องดังก้องไปทั่วห้องแต่งตัว เสียงโห่ร้องของอัศวิน
ณ บัดนี้การแข่งขันกำลังจะเริ่มขึ้น
ประรำพิธีที่กางเต็นท์ผ้าสีม่วงขอบทองตั้งอยู่ทางด้านเหนือของสนาม เป็ที่นั่งของคณาจารย์และประธานผู้ทรงเกียรติเป็แขกกิตติมศักดิ์ แขกกิตติมศักดิ์ที่มาร่วมชมในครั้งนี้ทำให้บัตรเข้างานสูงยิ่งขึ้นไปอีกเพราะการมาของสี่กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ สี่ดินแดนเมืองอันดับหนึ่ง คิงบาโรจากคาโนวาลที่ทรงเสด็จมาทอดพระเนตรศึกแรกของธิดาและโอรส คิงริชาร์ด แห่งแอเรียสที่คงจะมาทอดพระเนตรความสนุก คิงวิลเลี่ยม แห่งเวนอล คิงมหาปราชญ์ผู้ชื่นชอบหมากกระดานเกียรติยศ และที่น่าแปลกคือท่านจ้าวเอวิเดส แห่งเดมอสที่ทรงเสด็จมานั่งขอบการแข่งขันร่วมกับเหล่ากษัตริย์ในปีนี้ด้วย
หมากกระดานเกียรติยศนัดเปิดสนามครั้งแรกนี้ได้รับความสนใจไม่น้อยกับนักเรียนรุ่นพี่ที่ละทิ้งหน้าที่กันมาชม เหล่ารุ่นน้องป้อมอัศวินที่ได้รับความสนใจเป็อย่างมากชนิดว่ามีคนซื้อหน้าที่แทนในราคาสูงลิ่วก็ยอมขายอย่างไม่นึกเสียดาย สินค้าขายดี สินค้าหลักของงานที่โดนหมายตาเอาไว้ก็คงหนีไม่พ้นเหล่าหัวหน้าชั้นปีที่ปีนี้ทำคะแนนนำเท่า ๆ กันถึงห้าคน
คาโล วาเนบลี เสือยิ้มยากประจำป้อม เ้าชายรัชทายาทตัวเกร็งอนาคตคิงของคาโนวาล ที่หลาย ๆ คนจับตามอง
คาลิน่า วาเนบลี น้องสาวฝาแฝด ธิดาคนโปรดของ คิงบาโร เ้าหญิงเยือกแข็งที่เพียงสบตาก็สะท้านในอำนาจของเ้าหล่อน
คิลมัส ฟีลมัส ทายาทนักฆ่าจากซาเรส ผู้โด่งดังในเอเดน เชื่อกันว่า งานไหนตกถึงมือบ้านนี้ไม่มีคำว่าไม่สำเร็จ เด็กหนุ่มที่แม้จะอายุอ่อนกว่าแต่กลับดูแกร่งเกินกว่าจะท้าสู้ตรง ๆ
เฟลิโอน่า เกรเดเวล ธิดาท่านจ้าวแดนปีศาจ ผู้มีพลังเวทย์น่าเกรงกลัว สาวสวยอารมณ์ดีป้อมอัศวิน ผู้สามารถสยบเหล่าทโมนในป้อมได้อย่างง่ายดาย
และสุดท้าย ผู้ที่หลายคนให้ความสนใจ โดยเฉพาะสาว ๆ ที่ถูกใจพ่อหนุ่มอารมณ์ดี ขี้เล่น กระล่อน ที่ดูมีดีมากปริศนาเกินกว่าจะเป็หัวขโมยธรรมดา เฟริน เดอเบอโรว์
และแล้ว... เสียงแตรของการเปิดสนามการแข่งขันเป็ทางการก็เริ่มขึ้น เพลงประจำชาติเอดินเบิร์กดังมาก่อน แล้วตามด้วยเพลงประจำโรงเรียนพระาา จากนั้นเ้าหญิงแดน สโนว์แลนด์ ผู้เป็หัวหน้าปราการปราชญ์ก็เริ่มกล่าวดำเนินพิธี
ฝ่ายพิธีการประกาศรายชื่อนักกีฬา แล้วในที่สุดการแข่งขันหมากกระดานเกียรติยศก็เริ่มขึ้น
“เบี้ยสอง จีสาม” เสียงสั่งหมากตัวแรกของปีจากเฟรินที่นั่งยิ้มแป้นบนที่นั่งวีไอพีกับน้องสาวและ เรนอน สั่งให้โรที่กำลังยืนจิบน้ำชากลางสนาม เดินไปยังช่องข้างหน้าพร้อมยิ้มละไม
“น่าสงสารเหลือคณา เอาขอทานไปเป็นักรบ เอาหัวขโมยมาบังคับบัญชา ไม่ทราบว่าป้อมอัศวินหาดีกว่านี่ไม่ได้แล้วหรือเ้าหญิงเฟลิโอน่า”ตัวแทนจากปราสาทขุนนางที่นั่งตรงข้ามหัวขโมยเอ่ยอย่างดูถูกเหยียดหยาม แต่หาทำให้สองพี่น้องจากเดมอสะเืแม้แต่น้อย
“คงจริงอย่างท่านว่าแหละเ้าชายกราดี่ แต่ถ้าแพ้ขึ้นมาอย่าร้องไห้ขี้มูกโป่งน่ะกระหม่อม เดี๋ยวจะหาว่าหัวขโมยกับขอทานรังแก”
เสียงเชียร์ฝั่งป้อมอัศวินดังกระหึ่มอย่างถูกใจในการปะทะคารม ในเมื่อไอรุ่นน้องคนโปรดของป้อมมันเล่นก๊อปผู้คุมกฏลูคัสมาเต็ม ๆ
“เบี้ยเจ็ด บีห้า” เสียงจากผู้เดินหมากที่นั่งอยู่บนปะรำพิธี เ้าชายกราเดรสที่ปรายตามามองเฟริน อย่างเหยียดหยามในอาชีพหัวขโมย เรียกให้เฟรินที่มองเห็นสายตาที่มอง ยิ้มยั่วอย่างกวนประสาท
“เบี้ยหก ซีสี่” คำสั่งเดินหน้าไม่หยี่ระสายตาของเฟริน เรียกให้นิกส์นักดนตรีประจำป้อม ก้มหัวเล็กน้อยเป็เชิงรับคำสั่ง ก่อนจะเดินไปยังช่องตามคำสั่งของเพื่อน
“เบี้ยเจ็ด ซีสี่กำจัดเบี้ย”เสียงปะทะศึกแรกดังขึ้น
ร่างสูงใหญ่ของนักรบจากปราสาทขุนนางก้าวอาด ๆ ไปยังช่องที่มีเบี้ยนักดนตรียืนอยู่อย่างไม่เกรงกลัว สายตาหยามเหยียดสบมองอย่างไม่พอใจ
“ให้ฉันสู้กับเ้าผอมแห้งเนี่ยน่ะ กราเดรส” เสียงไม่พอใจดังขึ้นพร้อมเรียกดาบเข้ามือ
ชายร่างใหญ่แยกเขี้ยวนิดหน่อยก่อนจะเข้าปะทะร่างบางตรงหน้าที่เรียกดาบออกมารับ การปะทะเป็ไปอย่างหนักหน่วงอย่างที่ไม่น่าจะเกิดจากเ้าคนผอมแห้งแรงน้อยตรงหน้า ก่อนที่ร่างของเบี้ยผู้หาญกล้าจากปราสาทขุนนางจะหายออกไปจากสนาม นิกซ์ก้มหัวนิด ๆ ให้กับผู้บังคับบัญชาแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ที่ตัวเองเสกขึ้นมา
เ้าชายกราเดรสมองนักดนตรีคนนั้นอย่างพิจารณาแล้วก็เดินหมากให้รัดกุมขึ้นเล็กน้อย มองเ้าหัวขโมยน่าสงสัยที่เอาแต่นั่งยิ้มจิบชา คุยนู่นนี่นั่นกับเ้าหญิงอย่างสบายอารมณ์
เบี้ยตัวนั้นมันไม่ธรรมดา เกรซใช่ว่าจะไร้ฝีมือขาดเอาชนะเ้าผอมนั้นไม่ได้ นักรบหรือก็ไม่น่าใช่
เฟลิโอน่า เ้าหญิงกิตติมศักดิ์ผู้เป็ตัวสำลองสามารถอ่านความคิดของชายหนุ่มได้จึงขยับยิ้ม
“คนผู้นั่นเป็เพียงนักดนตรีเพค่ะ”
“นักดนตรี” คิ้วหนาของเ้าชายการเดส เลิกขึ้น มองหญิงสาวตรงหน้า
“นักดนตรีที่อื่นอาจไม่สามารถรบได้เยี่ยงนักรบ แต่สำหรับป้อมอัศวินหาไม่ ทุกคนสามารถเป็นักรบที่แข็งแกร่งได้ ท่านไม่ลองปะฝีมือเอาแต่ปะฝีปากแล้วท่านจะรู้ได้เยี่ยงไร”เสียงหวานดังจากสาวน้อยที่นั่งสำลองที่เอ่ยแทนพี่ชายที่กำลังนั่งจิบน้ำชา
“หือ? เ้าจะหาว่าหมากของข้าไม่สามารถเอาชนะคนของเ้าได้”
คำประกาศลั่นปลิ่มด้วยโทสะ ทำให้เฟรินขยับยิ้มกว้างรินน้ำชาให้อีกฝ่าย คล้าย้าผูกไมตรีจิต หากแต่ไม่ใช่เพราะมันคือประกาศท้ารบกันซึ่ง ๆ หน้า
“งั้นทำไมท่านไม่พิสูจน์ล่ะ เ้าชายการ์ดี้”
“นายสอนกลวิธีบุกให้พวกปีหนึ่ง”
น้ำเสียงใส่ความจากอาเธอร์ เลโอนาท เดอะปริ๊นซ์ ออฟ ซาเรส แห่งปราสาทขุนนาง ผู้หาญกล้ามานั่งข้าง ๆ เ้าชายโรเวนคู่ปรับ
นัตน์ตาสีน้ำเงินคู่สวยละจากการสนทนากับ ไธนอสเงยมามองอาคันตุกะด้วยท่าทางเยือกเย็นเช่นเคย รู้ทั้งรู้ว่าถูกจงใจหาเื่ เพราะที่ ๆ เขานั่งอยู่มันเป็เต็นท์ด้านกองเชียร์ป้อมอัศวินที่มีธงรูปัโบกไสวเต็มไปหมด แต่ผู้มาเยือนไม่ได้ สะทกสะท้านเลยสักนิด
แต่นี่ล่ะคือ เ้าชายใจสิงห์อาเธอร์ ผู้โด่งดังปราสาทขุนนาง
“ถึงไม่เล่นโกง ป้อมอัศวินก็เอาชนะปราสาทขุนนางได้ ท่านก็รู้ ปรินซ์อาเธอร์”
คำตอบกลับที่ทำให้อาเธอร์ถึงกับต้องขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ในใจ
ไอหมอนั่น...
คนของเขาแพ้ทั้งทางหมาก แพ้ทั้งเกมส์จิตวิทยา
หมากที่ดูเหมือนบุกมั่วซั้วไปทั่วกระดานอย่างไร้แบบแผนสิ้นดี หากแต่ถ้ามองดี ๆ รูปแบบกระดานโดนเปลี่ยนไปในทิศทางที่ป้อมอัศวินสามารถรุก คิงได้ทุกเมื่อ
มันจะแค่มุทะลุบุกแบบพวกรักการต่อสู้ป้อมอัศวิน หรือมีแผนเหนือชั้นกันแน่
เกมที่ยังคงดำเนินต่อไปอย่างรวดเร็ว โดยชัยชนะส่วนใหญ่จะตกเป็ของป้อมอัศวิน ที่ถูกฝึกมาอย่างดี รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของเ้าหญิงสองดินแดน หนึ่งในผู้คุมการฝึกที่นั่งดูผลงานของเพื่อน ๆ ข้างสนาม ที่นอกจากจะได้ชัยชนะแล้ว ยังไม่มีใครแพ้ให้ขายขี้หน้าคนฝึกอีกต่างหาก อย่างมากก็แค่เสมอ หายไปจากกระดานพร้อมฝ่ายตรงข้าม
เ้าชายการ์เดส มองผู้เดินหมากตรงหน้าอย่างพิจารณา หมากของไอ้หมอนี่มั่วเลอะแทะ อย่างคนเดินหมากไม่เป็สิ้นดี แต่กลับรู้สึกตรึงมือ จะว่ามันโกงก็ไม่ใช่ มันก็แค่เดินหมากมั่ว ๆ จิบชากินขนม คุยกับสองเ้าหญิงตัวสำลอง และยั่วประสาทเขาเป็ครั้งคราวเท่านั้น
“ไง คิดอะไรให้มาก เดินไว ๆ หน่อยท่าน เวลาเป็เงินเป็ทอง เป็ถึงเ้าชายควรใส่ใจเวลาของประชาชนให้มากน่ะกระหม่อม มันเสียเวลา”
“บิชอบ ดีห้ากำจัดบิชอบ”
คำสั่งปะทะของปราสาทขุนนางเรียกเสียงฮือฮาทั้งสนาม เมื่อมันคือคำสั่งปะทะระหว่างพ่อมดดำกับเ้าหญิงแดนนักรบผู้มีสายเืภูติในตัว
“เป็เกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้สู้กับท่านเ้าหญิงคนงามแห่งคาโนวาล” ถ้อยคำที่เอ่ยออกมาอย่างนอบน้อม ช่างขัดกับสายตากระลิ้มกระเหลี่ยทีส่งมาดีแท้ ตาสีฟ้าคู่สวยปรายตามองฝ่ายตรงข้ามอย่างเ็า หากแต่บุรุษที่มาจากดินแดนนักรบ ยังคงไม่สะทกสะท้าน เอ่ยพูดลามไปยังเ้าหญิงโฉมงามอีกคน
“น่าเสียดาย ที่เ้าหญิงเฟลิโอน่าไม่ได้ลงด้วย ข้าอุตส่าห์หวังว่าจะได้สู้กับเธอ เสียดายที่ต้องนั่งเฉิดโฉมอยู่ที่นั่งสำรอง”
คำพูดที่กล่าวพาดพิงถึงเ้าหญิงคนงามทั้งสอง เรียกไอเย็น ละ รังสีอำมหิต จากเหล่าทโมน ทั้งที่อยู่ในสนามและที่นั่งสำรองได้เป็อย่างดี หากแต่ ผู้ถูกพาดพิงทั้งสองกลับยังนิ่ง รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏบนใบหน้าสวยของทั้งคู่ ตาสีฟ้าเบือนไปสบกับตาสีน้ำตาลของเพื่อนสนิทชั่วแวบหนึ่ง ก่อนเสียงหวานเ็าจะเอื้อนเอ่ยออกมา
“ถ้านายอยากจะพบเธอ เห็นทีคงต้องชนะฉันให้ได้เสียก่อนนะ ถึงจะมีสิทธิ์ไปสู้กับ เฟลิโอน่า แต่ก็คงไม่มีวันนั้น” ถ้อยคำปรามาสจากหญิงสาว เรียกให้ใบหน้าคมตึงได้อย่างดี ที่โดนดูถูก ว่าไม่มีปัญญาชนะผู้หญิงที่ตัวเล็กกว่าตนเกือบสองเท่า รอยยิ้มเหี้ยมปรากฏออกมา ก่อนเอ่ยอย่างเข่นเขี้ยว
“แล้วเราจะได้เห็นดีกัน” สิ้นคำพูดร่างของนักรบที่อยู่บนหลังม้าก็หายไป ก่อนเสียงดาบกระทบกับกำแพงน้ำแข็งจะดังขึ้นแทบจะทันที คาลินยังคงรียกกำแพงเวทย์ออกมาป้องกันตนเอง พร้อมส่งแท่งน้ำแข็ง ไปยังศัตรูที่หลบได้ทัน แต่ก็ยังมีรอยเฉือนบาง เรียกเืได้เป็อย่างดี
ฉึก !!
เสียงมีดสั้นที่พุ่งเข้ามาปักร่างบาง อย่างเร็วจนหลบไม่ทัน ตามด้วยดาบใหญ่ที่ฟาดลงมา คาลิน่าที่เสียจังหวะ ั้แ่ถูกมีดปักไหล่ จนต้องะโหลบวิถีดาบที่ส่งมา แต่ก็ไม่ทัน
ฉัวะ!!!
“คาลิน่า/ลิน” เสียงเรียกชื่อเ้าหญิงน้ำแข็งทันทีที่ ดาบใหญ่แทงเข้ายังท้องของร่างบาง ไอเย็น และรังสีอำมหิต จากเ้าชายและหัวขโมย แผ่ไปทั่วสนามแข่ง เมื่อเห็นเืที่สาดกระเซ็นไปทั่วพื้น ใบหน้างามซีดเผือด คทาคู่ใจถูกยกขึ้นกันดาบที่ส่งมาอีกครั้ง รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นอีกครั้ง ตาสีฟ้าเ็าเสียจน คู่ต่อสู้ที่มองมา หยุดชะงักไปครู่นึง แต่ก็เพียงพอ
“เก่งที่เรียกเืฉันได้ แต่อย่าได้หวังว่าจะชนะ” สิ้นคำพูด คาลิน ก็ร่ายเวทย์ที่เรียกพายุหิมะ ออกมา ให้ซัดไปยังคนตรงหน้าในทันที
“วีสกาย่า” พายุหิมะ ลูกใหญ่ ถูกส่งไปล้อมรอบผู้ที่บังอาจมาเรียกเืของนายตน สายลมหนาวกรรโชกไปทั่วทุกหนแห่ง ให้เหล่าผู้ชม และ ผู้เล่นฝ่ายปราสาทขุนนางกระชับเสื้อกันให้มั่น แตกต่างกับป้อมอัศวิน ที่ยืนนิ่งราวกับไม่รู้สึกรู้สา ถ้าใครไม่รู้เื่คงคิดว่าอึด แต่ที่แท้มันชิน
สายลมที่ห้อมล้อมอยู่พัดผ่าน กรีดเืไปจากร่างสูงที่ละน้อยๆ จะป้องกันก็ไม่ได้ ในเมื่อมันเป็สิ่งที่ไร้ตัวตน จะหลบหลีกก็ไม่ได้ เมื่อถูกหิมะล้อมกรอบไม่ให้ไป เืที่ออกมาจากาแมากมาย ทำให้เรี่ยวแรงที่มีอยู่เริ่มเหือดหาย ความเ็ปแล่นไปทั่วร่าง เมื่อถูกน้ำแข็งเกาะกินาแ เพียงชั่วครู่ที่หิมะหยุดลง ให้เห็นรอยยิ้มเยาะจากร่างบาง ที่ส่งมา
คาลินยิ้มให้กับคนที่มันบังอาจมาสร้างแผลให้แก่เธอ าแต่างๆ ถูกร่ายเวทย์รักษาเรียบร้อย แล้ว แต่ความแค้นยังคงไม่หมดไป ริมฝีปากบางพึมพำเบาๆ เพียงชั่วครู่ก็ปรากฏ แท่งน้ำแข็งนับร้อย ลอยอยู่เหนือลาน ก่อนจะพุ่งไปยังผู้โชคร้ายพร้อม ๆ กัน
เสียงร้องโหยหวนอย่างเ็ปของนักรบ เรียกให้สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังเ้าหญิงคนงาม ที่ยืนมองการโจมตี อย่างสงบนิ่งและเยือกเย็น ไอเย็นรอบ ๆ ตัวหายไปแทบจะทันทีที่ ร่างของศัตรูถูกส่งออกไป ชัยชนะที่ผู้แพ้ทิ้งาแให้กับผู้ชนะอย่างน่าเจ็บใจ
“คาลิน่า” เสียงเรียกเคร่ง ๆ จากปากหัวขโมยอย่างที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน ดวงตาสีน้ำตาลอมดำคู่นั่นดุจัดแต่แฝงด้วยกระแสความเป็ห่วงชัดเจนจนเธอต้องขยับยิ้มเล็กน้อยให้คนบ้าเืตรงหน้าคายความกังวล
“ถ้ารู้ว่าตัวเองใจอ่อน ทีหลังแทงด้วยน้ำแข็งทีเดียวให้จอดไปเลย หรือไม่ก็แช่แข็งไปเลย ไปยืนให้ไอ้บ้านั่นมันจิ้มทำไม เสียเวลา”
บรรยากาศรอบด้านเปลี่ยนไปทันทีด้วยความเ้าเล่ห์ของหัวขโมยป้อมอัศวิน ที่มันพูดไม่ไว้หน้าฝั่งนู่นแม้แต่น้อย เรียกความฮึกเหิมให้กับป้อมอัศวินขึ้นมาใหม่ในชั่วพริบตา เรี่ยวแรงที่เหือดหายพลันถูกเติมเต็มอีกครั้ง
“เบี้ยหก เอฟ สองกำจัดเบี้ย แล้วรุก คิง” คำสั่งของเฟรินประกาศให้คนฟังในสนามพากันฮือฮา มันเป็คำสั่งต่อเนื่องอย่างไม่ไว้หน้าฝ่ายปราสาทขุนนางสักนิด
“รับบัญชา” ซีบิลประกาศ แล้วก้าวเดินย่างเข้าเผชิญข้าศึกที่พร้อมอยู่แล้ว
การต่อสู้ระหว่างป้อมอัศวิน และ ปราสาทขุนนาง ยังคงดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ โดยมีเสียงยั่วโมโหจากเฟริน ดังขึ้นเป็ระยะ ๆ อาทิเช่น
´เดินให้มันไวๆ หน่อยได้มั้ย คนอื่นเค้ารอจนจะหลับคาสนามอยู่แล้ว´
´เดินอย่างนี้ได้ยังไง ส่งไปตายชัด ๆ´
´อย่าคิดอะไรให้มากนักเลย ยังไงก็แพ้อยู่ดี´
และอีกมากมาย ตามแต่จะคิดออกในขณะนั้น คำยั่วที่เรียกเสียงหัวเราะขบขันจากผู้ชม และเหล่าทโมนป้อมอัศวิน แต่เรียกอาการกัดฟันกรอด อย่างข่มอารมณ์จากผู้เดินหมากปราสาทขุนนางได้เป็อย่างดี
“หลานเฟริน มันน่านัก จะไว้หน้าปราสาทขุนนางสักนิดก็ไม่มี” เสียงกลั้วหัวเราะดังจาก คิงริชาร์ด อดีตหัวหน้าปราการปราชญ์ นึกเสียดายที่หัวหน้าปราสาทขุนนางไม่อยู่ที่นี่ด้วยคงสนุกพิลึก
“ทั้งการเดินหมาก การจัดตำแหน่ง จิตวิทยา ไม่เลวเลยทีเดียว” คิงวิลเลี่ยมผู้เคยปะเกมส์หมากกับเด็กหนุ่มหลายต่อหลายรอบร่วมวิเคราะห์ เอวิเดสหัวเราะเบา ๆ รับคำชม หากแต่เสียงต่อมาทำให้ต้องคิ้วขมวด
“กลวิธีใดกันวิลเลี่ยม ที่ใช้ คิงออกชนข้าศึก”
สุรเสียงเคร่งของผู้เป็พ่อของ คิงที่โดนเรียกให้บุกทะลวงข้าศึก เรียกเสียงสลวนเบา ๆ ในกระโจม สร้างความสงสัยแก่ยามรักษาการณ์แถวนั้นยิ่งนัก
ั้แ่เ้าหญิงคนงามาเ็ เ้าตัวดีก็จงใจส่งเพื่อน ๆ ไปเป็องค์รักษ์พิทักษ์เ้าหญิงกันท้วนหน้า ดู ๆ เหมือนกลายเป็ คิงไปเสียแทน ส่วน คิงกลับถูกเ้าตัวดีทำเป็เบี้ยบุกชนข้าศึกไม่เลือกหน้าเสียซะอย่างนั้น
“สงสัยจะได้ยินข่าวดีแล้วสิ ได้ข่าวว่าแพรพรรณของเวนอล งดงามยิ่งนัก ว่าไงวิล” เสียงกระเซ้าดังมาจาก คิงริชาร์ดผู้มีแววตาขบขันจนปิดไม่มิด
“หือ? เสียแต่ว่าคาโนวาลนิยมสีดำ ไม่รู้ว่าจะเป็การดีหรือไม่ ริด” เสียงตอบกลับเรียกดวงเนตรดุปราม เ้าเพื่อนข้างตัวทั้งสองที่แม้จะแก่ตัวลงเท่าไรก็ยังมีนิสัยเด็กเช่นเดิม
“นั้นสิบาโร ข้าว่าต้องตกลงกันให้ดีก่อน จะให้ข้าสู่ขอก่อน หรือฝั่งเ้าจะสู่ขอก่อนดี”
คำสัพยอกจากคู่ปรับทำให้ คิงบาโร ลอบถอนหายใจปลง ๆ
“คงแล้วแต่เด็ก ๆ” คำสรุปเรียกเสียงหัวเราะคับกระโจมประรำพิธี
ดวงตาของเ้าชายการ์เดส ผู้เดินหมากปราสาทขุนนางเบิกกว้าง เพียงประมาท เพียงขาดสติจากคำยั่วยุของคนตรงหน้า คิงของเขาก็ถูกหมากศัตรูล้อมไว้ทุกทิศทุกทางเรียบร้อย แล้ว คิงของอีกฝ่ายกลับยืนประชันหน้ากับ คิงของเขาราวกับยั่วยุให้ คิงปะทะ คิง
พอมองเ้าหัวขโมยตรงหน้ามันกลับลุกขึ้นบิดี้เียักคิ้ว แล้วคำประกาศที่ทำให้เส้นอารมณ์ของเขาขาดผึงลงในที่สุด
“ช่วยปิดกระดานหน่อย เ้าชายการ์ดี้”
ว่าจบเ้าตัวดีก็เดินออกจากเต็นท์ที่ใช้แข่งขันตามหมากตัวสำลองทั้งสองไปทันที ทิ้งให้ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอยากท้าดวลให้มันรู้แล้วรู้รอด เสียแต่ทั้งเขาทั้งมันดันเป็ผู้เดินหมากกันทั้งคู่ ถ้าจะสู้ก็ต้องสู้กันที่หมาก
“คิงเอฟสาม กำจัด คิง”
เสียงประกาศปิดกระดานจากปราสาทขุนนางเรียกเสียงเฮลั่นสนาม มันเป็การรุกฆาตคู่อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน การต่อสู้ที่เดิมพันด้วยชัยชนะ ชัยชนะที่ฝากไว้กับ คิง ผู้เป็ใหญ่บนกระดาน
ท่ามกลางเสียงเชียร์สนั่น เสียงกรีดร้องก็ดังขึ้นจากสองสาวตัวสำลองป้อมอัศวิน ร่างของผู้เดินหมากคนเก่งฝั่งป้อมอัศวินล้มลงตรงหน้า พร้อมชัยชนะที่ไม่มีใครมีกระจิตกระใจหันกลับไปสนใจอีก เหล่ารุ่นพี่ ผู้ทำหน้าที่ดูแลบริเวณนั้นรีบวิ่งไปยังสถานที่เกิดเหตุทันที
“เฟริน”
สุรเสียงเคร่งของผู้เป็ใหญ่แห่งเดมอสพร้อมการปรากฏตัวขึ้น ช้อนร่างชายหนุ่มไว้ในอ้อมแขนอย่างหวงแหน ไอทมิฬแผ่กระจาย ความรู้สึกหวาดกลัว สิ้นหวังแผ่กระจากไปทั่ว มอบให้แก่เหล่ามนุษย์เอเดนที่บังอาจมาทำร้ายบุตรชายของตน
“ท่านบอกจะเมตตาเอเดนกระหม่อม”
ดวงเนตรดุจัดสบมองผู้มาใหม่อย่างเอาเื่
“เ้าจะได้รับการชดใช้แทนแน่ เลโมธี”
...............................................................................